*/
  • คมชัดลึก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 1057
  • จำนวนผู้ชม : 2280791
  • จำนวนผู้โหวต : 865
  • ส่ง msg :
  • โหวต 865 คน
<< กันยายน 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 27 กันยายน 2555
Posted by คมชัดลึก , ผู้อ่าน : 1361 , 18:24:30 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้


 

               หลังเรื่อง "ล้างมลทิน" ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้ว่ามีความผิดในช่วงที่เขาเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2545 และ อ.ก.พ.กระทรวงมหาดไทยลงมติให้ "ไล่ออก" เกิด "แดงขึ้นมา" ทำให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง โดยแบ่งเป็น 2 ฝ่ายหลักๆ คือ ฝ่ายที่เห็นด้วยกับ แนวคิดของกระทรวงมหาดไทย และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย
       
                  มีความพยายามลากดึงกรณีต่างๆ ที่เคยได้รับอานิสงส์จาก พ.ร.บ.ล้างมลทิน มาเทียบเคียงเพื่อสนับสนุนแนวความคิดของตัวเอง
       
                  กรณีแรก คือ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ปี 2526 ที่กระทรวงมหาดไทยนำมาใช้เป็นข้ออ้างในคำสั่ง "ไล่ออก" ยงยุทธ ว่า เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ พ.ร.บ.ล้างมลทิน ส่งผลให้นายยงยุทธไม่ต้องหลุดจากตำแหน่ง ส.ส.และรัฐมนตรี เพราะถือว่าไม่เคยถูกลงโทษ "ไล่ออก" มาก่อน
       
                  อย่างไรก็ตาม เมื่อดูในรายละเอียดดังกล่าวจะมีความแตกต่างกับกรณีของนายยงยุทธ คือ กรณีปี 2526 ก.พ.ได้สอบถามไปยังกฤษฎีกา "กรณีที่ข้าราชการกระทำผิดก่อนหรือในวันที่ 6 เมษายน 2526 และ อ.ก.พ.กระทรวงมีมติก่อนวันที่ พ.ร.บ.ล้างมลทิน ปี 2526 ใช้บังคับ ให้ลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ แต่ผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งลงโทษในภายหลังจากวันที่ พ.ร.บ.ล้างมลทิน ใช้บังคับ...เช่นนี้ ผู้ถูกสั่งลงโทษจะได้รับการล้างมลทินตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวหรือไม่" ซึ่งแตกต่างกับกรณีของนายยงยุทธ ที่ อ.ก.พ.กระทรวง ไม่ได้มีมติก่อน พ.ร.บ.ล้างมลทิน ปี 2550 มีผลใช้บังคับ แต่เพิ่งมีมติเมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา
       
                  กรณีที่ 2 คือกรณีของ ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ที่เคยได้อานิสงส์จาก พ.ร.บ.ล้างมลทินมาก่อน โดยฝ่ายของนายยงยุทธพยายามบอกว่ากรณีของเขาเหมือนกรณีของนายปลอดประสพ ถึงขนาดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระหว่างผู้สื่อข่าวกำลังถามนายยงยุทธเรื่องนี้ นายยงยุทธก็ให้ปลอดประสพ ซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ มาช่วยอธิบาย แต่เนื้อหาการอธิบายของนายปลอดประสพ ดูจะเป็นไปในลักษณะ "คนละเรื่องเดียวกัน" ซะมากกว่า
       
                  และเมื่อดูจากหนังสือของ นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการ ก.พ. ที่ทำถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นกรณีที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้หารือกรณีการล้างมลทินให้นายยงยุทธ และให้เทียบเคียงกับกรณีของนายปลอดประสพ บวกกับข้อมูลจาก "คนใกล้ชิด" นายปลอดประสพ ก็ยิ่งย้ำให้เห็นถึงความต่าง
        หนังสือของเลขาธิการ ก.พ. ระบุชัดเจนว่ากรณีของนายปลอดประสพ นั้นเป็นไปตามมาตรา 6 ของ พ.ร.บ.ล้างมลทิน (ส่วนกรณีของนายยงยุทธ เป็นไปตามมาตรา 5) โดยเนื้อหาสำคัญคือ กรณีผู้ถูกดําเนินการทางวินัย ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้สั่งยุติเรื่องหรืองดโทษก่อนหรือในวันที่ พ.ร.บ.ล้างมลทิน มีผลให้ผู้นั้นไม่ต้องถูกพิจารณาเพิ่มโทษหรือถูกดำเนินการทางวินัยในกรณีนั้นๆ อีก
       
                  ทั้งนี้ ปลอดประสพ ถูกตั้งกรรมการสอบทางวินัยกรณีอนุญาตให้ส่งออกเสือโคร่ง 100 ตัว ของบริษัทสวนเสือศรีราชา ไปประเทศจีน ในช่วงที่เป็นอธิบดีกรมป่าไม้ แต่สุดท้ายคณะกรรมการสรุปว่านายปลอดประสพไม่ผิดและต่อมา "ทักษิณ ชินวัตร" ในฐานะนายกรัฐมนตรีขณะนั้น ได้มีคำสั่งให้ยุติเรื่อง
       
                  แต่หลังจากนั้นป.ป.ช.ได้ลงมติเมื่อ 9 สิงหาคม 2550 ว่า ปลอดประสพ ผิดวินัยร้ายแรง และอ.ก.พ.สำนักนายกฯ ได้มีมติเมื่อ 13 ธันวาคม 2550 ให้ไล่ออก และวันที่ 15 ธันวาคม ปีเดียวกัน นายกฯ สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ลงนามในคำสั่งไล่ออก แต่เพราะเข้าเงื่อนไขมาตรา 6 ตอนหลังจึงมีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไปโดยคำสั่งของนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
       
                  กรณีที่ 3 คือกรณีของ พล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูติ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และพ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศและติดตามประเมินผล กรณีไปตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของสื่อมวลชน เอ็นจีโอ และนักการเมือง 200 คน
       
                  กรณีนี้จะเหมือนกับกรณีของ ปลอดประสพ คือ ได้รับการล้างมลทินตามเงื่อนไข มาตรา 6 โดย พล.ต.ต.พีรพันธุ์ และ พ.ต.อ.สีหนาท ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและคณะกรรมการเห็นว่า ไม่มีความผิด และนายกรัฐมนตรีขณะนั้น คือ "ทักษิณ ชินวัตร" ได้มีคำสั่งให้ยุติเรื่องตั้งแต่ปี 2545
       
                  ต่อมา ป.ป.ช.ได้มีมติเมื่อ 30 เมษายน 2552 ว่า พล.ต.ต.พีรพันธุ์ และพ.ต.อ.สีหนาท ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรง แต่หน่วยงานต้นสังกัดไม่สามารถดำเนินการตามที่ ป.ป.ช.ชี้มูลได้ เนื่องจากบุคคลทั้งสองได้รับผลจาก พ.ร.บ.ล้างมลทิน โดยสำนักงาน ปปง. และกระทรวงยุติธรรมได้ทำเรื่องหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และต่อมาคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นไว้ในเรื่องเสร็จที่ 234/2552 ว่า ผู้บังคับบัญชาย่อมไม่อาจดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่ได้รับการล้างมลทินตาม พ.ร.บ.ล้างมลทินได้ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 6 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว
       
                  ทุกเรื่อง ข้อเท็จจริงแตกต่างจากกรณีของนายยงยุทธ แต่จุดจบจะเหมือนกันหรือไม่ ต้องติดตาม !!!
    
    ................
    
    (หมายเหตุ : ปมล้างมลทิน ข้อเท็จจริงที่แตกต่าง'ยงยุทธ'? : ขยายปมร้อน โดยสมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ http://www.komchadluek.net/detail/20120927/140987/ปมล้างมลทินข้อเท็จจริงที่แตกต่างยงยุทธ.html)


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน