*/
  • คมชัดลึก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 1057
  • จำนวนผู้ชม : 2185380
  • จำนวนผู้โหวต : 864
  • ส่ง msg :
  • โหวต 864 คน
<< ธันวาคม 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม 2557
Posted by คมชัดลึก , ผู้อ่าน : 2470 , 18:22:34 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

               ทิศทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัดมากขึ้น หลังจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ปรับแผนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งระบบ และการเดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา

               น่าสังเกตว่า การเดินทางเยือนมาเลเซียครั้งนี้มีตัวแทนฝ่ายความมั่นคงระดับสูงของไทยไป เยือนมาเลเซียแบบ "เต็มคณะ" ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และ พล.อ.อักษรา เกิดผล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ที่จะมาเป็นหัวหน้าคณะการพูดคุยแทน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการ สมช.

               ขณะที่ทางมาเลเซียได้มอบหมายให้ ดาโต๊ะ สรี อาห์มัด ซัมซามิน ฮาซิม อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติมาเลเซีย ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยสันติสุขเหมือนเดิมโดยการพบปะกัน ของผู้นำประเทศทั้งสองเกิดขึ้นภายหลังที่รัฐบาลไทยได้ทำหนังสือไปยังรัฐบาล มาเลเซียเพื่อขอความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ และได้รับการตอบรับจากมาเลเซียเป็นอย่างดี

               โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ พยายามปรับแผนยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งระบบ โดยเฉพาะการมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) และมี พล.อ.อุดมเดช ในฐานะ ผบ.ทบ. ทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายจากรัฐบาลร่วมกับ 3 ส่วนงานสำคัญที่อยู่ภายใต้ คปต. คือ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ

               ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ และหน่วยงานด้านความมั่นคงหวังที่จะให้การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น "วาระแห่งชาติ" แบบเร่งด่วน แต่ก็ยังติดปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะการพูดคุยกันของกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบในพื้นที่ที่ขณะนี้มี หลายกลุ่มหลายก้อนที่พยายามสถาปนากลุ่มของตัวเองขึ้นมาเพื่อโชว์ศักยภาพว่า มีตัวตนอยู่ในพื้นที่

               แม้ว่าที่ผ่านมาหน่วยงานด้านความมั่นคงจะพยายามบอกว่าสถานการณ์ไฟใต้ไม่ได้ มีการเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายภายนอกประเทศ แต่จริงๆ แล้วเงินที่เข้ามาสนับสนุนส่วนใหญ่เกิดจาก "องค์กรลับ" ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างผลประโยชน์มหาศาลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

               มีรายงานว่า การพูดคุยระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และนายนาจิบ ได้มีการหารือในทุกประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะประเด็นปัญหา "บุคคล 2 สัญชาติ" ที่เป็นตัวแปรสำคัญ และเป็นช่องโหว่ให้กลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบสามารถปฏิบัติการได้สำเร็จ

               ส่วนกลุ่มขบวนการที่ พล.ท.ปราการ ชัยยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 จัดชุดเข้าไปพูดคุยทั้งในประเทศ และต่างประเทศมีจำนวนทั้งสิ้นรวม 14 กลุ่ม โดยมีทั้งกลุ่ม "หน้าใหม่" และ "หน้าเก่า"  โดยเฉพาะกลุ่มของ นายฮัสซัน ตอยิบ ที่ถือว่าเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งยังคงมีบทบาทสำคัญกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ด้วยเช่นกัน

               อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มาเลเซียต้องการความชัดเจนว่ารัฐบาลไทยจะให้ทำหน้าที่เป็นผู้ อำนวยความสะดวกต่อหรือไม่ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ได้ยืนยันว่าจะให้มาเลเซียทำหน้าที่ผู้อำนวยความสะดวกต่อไป

               นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้มีการแนะนำตัว พล.อ.อักษรา พร้อมกับแผนนโยบายในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการทำงานจะมีแผนปฏิบัติการชัดเจน แม้ว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลชุดใหม่ก็เข้ามาทำหน้าที่ต่อได้เลย ซึ่งการพูดคุยสันติสุขจะมีระบบการทำงานที่ค่อนข้างชัดเจนมากกว่ารัฐบาลชุด ที่แล้ว โดยการทำงานจะมีการขับเคลื่อนเชื่อมต่องานด้านเศรษฐกิจ และงานด้านการศึกษา เบื้องต้นจะมีการแบ่งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 6-7 ชุด เพื่อขับเคลื่อนงานด้านการต่างๆ อาทิ งานด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่, งานด้านสังคม และวัฒนธรรม ประเพณี ฯลฯ ซึ่งจะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จในระยะเวลาอันรวดเร็ว ขณะที่งานด้านบริหารจัดการ และงานด้านต่างประเทศ อาจจะต้องใช้ระยะเวลาสักระยะหนึ่ง

               ด้านโครงสร้างในการพูดคุยเพื่อสันติสุขเบื้องต้นได้มีการแบ่งคณะทำงานออก เป็น 3 ชุด คือ ชุดแรก นำโดย พล.อ.อักษรา โดยชุดดังกล่าวจะไปขับเคลื่อนในการจัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาการทำ งานในด้านต่างๆ ชุดที่สอง คือ ชุดอำนวยการใหญ่ มีเลขาธิการ สมช. และกระทรวงกลาโหม ในการขับเคลื่อนงาน และ ชุดที่สาม คือ กลุ่มงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งกลุ่มเอ็นจีโอ กลุ่มนักวิชาการ ซึ่งกลไกดังกล่าวจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ก่อนที่จะนำมาหารือในที่ประชุมใหญ่เพื่อกำหนดเป็นแนวนโยบายในการขับเคลื่อน ต่อไป

               สำหรับกลุ่มที่จะเข้าไปพูดคุยกลุ่มแรกคือกลุ่มของนายฮัสซัน ตอยิบ ก่อนที่จะขยายไปยังกลุ่มต่างๆ ที่ยังมีอิทธิพลในการก่อเหตุในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ในการหารือระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ นายนาจิบ ไม่ได้พูดถึงประเด็น 5 ข้อที่กลุ่มนายฮัสซันเคยเรียกร้อง แต่ฝ่ายไทยยังคงมีความชัดเจนว่าการพูดคุยสันติสุขจะต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไทยเท่านั้น

               เบื้องต้นจะมีการนัดหารือกันอีกครั้งในช่วงปลายเดือนธันวาคม นี้ หรืออย่างช้าอาจจะเป็นในช่วงกลางเดือนมกราคม 2558 ซึ่งในระหว่างนี้จะให้ พล.อ.อักษรา เกิดผล ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการพูดคุยของฝ่ายไทย ประสานงานกับ นายดาโต๊ะ สรี อาห์มัด ซัมซามิน ฮาซิม อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติมาเลเซีย ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยสันติสุข

               ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า การพูดคุยเพื่อสันติสุขระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มก่อความไม่สงบครั้งนี้มี ความแตกต่างจากการพูดคุยเพื่อสันติภาพในรัฐบาลชุดที่แล้วหลายประการ เช่น หัวหน้าคณะในการพูดคุยที่เดิม พล.ท.ภราดร ในฐานะ "เลขาธิการ สมช." เป็นหัวหน้าคณะ แต่คราวนี้เป็น พล.อ.อักษรา ในฐานะ "ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก" ซึ่งถือว่าทหารมีบทบาทนำเต็มตัว

               ส่วนกลุ่มที่จะพูดคุยด้วยได้มีการพยายามลดบทบาทของ "กลุ่มเดิม" โดยเฉพาะกลุ่ม "บีอาร์เอ็น" ให้ลดน้อยลงไป หลังจากการเจรจารอบที่แล้วบีอาร์เอ็นมีบทบาทอย่างสูง และสร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มอื่นๆ อย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่ม "นักรบรุ่นใหม่" ในพื้นที่ที่ถือว่าตัวเองเป็น "ของจริง" จึงพยายามก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์เพื่อแสดงตัวตน และกดดันเพื่อขอขึ้นโต๊ะเจรจาบ้าง

               ต้องติดตามกันต่อไปว่า การปรับทิศทางการแก้ไขปัญหาภาคใต้ครั้งใหญ่ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะเห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรมแค่ไหนเมื่อเทียบกับรัฐบาลในชุดก่อนๆ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 04/12/2014 เวลา : 10.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เชียร์ให้ มิตรภาพ มาเลย์-ไทย ไปด้วยดี................. ถ้าทำได้,ทั้งมาเลย์+ไทย จะปลอดภัยขึ้นมากๆ เลย.......... เศรษฐกิจ จะก้าวไกล........... และ มาเลย์ คงจะได้ขึ้นแท่น เป็น ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วย............. เชียร์....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน