• หยาดกวี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : bhothikaset@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-08-18
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2001745
  • ส่ง msg :
  • โหวต 644 คน
พระครูเกษมทัศนคุณ (สมชัย เขมทสฺสี)
กาพย์ โคลง กลอน กลอนกลบท คติธรรม สารคดี ฟื้นฟูระบบนิเวศ และพิทักษ์สิ่งแวดล้อม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007
วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2552
Posted by หยาดกวี , ผู้อ่าน : 36231 , 22:44:14 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน หยาดกวี โหวตเรื่องนี้

 

  นักโบราณคดี กรมศิลปากรเคยไปวัดอาคารที่วัดเขาขุนพนม

ไปเทียบกับอาคารวัดโมลีโลก ฝั่งธนบุรี ที่พระเจ้าตากสินทรงสร้าง

ได้ขนาดเท่ากันทุกประการ แม้กระทั่งแถวกระเบื้องมุงหลังคา

 

 

รูปหล่อเนื้อสัมฤทธิ์ ได้มาจากท่านปลัดไสว พรหมขุนทอง

 ด้านหน้ากว้างวัดที่ฐาน ๑.๕ ซ.ม.

 ด้านข้าง ๒ ซ.ม.

สูง จากฐานถึงพระมาลา ๓.๕ ซ.ม.

  

          พระเจ้าตากสินมหาราช                

รักรัก กันไว้เถิด                   อย่าได้เกิด รบแดงเหลือง 

คิดถึง ผู้สร้างเมือง               นามลือเลื่อง ยังได้ยิน      

คนไทย ยังจำนะ                  นั่นคือพระ เจ้าตากสิน      

หลั่งเลือด ทาแผ่นดิน           สร้างเมืองไว้ ให้เราครอง  

เสร็จสิ้น ภารกิจ                  ผันชีวิต หมดมัวหมอง      

ยกเมือง ที่ครอบครอง          ให้เพื่อนพ้อง ปกครองแทน

พระองค์ ทรงเข้าวัด             ปฏิบัติ ห่างไกลแสน        

ห่างไกล จากเมืองแมน        สู่ดินแดน ศรีวิชัย            

อยู่ป่า พรหมคีรี                   นานหลายปี ยังจำไหม     

สร้างวัด แบบไทยไทย          อยู่ในป่า เขาขุนพนม       

ยังมี รอยจารึก                    ได้บันทึก ที่เหมาะสม       

 ชาวบ้าน เขาขุนพนม            ย่อมรู้ดี ที่เป็นมา              

ประวัติ บ่งบอกชัด               พระองค์ตัด กิเลสา         

สวรรคต ในพนา                  หาใช่ว่า ถูกปลงชนม์        

อยากทราบ ประวัติจริง          เรื่องทุกสิ่ง ช่างน่าสน       

เป็นเรื่อง วีรชน                   ถูกปิดบัง ฝังมานาน        

เพราะเหตุ ผลของชาติ         ท่านนักปราชญ์ จึงฝากสาร

ให้ปิด บังมานาน                 ถึงยุคกาล ควรเปิดจริง     

วันนี้ วางพักก่อน                 พักบทกลอน สอนชายหญิง

คอยตาม เรื่องจริงจริง          พระเจ้าตาก ใครซ่อนกล.  

...หยาดกวี...

 

๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๒

 

พระประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ถูกซ่อนเงื่อน ที่ นครศรีธรรมราช

ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชเชื่อมั่นว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

สวรรคตที่เขาขุนพนม  ตามหลักฐานโบราณคดีที่ได้พบ   และยังมีพระอัฏฐิ

ประดิษฐานไว้ในผอบที่นครศรีธรรมราช

สถานที่ตั้ง เขาขุนพนม ตั้งอยู่หมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี

 

จังหวัดนครศรีธรรมราช

ประวัติความเป็นมา

 

ตามประวัติเชื่อกันว่า เขาขุนพนมเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้า

ตากสินมหาราช ภายหลังจากสิ้นรัชกาลของพระองค์ มีผู้สันนิษฐานว่าพระเจ้า

ตากสิน มิได้ทรงถูกประหารชีวิตอย่างที่พงศาวดารได้กล่าวอ้าง แต่ได้ทรงสับ

เปลี่ยนพระองค์กับพระญาติหรือทหารคนสนิท แล้วเสด็จมายังนครศรีธรรมราช

มีการเตรียมการโดยมีการสร้างป้อมปราการทำเชิงเทินป้อมวงกลมตามชะง่อน

ผาเพื่อให้พระเจ้าตากสินได้ประทับเมื่อทรงผนวชเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน ที่

วัดเขาขุนพนมจนเสด็จสวรรคต  แต่บางกระแสกล่าวว่าเขาขุนพนมสร้างโดย

พระยาตรังภูมาภิบาลเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช สำหรับพักตากอากาศที่เขาขุน

พนมจึงมีการสร้างป้อมปราการคอยป้องกันอย่างแน่นหนา

ความสำคัญต่อชุมชน

 

ชาวเขาขุนพนมมีความเชื่อเรื่องพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จมาประทับ

ที่เขาขุนพนม จึงได้ร่วมมือกันสร้างพระตำหนักสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

บริเวณชะง่อนหินเชิงเขาซึ่งเป็นบริเวณที่เชื่อว่าพระองค์ประทับขณะผนวชอยู่

ประชาชนที่ยังระลึกถึงวีรกรรมและความกล้าหาญในการกู้เอกราชชาติไทยใน

สมัยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ได้ร่วมกันสร้างพระบรมสาทิสลักษณ์ทั้งในเพศ

บรรชิต และชุดฉลองพระองค์นักรบ แล้วอัญเชิญมาไว้ในศาลให้ผู้คนที่ศรัทธา

ได้มากราบไหว้ ปัจจุบันจึงมีประชาชนจากทั่วสารทิศมาเขาขุนพนมอยู่เสมอเพื่อ

ตามรอยพระเจ้าตากสินมหาราช

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม

 

เขาขุนพนมมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนลูกโดดเตี้ย ๆ มีต้นไม้ปกคลุมอยู่

อย่างหนาแน่น บนภูเขามีถ้ำหินปูนที่มีโพรงหินงอกหินย้อน ลักษณะของภูเขา

วางตัวอยู่ในแถบเหนือ-ใต้ มีความยาวประมาณ ๗๕๐ เมตร กว้างตามแนวทาง

ทิศตะวันออก - ตะวันตก ประมาณ ๕๐๐ เมตร สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

ประมาณ ๔๓ เมตร ส่วนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ๑๖๕

เมตร ทางทิศใต้ของภูเขาเป็นทางลาดชัน ทางทิศเหนือเป็นไหล่เขา ทางทิศ

ตะวันตกเป็นสวนมังคุดและสวนยางพารา ทางทิศตะวันตกเป็นโรงเรียนและวัด

เขาขุนพนมเขาขุนพนม มีจุดเด่นอยู่ที่วัดเขาขุนพนมซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก

เฉียงใต้ของเขาขุนพนม  ประวัติการก่อสร้างไม่ปรากฏ  แต่หลักฐานประเภท

โบราณสถานและโบราณวัตถุต่าง ๆ  สามารถบ่งนี้ได้ว่า  วัดเขาขุนพนมน่าจะ

สร้างขึ้น ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โบราณสถานโบราณวัตถุที่สำคัญ

ได้แก่

 
 
๑. พระอุโบสถ

เดิมเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนขนาด ๕.๘๐ x ๑๑.๒๐ เมตร ตั้งอยู่บนฐานยก

พื้นสูง ๑.๗๕ เมตร เป็นฐานเขียงสองชั้นและฐานสิงห์หนึ่งชั้น หลังคาจั่วไม่มีช่อ

ฟ้า ใบระกา และหางหงส์ประดับหลังคาของพระอุโบสถเหมือนทั่วไป ลักษณะจะ

เป็นพระอุโบสถที่เรียกว่า มหาอุด คือไม่มีช่องหน้าต่าง พ.ศ. ๒๕๓๓ มีการบูรณะ

ปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ ทำให้มีช่องรับแสงใต้หน้าบันและใต้ปีกหลังคา ภายใน

พระอุโบสถประดิษฐานพระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีสาวกซ้ายขวา

ที่พนมมือ ที่มุมด้านข้างฐานชุกชี รอบพระอุโบสถมีใบเสมาแปดใบตั้งอยู่บนฐาน

สิงห์ ย่อมุมได้สิบสอง ส่วนบนเป็นบัวกลุ่มรองรับใบเสมา

๒. ถ้ำพระเจ้าตาก

บันไดทางขึ้นมีรูปพญานาคปูนปั้นเจ็ดเศียรสองตนแผ่พังพานทอดตัวเป็น

ราวบันไดมีทั้งหมด ๒๔๕ ขั้น กลางลำตัวพญานาคสลักเป็นรูปพระพุทธรูปที่นั่งขัดสมาธิปิดตา อยู่ในวงกลมล้อมรอบด้วยลายเม็ดน้ำค้างและกลีบดอกไม้ ด้านนอกวงกลมเป็นลายกระจัง ใต้ศอพญานาคทุกตนมีลายนโม สุดปลายหางพญานาคเป็นเพิงผาขนาดใหญ่เรียกว่า ถ้ำพระเจ้าตากหรือถ้ำเขาขุนพนม ปากถ้ำหันไปทางทิศตะวันออก มีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญได้แก่

 

๒.๑ ประตูทางเข้าด้านหน้า เป็นเสาหัวเม็ดเตี้ย ๆ ช่องประตูกว้างประมาณ

๗๐ เซนติเมตร ติดกับเสาหัวเม็ดด้านเหนือมีกำแพงแก้วเตี้ย ๆ ไปชิดกับผนังกำแพงก่ออิฐถือปูน

 

๒.๒ กำแพงทางด้านทิศเหนือ เป็นกำแพงอิฐถือปูนกว้างประมาณ ๒.๖๐

เมตร ยาว ๙.๓๐ เมตร สูง ๑.๘๐ เมตร ส่วนบนสุดของกำแพงประดับด้วยใบเสมา

ภายในห้องหลังกำแพงประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยสามองค์ ด้านข้างผนัง

ถ้ำมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยหนึ่งองค์และพระพุทธรูปสมาธิสององค์ ตัวกำแพงมี

การนำถ้วยชามาตกแต่ง   บริเวณซุ้มของกำแพงยังปรากฏถ้วยลายครามจีนสมัย

ราชวงศ์หมิง ส่วนยอดของซุ้มประตูมีเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์ชิงบริเวณซุ้ม

กำแพงทิศเหนือด้านในก่อเป็นเสา ยอดเสาคงเป็นเจดีย์ยอดแต่ส่วนขององค์ระฆัง

หักหายไปแล้ว เหลือเพียงฐานที่เป็นฐานสิงห์หนึ่งชั้นรองรับบัวกลุ่มประตูด้าน

หลังทำเป็นเสาหัวเข็มสองเสาเหมือนประตูทางเข้าด้านหน้าตัดจากเสาหัวเม็ด

ไปทางทิศเหนือเป็นราวกำแพงเตี้ยๆไปชนกับกำแพง ด้านทิศเหนืออีกด้านไป

ชนทางด้านทิศตะวันตก

 

๒.๓ กำแพงด้านทิศตะวันตก อยู่ตรงกันข้ามกับประตูทางเข้าออกด้าน

หน้าเป็นกำแพงสูงประมาณ ๑.๘๐ เมตร ยอดกำแพงไม่มีใบเสมา ในผนังกำแพง

มีเสาหลอกสามต้น  เสาด้านนอกสุดมีบัวหัวเสาคาดด้วยลูกแก้วอกไก่ ส่วนยอด

เสาคงเป็นเจดีย์ยอดเช่นเดียวกับเสาด้านใน กำแพงด้านนี้ตกแต่งประดับประดา

ด้วยลายปูนปั้นทำเป็นรูปดอกไม้ โดยใช้เศษเครื่องลายครามจีนตกแต่ง จุดเด่น

ของผนังด้านนี้คือปูนปั้นรูปราหูอมจันทร์ ราหูไม่มีริมผีปากล่าง กางแขนออก

สองมือประคองดวงจันทร์ อ้าปากแยกเขี้ยวคล้ายจะกลืนกิน

 

๒.๔ ลานหน้าถ้ำ ในลานหน้าถ้ำมีรูปยักษ์ปูนปั้นสองตนอยู่ด้านหน้าของ

เสาหัวเม็ดตรงประตูหลัง บริเวณนี้มีพระพุทธรูปศิลปะอยุธยาเป็นจำนวนมาก

รอยพระพุทธบาทจำลองแกะไม้ฝังลงไปในเนื้อไม้เป็นลวดลายมงคล ๑๐๘

ขนาดกว้าง ๖๓ เซนติเมตร ยาว ๑.๗๒ เมตร ศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลายถึง

รัตนโกสินทร์ตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๓ - ๒๔

 

๒.๕ กำแพงด้านทิศตะวันตกสุด เป็นกำแพงด้านในสุด อยู่ถัดจากกำ

แพงด้านทิศตะวันตก ๒.๗๐ เมตร ก่อปิดด้านในสุดของผนังเพิงผาด้านทิศตะ

วันตก ทำให้เกิดห้องเล็ก ๆ ซึ่งได้มีการนำพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จ

พระเจ้าตากสินมหาราชมาประดับที่ซุ้มประตู หลังถ้ำด้านในมีพระพุทธรูปปาง

ไสยาสน์ปูนปั้นหนึ่งองค์

๓.พระตำหนักสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ตั้งอยู่บนบริเวณชะง่อนหินใกล้เชิงเขา  เมื่อขึ้นเขาตามบันไดนาคไป

ประมาณ ๑๐ เมตรจะพบพระตำหนักของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอยู่

ทางซ้ายมือบริเวณโดยรอบกุฎิมีซากกำแพงก่ออิฐเตี้ย ๆ

เส้นทางเข้าสู่เขาขุนพนม

 

จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชไปตามถนนสาย ๔๐๑๖ นครศรีธรรมราช

ถึงอำเภอพรหมคีรี ระยะทางประมาณ ๒๔ กิโลเมตร ถึงสี่แยกพรหมโลก เลี้ยว

ขวาเข้าไปตามถนนสายพรหมโลก - ท่าแพ ถึงบ้านนาเสน ระยะทางประมาณ

๒ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปประมาณ ๕๐๐ เมตร จะเห็นเขาขุนพนมตั้งอยู่เบื้องหน้า      

                                                                      

พระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโดยสังเขป

พระนามเดิม สิน (จากพระราชสาส์นที่ทรงมีไปถึงพระเจ้ากรุงจีนใน

พ.ศ. ๒๓๒๔ ทรงลงพระนามว่า “แต้เจียว”) ทรงเป็นบุตรชายของขุนพัฒน์

ตำแหน่งนายอากร ชื่อหยง มารดาชื่อนกเอี้ยง ประสูติเมื่อวันที่ ๗ เมษายน

๒๒๗๗ ในรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ บ้านของขุนพัฒน์(หยง) อยู่หน้า

บ้านของเจ้าพระยาจักรี ขุนพัฒน์นำบุตรชายไปไว้ในความอุปการะของเจ้า

พระยาจักรี   ซึ่งเจ้าพระยาจักรีได้นำ เด็กชายสิน  ไปฝากให้รับการศึกษา

อบรมอยู่ในสำนักพระอาจารย์ทองดี วัดโกษาวาส จนอายุได้ ๑๓ ปี มีความ

รู้อ่าน เขียน หนังสือไทยเป็นอย่างดี เจ้าพระยาจักรีจึงนำเข้าถวายตัวเป็น 

มหาดเล็กในพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ในระหว่างนี้นายสินได้ศึกษาวิชาหนัง 

สือเพิ่มเติม จนสามารถอ่านเขียนพูดภาษาต่างๆ ได้หลายภาษานอกจาก  

ภาษาไทย เช่น จีน ญวน บาลี และนายสินสนใจ ศึกษากฎหมาย เป็นพิเศษ

ได้ศึกษาอยู่จนถึงระยะอุปสมบท  ก็กราบถถวายบังคมลาไปอุปสมบทที่วัด

โกษาวาส ซึ่งเป็นระยะเดียวกับนายทองด้วง (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอด

ฟ้าฯ) อุปสมบทอยู่ที่วัดมหาทลาย ครั้นเมื่อลาสิกขา ออกมาแล้ว ทั้งนาย 

สินและนายทองด้วงเข้ารับราชการเป็นมหาดเล็กต่อไปในพระเจ้าอยู่หัว    

บรมโกศ ต่อมาในรัชกาลพระเจ้าเอกทัศน์(พ.ศ.๒๓๐๑-๒๓๑๐) นายสิน    

ซึ่งมีความรู้ทางกฎหมายเป็นอย่างดีได้รับการแต่งตั้งเป็นหลวงยกกระบัตร   

อันเป็นตำแหน่งที่ปรึกษาทางกฎหมายไปประจำอยู่ที่เมืองตากทำหน้าที่  

นั้นอยู่จนพระยาตากถึงแก่อสัญกรรม หลวงยกกระบัตร(สิน) จึงได้รับแต่ง  

ตั้งเป็นเจ้าเมืองตากต่อมา(คนนิยมเรียกว่า พระยาตากสิน จนแม้กระทั่ง    

ทรงเป็นกษัตริย์แล้ว ก็ยังเรียกว่า พระเจ้าตาก หรือพระเจ้าตากสิน หรือ   

ขุนหลวงตาก) ครั้นเมื่อพม่าล้อมกรุงฯ ในปี พ.ศ.๒๓๐๘ พระยาตาก(สิน)  

ก็ถูกเรียกตัวเข้ามา ช่วยป้องกัน (ซึ่งขณะนั้นเพิ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็น   

พระยาวชิรปราการ ตำแหน่งเจ้าเมืองกำแพงเพชร) ท้อใจว่า ถ้าอยู่สู้กับ    

พม่าในกรุงศรีอยุธยาคงต้องเสียชีวิต เพราะข้าศึกเข้ามาฆ่า หรือไม่ก็เพราะ

ต้องพระราชอาญาเป็นแน่แท้ จึงตัดสินใจพาทหารคู่ใจราว ๑๐๐๐ คนโจม

ตีพม่าไปตั้งตัวที่เมืองจันทบุรีครั้งต่อมาเมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าใน   

เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐ แล้ว พระยาตากรวบรวมกำลังคนได้เพียง    

พอแล้วก็นำทัพเรือ จากจันทบุรีเข้าขับไล่พม่าออกจากกรุงศรีอยุธยา     

ได้ทั้งหมด หลังจากที่เสียกรุงไปเพียง ๗ เดือนเท่านั้น หลังจากนั่งช้าง   

ตรวจสภาพความเสียหายของบ้านเมืองแล้ว พระยาตากก็เห็นว่าไม่สม    

ควรจะใช้กรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางของไทยในสมัยนั้นและได้เล็งเห็น  

ว่า กรุงธนบุรีเหมาะที่จะใช้เป็นเมืองหลวงต่อไป การสถาปนากรุงธนบุรี   

เป็นเมืองหลวงและพิธีพระบรมราชาภิเษก กระทำขึ้นในเดือนธันวาคม     

พ.ศ. ๒๓๑๐ ทรงตั้งนามเมืองหลวงว่า กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ส่วน       

พระองค์เองนั้นมีพระนามปรากฏหลายพระนาม เช่น สมเด็จพระพุทธเจ้า 

อยู่หัวบรมหน่อพุทธางกูรบ้าง สมเด็จพระบรมราชาที่ ๔ บ้าง ขุนหลวง    

ตากบ้าง พระเจ้ากรุงธนบุรีบ้าง ขณะที่ทรงครองราชย์นั้น พระชนม์ได้      

๓๔ พรรษา พระองค์ครองกรุงธนบุรีอยู่จน พ.ศ. ๒๓๒๕ จึงสวรรคต     

เมื่อ ๖ เมษายน ๒๓๒๕ อันเป็นปีเดียวกันกับที่พระพุทธยอดฟ้าขึ้น     

ครองราชย์เป็นกษัตริย์รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์                    

ที่มา : ประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงธนบุรี

http://schoolnet.nectec.or.th/library/create-web/10000/history/10000-451.html





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ธัมมเสฏฐ์สุริยสัจน์ วันที่ : 26/12/2011 เวลา : 15.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pacadej
เมื่อเข้าใจชีวิตโดยบริบูรณ์แล้ว สุขอันไพบูลย์ ยั่งยืนสถาพร จะมีแก่เรา

พระเจ้าตากสินมหาราช และ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเป้นพระสหาย ๒ มหาราชที่มีความเป็นสุภาพบุรุษที่มีความเสียสละยิ่งใหญ่
ท่านหนึ่งยอมให้ลูกหลานตราหน้าว่าฆ่าเพื่อน
ท่านหนึ่งยอมแกล้งวิปลาศ(บ้า)เพื่อมิเพื่อนโดนตำหนิรุนแรง แกล้งบ้าและกระทำผิดฯจนสมกับที่จะถูกสำเร็จโทษ ทั้งหมดทำเพื่อความอยู่รอดของสยามประเทศและปวงชนชาวสยามนั่นเอง
อีก ๒ วัน( 28 ธ.ค.) เป็นวันพระเจ้าตากสินมหาราชแล้วครับ เชิญชวนทุกท่านร่วมกันกระทำกุศลปฏิบัติ น้อมถวายบุญบูชาคุณของพระองค์ท่าน

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
หยาดกวี วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 23.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007

เรื่องนี้ มีความจริง อณูทิพย์..หากมีเวลาว่างๆ ลองไปศึกษาดูที่วัดเขาขุนพนม ก็จะได้ความรู้เพิ่มเติมมากมายและจะเห็นหลักฐานเป็นเครื่องยืนยันประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดียิ่ง

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
อณูทิพย์ธารทอง วันที่ : 05/09/2009 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Anutip

นมัสการพระอาจารย์ครูหยาดกวี...ถ้าเป็นจริงดังว่า
งั้นประวัติศาสตร์ในแบบเรียนทุกวันนี้ก็เป็นการบิดเบือนความจริงนะสิ..ใช่ไหมครับพระอาจารย์
ผมว่าน่าเชื่อนะครับ เพราะ พระเจ้าตาก และ ร.1 ก็ทรงเป็นพระสหายกันด้วย มีความผิดสาหัสสากรรจ์อย่างไร..คงอาจไว้ชีวิตกันก็ได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
หยาดกวี วันที่ : 31/08/2009 เวลา : 20.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007

สวัสดี david_kop เรื่องนี้ ยังอีกมากมายที่น่าสนใจ หลักฐานมีพร้อม รอเวลาอันควรค่อยทะยอยเผยให้ทราบต่อไป
รอนะ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จักต้องเกลาเนื้อความให้เหมาะสมกับพระประวัติวีรบุรุษอันแท้จริง และเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ด้วย เรื่องนี้ดีมากๆ และเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับนักปกครองด้วย
...หยาดกวี...

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
david_kop วันที่ : 31/08/2009 เวลา : 19.36 น.

เคยอ่านเรื่อง ใครฆ่าพระเจ้ากรุงธน ของพลตรีหลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งเขียนในลักษณะเป็นนวนิยายครับ เป็นเรื่องราวตั้งแต่พระเจ้าตากสินทรงกู้เอกราช และเรื่องราวระหว่างรัชกาล และเรื่องที่ทรงเสียพระจริต จนถึงเหตุการณ์กบฏพระยาสรรค์ จนกระทั่งการสำเร็จโทษพระเจ้าตาก
โดยหนังสือกล่าวว่า พระเจ้าตากไม่ได้ถูกสำเร็จโทษที่ป้อมวิชัยประสิทธิ์ แต่มีนายทหารผู้น้อยคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนพระเจ้าตากมากๆ ซึ่งเคยร่วมรบกันตั้งแต่ครั้งกู้เอกราช เป็นผู้ถูกสำเร็จโทษแทน
ส่วนพระเจ้าตากพระองค์จริง ผนวชเป็นพระภิกษุ และเสด็จไปยังเมืองนครศรีธรรมราชอยู่ 3 ปี จากนั้นก็เสด็จกลับมายังเมืองเพชรบุรี ก่อนที่จะสวรรคตอย่างลึกลับจากการถูกลอบปลงประชนม์ด้วยการตีที่พระเศียร
พระบรมศพของพระเจ้าตากถูกลักลอบนำเข้ามาในกรุงเทพที่วัดบางยี่เรือ แล้วขุดเอาศพเดิมที่เข้าใจกันว่าเป็นพระเจ้าตากไปฝังที่อื่น แล้วนำพระบรมศพจริงฝังไว้แทน

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
หยาดกวี วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 00.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007

สวัสดี 24086 ขอบใจนะ ที่มาทักทายยามดึก

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
หยาดกวี วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 00.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007

นายยั้งคิด เรื่องนี้ พระพุทธยอดฟ้า กับ พระเจ้าตากสินมหาราช เป็นต้วอย่างที่ดีของคำว่าเพื่อน และทั้งสองพระองค์เป็นวีรบุรุษที่แท้จริง เมื่อเราทราบประวัตินี้แล้ว

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
24086 วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/24086

กราบนมัสการครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 20.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

กราบนมัสการพระคุณเจ้า ท่านอาจารย์หยาดกวีของศิษย์

น่าคิดมากเลยขอรับ ความเป็นไปได้อีกอย่าง คือ พระพุทธยอดฟ้ากับพระเจ้าตากสินเคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน อาจจะเว้นโทษประหารให้ก็ได้ แต่ไม่อยากให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินรู้ หรือหากเชื่อเรื่องโหราศาสตร์ ก็มีข้อน่าสังเกต คือ ซินแสผู้ทำนายชะตาชีวิตของภิกษุ 2 รูปที่กำลังบิณฑบาตรพร้อมกันในเช้าวันหนึ่งว่า พระทั้งสององค์ คือ พระสินกับพระทองดีจะได้เป็นกษัตริย์ทั้งคู่ แล้วก็เดินจากไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ซึ่งถ้ามีเรื่องว่าจะมีการประหัตถ์ประหารกันก็น่าจะแสดงสีหน้าอีกแบบมากกว่า ขอรับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
หยาดกวี วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 07.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007

ขอบใจ เหล็กไฟตบ ที่ได้เข้ามาคอมเม้นท์ และเพิ่มเติมข้อมูลให้ทราบกัน เรื่องนี้ ในอดีตน่าสนใจมาก เพราะมีสิ่งที่ชวนคิดหลายเรื่อง เช่น ว่า ช้างทรงของพระนเรศวรมหาราชก็ไปจากนครศรีธรรมราช, ศรีปราชญ์ ก็ไปสิ้นฝากชีวิตไว้กับเมืองนครศรีธรรมราช, เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชในอดีตหลายท่านเป็นหลานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และยังมีอีกมากที่ได้ค้นพบกันในรุ่นหลัง น่าสนใจมาก
ฉะนั้น ขอให้ติดตามกัน
...หยาดกวี...

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
หยาดกวี วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 07.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007

สวัสดี กันตวีโร เรื่องนี้พยายามศึกษากันให้มาก จะเห็นหนทางผู้สร้างเมือง และเงื่อนปมต่างๆ ที่นักปราชญ์ได้ซ่อนไว้
...หยาดกวี...

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
เหล็กไฟตบ วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 02.31 น.


กราบนมัสการ ท่านอาจารย์ครับ

มีหนังสือพงศาวดารได้กล่าวไว้ว่า ในรัชสมัยของสมเด็จ

พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีชาวจีนแต้จิ๋วคนหนึ่งนามว่า ไห
ฮอง (ในหนังสือการเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ของ
ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ระบุว่า ไหฮอง ไม่ใช่ชื่อบุคคล แต่เป็นชื่อตำบลในมณฑลกวางตุ้ง) ได้เป็นนายอากรบ่อนเบี้ย มีบรรดาศักดิ์เป็น ขุนพัฒ ตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้บ้านของเจ้าพระยาจักรี สมุหนายก ครั้นเวลาล่วงมาถึง ๕ ปีขาล พ.ศ. ๒๒๗๗ ขุนพัฒมีบุตรชายคนหนึ่งชื่อ หยง เกิดแต่ นางนกเอี้ยง ซึ่งเป็นชาวไทย ทารกคนนี้คลอดได้ ๓ วัน มีงูเหลือมใหญ่เลื้อยเข้าไปขดรอบตัวทารก เป็นทักขิณาวัฏ ขุนพัฒผู้เป็นบิดาเกรงว่าเรื่องนี้อาจลางร้ายแก่สกุล จึงยกบุตรคนนี้ให้แก่เจ้าพระยาจักรี แล้วเจ้าพระยาจักรีได้เลี้ยงไว้เป็นบุตรบุญธรรม และตั้งแต่เจ้าพระยาจักรีได้เด็กน้อยคนนี้มา ลาภผลก็เกิดมากมูลพูนเพิ่มมั่งคั่งขึ้นแต่ก่อน เจ้าพระยาจักรีจึงกำหนดเอาเหตุนี้ขนานนามให้ว่า สิน จากหลักฐานที่อาลักษณ์ของจีนจดบันทึกไว้ในพระราชพงศาวดารนาชวงเช็ง แผ่นดินพระเจ้าเฉียนหลง กล่าวถึงพระราชประวัติของพระองค์ไว้ว่า "บิดาเจิ้งเป็นชาวมณฑลกวางตุ้ง ไปทำมาค้าขายอยู่ที่เสียมล่อก๊ก และเกิดเจิ้งเจาที่นั่น เมื่อเจิ้งเจาเติบใหญ่ เป็นผู้มีความสามารถ ได้เข้ารับราชการอยู่ในเสียมล่อก๊ก เมื่อเจิ้งเจารบชนะพม่า ฯ แล้ว ราษฎรทั่วประเทศยกขึ้นเป็นเจ้าครองประเทศ..." ("เจิ้งเจา"คือสมเด็จพระเจ้าตากสิน ออกเสียงตามสำเนียงปักกิ่ง ถ้าเป็นแต้จิ๋วออกเสียงว่า"แต้เจียว" ส่วน"เสียมล่อก๊ก"นั้น หมายถึงประเทศไทย)

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมีพระนามเรียกที่แตกต่างกัน ดังนี้

เมื่อพระองค์ทรงขึ้นครองราช ทรงใช้พระนามว่า สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์
พระราชพงศาวดาร กรุงศรีสัตนาคนหุต เรียกว่า สมเด็จพระเอกาทศรถ
พระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) เรียกว่า พระบรมหน่อพุทธางกูรเจ้า
จดหมายเหตุกรุงธนบุรีในสมุดไทยดำ ชื่อพระราชสาสน์และศุภักษรโต้ตอบกรุงธนบุรีและกรุงศรีสัตนาคนหุตจุลศักราช ๑๑๔๐ ใช้ พระบาทสมเด็จพระเอกาทศรถอิศวรบรมนาถบรมบพิตร และ พระบาทสมเด็จพระเอกาทศรุทอิศวรบรมนาถบรมบพิตร
ตอนปลายรัชกาล พระรัตนมุนี ได้ถวายพระนามใหม่ว่า สมเด็จพระสยามยอดโยคาวจร
พระราชพงศาวดาร ฉบับราชหัตถเลขา เรียกว่า สมเด็จพระบรมราชาที่ ๔
พระนามที่เรียกกันตามหนังสือประวัติศาสตร์ทั่วไป เรียกว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
ประชาชนทั่วไปขนานนาม สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

" ชัยชนะที่ได้มาโดยไม่ต่อสู้จะภาคภูมิใจได้อย่างไร "

ปลายฝนนี้ รักษาสุขภาพด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
กันตวีโร วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 01.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tomnon
คิดดี เขียนดี ชีวีมีสุข

กราบนมัสการ พระอาจารย์ครับ
...ได้ยิน ตำนานเรื่องนี้ มาบ้างครับ
...แต่นานมากแล้วครับ
...รู้เพียงแค่ว่า ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
...พระอาจารย์หาข้อมูลมากระจ่างเลย
ขอกราบลาครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
หยาดกวี วันที่ : 24/08/2009 เวลา : 23.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007

สวัสดี ยามดึก คนช่างเล่า เรื่องนี้น่าศึกษามากสำหรับพระองค์ท่าน
...หยาดกวี...

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 24/08/2009 เวลา : 23.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

ได้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ วัดเขาพนม ผมไปมา ทัศนียภาพสวยงามมากครับ

อยู่บนเขามองไปทางทิศเหนือ เป็น เส้นทางลำน้ำที่น่าศึกษา
ทางทิศใต้ มองเห็นเขาหลวง มองไปทางทิศตะวันออก เป็นตัวเมืองนครศรีฯ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
หยาดกวี วันที่ : 24/08/2009 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007

เจริญพร คุณ cat@ ใช่เลย
...หยาดกวี...

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
หยาดกวี วันที่ : 24/08/2009 เวลา : 23.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007

เจริญพร คุณสนิมกฤช มั่นใจนะ
...หยาดกวี...

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Cat@ วันที่ : 24/08/2009 เวลา : 23.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ที่่แน่ๆๆ ท่านทำเพือแผ่นดินสยาม

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
หยาดกวี วันที่ : 24/08/2009 เวลา : 23.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007

ChaiManU อาตมาไปมาหลายครั้งเเล้ว ตอนที่กรมศิลปากรไปพิสูจน์หลักฐานยังเคยไปด้วยนานแล้ว
แล้วผู้เขียนเปิดเผยเรื่องนี้ คือ แม่ชีวรมัยกบิลสิงห์ อ้างว่าระลึกชาติได้ โดยอ้างหลักฐานถูกต้องหมด ก็เป็นสิ่งที่น่าศึกษามาก
...หยาดกวี...

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สนิมกฤช วันที่ : 24/08/2009 เวลา : 23.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanimkrit

ผมไปที่นั่นหลายครั้งแล้ว...

เพราะผมก็คนนครศรีธรรมราช...ครับ.

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ChaiManU วันที่ : 24/08/2009 เวลา : 23.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

ประวัติศาสตร์ ไม่ระบุแน่ชัดว่า พรองค์ท่าน สวรรคตที่ใด

แต่ผมตัดสินใจ ที่จะเชื่อว่า น่าจะเป็นนครศรีธรรมราช ด้วยเหตุผลง่าย อยากให้จังหวัดของตัวเอง มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ครับ

คิดง่ายไปมั๊ยเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เพลงผ้า วันที่ : 24/08/2009 เวลา : 23.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charothon
" เพลงผ้า ปรพากย์  " ฉันจะร่ายรินจินตนาให้สาสม

อีกเม้นค่ะ....พระอาจารย์ครู..อิอิ

ถํ้าพระเจ้าตาก...น่าสนใจนะคะ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
หยาดกวี วันที่ : 24/08/2009 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007

สวัสดี หนูพุก อ่านให้ละเอียด จำด้วย ถ้ามีโอกาสไปที่วัดเขาขุนพนม จะได้รู้อะไรมากมาย
...หยาดกวี...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เพลงผ้า วันที่ : 24/08/2009 เวลา : 23.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charothon
" เพลงผ้า ปรพากย์  " ฉันจะร่ายรินจินตนาให้สาสม

ได้ความกระจ่างเกี่ยวกับเรื่องราวของพระองค์ท่าน เพิ่มขึ้นเยอะเลยค่ะ พระอาจารย์ครู

แต่ค่ายบางกุ้ง ก่อนที่ท่านจะยกไปตีเมืองจันทร์
อยู่ห่างจากบ้านเพลง 10 นาทีเองค่ะ..


พระอาจารย์ครูสบายดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
หยาดกวี วันที่ : 24/08/2009 เวลา : 22.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007

สวัสดีน้องเพลง อ่านให้ละเอียด จำให้ดี แล้วพยายามหาหลักฐานมาอ้างอิงด้วย
...หยาดกวี...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
noopuk วันที่ : 24/08/2009 เวลา : 22.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konmanruk
นับหนึ่งถึงร้อย++++++เพื่อรอคอยคนๆหนึ่งให้กลับมา++++++

ขอบคุณค่ะ
พระครูหยาดกวี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เพลงผ้า วันที่ : 24/08/2009 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charothon
" เพลงผ้า ปรพากย์  " ฉันจะร่ายรินจินตนาให้สาสม

กราบนมัสการพระอาจารย์ครู ก่อนค่ะ...

ขออ่านก่อนค่ะ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เพลงผ้า

เพลงผ้าไหม ซึ่งเป็นศิลปะการทอผ้าของชาวลานนาที่รักษาวัฒนธรรมไว้เป็นอย่างดี ข้าพเจ้าได้นำเพลงไพเราะมาให้ท่านได้รับฟังกัน

View All
<< สิงหาคม 2009 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]