*/
  • คมชัดลึก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 1057
  • จำนวนผู้ชม : 2158440
  • จำนวนผู้โหวต : 864
  • ส่ง msg :
  • โหวต 864 คน
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม 2551
Posted by คมชัดลึก , ผู้อ่าน : 3430 , 01:28:43 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

"รสนา"ผงาดครองใจคนกรุง(อีกรอบ) กกต.ไร้มนต์ขลัง ญาติ เด็กนักการเมืองยังผงาดเข้าป้ายเพียบ

กรุงเทพมหานคร

"รสนา"ผงาดครองใจคนกรุง(อีกรอบ)

"รสนา โตสิตระกูล" ศิษย์เก่าดีเด่นเนื่องในโอกาสครบ 72 ปี ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีต ส.ว.กทม. ปี 2549 ที่ยังไม่ทันได้เริ่มทำงานก็เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายนขึ้น จนทำให้เธอต้องตกเก้าอี้กระเด็นไป กลับมาผงาดครองใจคนกรุงเทพฯ อีกครั้ง ด้วยคะแนนเสียงนำโด่งชนิดม้วนเดียวจบ 743,397 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งอันดับ 2 นิติพงษ์ ห่อนาค หมายเลข 29 ที่ต้องอกหักเพราะได้คะแนน 221,067 คะแนน และอันดับ 3 อนุสรณ์ ธรรมใจ หมายเลข 6 ได้รับ 195,714 คะแนน

 743,397 คะแนนที่คนกรุงเทพฯ ไว้วางใจเลือกเธอเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบในสภาสูงแห่งนี้ ไม่ใช่ได้มาเพราะโชค แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าผลงานที่ผ่านมาในอดีตของเธอ เป็นเครื่องการันตีความสามารถ

 กรณีทุจริตยา 1,400 ล้านบาทของกระทรวงสาธารณสุข ที่สามารถเอาผิดอดีตเจ้ากระทรวง จนต้องถูกคุมขังในเรือนจำจนถึงทุกวันนี้ และเป็นจุดเริ่มของฉายา "มือปราบทุจริตยา" ที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยเป็นอย่างดี

 นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวสกัดกั้นการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยร่วมยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด จนมีผลให้ กฟผ.กลับมามีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจดังเดิม

 และผลงานที่โดดเด่นล่าสุด คือ การทวงคืนสมบัติสาธารณะจาก การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย  (ปตท.) โดยเป็นแกนนำร่วมฟ้องเพิกถอนกฎหมายแปรรูป ปตท. ส่งผลให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้แยกอำนาจมหาชนและทรัพย์สินส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติ ทำให้รัฐได้รับเงินคืนเบื้องต้นมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท

 ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รสนาคว้าชัยชนะเลือกตั้งหนที่สองในชีวิตของเธอนั้น เป็นเพราะคนที่นิยมในพรรคประชาธิปัตย์ เลือกเธอเข้ามาเพื่อเป็นตัวแทนในการตรวจสอบรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งต้องการให้เข้ามาถ่วงดุลการทำงานของฝ่ายบริหาร เหมือนเมื่อครั้งที่เธอเคยทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ผ่านมา

ทันทีที่รู้ผลการเลือกตั้ง "รสนา" สัญญากับประชาชนที่เฝ้าจับตาการเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่า จะทำหน้าที่ ส.ว.ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เต็มความสามารถ ให้สมกับที่ประชาชนไว้วางใจ และจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง

 รสนา บอกอีกว่า แม้ว่าเธอจะได้เข้ามาทำหน้าที่ในสภาแล้วก็ตาม แต่อยากให้มีการเชื่อมโยงกันไว้ อย่าทอดทิ้งกัน เพราะประชาชนถือเป็นพลังสำคัญที่สุด ที่จะทำให้บ้านเมืองโปร่งใสมากขึ้น เพราะ 21 วันของการเดินหาเสียงนั้น เธอพบว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างเบื่อหน่ายและหมดกำลังใจกับการเมืองไทย ซึ่งเธอได้บอกกับพี่น้องประชาชนไปว่า จะเบื่อหน่ายไม่ได้ เพราะการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน และบ้านเมืองเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกันปกป้อง

 ถึงวันนี้ การทำงานของผู้หญิงชื่อ "รสนา โตสิตระกูล" ในอนาคตจะเป็นเครื่องพิสูจน์ผลงานอีกครั้ง !!!

ภาคกลาง

อดีต ส.ว. ปี 49 ยังยึดหัวหาดเครือญาติกการเมืองพาเหรดเข้าวินอื้อ

 เลือกตั้ง ส.ว.ครั้งนี้ เครือญาตินักการเมืองทั้งหลายแหล่ต่างพาเหรดเข้าสู่สภาสูงกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น จ.ชัยนาท นางจิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา พี่สาวนายอนุชา นาคาศัย  อดีต ส.ส.ชัยนาท จ.พระนครศรีอยุธยา น.ส.เกศสิณี แขวัฒนะ ลูกสาวนายบุญพันธ์ แขวัฒนะ อดีตนักการเมืองอาวุโสของพระนครศรีอยุธยา จ.สุพรรณบุรี นายประสิทธิ์ โพธสุธน พี่ชายนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทย จ.อุทัยธานี นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ลูกพี่ลูกน้องกับนายไพโรจน์ ทุ่งทอง จ.สระบุรี นายจรัล จึงยิ่งเรืองรุ่ง ญาติของ ส.ส.วัชระพงศ์ ภูวิจิตรสุวรรณ จากพรรคประชาธิปัตย์

 รวมทั้ง นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ว่าที่ ส.ว.ราชบุรี น้องชายนางกอบกุล นพอมรบดี อดีต ส.ส.ราชบุรี พรรคไทยรักไทย ที่ถูกยิงเสียชีวิต อาศัยแรงสงสารจากชาวบ้านส่งให้ตัวเองคว้าชัยชนะในครั้งนี้

 ไม่เว้นแม้แต่บรรดาคนสนิทนักการเมืองที่ต่างตบเท้าเข้าสภา เช่น จ.นครนายก นายธวัชชัย บุญมา อดีต ส.จ.เขต อ.ปากพลี เจ้าของโรงงานทำชิ้นส่วนรถยนต์ คนสนิทนายสัญญา บุญ-หลง อดีต ส.ว.สระบุรี นายสมชาติ พรรณพัฒน์ นักธุรกิจที่สนิทสนมกับครอบครัว "สะสมทรัพย์" ที่คว้าชัยในพื้นที่ จ.นครปฐม

 ขณะเดียวกัน ยังพบว่า มีอดีต ส.ว.ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเมื่อปี 2549 และอดีตบิ๊กข้าราชการในภาคกลาง 26 จังหวัด ต่างยึดหัวหาดศึกสภาสูงครั้งนี้ไว้ได้ อาทิ จ.นนทบุรี นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีต ส.ว.นนทบุรี ปี 2549 จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายธันว์ ออสุวรรณ อดีต ส.อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต อ.หัวหิน จ.ปราจีนบุรี จ.สมุทรสาคร นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล อดีต ส.ว.สมุทรสาคร ปี 2549 จ.สระแก้ว พ.ต.อ.พายัพ ทองชื่น อดีตรอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว จ.อ่างทอง พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ รองประธานสภามวยโลก (ดับเบิลยูบีซี) ประธานสภามวยแห่งเอเชีย เป็นต้น

   น่าสนใจว่า อดีต ส.ว. ที่ได้รับเลือกตั้งเมื่อปี 2549 มีระยะเวลาของการอยู่ในตำแหน่งเพียง 3 เดือน อีกทั้งยังทิ้งช่วงระยะเวลาจากปี 2549 มาถึงปี 2551 แต่ก็ยังถือเป็นโอกาสและปัจจัยสำคัญที่ทำให้ได้ชัยชนะ

    มาดูกันเป็นรายจังหวัดที่น่าสนใจ ว่าใครเป็นใคร

 ปทุมธานี นายไพบูลย์ ซำศิริพงษ์ อดีต ส.ว. ปี 49 ลงแข่งขันกับผู้สมัครที่มีเป้าหมาย คือ เก้าอี้เดียวกัน รวม 8 คน ในจำนวนคู่ต่อสู้เหล่านี้ที่น่ากลัว ก็คือ นางศิรินาฏ หาญสวัสดิ์ เป็นคนในตระกูล "หาญสวัสดิ์" ที่รับรู้กันว่าเป็นตระกูลการเมืองที่มีฐานเสียงอยู่ในทุกระดับ และด้วยความแกร่งที่มีมากกว่า ทำให้นายไพบูลย์ยังคงสามารถรักษาเก้าอี้ของตัวเองไว้ได้ ในขณะที่ความพยายามต่อการที่จะดึงเก้าอี้นี้มาให้อยู่กับตระกูลหาญสวัสดิ์ มีค่าเท่ากับศูนย์

 สุพรรณบุรี จำนวนผู้สมัคร ส.ว. 4 คน ชื่อและชั้นของ นายประสิทธิ์ โพธสุธน พี่ชายนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทย ก็เป็นการันตีโอกาสทางการเมืองแบบตีตราล่วงหน้าไว้ได้ เลือกตั้ง ส.ว. ปี 49 นายประสิทธิ์ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 คะแนนเสียงที่ได้รับมากกว่า 1 แสนคะแนน แม้ว่าเลือกตั้งรอบนี้ นายประสิทธิ์จะไม่ได้ออกพบปะประชาชนมากนัก แต่ที่สุดแล้วก็ไม่ได้เป็นปัจจัยทางลบเลย ด้วยคะแนนที่เทให้กว่า 1.8 แสนคะแนน ขณะที่ผู้สมัครอันดับ 2 คือ นายอิสรระ บุญญาอรุณเนตร คะแนนตรึงอยู่ที่ 5.8 หมื่นคะแนนเศษ

 ระยอง ผู้สมัคร ส.ว.รวม 4 คน นายสาย กังกเวคิน ทนายความ ที่ผ่านการเมืองท้องถิ่นมาจากสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) 3 สมัย อดีตประธานชุมชนสหกรณ์จังหวัดระยอง เคยลงสมัคร ส.ส. และนายก อบจ. แต่สอบไม่ผ่าน กระทั่งสมัครรับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิก ปี 49 คลุกคลีอยู่กับงานการเมืองมาตลอด ได้คะแนนมากว่า 8 หมื่นคะแนน ขณะที่ผู้สมัครซึ่งมีคะแนนมาเป็นอันดับสอง อยู่ที่ 5 หมื่นคะแนนเศษ

 ชลบุรี สัดส่วนผู้สมัครวม 7 คน โดยมี นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง อดีต ส.ว.ชลบุรี ปี 49 เป็นตัวยืน รับการท้าชิงจากผู้สมัครอีก 6 คน ความได้เปรียบตรงที่ชื่อของนายสุรชัยยังอยู่ในกระแสความรู้จักของประชาชน นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีมานานถึง 2 สมัย ทำให้ได้ฐานเสียงของผู้ประกอบธุรกิจใน จ.ชลบุรี เข้ามาสนับสนุน และนั่นคือ ชัยชนะที่ถล่มทลายจากตัวเลขรวม 167,375 คะแนน ขณะที่ผู้สมัครที่มีคะแนนไล่หลังมาเป็นอันดับ 2 พล.ร.อ.สมภพ ภูริเดช คะแนนอยู่ที่ 49,866 คะแนน

 ส่วนที่ สมุทรสาคร มีผู้สมัครเลือกตั้งรวม 4 คน นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล เจ้าของธุรกิจโรงงานผลิตเหล็กเส้นในย่าน ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน อดีต ส.ว.ปี 2549 มาเป็นอันดับหนึ่ง ที่ 68,094 คะแนน ส่วนอันดับ 2 นายประดิษฐ์ สุโชคชัยกุล เจ้าของโรงงานผลิตพลาสติก อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติฯ จังหวัด ซึ่งมีกลุ่มคหบดีในพื้นที่สนับสนุน คะแนนที่ได้รับเลือกเข้ามาอยู่ที่ 44,136 คะแนน

 นนทบุรี มีผู้สมัคร ส.ว. รวม 7 คน ตัวเก็งที่จับตามองมาตั้งแต่ช่วงแรกของการสมัคร คือ นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีตรองผู้ว่าฯ นนทบุรี ที่ไปเกษียณอายุตำแหน่งราชการในฐานะผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ ก่อนจะกลับมาลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ว.นนทบุรี เมื่อปี 49 และได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็น ส.ว.อันดับหนึ่ง ด้วยคะแนนเสียงกว่า 6 หมื่นคะแนน กระทั่งเลือกตั้งปี 51 คะแนนนายดิเรกขยับขึ้นไปอยู่ที่ 195,830 คะแนน ขณะที่คะแนนของผู้สมัครที่มาเป็นอันดับ 2 คือ นายกิตติชัย ปฏิภาณประเสริฐ อยู่ที่ 27,059 คะแนน

 อย่างไรก็ตาม ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นกับอดีต ส.ว.ปี 49 ที่ต้องบึนทึกไว้ ก็คือ ที่ อ่างทอง นายสุรพร สุรณารักษ์ นักธุรกิจ อดีต ส.ว.ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเคยมีคะแนนตุนเอาไว้ที่ 3 หมื่นคะแนน เมื่อปี 49 แต่เลือกตั้งปี 51 คะแนนที่ได้รับการสนับสนุนมาเป็นอันดับสาม 1.7 หมื่นคะแนนเศษ ขณะที่ผู้สมัครที่มีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 คือ พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ อดีตรอง ผบ.ตร. 47,628 คะแนน อันดับ 2 ได้แก่ นายธีระยุทธ รสโอชา อดีต ส.อบจ.อ่างทอง 4 สมัย ที่มีคะแนนรวมอยู่ที่ 38,349 คะแนน   

 เหล่านี้คือบทสรุปที่เกิดขึ้นกับการเลือกตั้งครั้งนี้

เครือข่ายการเมืองยังฮุบ ส.ว.อีสาน 

     ไม่เหนือความคาดหมาย สำหรับหน้าตาของ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งใน 19 จังหวัดภาคอีสาน ที่ส่วนใหญ่แนบแน่นกับเครือข่ายการเมืองซีกพลังประชาชน ที่การเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 23 ธันวาคม 2550 แบบถล่มทลาย จนกลายเป็นความต่อเนื่องของการจัดระบบการหาคะแนน เชื่อมโยงจากการเลือกตั้ง ส.ส.มาถึง ส.ว. ยังลามถึงการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่ถือเป็น "ขุมเงิน" ขนาดใหญ่

 วาระของนายก อบจ. และสมาชิกสภา อบจ. ส่วนใหญ่จะหมดวาระในวันที่ 13 มีนาคม 2551 แต่มีบางจังหวัดที่นายก อบจ.ลาออกก่อนหมดวาระช่วงการเลือกตั้ง ส.ส.เพื่อชิงความได้เปรียบ ที่กันไม่ให้ผู้สมัคร ส.ส.สอบตก มีโอกาสมาลงสมัครแข่ง แต่วาระ ส.อบจ.ยังคงตามเดิม ทำให้เครือข่ายการเมืองท้องถิ่นในส่วนของ ส.อบจ.กลายเป็น ว่าที่นายก อบจ. ส.ส. และ ส.ว. ในพื้นที่ภาคอีสานโดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มก้อนเดียว

  จ.กาฬสินธุ์ นายสิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล นักธุรกิจ เจ้าของกิจการตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ กรรมการหอการค้าไทย และรองประธานกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถือเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง ส.ว.ที่ไม่แอบอิงกับกลุ่มการเมืองในพื้นที่ชัดเจน แต่มาจากการโปรโมทที่เหนือคู่แข่ง การลงพื้นที่ต่อเนื่อง และมีส่วนเสริมอย่างมากคือหน้าตาที่เหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จนชาวบ้านเรียก "ทักษิณ 2" ทำให้เขาชนะการเลือกตั้งขาดลอย

 จ.ขอนแก่น นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ พี่ชายนายประสม ประคุณสุขใจ นักธุรกิจค้าเครื่องเขียนแบบเรียนรายใหญ่ อดีต ส.ส.และผู้สนับสนุนคนสำคัญของนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุตสาหกรรม ชนะการเลือกตั้ง ส.ว.ตามคาด และชัดเจนว่าการหาเสียง หาคะแนนของนายประเสริฐ โดยการจัดการของนายประสม มีการส่งผ่านสมาชิกสภาจังหวัด และผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งเครือข่ายครูในพื้นที่ ที่มีส่วนสัมพันธ์กับธุรกิจค้าเครื่องเขียนแบบเรียน ซึ่งสามารถชี้ได้ว่าที่มาที่ไปของนายประเสริฐ ก็ถือเป็นหนึ่งในเครือข่ายของนายสุวิทย์ คุณกิตติ อย่างปฏิเสธไม่ได้  

  จ.บุรีรัมย์ นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง ที่ไต่เต้าจากปลัดอำเภอ และนายอำเภออยู่หลายอำเภอ จนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์  ถือเป็นคนใกล้ชิดกับ "ชัย ชิดชอบ" เคยเกื้อหนุนกันมายาวนาน และเคยชนะการเลือกตั้งเป็น ส.ว.ที่คะแนนเสียงมากที่สุดก่อนการรัฐประหาร ฐานเสียงทั้ง ส.ส.ที่กวาดที่นั่งเกือบทั้งจังหวัดของพรรคพลังประชาชน และยังส่ง "กรุณา ชิดชอบ" ภรรยานายเนวิน ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ.บุรีรัมย์ ชัยชนะครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย

 จ.ยโสธร พ.ต.อ.วินิต บุญสูง อดีตรอง ผบก.ภ.จว.นครพนม ที่ชนะการเลือกตั้ง ส.ว. แรงหนุนหลักมาจากเครือข่าย ส.ส.พรรคพลังประชาชน ในซีกของ "สุชาติ ตันเจริญ" งานนี้ นายสถิรพร นาคสุข" นายก อบจ.ที่ถือเป็นสายตรงนายสุชาติ ออกแรงเต็มที่ ส่วนที่ จ.สกลนคร ส.ต.ท.วีระ ชูสถาน ที่ชนะการเลือกตั้ง ส.ว. ถือเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่ได้รับการหนุนช่วยจากฐานเสียง ในส่วนของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอย่างมาก ในฐานะที่เขาเคยเป็นรองนายก อบจ.สกลนคร

 นางจุรีลักษณ์ รัตนประทีปพร ที่สามีคือ นายสามารถ รัตนประทีปพร สอบตกจากการเลือกตั้ง ส.ส.พรรคมัชฌิมาธิปไตย เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ถือเป็นอีกคนหนึ่งที่สนิทกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ผู้มีบทบาทในพรรคมัชฌิมาธิปไตย เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.ขจร สัยวัตร์ ที่ชนะการเลือกตั้ง ส.ว.หนองคาย คนสนิทของ "พินิจ จารุสมบัติ" ที่ได้รับแรงหนุนจากสมาชิกสภา อบจ. และ อบต.ในพื้นที่

 นายบวรศักดิ์ คณาเสน  อดีต ส.อบจ. 2 สมัย จ.อำนาจเจริญ เป็นน้องชายนายชาญณรงค์ คณาเสน พี่เขยนายวิเชียร อุดมศักดิ์ ส.ส.อำนาจเจริญ พรรคพลังประชาชน ที่ทั้ง ส.อบจ.ในพื้นที่ และเครือข่ายพรรคพลังประชาชนสนับสนุน จนชนะการเลือกตั้ง ส.ว.อำนาจเจริญ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะจัดเข้ากลุ่มเครือข่ายพลังประชาชนด้วยเช่นกัน

   ขณะที่นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ อดีต ส.ว.เมื่อปี 2549 เป็นหลานของอดีต ส.ว.กรองกาญจน์ วีสมหมาย ที่พึ่งฐานเสียงของ "วีสมหมาย" และมีเครือข่าย ส.ส.ในพื้นที่จาก "กรองกาญจน์" อดีต ส.ว.และจาก ส.ส.บางคนในจังหวัดที่ให้แรงใจสนับสนุนอยู่ จนชนะการเลือกตั้ง ส.ว.ศรีสะเกษ

 ว่าที่ ส.ว.ภาคอีสานส่วนใหญ่ล้วนแอบอิงกับกลุ่มการเมือง ที่ขณะนี้เข้าสังกัดขั้วฝ่ายรัฐบาล และยังต่อโยงเชื่อมกับการเมืองท้องถิ่นในเวทีองค์การบริหารส่วนจังหวัด จึงมีข้อน่าสังเกตว่า แม้อำนาจ ส.ว.จะไม่สามารถที่จะมีงบประมาณในการบริหาร ที่จะมี "ส่วนต่าง" แต่เป้าหมายของหลายคน หลายกลุ่มที่สู้ในเวทีนี้ โดยเชื่อมกับเกมการยึด อบจ. ที่เป็น "ของแถม" เพราะช่วงการหาเสียง ส.ว.คาบเกี่ยวกับการหาเสียงนายก อบจ. และ ส.อบจ. ที่ต่างคนต่างโหนกันไป และที่สำคัญ อบจ.เป็นแหล่งงบประมาณก้อนใหญ่ ที่หากใครได้กุมอำนาจ นั่นก็หมายถึง "ขุมทรัพย์" ที่สามารถเอาไปทำอะไรได้อีกเยอะ

 จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้สมัคร ส.ว.บางคนหาเสียงหมดหลายสิบล้าน เพราะมองเห็นงบประมาณก้อนโต ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดจะต้องจัดการให้คนของตัวเองเข้าไปดูแลให้ได้

   หากได้กุมงบประมาณก้อนโตก้อนนี้ ก็หมายความว่ามี "กระสุน" ที่เอาไปทำอะไรได้อีกเยอะ

ภาคเหนือ

2 ตระกูลดังพ่ายเลือกตั้ง ส.ว.

รูดม่านศึกเลือกตั้ง ส.ว. เป็นที่เรียบร้อย ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบเหงา พื้นที่ภาคเหนือ บรรดา ส.ว.ส่วนใหญ่เป็นไปตามคาดการณ์ มีทั้งร่างทรง และเครือญาตินักการเมือง ขณะที่บางจังหวัดพลิกโผ ตระกูลดังพ่ายแพ้

 เริ่มที่ตระกูล "เอื้ออภิญญกุล-พนมขวัญ"

 ว่ากันว่า ก่อนเลือกตั้ง "อนุวัธ วงศ์วรรณ" นาย อบจ.แพร่ มีสัญญาใจจะสนับสนุน "ขวัญชัย พนมขวัญ" อดีต ส.อบจ.แพร่ ลงชิงเก้าอี้สภาสูง แลกกับไม่ลงสมัครนายกอบจ. แต่สุดท้ายตระกูลเอื้ออภิญญกุล กลับส่ง "องอาจ เอื้ออภิญญกุล" พี่ชาย ส.ส.วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ลงชิง

 ก่อนหย่อนบัตร เซียนการเมืองเชื่อว่า "องอาจ เอื้ออภิญญกุล" เข้าป้ายชัวร์ แต่สุดท้าย "ขวัญชัย พนมขวัญ" กลับแซงเข้าป้ายชนิดหักปากกาเซียน 

 เช่นเดียวกับ จ.แม่ฮ่องสอน ก่อนเลือกตั้งถือเป็นมวยคนละชั้น หลายฝ่ายเชื่อ "อนันต์ วันไชยธนวงศ์" นอนมา สุดท้ายกลับถูก "บุญส่ง โควาวิสารัช" ทนายความ ชนะอย่างเฉียดฉิว ส่วนหนึ่งเชื่อว่าชาวบ้านมองว่าตระกูล "วันไชยธนวงศ์" มี "อัครเดช" ลูกพี่ลูกน้องนั่งเก้าอี้นายก อบจ. และ "อดุลย์" พี่ชายเป็น ส.ส.จึงอยากเปิดทางให้คนอื่นบ้าง

 ส่วน จ.เชียงใหม่ "ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร" หรือทนายก้อง ถือเป็นม้ามืดที่ทิ้งห่างตัวเต็ง "สราวุฒิ แซ่เตี๋ยว" ผอ.หนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์ "สวัสดิ์ ศรีสุวรรณดี" อดีตผู้ว่าฯ หลายจังหวัด สาเหตุหลักมาจากมือที่มองไม่เห็นของนายหญิงผู้มากบารมี

 ที่พลิกล็อกและฮือฮา ไม่แพ้กันคือที่ จ.น่าน "อนนต์ ตันตระกูล" พลิกพ่ายให้แก่ "โสภณ ศรีมาเหล็ก" ทั้งที่มีสายสัมพันธ์โยงใยกับพรรคพลังประชาชนมาอย่างยาวนาน 

 ข่าวเบื้องลึกระบุว่าผู้มีอำนาจในจังหวัดสั่งให้ข้าราชการเทคะแนนช่วย "โสภณ" ส่งผลให้เจ้าตัวชนะอย่างเฉียดฉิว 1,758 คะแนน

 ขณะที่จังหวัดอื่นเป็นไปตามคาดอาทิ จ.กำแพงเพชร นายกฤช อาทิตย์แก้ว จ.เชียงราย นางจิราวรรณ จงสุทธนามณี วัฒนศิริธร น้องสาวนายวันชัย จงสุทธนามณี อดีตนายกเทศมนตรีนครเชียงราย จ.พิษณุโลก น.ส.พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ น้องสาวนายจุติก ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ จ.อุตรดิตถ์ นางนฤมล ศิริวัฒน์ ภรรยานายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ อดีต ส.ส.อุตรดิตถ์ 5 สมัย

ภาคใต้ 

อิงฐานเสียงการเมืองท้องถิ่น

 โฉมหน้าสมาชิกวุฒิสภาภาคใต้ 14 จังหวัด หากดูจากเบื้องหลังความสำเร็จ จะเห็นได้ว่า ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งส่วนใหญ่ ยังอิงอยู่กับการเมือง โดยเฉพาะการเมืองท้องถิ่น ที่เชื่อมโยงกับการเมืองระดับชาติ ซึ่งการเลือกตั้ง ส.ว.ครั้งนี้ นักการเมืองระดับชาติไม่สามารถแสดงตัวได้ว่า ใครเป็นผู้สนับสนุนใคร 

          อย่างพื้นที่ ภาคใต้ตอนบน ตั้งแต่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี พังงา ตรัง ชัดเจนว่า คะแนนเสียงส่วนใหญ่มาจากฐานการเมืองของพรรคการเมือง ผ่านทางผู้สมัครลงสนามเลือกตั้งระดับท้องถิ่น

 ในขณะที่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะสามจังหวัด ก็ชัดเจนเช่นกัน รายชื่อ ส.ว.ที่ได้รับเลือกก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าใช้ฐานเสียงการเมืองท้องถิ่น อย่างเช่น จ.ปัตตานี และยะลา ที่มีฐานคะแนนของการเมืองท้องถิ่น คือ อบจ.สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

 ทำให้รายชื่อของ ส.ว.จาก จ.ปัตตานี และยะลา จึงมีภาพของกลุ่มการเมืองในท้องถิ่นที่จะต้องสร้างฐาน เพื่อเกื้อหนุนการเมืองระดับชาติในวันนี้

 อย่างไรก็ตาม ใช่ว่า ส.ว.ภาคใต้ จะไร้กลุ่มคนที่ไม่มีภาพการเมืองติดอยู่ข้างหลัง มีอยู่หลายจังหวัดที่ได้ ส.ว.ที่ห่างไกลจากการเมือง เช่น จ.ภูเก็ต เป็นนักธุรกิจ จ.พัทลุง ที่เป็นอดีตข้าราชการ รวมถึง จ.สงขลา อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสงขลา และ จ.ระนอง นครศรีธรรมราช ที่เป็นนักเคลื่อนไหวในองค์กรเอกชน หรือเอ็นจีโอ

 ส่วนตัวแทนกลุ่มศาสนาก็มีเช่นกัน โดยเฉพาะที่ จ.กระบี่ และ จ.สตูล ที่มีฐานเสียงจากโรงเรียน คณะกรรมการอิสลามกลางประจำจังหวัดเป็นฐานเสียงหลัก 

 ดังนั้น โฉมหน้าของ ส.ว.ใหม่ ที่ประชาชนเพิ่งเลือกกันเข้ามาแบบสดๆ ร้อนๆ จึงเชื่อได้ว่าส่วนใหญ่จะต้องใช้ฐานเสียงการเมือง หรือ ส.ส.ในพื้นที่ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน