*/
  • คมชัดลึก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 1057
  • จำนวนผู้ชม : 2281041
  • จำนวนผู้โหวต : 865
  • ส่ง msg :
  • โหวต 865 คน
<< สิงหาคม 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม 2555
Posted by คมชัดลึก , ผู้อ่าน : 2091 , 16:03:35 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



              หากจะกล่าวว่าคำสั่งย้าย "ฟ้าผ่า" ของ "พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต" รมว.กลาโหม ที่ลงนามให้ "พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์" ปลัดกระทรวงกลาโหม ไปช่วยราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เป็นการเปิดฉากความขัดแย้งระหว่าง "กองทัพ" กับ "ฝ่ายการเมือง" ก็ดูไม่ผิดจากความเป็นจริงนัก
 
              เพราะคำสั่งเด้ง "พล.อ.เสถียร" และพวกรวม 3 คน ครั้งนี้ มีต้นเหตุมาจากความเห็นขัดแย้งเรื่องโผโยกย้ายในกองทัพ !
 
              ขณะที่ "พล.อ.เสถียร" ในฐานะ "ปลัดกระทรวงกลาโหม" มองว่า "ฝ่ายการเมือง" กำลังใช้อำนาจในฐานะ "รมว.กลาโหม" เกินขอบเขตที่ควรจะเป็น ส่วน "พล.อ.อ.สุกำพล" ในฐานะ "รมว.กลาโหม" อาจมองต่างโดยเห็นว่าสามารถกระทำได้ เพราะตนเอง "มีอำนาจ"
 
              จุดเริ่มจากความเห็นขัดแย้งเรื่องการแต่งตั้ง "ปลัดกระทรวงกลาโหม" ขณะที่ฝ่ายข้าราชการยึดหลัก "อาวุโส" ลำดับชั้นตามไลน์ แต่ "ฝ่ายการเมือง" เห็นต่างต้องการนำอีกคนมานั่งแทนที่
 
              จนทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า วัตถุประสงค์ใหญ่ของฝ่ายการเมืองที่ต้องการ "วางคน" ที่ตนเองไว้ใจไปนั่งในตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงกลาโหม" เพราะเกี่ยวโยงกับ "คะแนนเสียง" ใน "สภากลาโหม" ที่เป็นกติกาตราอยู่ใน "พ.ร.บ.กระทรวงกลาโหม" ที่ขณะนี้ "ฝ่ายการเมือง" เสียเปรียบ "ฝ่ายกองทัพ" เพราะเมื่อโหวตจำนวนเสียงในบอร์ดกลาโหมของฝ่ายการเมืองมีน้อยกว่า
 
              เนื่องจาก "บอร์ดกลาโหม" ซึ่งประกอบไปด้วย 4 ผู้บัญชาการเหล่าทัพ, ปลัดกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้อำนาจรัฐมนตรีตัดสิน
 
              การโยกย้ายในครั้งนี้ยังไม่มีผลเท่ากับการโยกย้ายกลางปีในเดือนเมษายน "ฝ่ายการเมือง" จึงจำเป็นต้อง "ทลายกำแพง" ของกองทัพเรื่องระเบียบดังกล่าวให้ได้ เพราะการเข้าไปแก้ไขกฎหมาย "พ.ร.บ.กระทรวงกลาโหม" ทำได้ยาก จึงต้องปรับโดยการจัดวางคนของตนเองเข้าไปนั่งแทน
 
              เพราะการโยกย้ายในเดือนเมษายน "ฝ่ายปฏิบัติงาน" เหตุการณ์การชุมนุมเมื่อปี 2553 จะเข้ามาอยู่ในไลน์ที่ต้องโยกย้ายในระดับที่สูงขึ้น
 
              ขณะที่ "กองทัพ" เป็นหน่วยงานเดียวที่ "รัฐบาล" ควบคุมและสั่งการไม่ได้
 
              ดังนั้น การพิจารณาโยกย้ายเมื่อมีการนำคนของตนเองไปไว้ในจุดที่มีอำนาจในการจัดวางตำแหน่งเมื่อถึงเวลาต้องร่วมประชุมพิจารณาตำแหน่งสำคัญกรณีที่คะแนนเท่ากันก็อาจจะหาเหตุอ้างเรื่อง "คำครหา" ของคดีที่ "กรมสอบสวนคดีพิเศษ" (ดีเอสไอ) กำลังสอบสวนจากกรณีการสลายการชุมนุมมาเป็นปมให้อีกฝ่ายถูกตัดสิทธิ เพื่อลดทอนการขึ้นมามีอำนาจของฝ่ายที่ไม่ใช่พวกได้
 
              นี่เป็นอีกมุมที่มีการตั้งข้อสังเกตที่ "ฝ่ายการเมือง" ยอมสะเทือน และเสียภาพลักษณ์เพื่อแลกกับการได้เข้าไปจัดวางคนของตนเองเข้าไปนั่งเป็นบอร์ดกลาโหม
 
              "พล.อ.เสถียร" ที่ผ่านมาถูกมองว่าอยู่ในสายเสื้อแดง ได้ตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงกลาโหม" เพราะแรงหนุนจาก "นายหญิง" จึงถือว่าเป็น "คนกันเอง" กับรัฐบาลชุดนี้
 
              และหากจำกันได้ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าหลังจาก "พล.อ.เสถียร" เกษียณราชการเดือนกันยายนนี้อาจโชคดีได้นั่งเก้าอี้ "รมว.กลาโหม" ด้วยซ้ำ
 
              จึงมีข่าวออกมาว่า "นายใหญ่" ไม่ต้องการทำ "เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่" ถึงสั่งย้าย แต่มีพรายไปกระซิบว่า "พล.อ.เสถียร" ได้ส่งสำเนาบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารแก่ "พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์" องคมนตรี และนำส่งต่อประธานองคมนตรี "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์" เท่านั้นแหละ เห็นคล้อยตามข้อเสนอของ "พรายกระซิบ" ทันที
 
              เหตุการณ์ครั้งนี้จึงถือว่า "ฝ่ายการเมือง" เขย่า "กองทัพ" ให้สะเทือน เพื่อทดสอบเสียงสะท้อนกลับและวัดกระแสจาก "ผู้บัญชาการเหล่าทัพ" เพราะลำพังศัตรูจาก "ฝ่ายการเมือง" เชื่อว่า "รัฐบาล" สามารถ "เอาอยู่" เพราะขณะนี้มีเครื่องไม้เครื่องมืออยู่ครบ
 
              เห็นได้จากกรณีการสอบสวนคดี 91 ศพ ที่เปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนรื้อคดีขึ้นมาทำใหม่เรียกสอบไล่ตั้งแต่ "ฝ่ายการเมือง" และ "ผู้ปฏิบัติงาน"
 
              โดยเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา "ดีเอสไอ" ได้เรียกสอบ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" อดีตนายกรัฐมนตรี และ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)
 
              เวลาประมาณ 7 ชั่วโมงที่สอบปากคำ "อภิสิทธิ์" ขณะที่ "สุเทพ" ใช้เวลาสอบต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันที่ 27 สิงหาคม ถึงเวลา 01.00 น. วันที่ 28 สิงหาคม รวมเวลาที่ "สุเทพ" ใช้ตรวจสอบเอกสาร อ่านทบทวนคำให้การ และลงนามรับรองการให้ถ้อยคำทุกหน้ากว่า 2 ชั่วโมง และเดินทางกลับเวลาประมาณ 04.00 น.วันที่ 28 สิหาคม
 
              เรียกว่า "อ่อนล้า" ทั้งชุดสอบ ผู้ให้ปากคำ และนักข่าวที่รอทำข่าว โดยชุดสอบบอกว่าไม่มีประเด็นใดต้องซักถามเพิ่มเติมจะมีเพิ่มขึ้นมาก็คือ คลิปภาพถ่ายที่ถูกเผยแพร่ในยูทูบ ซึ่งเป็นภาพทหารใช้อาวุธปืนเอ็ม16 และปืนทราโว่ ยิงใส่คนเสื้อแดงในเวลากลางวัน เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่ชุดสอบนำมาให้ "สุเทพ" ดู แต่ "สุเทพ" ปฏิเสธว่า ยังไม่เคยเห็นภาพดังกล่าว และถ้ามีประชาชนถูกทหารยิงจริงก็น่าจะเป็นข่าว เพราะมีสื่อมวลชนทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์คอยรายงานสถานการณ์ตลอดเวลาขณะมีการขอพื้นที่คืน
 
              ส่วนคิวต่อไปที่พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำคือ "ถวิล เปลี่ยนศรี" ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีดีเอสไอ "พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา" อดีตผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะกรรมการศอฉ. รวมทั้ง "พลแม่นปืน"
 
              นาทีนี้รัฐบาลกำลังสร้างความหวาดระแวงให้แก่ "กองทัพ" ส่วนศัตรูทางการเมืองก็เดินหน้า "ไล่บี้" ไม่รู้ว่าเป็นยุทธวิธีของที่ปรึกษาคนไหนให้คำแนะนำ เพราะดูแล้วเหมือนจะพยายามกินรวบทั้ง "กองทัพ" และ "การเมือง" หนักมือไปหรือเปล่า
 
              อย่าลืมคำเตือนที่ว่า "เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง" รู้จักพอเพียงอย่างน้อยก็เหลือมิตรไว้ช่วยงานบ้าง ?

......

(หมายเหตุ : เหลือมิตรไว้ช่วยงานบ้าง? : ขยายปมร้อนโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ http://www.komchadluek.net/detail/20120829/138784/เหลือมิตรไว้ช่วยงานบ้าง.html)

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน