*/
  • kokoyadi
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 387
  • จำนวนผู้ชม : 640504
  • จำนวนผู้โหวต : 434
  • ส่ง msg :
  • โหวต 434 คน
<< กุมภาพันธ์ 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณอยากอ่านอะไรใน kokoyadi@oknation
เรื่องการเมืองเข้มๆ
6 คน
เรื่องการศึกษาจริงๆ
3 คน
เรื่องท่องเที่ยวชิวๆ
6 คน
เรื่องถ่ายภาพล้วนๆ
0 คน
เรื่องดูหนังฟังเพลง
3 คน
เรื่องอะไรก็ได้ อัพมาเถอะ
10 คน

  โหวต 28 คน
วันอังคาร ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by kokoyadi , ผู้อ่าน : 1462 , 13:30:33 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ลำชานบ้านบู , Augustman และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

เมื่อวานถูกชวนให้ไปเล่าเกี่ยวกับวิธีคิดเรื่อง "ความคิดสร้างสรรค์" ให้นักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ในชื่อวิชาว่าด้วย "ความคิดสร้างสรรค์" ซึ่งบอกตรงๆ ว่าก็ออกจะประหลาดใจเล็กน้อยว่า มีชื่อวิชานี้ด้วยแฮะ 

ในตอนที่นั่งคิดว่า จะไปบรรยายอะไรดี เพราะเป็นคนไม่ชอบที่จะต้องสอนอะไรที่ซ้ำไปซ้ำมาแบบพูดเรื่องเดียวหลายๆ รอบ อ่ะครับ อารมณ์แบบเดียวกับที่ พี่ตูน บอดี้สแลมคงเบื่อที่จะต้องร้องเพลงเดิมๆ นับพันรอบอ่ะครับ  

เพราะย้อนไปเมื่อสัก 4-5 ปีที่แล้ว ก็มีอาจารย์จากอาชีวะมาเชิญให้ไปบรรยายในเรื่องเดียวกันนี้ ในช่วงนั้นเป็นช่วงกีฬาโอลิมปิกที่ปักกิ่งพอดี เลยพยายามสรรหาเรื่องเล่าเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ในกีฬา และ ความคิดสร้างสรรค์ในการตัดโอลิมปิกของจีน ไปเล่าให้นักศึกษาฟังก็สนุกได้อารมณ์อีกแบบหนึ่ง 

คราวนี้ จะเล่าซ้ำแล้วเปลี่ยนตัวอย่างก็ละอายใจตัวเอง บวกกับช่วงนี้อินกับการอ่านปรัชญาอะไรบางอย่างอยู่เลยนึกถึง ข้อความที่เคยเรียน เคยอ่านที่หล่อหลอมความเป็นตัวเราแล้ว มันโน้มน้ามให้คนอื่นเชื่อว่าเราเป็นคนพอจะคิดสร้างสรรค์ได้ 
เลยคิดธีมการบรรยายว่า ผมมีหลักคิดเกี่ยวกับการมองโลกไว้กว้างๆ อยู่ทั้งหมดเท่าที่นึกได้ 5 แบบที่ช่วยให้เห็นโลกในแบบที่ผมเป็นเลยอยากแชร์ให้ฟังนะครับ

1 "คำถามสำคัญกว่าคำตอบ" 

ข้อความนี้ ผมจำได้ว่าเรียนตั้งแต่สมัย ป.ตรีกับ ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ในวิชาปรัชญา อาจารย์ชวนให้คิดว่า "คำถาม" กับ "คำตอบ" อะไรสำคัญกว่ากัน 
ถ้าจะเปรียบความคิดเหมือนการเดินทาง การเดินทางที่มีแผนที่ก็จะช่วยให้รู้ทิศทาง เป้าหมาย ได้ดีกว่าการเดินทางที่ไม่รู้อะไรเลย คำถามก็เปรียบเหมือนแผนที่ที่ช่วยนำทาง กำหนดทิศทางที่จะไป 
ถ้ามี "คำถาม" ที่ดี ก็จะนำไปสู่คำตอบที่ดี ที่ลึกซึ้งได้ แต่หากเริ่มต้นจากคำถามที่ผิด ทิศทางของการเดินทางที่ดีก็เป็นไปไม่ได้เลย 
ยิ่งเมื่อผมต้องบรรยายให้กับคนที่จะไปเป็นครูแล้วด้วย ยิ่งต้องเน้นว่า ถ้าตั้งคำถามไม่เป็นสร้างกระบวนการทางความคิดให้คนไม่ได้เลย 
 
ผมตั้งคำถามสองคำถามว่า "สมเด็จพระนเรศวรประสูติที่ไหน" กับ "ผู้กอบกู้เอกราชของไทยพูดไทยชัดหรือไม่" 
 
หากฟังคำถามดีๆ ก็พอเห็นว่า สองคำถามนี้ ระดับของการหาคำตอบแตกต่างกันมหาศาลเลยล่ะครับ เพราะคำตอบแรกคงหาจาก Google  ได้ไม่ยาก ว่าพระองค์ประสูติที่ไหน แต่คำถามที่สอง นี่สิครับ มันซ่อนคำถามย่อยๆ อีกมากมายเลยล่ะครับ และคำถามประเภทนี้ Google ก็หาคำตอบตายตัวไม่ได้แน่ๆ ต้องนิยามก่อนว่า "ผู้กอบกู้เอกราชของไทย" หมายถึงใครได้บ้าง แล้วแต่ละท่านนั้น มีที่เกิด ที่มาที่ไปอย่างไร สัมพันธ์กับท้องที่ ภาษายังไงบ้าง และแน่นอนจะตอบคำถามแบบนี้ ต้องค้นเยอะ อ่านเยอะ และคิดเยอะมากๆ 
 
ซึ่งกระบวนการความคิดสร้างสรรค์ มันไม่ได้เกิดจากอากาศแน่ๆ แต่มันคือ การตั้งคำถามเพื่อหาความรู้และสร้างทิศทางของความคิดให้มีเป้าหมายล่ะครับ
 

2 กระบวนการสำคัญเท่ากับผลลัพท์หรือไม่? 

คำถามนี้ สำหรับและแน่นอน บรรดาคนที่จะจบออกไปเป็นครูคงต้องตระหนักให้มากว่า "กระบวนการ" กับ "ผลลัพท์" มันเท่ากันตลอดหรือไม่ 
ในเรื่องนี้ ผมนึกถึงเรื่องตลกเรื่องนึงที่เล่ากันขำๆ ว่า พี่น้องสองคนรู้ว่าในตู้เย็นมีเค้กที่คุณแม่เตรียมไว้ให้สองชิ้น ชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่ง ชิ้นเล็กชิ้นหนึ่ง ตัวพี่มันกลับบ้านมาก่อน ก็รีบเอาเค้กชิ้นใหญ่กว่าทานก่อน ตัวน้องพอรู้ว่า พี่ทานเค้กก้อนใหญ่แล้วเหลือก้อนเล็กไว้ก็โวยวาย 
 
เลยไปฟ้องแม่ว่า ตัวพี่มันแล้งน้ำใจ ไม่เสียสละให้น้อง แม่ก็เออออเรียกพี่มาต่อว่า 
 
ตัวพี่เลยถามกลับเจ้าน้องขี้ฟ้องต่อหน้าแม่ว่า เอ้า ตัวเล็กถ้าแกกลับมาก่อนแกจะกินเค้กชิ้นไหน 
ตัวเล็กก็ตอบกลับว่า "ผมมีน้ำใจให้พี่ ก็ต้องกินก้อนเล็กซิ"
ตัวพี่รีบสวนทันที เอ้าแกก็ได้อย่างที่ต้องการแล้วนี่
ทั้งแม่และตัวเล็ก ก็เงิบเลยทีเดียว 
 
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า จะกินเค้กในตู้เย็นไม่ได้นะครับ ต้องกินนอกตู้เย็น #มั่วแหละ 
คือ เรื่องนี้ ไม่ใช่ตลกธรรมดาที่่เล่าเพื่อเรียกเสียงหัวเราะนะครับ แต่ผมคิดว่า ทั้งพี่และน้อง ตั้งอยู่กันคนละมุมเลยล่ะครับ 
มุมพี่เอาผลลัพท์เป็นที่ตั้ง ใครมาก่อนหลังไม่สำคัญ กูได้ก้อนใหญ่เสมอ 
แต่มุมเล็ก เอากระบวนการเป็นที่ตั้ง ใครมาก่อนควรเสียสละ แสดงน้ำใจ การแบ่งปันด้วยเค้กก้อนเล็กก่อน
 
สำหรับนักศึกษาที่ฟัง ผมเลยคิดว่า ประเด็นที่ต้องคิดเยอะๆ ในการตรวจผลงานนักเรียนหรือเด็ก คือ ครูกำลังตรวจงานเด็กจาก ผลลัพท์หรือตัวกระบวนการ เพราะบางทีถ้าเราในฐานะครูไม่ได้คิดว่า งานแต่ละชิ้นที่ดูอยู่ เรากำลังมองหากระบวนการเรียนรู้ กระบวนการทำงาน กระบวนการค้นหาข้อมูลล่ะก็ แล้วยึดตามผลลัพท์ที่เราเห็น มันละเรื่องกันเลยนะครับ 
 
ตัวอย่างงานศิลปะชัดมากๆ เลยนะครับ ถ้าตั้งโจทย์ให้วาดภาพที่สร้างสรรค์ แล้วเด็กวาดรูปวิวนอกหน้าต่างมาแบบเหมือนจริงมากๆ จนคุณรู้สึกว่ามันสวยที่สุดเท่าที่เด็กเคยวาดกันมา แล้วก็เป็นผลงานของเด็กจริงๆ ด้วยนะครับ 
 
คุณจะให้คะแนนงานนี้อย่างไร ถ้ายึดผลลัพท์มันจะคิดแบบหนึ่งครับ แต่ถ้าคิดถึง "กระบวนการ" มันต้องตั้งคำถามแล้วล่ะคนับ กระบวนการทางความคิดที่มันสร้างสรรค์อยู่ตรงไหน ถ้ามันเป็นภาพเหมือนจริงมากๆ จนไม่ได้คิดอะไรเลย อ่ะ ลองคิดช่วยในมุมเด็กดูบ้างนะครับ กระบวนการวาดภาพใช้เทคนิคสร้างสรรค์อะไรแปลกใหม่หรือไม่ แบบไม่ใช่พู่กันเหมือนเด็กทั้งห้องใช้ แต่ใช้เชือกรองเท้า เพราะลืมพู่กันมาหรือเปล่า ถ้าใช้อันนี้ น่าสนใจ แต่ถ้าไม่แล้วล่ะก็ ผลลัพท์ สวย แต่กระบวนการไม่สร้างสรรค์ คุณควรให้คะแนนสูงกว่าคนที่วาดอะไรที่ใช้จินตนาการสูงกว่าหรือไม่ อันนี้ คุณจะต้องคิดเยอะๆ 
 
ในฐานะที่เคยเป็นครูสอนประวัติศาสตร์ เวลาตั้งโจทย์ที่จะสอนให้เด็กมุ่งเน้นกระบวนการ โจทย์เลยต้องยากและคิดซับซ้อน คุณจะตั้งหัวข้อรายงานแบนๆ อย่างเดียวแล้ว บังคับให้เด็กปรินซ์ส่งมาไม่ได้ เพราะไม่งั้น คุณไม่เห็นกระบวนการเรียนรู้ ถ้าคุณอยากให้เด็กค้นคว้าเป็น คุณก็ต้องตั้งเงื่อนไขเป็นด้วย เช่น ไปเอาหนังสือมาอ้้างอิง เปิดหน้าชี้บรรทัดได้  สามารถหาข้อมูลมากกว่า 1 แหล่งแล้วเปรียบเทียบได้ว่าเหมือน หรือ ไม่เหมือน 
 
คราวนี้เมื่อกระบวนการที่เมื่อซับซ้อนแบบนี้ ผลลัพท์มันจะฟ้องคุณภาพ และความลึกซึ้งของเนื้อหาเองล่ะครับ ซึ่งแน่นอนกระบวนการที่ซับซ้อนย่อมเอื้อให้เกิดความสร้างสรรค์มากกว่าความไม่สร้างสรรค์แน่นอนครับ 
 
สำหรับวันนี้ ขอเล่าถึงแค่สองข้อก่อนนะครับ ซึ่งจริงๆ ข้อความที่เตือนสติให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ที่ผมบรรยายไปมี 5 ข้อนะครับ อีกสามข้อติดไว้ก่อน ไว้มีคนอยากฟังอีกจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งนะครับ  


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
BlueHill วันที่ : 05/02/2013 เวลา : 17.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

คำถามหลังดูกำกวมนะครับ
เพราัะคงต้องมีคำถามแยกย่อยตามลงมาอย่างที่โกโก้ว่านั่นแหละครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Augustman วันที่ : 05/02/2013 เวลา : 14.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Augustman
• มอบทุกสิ่ง ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์


☺ สวัสดีครับ

☺ แวะมาอ่าน-ทักทาย ครับ

☺ คำถาม..นำไปสู้การคิดหาคำตอบ...ประดิษฐกรรมหลายอย่างเริ่มจากความช่างคิด ช่างสงสัยของมนุษย์ ครับ



ความคิดเห็นที่ 2 (0)
kokoyadi วันที่ : 05/02/2013 เวลา : 13.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kokoyadi
Blog me if you can!!! KoKoyadi  โกโก้...อย่าดิ

ขอบคุณพี่ลูกเสือที่อดทนอ่านจนจบ (มั้ง) ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 05/02/2013 เวลา : 13.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


"สมเด็จพระนเรศวรประสูติที่ไหน"
กับ
"ผู้กอบกู้เอกราชของไทยพูดไทยชัดหรือไม่"
ชอบ 2 คำถามนี้มาก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน