*/
  • คมชัดลึก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 1057
  • จำนวนผู้ชม : 2281042
  • จำนวนผู้โหวต : 865
  • ส่ง msg :
  • โหวต 865 คน
<< สิงหาคม 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 24 สิงหาคม 2555
Posted by คมชัดลึก , ผู้อ่าน : 1334 , 18:07:50 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



            "ข้อเท็จจริงบางอย่างเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรม แต่เมื่อเข้าสู่เวลาหนึ่งกลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ผมคิดว่าถ้าบ้านเมืองเป็นแบบนี้ เวลาผ่านมาแค่ไม่กี่เดือนแต่ข้อเท็จจริงบางอย่างถูกบิดเบือน เราจะเขียนประวัติศาสตร์ในหลายๆ ปีได้อย่างไร"
 
              ถ้อยแถลงเปิดใจจากปากของ "ถวิล เปลี่ยนศรี" ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) และในฐานะอดีตเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่กล่าวถึงเหตุการณ์การชุมนุม เมื่อปี 2553
 
              จากผลของการชุมนุมในครั้งนั้นเป็นที่มาของการสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตจากการชุมนุม จำนวน 91 ศพ แม้เวลาจะล่วงเลยมานับปี แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปสำนวนได้
 
              ที่สำคัญเมื่อ "อำนาจ" เปลี่ยนมือ จึงส่งผลต่อ "สำนวน" ที่ถูกมองว่ามีการ "บิดเบือนข้อเท็จจริง" และมีการตัดตอนเหตุการณ์บางช่วงเพื่อเป้าประสงค์บางประการ
 
              โดยเฉพาะล่าสุดทีมสอบสวนชุดของ "พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข" รองอธิบดีดีเอสไอ ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบคดี ออกมาเปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า เตรียมเรียกพลแม่นปืนมาสอบปากคำ ทำให้ "กองทัพ" ไม่พอใจต่อการออกมาให้ข้อมูลดังกล่าว ทั้งที่คดียังไม่ถึงที่สุด ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของกองทัพ
 
              เพราะการให้ข้อมูลดังกล่าวของพนักงานสอบสวนอาจทำให้ประชาชนหรือสังคมที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงเข้าใจผิดเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน
 
              การที่ "ถวิล" ในฐานะเลขานุการ ศอฉ. ขณะนั้น ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในครั้งนี้ เพราะต้องการจะกระตุกเตือนทีมสอบสวน อย่าตีปลาหน้าไซ ทำให้สังคมเข้าใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานแบบผิดๆ และการเสียชีวิตของประชาชน 91 คน ไม่ใช่เสียชีวิตในวันที่เจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะสมกันมา
 
              ที่สำคัญเหตุการณ์ครั้งนั้น "ถวิล" ได้อธิบายว่า เจ้าหน้าที่ออกมาเพื่อความสงบเรียบร้อย ออกมาระงับเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดจากการชุมนุมประท้วงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะศาลแพ่งได้มีคำวินิจฉัยออกมาชัดเจนแล้วว่า เป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถดำเนินตามกฎหมายได้ ตามหลักสากล หากเจ้าหน้าที่ไม่ออกมาน่าจะเป็นเรื่องแปลกมากกว่า ดังนั้น เจ้าหน้าที่ควรได้รับการยกย่องสรรเสริญมากกว่าถูกก่นด่าว่าฆ่าประชาชน
 
              การแถลงข่าวของ "ถวิล" ครั้งนี้ยังยืนยันว่า มีชายชุดดำจริง ซึ่งมีการจับกุมดำเนินคดีและได้มีการประกันตัวออกไป มีการใช้อาวุธและยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ และการทำงานในศอฉ.ทำในรูปคณะกรรมการ มีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง มีปลัดกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ร่วมเป็นกรรมการ โดยมี "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เป็นกรรมการศอฉ. ร่วมประชุมตลอดทั้งเช้า กลางวัน และเย็น
 
              นั่นหมายความว่า หากสรุปผลสอบสวนที่ส่งผลกระทบกับ ศอฉ. และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในเหตุการณ์ครั้งนั้น นั่นหมายถึงต้องมี "ธาริต" รวมอยู่ด้วย !
 
              แต่จากการติดตามความคืบหน้าการสอบสวนของพนักงานชุดปัจจุบันไม่เคยพูดถึงเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 ที่มีกองกำลัง 2 ชุด จากโรงแรมโกลเด้นฮอส ใกล้กับถนนราชดำเนิน และกองกำลังอีกหนึ่งชุดที่มากับรถตู้ โจมตีเจ้าหน้าที่ทหารจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
 
              เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ตัดสินใจแถลงข่าวให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธจริงในการเข้าสลายการชุมนุม
 
              ในเมื่อการชุมนุมมีคนร้ายแฝงตัวแล้วใช้อาวุธจริงยิงใส่เจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รัฐบาลก็คงไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ถูกกระทำเพียงฝ่ายเดียว
 
              แต่ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ "ถูกตัดตอน" ไม่มีการพูดถึง จะเอ่ยถึงเฉพาะเหตุการณ์กระชับพื้นที่ถนนราชประสงค์ และสรุปยอดของผู้เสียชีวิตเท่านั้น
 
              การปรับเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนคดีดูเหมือนพยายามจะสรุปผลให้ได้ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะคนในรัฐบาลส่วนใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นแกนนำคนเสื้อแดง และผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยหลายคน รวมถึง "ทักษิณ ชินวัตร" ก็ถูกตั้งข้อหาผู้ก่อการร้าย และผู้ให้การสนับสนุน มีโทษร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต หากผิดจริงบั้นปลายของชีวิตคือ "ติดคุก" หรือไม่ก็ "หนีคดี"
 
              การบิดเบือนข้อมูลทั้งหมดจึงเป็นเรื่องยาก อย่าลืมว่าข้อมูลการสอบสวนเหตุการณ์การชุมนุม ปี 2553 มีอยู่ 4 ชุด 1.กองทัพ 2.สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการ ศอฉ. 3.สมช. และ 4.ดีเอสไอ
 
              การออกมาแถลงข่าวของ "ถวิล" ครั้งนี้อย่างน้อยก็ชี้ให้สังคมเห็นสิ่งที่กำลังถูกบิดเบือนและเป็นการเบรกเกมกระบวนการยุติธรรมนอกศาล !
 
              หลายคนเป็นห่วง "ถวิล" หลังจากออกมาแถลงข่าวในครั้งนี้ เพราะมีตำแหน่งเป็น "ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี"
 
              แต่ดูจากพฤติการณ์ของ "ถวิล" ที่ผ่านมา คิดว่าตำแหน่ง "ที่ปรึกษาแต่ไม่ปรึกษา" แล้วจะให้ไปกลัวอะไร ?

 

 

........

(หมายเหตุ : ข้อเท็จจริงจาก "ถวิล เปลี่ยนศรี" ฝากถึง "เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ" : ขยายปมร้อน โดย ... สมถวิล เทพสวัสดิ์ http://www.komchadluek.net/detail/20120824/138409/ถวิลฝากDSIอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง.html)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน