• sweetietiger
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2020-11-11
  • จำนวนเรื่อง : 45
  • จำนวนผู้ชม : 16246
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
รู้ไหมอะไรดี
แบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารปลอดภัย การดูแลสุขภาพ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/knowwhatsgoodforyou
วันพุธ ที่ 22 กันยายน 2564
Posted by sweetietiger , ผู้อ่าน : 238 , 11:25:19 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อาหาร คือสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต ดังนั้น การรู้วิธีเลือกเนื้อสัตว์และของสด เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา ไข่ ผักผลไม้ รวมถึงการเก็บรักษาสำหรับนำมาใช้ประกอบอาหารจึงเป็นสิ่งที่พ่อบ้านแม่บ้านส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ นอกจากนี้ ที่ผ่านมาประเทศไทยต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องอยู่บ้านเพื่อเว้นระยะห่าง ป้องกันการติดเชื้อ สิ่งแรกที่หลายๆ คนต้องเตรียมตัว คือการซื้ออาหารมาเก็บไว้ให้ได้นานและเพียงพอต่อความต้องการ

ทำไมการเลือกซื้อและเก็บของสด เนื้อสัตว์ อย่างถูกวิธี ถึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ? นั่นเพราะวัตถุดิบเหล่านี้ต้องนำไปปรุงอาหารสำหรับบริโภค ดังนั้น หากเราเลือกเนื้อหมูที่ไม่สด มีเชื้อโรคปนเปื้อนและเก็บไม่ถูกวิธี เมื่อนำมาประกอบอาหารจะส่งผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายของผู้บริโภคได้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการกำหนดอุณหภูมิในการเก็บรักษาอาหารสดในสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 ระบุว่า การเก็บรักษา คือการยืดอายุของอาหารให้มีความสดยาวนานขึ้น เพื่อรักษาคุณภาพอาหารสดให้เหมาะสมสำหรับการนำมาปรุง ประกอบอาหาร โดยการแช่เย็น คือการเก็บรักษาอาหารสดไว้ในอุณหภูมิ 0-10 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการเก็บในช่วงระยะเวลาสั้น ส่วนการแช่เยือกแข็ง คือการเก็บรักษาอาหารสดไว้ในอุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการเก็บเป็นระยะเวลานาน ดังนั้น อุณหูมิในการเก็บรักษาอาหารอย่างเหมาะสมจะส่งผลต่อคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัย

สำหรับข้อปฏิบัติที่จะแนะนำผู้บริโภคมีดังนี้
1) เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู ควรมีสีแดงอมชมพูธรรมชาติ สีต้องไม่แดงจนเกินไป เนื้อมีความยืดหยุ่น เมื่อกดแล้วไม่เป็นรอยบุ๋ม ไม่มีเมือก ไม่แห้ง ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีตุ่มก้อน ส่วนเนื้อไก่ ต้องมีผิวตึง ไม่เหี่ยวย่น สีเนื้อสดไม่ซีด มีสีอมชมพูธรรมชาติ ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีเมือก ที่สำคัญควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากแหล่งจำหน่ายที่ถูกสุขลักษณะ มั่นใจได้ หรือได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมปศุสัตว์ กรมอนามัย เป็นต้น หลังจากที่ซื้อเนื้อสัตว์กลับมาที่บ้านแล้ว อันดับแรกคือ ล้างน้ำให้สะอาดทั้งชิ้น และหั่นแบ่งเป็นสัดส่วน เก็บใส่ภาชนะที่ปิดสนิทสำหรับการปรุงอาหารแต่ละครั้ง และต้องเก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสหรือช่องแช่แข็ง -18 องศาเซลเซียส หากต้องการนำมาปรุงอาหาร แนะนำให้นำเนื้อสัตว์เฉพาะที่ใช้มาเก็บในช่องแช่เย็นตอนกลางคืนเพื่อทำละลาย และวันรุ่งขึ้นก็นำไปปรุงอาหารตามปกติ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ยังรักษาความสดของเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดีและปลอดภัย

2) ไข่ เช่น ไข่ไก่ ไข่เป็ด ไข่นกกระทา ต้องมีผิวเรียบ แข็ง เปลือกต้องไม่บางหรือนิ่ม ไม่มีรอยแตก สะอาดไม่มีสิ่งสกปรกติดที่เปลือกไข่ บรรจุภัณฑ์ที่เก็บต้องสะอาดและไม่ชำรุด สำหรับการเก็บรักษาให้คงความสด สะอาด ปลอดภัยนั้นไม่ยาก แต่ต้องอธิบายก่อนว่า ปกติที่เปลือกไข่จะมีลักษณะเป็นรูพรุน จึงมี “นวลไข่” ที่มีลักษณะคล้ายฝุ่นแป้งเคลือบอยู่ที่ผิวเพื่อป้องกันเชื้อจุลินทรีย์เข้าไปในไข่ไก่ ดังนั้น หากต้องการทำความสะอาดเปลือกไข่ สามารถใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำบิดหมาดเช็ดเบาๆให้แห้ง หลังจากนั้นทาน้ำมันพืชที่เปลือกไข่เพื่อปิดรูพรุนไม่ให้อากาศเข้า ป้องกันเชื้อโรค และไม่ให้น้ำในไข่ระเหยออกมาได้ หลังจากนั้นนำไปเก็บในช่องแช่เย็นอุณหภูมิประมาณ 5 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า แต่ไม่ควรแช่แข็ง เก็บได้ไม่เกิน 5 สัปดาห์

3) ผักและผลไม้ การเลือกซื้อที่มีสีตามธรรมชาติ ไม่มีคราบดินหรือคราบสารเคมี ไม่มีจุดราดำหรือเชื้อราต่างๆ ไม่มีกลิ่นฉุนผิดปกติ และควรเลือกซื้อผักและผลไม้ตามฤดูกาลเพราะจะเจริญเติบโตได้ดี ทำให้ใช้ปุ๋ยหรือสารเคมีน้อยลง ก่อนนำไปเก็บต้องล้างให้สะอาด ซึ่งมีหลายวิธีด้วยกัน เช่น การใช้เบกกิ้งโซดาละลายในน้ำสะอาด แช่ผักและผลไม้ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที และล้างด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้สามารถลดสารเคมีตกค้างได้ประมาณ 80 – 95% หรือล้างด้วยการใช้น้ำไหลผ่านอย่างต่อเนื่อง และใช้มือถูที่ผักหรือผลไม้เบาๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดปริมาณสารเคมีตกค้างได้ 54 - 63% พร้อมจัดเก็บในช่องเย็นที่อุณหภูมิ 7 – 10 องศาเซลเซียส เก็บในภาชนะที่สะอาด แยกเป็นสัดส่วน ไม่เก็บไว้นานเกินไป โดยคะน้า ผักกาด ผักชี ไม่ควรเก็บไว้เกิน 5 วัน ขิง ข่า แครทอท หอม มะเขือ ฟัก พริกสด บวบ ไม่ควรเก็บนานเกิน 10 วัน เป็นต้น เพียงเท่านี้ทุกคนก็จะมีวัตถุดิบที่สด สะอาด ปลอดภัย และยังคุณค่าทางโภชนาการอาหารครบถ้วน

ผศ.ดร.ศศิธร ใบผ่อง
หัวหน้าศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตร
คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ที่มา : https://www.prachachat.net/hilight-prachachat/news-764578




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน