• ปกรณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kobkab034@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-31
  • จำนวนเรื่อง : 267
  • จำนวนผู้ชม : 637715
  • ส่ง msg :
  • โหวต 75 คน
ปกรณ์
ร่อนตะแกรง แถลงไข ไฟใต้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kobkab
วันเสาร์ ที่ 12 กรกฎาคม 2557
Posted by ปกรณ์ , ผู้อ่าน : 17822 , 15:45:14 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน แม่มดเดือนMarch โหวตเรื่องนี้

          คดีฆ่าข่มขืน "น้องแก้ม" บนรถไฟสายใต้ บานปลายกลายเป็นกระแสเรียกร้องให้เพิ่มโทษผู้กระทำผิดทั้งคดีนี้และคดีข่มขืนอื่นๆ กระทั่งเป็นแคมเปญรณรงค์ "ข่มขืนต้องประหาร"

          ขณะที่ศาลพลอยโดนหางเลขไปด้วย เพราะถูกมองว่าเวลาคดีถึงศาล มักมีการลดโทษให้จำเลย ทำให้ผู้กระทำผิดติดคุกไม่นานก็ออกมาทำชั่วได้ใหม่

          เมื่อเป็นเช่นนี้จึงต้องไปฟังเสียงจาก "ศาล" บ้างว่าคิดเห็นเป็นอย่างไร โดยผู้พิพากษาศาลฎีกาท่านหนึ่งที่เคยผ่านประสบการณ์การตัดสินคดีมานานหลายสิบปี

          "ประหารชีวิตเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะไม่ได้หมายความว่ามีโทษประหารแล้วจะไม่เกิดการข่มขืน หลายประเทศเคยประสบปัญหานี้มาแล้ว คือแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มโทษ แรกๆ คนก็กลัว แต่พอผ่านไปสักระยะก็จะดื้อยา" ผู้พิพากษาอาวุโสแสดงทัศนะต่อประเด็นร้อนที่สุดในขณะนี้

          เขากล่าวต่อว่า สำหรับคดีข่มขืนแล้วฆ่า โดยเฉพาะข่มขืนเด็กนั้น เท่าที่มีประสบการณ์การนั่งพิจารณาคดีมา โดยมากผู้กระทำมักมีจิตใจไม่ปกติ มีความผิดปกติทางจิต หรือมีภาวะถูกกดดันในวัยเด็ก และในแง่ของโทษสำหรับความผิดนี้ ก็มีโทษประหารชีวิตอยู่แล้ว ฉะนั้นจึงไม่เข้าใจว่าจะให้เพิ่มโทษอะไรอีก

          ทั้งนี้ เมื่อพลิกดูประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (7) ที่ระบุว่า ผู้ใดฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ให้ระวางโทษประหารชีวิต

          หรือ มาตรา 289 (6) ผู้ใดฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น ให้ระวางโทษประหารชีวิต

          "นี่คือถ้อยคำในกฎหมาย ฉะนั้นการบีบคอเหยื่อจนตายเพื่อข่มขืน หรือข่มขืนแล้วจึงฆ่าเหยื่อ โยนศพทิ้งจากรถไฟ หรือโยนร่างที่ยังมีชีวิตลงจากรถไฟ ก็ต้องถือว่าเข้าองค์ประกอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 ใน 2 วงเล็บดังกล่าว คือระวางโทษประหารชีวิต จึงไม่เข้าใจว่าจะให้เพิ่มโทษอะไรอีก" 

          ส่วนที่มีกระแสเรียกร้องให้การข่มขืนทุกกรณี ผู้กระทำต้องโดนโทษประหารชีวิตสถานเดียวนั้น ผู้พิพากษาศาลฎีการายนี้ บอกว่า ต้องพิจารณาด้วยว่าโทษดังกล่าวได้สัดส่วนกับการกระทำความผิดหรือไม่ เพราะหลักการของการลงโทษนั้น ศาลต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับการกระทำหรือความผิดที่ได้ก่อด้วย ไม่ใช้มุ่งให้สาสมหรือสะใจอย่างเดียว 

          ที่สำคัญ สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่ได้นึกถึงก็คือ ถ้าเพิ่มโทษให้สูงถึงขั้นประหารชีวิตทุกราย ต่อไปเมื่อมีการก่อคดีข่มขืน คนร้ายก็จะฆ่าเหยื่อทุกรายเพื่อปิดปาก เนื่องจากโทษหนัก และคดีข่มขืนนั้น เหยื่อคือพยานปากสำคัญที่สุด

          ยิ่งไปกว่านั้น จากการศึกษาวิจัยทางอาชญาวิทยา พบว่าอาชญากรที่กระทำผิดส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด ขณะกระทำไม่ได้คิดหรือสนใจถึงโทษที่ระบุไว้ตามกฎหมายว่ามีการกำหนดโทษไว้ขนาดไหน อีกประเด็นหนึ่งที่สังคมอาจมองข้ามก็คือ การประหารชีวิตคนที่กระทำผิด เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและถูกต้องที่สุด คือ การป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรม ฉะนั้นหากมุ่งแต่จะเพิ่มโทษอย่างเดียว ก็จะสะท้อนว่าสังคมนี้บกพร่องอย่างมากเรื่องมาตรการป้องกัน

          "ผมคิดว่าผู้ที่เสนอเรื่องเหล่านี้ บางคนเป็นนักวิชาการมหาวิทยาลัย เป็นนักกฎหมายรุ่นใหม่ อาจจะไม่มีประสบการณ์การทำงาน จึงมองปัญหาด้านเดียว ทั้งๆ ที่การตัดสินคดีไม่ใช่เรื่องหนึ่งบวกหนึ่งเป็นสอง แต่ละคดีมีพฤติการณ์รายละเอียดที่แตกต่างกันมาก เช่น ใครเป็นคนทำผิด อายุของจำเลยเท่าไร เหยื่อเป็นใคร มูลเหตุจูงใจคืออะไร เหยื่อแต่งตัวอย่างไร ตลอดจนสภาพแวดล้อมต่างๆ เวลาเราพิจารณาคดีเรามองจำเลยฝ่ายเดียวไม่ได้"

          "อย่างบางคดีที่เคยมีการฟ้องร้องขึ้นศาล ผู้เสียหายยั่วยุจำเลย สูบบุหรี่ไม่แคร์ หรือแม้แต่ท้าทาย จนเกิดการบังคับขืนใจ แน่นอนว่าเป็นการกระทำผิดฐานข่มขืนเหมือนกัน แต่รายละเอียดของพฤติกรรมแตกต่าง อยากให้เข้าใจว่าศาลเองก็มีลูก รับรู้ข่าวสาร แต่จะเอาข้อเท็จจริงแค่ 1-2 กรณี มาเป็นหลักการของทุกคดีคงไม่ได้"

          เมื่อถามถึงหลักการเรื่องการพิจารณาลดโทษของศาล เช่น เมื่อจำเลยรับสารภาพ ก็ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ทำให้บางฝ่ายเรียกร้องให้ไม่มีการลดโทษในความผิดบางประเภท เช่น กรณีข่มขืนแล้วฆ่าน้องแก้มนั้น ผู้พิพากษารายนี้ บอกว่า คงบังคับศาลไม่ให้ใช้ดุลยพินิจไม่ได้ และไม่ได้เป็นหลักตายตัวว่าจำเลยสารภาพแล้วต้องลดโทษกึ่งหนึ่งเสมอไป บางคดีไม่ลดก็มี เช่น คดีที่จำเลยรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน อย่างนี้ก็ไม่อยู่ในเงื่อนไขลดโทษ ซึ่งศาลจะเขียนไว้ในคำพิพากษาอย่างชัดเจน

          อย่างไรก็ดี ก็มีบางคดีที่ไม่มีหลักฐานอะไรเลย ถ้าจำเลยไม่รับสารภาพก็ลงโทษไม่ได้เลย แต่รู้ว่าจำเลยทำแน่ อย่างนี้ศาลก็อยากให้สารภาพใจจะขาด จะได้ลงโทษจำเลยได้บ้าง สักกึ่งหนึ่งก็ยังดี เพราะคดีบางคดีไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็น ศาลรู้ว่าจำเลยทำจริง แต่ต้องยกฟ้องไปก็มี นี่คือความแตกต่างของแต่ละคดีที่ไม่สามารถใช้มาตรฐานเดียวเป็นหลักตายตัวโดยไม่ใช้ดุลยพินิจ

          ที่สำคัญ หลักการการลดโทษก็เป็นหลักสากล มีใช้ทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะเมืองไทยประเทศเดียว ต้องคำนึงถึงด้วยว่าบางคดี ผู้กระทำไม่ใช่อาชญากรอาชีพ เช่น ลักทรัพย์เอาไปให้ลูกที่กำลังหิว กับลักทรัพย์โดยสันดาน อย่างนี้ต้องมีช่องทางให้ศาลใช้ดุลพินิจด้วย

          เขาย้ำว่า ประเด็นต่างๆ ที่กล่าวมา ศาลยุติธรรมให้ความสำคัญ และมีการจัดหลักสูตรอบรมให้กับผู้พิพากษา หรือแม้แต่หัวหน้าศาล และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ อยู่อย่างต่อเนื่อง

          "สิ่งสำคัญที่อยากให้สังคมคำนึงถึงคือการป้องกัน เพราะการดำเนินคดีนั้น หากเหยื่อไม่เสียชีวิต ก็ต้องไปให้ปากคำในชั้นสอบสวน ชั้นอัยการ และชั้นศาล ต้องเล่าซ้ำๆ ในเรื่องน่าอายที่ตัวเองเจ็บช้ำ หวาดกลัว หนำซ้ำการต่อสู้คดีบนศาล บางทีไปเจอทนายที่พยายามยั่วให้ผู้เสียหายโกรธ เช่น ทนายถามผู้เสียหายว่า ตอนถูกข่มขืนร้องเจ็บหรือร้องเพลงชาติ อย่างนี้ก็เคยเกิดขึ้น โดยทนายหวังให้ผู้เสียหายให้การไม่ชัดเจน ให้ศาลสงสัยในพยานหลักฐาน จะได้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย"
   

////////////////////////////////

ขอบคุณ : ภาพป้ายไว้อาลัยที่ ร.ฟ.ท.ติดตั้งไว้ที่หัวลำโพง จากศูนย์ภาพเนชั่น

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
satanx วันที่ : 13/07/2014 เวลา : 15.17 น.

ผมเห็นต่างนะ เอาเคสปัจจุบันเลยต้องตายลูกเดึยวเลย จะมาอ้างสารภาพมีสูตรลดโทษครึ่งหนึ่ง เอาไว้ไอ้นี่มันออกมาจากคุกแล้วไปทำแบบนี้กับลูกสาวท่านบ้างแล้วกรุณาลดโทษให้มันแยะๆนะ ท่านก็ไม่รู้หรอกว่า ที่คนมันไม่กลัว กม.ที่ท่านมีนั้นเกิดจากพวกท่าน ลดหย่อน โทษมากทั้งที่โทษรุนแรง เชื่องช้าตัดสินคดี มีใต้โต๊ะจนมีคำพูด คนจนติดคุก คนรวยอยู่บ้าน เพราะกฏหมายมันศักดิ์สิทธิ์ไม่พอ กระตุกต่อมชั่ว คนมันจึงชั่วถึงชั่วมาก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
nathathida วันที่ : 13/07/2014 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathathida
I am not a bitch, I just have a low tolerance for bullshit.

เราเห็นด้วยกับผู้พิพากษาค่ะ โดยส่วนตัว ข่มขืนไม่ต้องถึงกับประหารหรอก แต่ควรทำสำนวนคดีให้ถูกต้อง มีหลักฐานรัดกุม พอที่ศาลจะลงโทษได้เต็มก็พอ ...ยังคงคิดว่าตัวบทกฎหมายได้ลำดับโทษไว้ดีแล้ว ถ้าข่มขืนแล้วประหาร ข่มขืนแล้วฆ่า (หรือได้รับอันตรายสาหัส) ก็ประหาร นึกไม่ออกว่าจะมีกี่คนที่รอด

ที่สำคัญ อยากให้ผู้หญิงเข้มแข็ง เวลาถูกล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ว่าจะด้วยคำพูด หรือถูกกระทำอนาจาร อย่าอาย (และคิดว่าในปัจจุบัน ผู้หญิงเข้มแข็งขึ้นมากจนเราว่ามันต้องมีบ้างละวะที่ผู้ชายเป็นฝ่ายโดนผู้หญิงข่มขืน เหอ เหอ) และอยากให้ตำรวจดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ซ้ำเติมเหยื่อ หรือมีมุมมองที่ว่าผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายยั่วยุก่อน (ถ้าเหยื่อเป็นผู้ชาย ก็อยากให้มองในแง่ของการเป็นผู้ถูกกระทำ เราว่าความรู้สึก สภาพจิตใจก็คงไม่ต่างกัน) เพราะปัจจุบัน สื่อยั่วยุสามารถเข้าถึงได้ง่าย (มาก) และจิตสำนึก ความรับผิดชอบชั่วดี ศีลธรรมของคนมันหายไป จนยับยั้งชั่งใจตัวเองไม่ได้ รวมถึงปัญหายาเสพติดด้วย สังเกตจากข่าว ส่วนใหญ่ก็มาจากพวกนี้ทั้งนั้น หาที่ระบาย ไม่ว่าจะกับคนใกล้ตัว หรือฉุดคนอื่น (ของไทยเป็นคนใกล้ตัวซะมากกว่าด้วยซ้ำ)

คงต้องยกคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุมา "ถ้าศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ มนุษยชาติจะเลวร้าย กว่าเดรัจฉาน ฯ" ทางเดียวที่จะแก้ได้ คือ ทำให้ความรับผิดชอบ รู้สึกผิดชอบชั่วดีกลับมาซะ และทำกระบวนการยุติธรรมให้ถูกต้องด้วย หลาย ๆ คดีที่เกิดขึ้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบทกฎหมาย แต่เป็นกระบวนการยุติธรรม เริ่มตั้งแต่จับกุมผู้ต้องหา ทำสำนวนคดี ของตำรวจเลย โดยส่วนตัวมองว่าจุดอ่อนของกระบวนการยุติธรรมไทยอยู่ที่ตำรวจและอัยการ มากกว่าศาล เพราะศาลก็จะตัดสินคดีตามพยานหลักฐานที่สู้กันในชั้นศาล ถ้าตำรวจและอัยการทำพยานหลักฐานให้รัดกุมได้ ไม่มีนอกมีใน รับรองว่าศาลก็ตัดสินให้ผิดเป็นผิดค่ะ (ในฐานะที่เรียนด้านนี้มา และเคยผ่านประสบการณ์การทำงาน ทั้งกับผู้พิพากษา อัยการ สมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายในสภา)

อีกเรื่องคือต้องเข้าใจตัวบทกฎหมายด้วยนะคะ เพราะกฎหมายปัจจุบันมีการแก้เรื่องข่มขืน ไม่ใช่เฉพาะผู้ชายข่มขืนผู้หญิงเท่านั้น แต่ผู้หญิงจะข่มขืนผู้ชาย หรือผู้ชายข่มขืนผู้ชาย ก็ผิดตามกฎหมายเหมือนกัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]