*/
  • คมชัดลึก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 1057
  • จำนวนผู้ชม : 2185831
  • จำนวนผู้โหวต : 864
  • ส่ง msg :
  • โหวต 864 คน
<< พฤษภาคม 2015 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2558
Posted by คมชัดลึก , ผู้อ่าน : 5920 , 18:06:13 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


              มองเผินๆ เหตุลอบวางระเบิดป่วนเกือบ 30 จุดกลางเมืองยะลาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา อาจจะเป็นการก่อเหตุของกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบตามธรรมดา แต่แท้จริงแล้วเหตุระเบิดครั้งนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงมิติของปัญหาอื่นๆ ด้วย ทั้งเรื่องของกลุ่มการเมืองในพื้นที่ และภัยแทรกซ้อน โดยเฉพาะเรื่องการ "ค้ามนุษย์" ที่กำลังกวาดล้างกันอย่างหนัก
    
              พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นผู้เปิดประเด็นร้อนระหว่างการลงพื้นที่ จ.ยะลา ว่า พื้นที่ จ.ยะลา โดยเฉพาะเขตเมืองว่างเว้นจากการก่อเหตุมานาน ความมั่นใจในพื้นที่จึงทำให้เกิดช่องว่าง
    
              "ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่โยงใยอยู่ ทั้งเรื่องภัยแทรกซ้อน ยาเสพติด อาชญากรรม จากการละเมิดสิทธิมนุษยชน การค้ามนุษย์ เป็นเรื่องผลประโยชน์ที่ผู้กระทำผิดกฎหมายจ้องที่จะทำ ตลอดจนความแตกต่างในเรื่องอุดมการณ์ที่ยังมีความเชื่อเก่าๆ มีความไม่เข้าใจเกี่ยวกับภัยแทรกซ้อน ปัญหาผลประโยชน์ในพื้นที่
    
              เรื่องการค้ามนุษย์ การเมือง อุดมการณ์ความเชื่อเก่าๆ มีความเกี่ยวพันเกื้อกูลกัน ฉะนั้นใครที่บอกว่าจะช่วยเพราะรักชาติ แต่กลับไปกระทำหรือมีความเกี่ยวพันส่งเสริมให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงมีผู้สนับสนุน เป็นสิ่งที่ไม่ดี ถามว่าแล้วแบบนี้จะรักชาติได้อย่างไร" พล.อ.อุดมเดช กล่าว
    
              ขณะที่การข่าวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเผยว่า กลุ่มที่ก่อเหตุครั้งนี้เรียกตัวเองว่า "กลุ่มยังเติร์ก" ซึ่งเป็น "กลุ่มคนรุ่นใหม่" โดยมี "ขบวนการบีอาร์เอ็น" สั่งการอยู่เบื้องหลัง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ฟันธงว่าเป็นฝีมือของกลุ่มนี้ 100% และยังไม่ได้ตัดประเด็นว่าจะเชื่อมโยงกับกลุ่มค้ามนุษย์หรือไม่
    
              เจ้าหน้าที่ความมั่นคงในพื้นที่รายหนึ่งให้ข้อมูลว่า กลุ่มขบวนการมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี โดยเอาจุดอ่อนของเจ้าหน้าที่รัฐมาปฏิบัติการ แม้ว่าในเขตเมืองที่เป็นเขตเศรษฐกิจจะมีการป้องกันไว้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการตั้งด่านตรวจรถยนต์เข้า-ออกอย่างเป็นระบบ
    
              "การดูแลของเจ้าหน้าที่ในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างเข้มงวดมาก แต่ผู้ก่อเหตุได้ปะปนมากับประชาชนในเมือง โดยที่ไม่ต้องใช้รถยนต์มาก่อเหตุคาร์บอมบ์เหมือนเดิม เพราะที่ผ่านมากล้องวงจรปิดสามารถบันทึกการเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุได้เป็นอย่างดีทำให้แกนนำกลุ่มปรับแผนด้วยการฝึกคนรุ่นใหม่ และให้เข้ามาอยู่ในเมือง”
    
              กลุ่มคนรุ่นใหม่เหล่านี้ได้ถูกส่งมาจาก "นอกพื้นที่" เป็นส่วนใหญ่ โดยเข้ามาเช่าบ้านในพื้นที่ จ.ยะลา เพื่อให้เกิดความชำนาญพื้นที่
    
              ส่วนรูปแบบในการก่อเหตุจะใช้ระเบิดที่มีขนาดเล็กกว่าที่เคยใช้ ซึ่งแต่เดิมต้องใส่ถังแก๊ส หรือถังดับเพลิงแล้วใส่ส่วนผสมของปุ๋ยยูเรีย แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้เป็น "ระเบิดซีโฟร์" ขนาดเล็ก มีการตั้งเวลา ทำให้การตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดทำได้ยาก
    
              กลุ่มขบวนการได้ฝึกคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาทดแทนตลอดเวลา โดยเน้นไปที่กลุ่มเยาวชนอายุ "ไม่เกิน 20 ปี" และมีการทบทวนจุดอ่อนของปฏิบัติการครั้งที่ผ่านมาอยู่ตลอดเพื่อปรับแผนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
    
              "เขาไม่ได้ต้องการวางระเบิดเพื่อให้ได้รับชัยชนะ แต่ต้องการทำให้เกิดความรุนแรงในทุกรูปแบบ เพราะต้องการให้เจ้าหน้าที่เสียเวลามาดูแลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะได้ไม่ต้องหันมาสนใจเครือข่าย หรือยุทธศาสตร์ที่กลุ่มขบวนการเคยปฏิบัติกันมา”
    
              ในส่วนการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นทื่ เจ้าหน้าที่ยังเฝ้าระวังพื้นที่ที่เหลือใน จ.นราธิวาส และ จ.ปัตตานี เบื้องต้นได้กำหนดมาตรการแบ่งเป็น พื้นที่ชั้นใน ชั้นกลาง และชั้นนอก พร้อมกำหนดแผนการปฏิบัติการ 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนปกติ ขั้นตอนเกิดเหตุ และขั้นตอนปฏิบัติหลังเกิดเหตุ
    
              สำหรับพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา ได้กำหนดพื้นที่ชั้นในเป็น "เขตควบคุมความปลอดภัยพิเศษ" (Safety Zone) จำนวน 2 เขต ทั้งนี้ "ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจังหวัด" จะต้องบูรณาการกำลังตามแผนการรักษาความปลอดภัยให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมทั้งเส้นทางทั้งในเขตเมือง และนอกเมือง
    
              ขณะที่ "งานการข่าว" ต้องเน้นการปฏิบัติการ "เชิงรุก" ให้มากขึ้น รวมทั้งนำมาตรการ "การข่าวเชิงลึก" มาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับพื้นที่ เร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว และต้องเพิ่มมาตรการระมัดระวังในทุกมิติ
    
              นอกจากนี้ หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จะต้องทบทวน "แผนปฏิบัติการเผชิญเหตุ" การเพิ่มความระมัดระวังพื้นที่ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปฏิบัติการด้านการข่าว การประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานราชการในพื้นที่ การใช้เครือข่ายภาคประชาชน รวมถึงมาตรการตรวจค้นของจุดตรวจ และด่านตรวจสกัดกั้น
    
              แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดทิ้งประเด็นที่เชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์ "ชาวโรฮิงญา" ที่มีการกวาดล้างครั้งใหญ่ ซึ่งทุกประเด็นมีการเชื่อมโยงกันหมด ไม่ว่าจะเป็นเหตุระเบิดที่ห้างสรรพสินค้า จ.สุราษฎร์ธานี หรือการจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ ก่อนที่จะมาเกิดเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ จ.ยะลา ซึ่งอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ทั้งหมด
    
              เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเชื่อมโยงด้วยว่า "ในอดีตกลุ่มขบวนการภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ เช่น กลุ่มค้ายาเสพติด และน้ำมันเถื่อน มักจ้างให้กลุ่มขบวนการก่อเหตุรุนแรงเพื่อดึงกำลังของเจ้าหน้าที่ให้มาดูแลพื้นที่ที่เกิดเหตุ ซึ่งจะเป็นการเปิดพื้นที่ให้ขบวนการภัยแทรกซ้อนทำผิดกฎหมายได้ง่ายขึ้น"
    
              เมื่อเร็วๆ นี้เจ้าหน้าที่ยังพบหลักฐานจากการตรวจค้นของตำรวจ ซึ่งได้ตรวจค้นบ้านเป้าหมายหลังหนึ่งในเขต อ.เมือง จ.ระนอง ที่พบหลักฐาน "ใบโอนเงิน" ระบุชื่อของนายทหารยศ "พลตรี" รายหนึ่ง โดยในใบโอนเงินมีการเขียนชื่อ และนามสกุล จำนวน 4 ใบ โดยมีใบหนึ่งระบุชื่อยศทางทหารนำหน้า ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบความชัดเจนอยู่
    
              พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีนายทหารเข้าไปพัวพันกับขบวนการค้ามนุษย์ว่า ยังไม่มีการแจ้งมาจากเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ ซึ่งที่ผ่านมากองทัพบกได้มีการปรับย้ายกำลังพลของกองทัพบกตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีการหมุนเวียนตำแหน่ง แต่ไม่ได้เป็นความผิดของทหารที่รับผิดชอบในพื้นที่
    
              พล.อ.อุดมเดช กล่าวอีกว่า จริงๆ แล้ว ก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้ผิดปกติอะไร จุดใดก็ตามที่ผู้บังคับบัญชาในระดับต่างๆ ไม่สามารถดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและกองทัพบกได้จำเป็นจะต้องมีการหมุนเวียนให้ผู้ที่มีความสามารถมากขึ้นมาดูแล เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการทำงานของกองทัพ
    
              "ทั้งนี้ อาจจะไม่ใช่ความผิดโดยตรง แต่อาจจะอยู่ในข่ายเป็นผู้รู้จักมักคุ้น หากอยู่ในพื้นที่ก็จำเป็นต้องมีการหมุนเวียนออกจากพื้นที่ไป" พล.อ.อุดมเดช กล่าว
    
              คดีนี้ต้องติดตามกันต่อไปว่า นายทหารที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยจะมีส่วนเกี่ยวพันจริงหรือไม่ แต่จากข้อมูลของรมช.กลาโหม และผบ.ทบ. รวมทั้งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทำให้เห็นความเชื่อมโยงชัดเจนระหว่างกลุ่มการเมือง กลุ่มผู้เห็นต่าง และกลุ่มขบวนการภัยแทรกซ้อน ซึ่งในที่นี้ก็คือขบวนการค้ามนุษย์ ที่มีส่วนในการโหมไฟใต้ด้วยกันทั้งสิ้น



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน