*/
  • คมชัดลึก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 1057
  • จำนวนผู้ชม : 2185382
  • จำนวนผู้โหวต : 864
  • ส่ง msg :
  • โหวต 864 คน
<< ธันวาคม 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 8 ธันวาคม 2557
Posted by คมชัดลึก , ผู้อ่าน : 2443 , 18:10:05 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน redribbons07 โหวตเรื่องนี้

 
                            ทำงานครบ  4 เดือน สำหรับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายใต้การนำของ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ซึ่ง สนช.เป็นแม่น้ำสายหนึ่งในแม่น้ำ 5 สายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)มีหน้าที่หลักคือ การออกกฎหมาย 
 
                            จนถึงขณะนี้ สนช.ได้ออกกฎหมายมากกว่า 30 ฉบับ ซึ่งถือว่า "เยอะมากๆ" หากเทียบกับเวลาที่ผ่านไป หลายฉบับเป็นกฎหมายที่ค้างมาจากรัฐบาลชุดก่อน แต่อีกหลายฉบับก็เป็นกฎหมายด้านสังคมตามนโยบายของรัฐบาล
 
                            จากนี้ไป สนช.จะต้องพิจารณากฎหมายสำคัญๆ รัฐบาล ที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศไว้ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ กฎหมายภาษีมรดก กฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจ กฎหมายที่เกี่ยวกับการเมือง เป็นต้น ซึ่งกฎหมายเหล่านี้หากเป็นรัฐบาลแบบปกติที่ทุกยุคทุกสมัยไม่สามารถออกได้ เนื่องจากเป็นกฎหมายที่กระทบกับนักการเมืองและนักธุรกิจ นอกจากนี้จะต้องพิจารณาร่างกฎหมายเกี่ยวกับประกาศหรือคำสั่งของ คสช.ที่เป็นปัญหา หรือกรณีที่จำเป็นต้องมีการออกกฎหมายมารองรับเพื่อให้การทำงานนั้นสามารถ เดินไปได้   
 
                            ที่ผ่านมา ถือได้ว่าการทำงานของ สนช.เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในแง่ของฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะสามารถคุมเสียงได้เกือบทั้งหมด เพราะ สนช.ส่วนใหญ่มาจากสายทหาร จนมีเสียงข้อครหาว่า สนช.เป็น "ตรายาง" ของ คสช. 
 
                            แต่ประธานสภาสูง "พรเพชร" ก็ออกตัวลั่นว่า สนช. ไม่ใช่ตรายาง และยังยกให้เป็นมาตรฐานเกรดเอ แถมยังระบุว่า สนช.พิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบ กฎหมายที่ผ่าน สนช. ก็มีการแก้ไขไม่เหมือนร่างเดิมเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน จึงไม่ใช่ตรายางอย่างแน่นอน อีกทั้งกฎหมายที่ผ่านเข้ามาก็ยังไม่มีกฎหมายที่เป็นนโยบายของ คสช.หรือรัฐบาล 
 
                            สอดคล้องกับโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หรือ วิป สนช. "นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์" ที่ออกมาบอกว่า ขณะนี้ สนช.มีหน้าที่หลักคือการออกกฎหมาย จึงเห็นได้ว่า ช่วงเวลาที่ สนช.เข้ามาก็ผ่านกฎหมายได้มากพอสมควร แต่ก็ยอมรับว่ากฎหมายบางฉบับไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจเป็นเพราะมือใหม่ แต่ก็นำกลับมาแก้ไขกันใหม่ โดยนำคนนอกที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยดู ซึ่งต้นเดือนธันวาคมเป็นต้นไป กฎหมายสำคัญตามนโยบายของรัฐบาลในการเป็นเครื่องมือบริหารประเทศก็จะเข้าสู่ การพิจารณา คาดว่าจะมีจำนวนมาก ยืนยันว่าหน้าที่ออกกฎหมาย ทาง สนช.ให้ความสำคัญ
 
                            นพ.เจตน์ ยังบอกอีกว่า เครื่องมืออย่างหนึ่งที่ทำให้การพิจารณากฎหมายเป็นไปได้อย่างราบรื่น นั่นคือ กฎเหล็กที่บังคับให้สมาชิกเข้าร่วมประชุมตามที่ข้อบังคับการประชุมกำหนดไว้ หากเข้าประชุมหรือลงมติไม่ครบก็อาจสิ้นสมาชิกภาพ เนื่องจากมีบทเรียนในสมัย สนช.ปี 2549 ที่การออกกฎหมายมีปัญหาเพราะองค์ประชุมไม่ครบ จึงต้องวางกฎเหล็กไว้ป้องกัน 
 
                            "ยอมรับว่า สนช.บางคนยังมีปัญหาเกี่ยวกับการเข้าร่วมประชุมโดยเฉพาะ สนช.ระดับบิ๊กๆ ทั้งหลาย ทั้งบิ๊กทหาร บิ๊กตำรวจ ข้าราชการระดับสูงทั้งกระทรวง ทั้งสถาบันการศึกษา รวมถึงผู้บริหารเอกชน เพราะยังมีงานประจำต้องทำ จึงต้องบริหารเวลาให้เหมาะสม แบบว่างานหลวงไม่ให้ขาด งานราษฎร์ไม่ให้เสีย" 
 
                            ด้าน นายอนุศาสตร์ สุวรรณมงคล สนช. กล่าวว่า การพิจารณากฎหมายของ สนช.มีความละเอียดรอบคอบ บางฉบับก็มีการแก้ไขเพิ่มใหม่ บางฉบับก็มีการขอขยายเวลาออกไป เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเพิ่มเติม เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ แม้จะมีทหารเป็น สนช.มีภารกิจประจำมากก็ตามแต่ สนช.สายทหารก็สามารถแบ่งเวลาได้ และทุกคนมีความเป็นอิสระในการลงมติคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก ซึ่งไม่ใช่ สนช.จะลงมติเห็นชอบไปทุกเรื่อง อย่างการให้ความเห็นชอบผู้ตรวจการแผ่นดิน สนช.ก็ลงมติไม่เห็นชอบ ถือเป็นครั้งแรกที่ สนช.ไม่เห็นชอบการให้บุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระและจากนี้ไป สนช.ก็จะลงพื้นที่ไปรับความเห็นของประชาชนในประเด็นต่างๆ ทั่วประเทศ การทำงานเช่นนี้เชื่อว่าประชาชนน่าจะพอใจ
 
                            ขณะที่ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือครูหยุย สนช.ผู้มากประสบการณ์เนื่องจากอยู่เวทีนี้มานานเกือบ 13 ปี ได้วิเคราะห์การทำงานของ สนช.ในยุคทหารไว้น่าสนใจว่า ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ สนช.ชุดนี้มีทหารมากกว่าพลเรือน และขาดคนที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านกฎหมาย ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนอย่างหนึ่ง เพราะสิ่งที่ คสช.ต้องการคือให้ สนช.ออกกฎหมาย แต่จุดดีก็คือการมีระเบียบวินัย การเป็นผู้บังคับบัญชา การประสานงานที่รวดเร็ว และการตรงต่อเวลา ซึ่งต้องให้เวลาในการปรับตัว 
 
                            "ถึงวันนี้ สนช.สายทหารเรียนรู้การพิจารณากฎหมายได้ดี มีการทำการบ้านในกฎหมายแต่ละฉบับ เริ่มที่จะขอแปรญัตติในกฎหมายที่ตัวเองถนัด อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่ากฎหมายที่เข้าสู่การพิจารณาหลายฉบับมีปัญหา โดยเฉพาะกฎหมายที่มาจากกฤษฎีกาในระยะหลังมักมีข้อผิดผลาด มีการเอากฎหมายเก่ามาปัดฝุ่นใหม่ บางฉบับต้องยึดโยงกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่แก้ไขในเนื้อหา ส่วนนี้เองทำให้ สนช.ต้องตั้งกระบวนรับมาก" นายวัลลภ ระบุ
 
                            ส่วนการตรวจสอบรัฐบาลในเรื่องของการตั้งกระทู้ถามนั้น ครูหยุย บอกว่า หลังจากที่ตั้งกระทู้ถามเป็นคนแรกกับนายกฯ เรื่องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก็มีกระแสตอบรับดี สนช.หลายคนก็เริ่มที่จะยื่นญัตติ ยื่นกระทู้ถามนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว ถือเป็นสัญญาณที่ดีหลังจาก สนช.เร่งออกกฎหมาย 
 
                            สำหรับกรณีที่นายกฯ บอกว่าให้ สนช.อภิปรายน้อยๆ นั้น ครูหยุย บอกว่า สนช.มีหน้าที่หลักคือการออกฎหมาย การอภิปรายก็อยู่ในสาระ ข้อบังคับ ไม่มีการตีฝีปากหรือมีลีลาอื่นๆ              
 
                            นอกจากการออกกฎหมายแล้ว สนช.ยังต้องทำหน้าที่สำคัญในฐานะวุฒิสภาอีก นั่นคือ หน้าที่การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยมี 2 คดี คือ คดีของ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา เกี่ยวกับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. และอีก 1 คดี คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในเรื่องความไม่โปร่งใสโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งวันที่ 8-9 มกราคม ปีหน้า จะมีการแถลงเปิดสำนวนคดี คาดว่าจะรู้ผลว่าจะมีมติถอดถอนหรือไม่ในปลายเดือนมกราคม 2558 หรือไม่ก็ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ยกเว้นจะมีการ "ยื้อ" ออกไป 
 
                            อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายประเมินตรงกันว่า ไม่น่าจะถอดถอนได้ เพราะคะแนนเสียงถอดถอนนั้นจะได้เสียง 3 ใน 5 คือ 132 เสียงจาก สนช. 220 คน ซึ่งเป็นไปได้ยากมาก ยกเว้นมี "สัญญาณ" จากคนคุมอำนาจในปัจจุบันเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่าเสียงทหารใน สนช.ที่มีกว่า 100  คนจะผนึกรวมกันแน่นไม่แตกแถว บวกกับเสียงของกลุ่ม 40 ส.ว.และกลุ่มที่ตรงข้ามกับขั้วอำนาจเก่าจะจับมือกันเพื่อ "จัดการ" ทั้ง 2 คดีได้
 
                            เมื่อดูการทำงานที่ผ่านมาของ สนช.จึงยังไม่มีอะไรหวือหวา ทุกอย่างทำตามโรดแม็พของ คสช. แต่...การทำงานภายในใช่ว่าจะราบรื่น ภายใน สนช.ก็มีคลื่นใต้น้ำ สายทหารแต่ละรุ่นก็ยังไม่ได้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน เพราะแต่ละรุ่นก็ถือว่ามีดีพอ แม้ว่า คสช.จะส่ง "พล.อ.นพดล อินทปัญญา" ที่ปรึกษา คสช. มาคุมเสียงทหาร ในระยะแรกก็สามารถคอนโทรลเสียงสายทหารได้ แต่มาระยะหลังเสียงของสายทหารเริ่มที่แตกแถว จนมีเสียงบ่นจากนายทหารบางคนใน สนช.ออกมาบ้าง รวมทั้งยังมีกลุ่มอดีต ส.ว.ที่ยังคงมีบทบาทอยู่ ซึ่งบางครั้งก็เป็นเรื่องยากที่จะคุม 
 
                            ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา..เหมือนช่วงทดลองงาน นั่นคือสัญญาณที่ คสช.และรัฐบาลมองข้ามไม่ได้ เพราะหากปล่อยไปย่อมกระทบต่อโรดแม็พของรัฐบาล 
 
                            ดังนั้นเราจึงได้เห็น "เนติบริกร” วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มาติวเข้ม สนช.ถึง 2 ชั่วโมงในการสัมมนาที่ชะอำ โดยตอกย้ำถึงหน้าที่ สนช.ถึง 11 ข้อ พร้อมกับคำคมที่ว่า "ทุกคนลงเรือลำเดียวกันแล้ว เหมือนคำโบราณที่ว่า ลงเรือแป๊ะ ต้องตามใจแป๊ะ ไม่เช่นนั้นจะถูกแป๊ะไล่ลงจากเรือ ก็ต้องตามใจแป๊ะ" ซึ่ง "แป๊ะ” ที่ว่านี้ก็เป็นกัปตันเรือที่ชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.นั่นเอง  
 
                            เท่ากับเป็นบอกทางอ้อมให้ สนช.อย่าแตกแถว !
 
                            เมื่อพิจารณาภาพรวมการทำงานตลอด 4 เดือนที่ผ่านมาถือว่า "เสมอตัว" ทำงานได้อย่างสบายๆ ไม่มีอะไรโดดเด่นเท่าไรนัก แม้ช่วงหลังจะมีเรื่องของการถอดถอนเข้ามา สนช.ก็ถูกจับตามองจากหลายฝ่ายว่า จะเป็น "มือ" เพื่อตัดรากถอนโคนกลุ่มอำนาจเก่าให้หมดสิ้น แต่ สนช.ก็สามารถคุมเกมได้เป็นอย่างดี สามารถลากยาวได้ไปจนถึงต้นปีหน้า   
 
                            ภารกิจจากนี้ไปของ สนช.น่าจะเข้มข้นขึ้นเพราะกฎหมายที่รัฐบาลจะใช้เป็นเครื่องมือบริหารจะทยอย เข้ามาสู่การพิจารณา พร้อมไปกับการยกมือโหวตถอดถอน "สมศักดิ์-นิคม-ยิ่งลักษณ์” หรือไม่ อีกทั้งยังมีเผือกร้อนๆ อย่างกฎหมายนิรโทษกรรม การเสนอประเด็นรัฐธรรมนูญต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ สนช.จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 
 
                            รวมไปถึงบทบาทหน้าที่การตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินกับรัฐบาล "พล.อ.ประยุทธ์" ที่ สนช.จะต้อง "โชว์" ให้ประชาชนได้เห็น ทั้งการตั้งกระทู้ เสนอญัตติ ตรวจสอบรัฐบาลโดยใช้เครื่องมือคณะกรรมาธิการ เพราะนี่เป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของ สนช.ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้บัญญัติไว้ 
 
                            ต้องน่าจับตาว่า แม่น้ำสาย สนช.จะทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญได้ครบหรือไม่ ฤาจะเป็นคนในเรือแป๊ะ ที่ตามใจ “แป๊ะ”เพียงอย่างเดียว!?
 
 
 
 
 
-------------------------
 
 
กฎหมายที่ผ่านสภานิติบัญญัติฯ
 
 
                            สำหรับร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สนช.และประกาศใช้เป็นกฎหมาย สามารถแยกประเภทของกฎหมายได้ คือ
 
                            1.กฎหมายด้านการเกษตร ได้แก่ พ.ร.บ.สถานพยาบาลสัตว์ (ฉบับที่ ) พ.ศ... พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.... ร่างพ.ร.บ.ควบคุมอาหารสัตว์ พ.ศ.... ร่างพ.ร.บ.สวนป่า พ.ศ.... ร่างพ.ร.บ.การประมง พ.ศ... ร่างพ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ... ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ...
 
                            2.กฎหมายด้านการเงิน การคลังและสถาบันการเงิน อาทิ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... (ค้ำประกัน) ร่างพ.ร.บ.ประกันวินาศภัย (ฉบับที่...)พ.ศ. ... ร่างพ.ร.บ.ประกันชีวิต (ฉบับที่...)พ.ศ. ... ร่างพ.ร.บ.กองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ พ.ศ. ... และร่างพ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน (ฉบับที่...)พ.ศ. ...
 
                            3.กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเก็บภาษี อาทิ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่...) พ.ศ. ... (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 63) พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 (ฉบับที่...) พ.ศ. ... พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่...)พ.ศ. ... ร่างพ.ร.บ.ปรับปรุงการจัดเก็บภาษีเงินได้ห้างหุ้นส่วนสามัญและคณะบุคคลที่ ไม่ใช่นิติบุคคล พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่...)พ.ศ. ...(กำหนดหลักเกณฑ์การนำของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลำออกนอกราช อาณาจักรเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยพิธีการ ศุลกากรที่เรียบง่ายและสอดคล้องกัน) พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่...)พ.ศ. ...(ว่าด้วยการอนุวัติการตามความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่ง ข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนบน) เป็นต้น
 
                            4.กฎหมายด้านการคมนาคมและการจราจร อาทิ พ.ร.บ.รถยนต์ (ฉบับที่...)พ.ศ. ... พ.ร.บ.การขนส่งทางบก (ฉบับที่...) พ.ศ. ... พ.ร.บ.การรับขนส่งคนโดยสารทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. ... พ.ร.บ.การรับขนทางอากาศระหว่างประเทศ พ.ศ. ... พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ร.บ.การจราจรทางบก (ฉบับที่...) พ.ศ. ...(การส่งใบสั่งทางไปรษณีย์) เป็นต้น 
 
                            5.กฎหมายด้านความมั่นคงและทางทหาร เช่น พ.ร.บ.การถวายความปลอดภัย พ.ศ. ... พ.ร.บ.กองรักษาดินแดน พ.ศ. ... ร่างพ.ร.บ.กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่...)พ.ศ. ...
 
                            6.กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสัตว์ อาทิ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. ... พ.ร.บ.การค้างาช้าง พ.ศ. ... ร่างพ.ร.บ.สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ...
 
                            7.กฎหมายด้านสังคมและการคุ้มครองสิทธิและการละเมิดลิขสิทธิ์ อาทิ พ.ร.บ.การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. ... พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่...)พ.ศ. ...(การกำหนดความผิดเกี่ยวกับการถ่ายวิดีโอในโรงภาพยนต์) พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่...)พ.ศ. ...(คุ้มครองข้อมูลการบริหารสิทธิ) พ.ร.บ.ความลับทางการค้า (ฉบับที่...)พ.ศ. ... ร่างพ.ร.บ.ความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ พ.ศ. ... ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการ แพทย์ พ.ศ. ... ร่างพ.ร.บ.ทวงถามหนี้ พ.ศ. ... ร่างพ.ร.บ.ประกันสังคม
 
                            8.กฎหมายด้านการยุติธรรม อาทิ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่...)พ.ศ. ... พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่...)พ.ศ. ... (หลักเกณฑ์การจัดคำสั่งทางปกครอง) ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่...)พ.ศ. ... (การดำเนินคดีแบบกลุ่ม) ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่...)พ.ศ. ... (แก้ไขความผิดเกี่ยวกับเพศ)
 
                            9.กฎหมายเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงต่างๆ อาทิ พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่...)พ.ศ. ...(แบ่งส่วนราชการในกระทรวงพาณิชย์ ) พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่...)พ.ศ. ... (จัดตั้งกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ) พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่...)พ.ศ. ... (แบ่งส่วนราชการในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์)
 
 
 
-------------------------
 
(สนช.ลงเรือ 'แป๊ะ' ต้องตามใจ 'แป๊ะ' ? : โดย...ประภาศรี โอสถานนท์ สำนักข่าวเนชั่น)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สว.ขี้บ่น วันที่ : 08/12/2014 เวลา : 21.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanaphan

5 5 5
ถ้าเรือแป๊ะ ออกนอกเส้นทาง หรือส่งครึ่งๆกลางๆ
คนโดยสารคงไม่ลงเดินต่อหรอกนะ...เรือแป๊ะมีโอกาสล่ม ซู๊ง สูง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
redribbons07 วันที่ : 08/12/2014 เวลา : 19.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

การทำงานของสนช.ในสายตาประชาชนถือว่าเสียศูนย์ไปเยอะค่ะ

ไม่แปะเหมือนดังที่คิดไว้ค่ะ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน