• หยาดกวี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : bhothikaset@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-08-18
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2000150
  • ส่ง msg :
  • โหวต 644 คน
พระครูเกษมทัศนคุณ (สมชัย เขมทสฺสี)
กาพย์ โคลง กลอน กลอนกลบท คติธรรม สารคดี ฟื้นฟูระบบนิเวศ และพิทักษ์สิ่งแวดล้อม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kondee007
วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม 2552
Posted by หยาดกวี , ผู้อ่าน : 5779 , 20:56:38 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน หยาดกวี โหวตเรื่องนี้

อุโบสถวัดโพธิเกษตร

"พระสมเด็จรัชบดีสวีมงคล" เป็นพระพุทธรูปสิบสองนักษัตร

ได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช

ทรงประทานนามพระพุทธรูปองค์นี้ให้

หากต้องการทราบประวัติพระพุทธรูปองค์นี้โดยละเอียด โปรดตามไปดูที่

 http://www.oknation.net/blog/kondee007/2009/08/30/entry-1

คำนำ

                การจัดรวบรวมประวัติวัดโพธิเกษตร ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในอำเภอสวี ทางวัดไม่ได้จัดทำประวัติไว้เป็นหลักฐานที่แน่นอน จึงอาศัยการสืบถามจากผู้สูงอายุบ้าง จากข้อมูลจากวัดอื่นมาเทียบเคียงบ้าง หรือได้ค้นคว้าจากหนังสือประวัติเจ้าอาวาสแต่ละวัดมาประมวลเทียบเคียง จึงได้ประวัติที่พอเชื่อถือได้ นับว่า ประวัติวัดที่ได้จัดทำขึ้นครั้งนี้ คงเป็นหลักฐานที่แน่นอน อันจะเป็นประโยชน์ในการเก็บไว้เป็นข้อมูลทางราชการ

          ฉะนั้น หวังว่า ประวัติวัดโพธิเกษตร ซึ่งได้จัดรวบรวมขึ้น ถ้าหากว่า ตอนใด ไม่สมบูรณ์ คงให้อภัยเพราะว่า ทางวัดได้สืบได้เท่านี้ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ถ้าหากเปลี่ยนแปลงในปีใด ก็จักแจ้งให้ทราบต่อไป ทั้งนี้เพื่อ ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาได้มีข้อมูลครบถ้วนตามที่ต้องการ

 

ประวัติวัดโพธิเกษตร

          วัดโพธิเกษตร ตั้งอยู่เลขที่ ๓๔๖ บ้านนาโพธิ์ ถนน โพธิเกษตร หมู่ที่ ๕ ตำบล นาโพธิ์ อำเภอ สวี จังหวัด ชุมพร สังกัด คณะสงฆ์ ธรรมยุต

          ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๖ ไร่ ๓ งาน ๘๐ ตารางวา  (เดิม ๒๑ ไร่ ๓ งาน ๘๐ ตารางวา แต่เมื่อถนนตัดผ่าน จึงยกให้เป็นถนนสาธารณประโยชน์ จำนวน ๕ ไร่ จึงเหลือที่ตามจำนวนดังกล่าว)

 
          ที่ตั้งวัดเมื่อแบ่งให้สร้างถนนผ่านวัดแล้วมีเนื้อที่ ๓ แปลง ดังนี้

          น.ส. ๓ ก เลขที่ ๓๖๔
          น.ส. ๓ ก เลขที่ ๓๖๕
          น.ส. ๓ ก เลขที่ ๓๖๖

           อาณาเขตทิศเหนือ  จดสวนชาวบ้าน
           ทิศใต้   จดเชิงเขาวัดหัวเขา
           ทิศตะวันออก  จดคลองสวีหนุ่ม
           ทิศตะวันตก  จดสวนชาวบ้าน

มีที่ธรณีสงฆ์รวมทั้งที่ได้รับการถวายใหม่อีก ๑ แปลงด้วย ซึ่งรวมแล้วมีจำนวน ๔ แปลง รวมเนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๓ งาน ๑๑ เศษ ๑ ส่วน ๒ ตารางวา
          น.ส. ๓ ก เลขที่ ๓๖๒
          น.ส. ๓ ก เลขที่ ๓๖๓
          น.ส. ๓ ก เลขที่ ๓๖๗
          น.ส. ๓    เลขที่ ๙ (แปลงนี้กำลังดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์อยู่)

อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถหลังเก่าบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่กว้าง ๙ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๐ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก และได้ปฏิสังขรณ์ใหม่ เสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๖  

 
          ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๔ เมตร สร้างเมื่อ
พ.ศ.๒๕๒๓ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๑ หลัง ชั้นเดียว

 
          หอสวดมนต์สำหรับศิษย์วัด กว้าง ๕ เมตร ยาว ๘ เมตร
เป็นอาคารไม้ สร้างรูปแบบทรงไทย สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕

 
          กุฏิสงฆ์ จำนวน ๑๒ หลัง เป็นอาคารไม้ ๔ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้
๔ หลังและอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๔ หลัง

 
          ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๐ เมตร เป็นอาคาร
คอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๐

 
          ศาลาบำเพ็ญบุญ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง
๑๒ เมตร ยาว ๒๖ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๒

 
          ศาลาหอฉัน กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้างด้วย
คอนกรีตเสริมเหล็ก ชั้นเดียว สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๔

 
          ศาลาที่พักผู้ปฏิบัติธรรม กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๑๖ เมตร
สร้างด้วยไม้ ๒ ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๓ และได้ปฏิสังขรณ์ใหม่แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๒

          มณฑปสำหรับประดิษฐานรูปหล่ออดีตเจ้าอาวาส กว้าง ๙.๓๐ เมตร ยาว ๙.๓๐ เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กรูปแบบทรงไทยตรีมุข สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๔

          นอกจากนี้มีอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ดังนี้ ฌาปนสถาน ๑ หลัง หอระฆัง ๑ หลัง หอกลองรวมกับหอระฆัง ๑ หลัง โรงครัว ๑ หลัง เรือนเก็บพัสดุ ๔ หลัง กุฏิเจ้าอาวาส ๑ หลัง

 
          ปูชนียวัตถุ มี พระประธานประจำอุโบสถ ปาง สมาธิ
ขนาดหน้าตักกว้าง ๔๓ นิ้ว สูง ๖๓ นิ้วสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๕

 
          พระประธานประจำศาลาอเนกประสงค์ ปาง สมาธิ
ขนาดหน้าตักกว้าง ๓๖ นิ้ว สูง ๔๘ นิ้ว สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๐

 
          พระประธานประจำศาลาการเปรียญ ปาง พระพุทธชินราช
ขนาดหน้าตักกว้าง ๔๘ นิ้ว สูง ๘๔ นิ้ว รวมทั้งเรือนแก้ว สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๔

 
          พระพุทธรูป ทรงเครื่อง ๑๒ นักษัตร สมัยเมื่ออำเภอสวียัง
เป็นเมืองสวี โดยได้รับประทานนามจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช โดยประทานนามว่า สมเด็จรัชบดีสวีมงคล ขนาดหน้าตักกว้าง ๓๖ นิ้ว สูง ๔๘ นิ้ว สร้างเมื่อราวประมาณ พ.ศ. ๒๓๒๗

ปูชนียวัตถุอื่น ๆ มีดังนี้

 
๑.รูปปั้นอดีตเจ้าอาวาส คือ พระอาจารย์เบี้ยว ขนาดหน้า

   ตักกว้าง ๓๖ นิ้ว สูง ๔๔ นิ้ว สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๕

 
๒.รูปหล่อทองเหลืออดีตเจ้าอาวาส คือ พระครูวิจิตรกรณีย์

    (ยิ่ง สุวโจ) ขนาดหน้าตักกว้าง ๓๕ นิ้ว สูง ๔๓ นิ้ว

     สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘

ประวัติของวัดโพธิเกษตร

 
วัด โพธิเกษตร ตั้งเมื่อ พ.ศ.๒๓๕๐

          วัดโพธิเกษตร ตั้งอยู่เลขที่ ๓๔๖ หมู่ที่ ๕ ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เดิมเรียกว่า “วัดหัวเขา” จะเริ่มก่อสร้างตั้งแต่สมัยใดไม่ปรากฏชัด แต่เข้าใจว่าสร้างมาแล้ว ไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยปีเศษมาแล้ว หรืออาจจะเป็นเวลาก่อนนั้นอีกก็เป็นได้ (นับจาก พ.ศ.๒๕๑๙ – ๒๓๕๐) เพราะสืบดูจากบุคคลผู้ใกล้ชิดที่มีอายุเกินกว่า ๙๐ ปีแล้ว ซึ่งมีชีวิตอยู่ในขณะนี้ไม่ทราบว่าได้สร้างมาตั้งแต่เมื่อใด โดยวัดนี้ก็มีพัทธสีมาอยู่ก่อนแล้ว มีอุโบสถเป็นเสาไม้กันเกรามุงหลังคาด้วยใบจาก รายละเอียดต่าง ๆ ที่ได้ทราบมาพอเชื่อถือได้ดังต่อไปนี้

          เมื่อประมาณร้อยปีเศษมาแล้ว ในราว พ.ศ.๒๓๕๐ มีเจ้าอาวาสของวัดนี้อยู่รูปหนึ่ง ไม่ทราบชื่อ แต่ชาวบ้านเรียกท่านว่า “พ่อท่าน” โดยเรียกตามชื่อวัดว่า “พ่อท่านหัวเขา” หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า “พ่อท่านเบี้ยว” ที่ชาวบ้านเรียกท่านอย่างนี้เพราะได้ทราบว่าพ่อท่านรูปนี้ปากของท่านเบี้ยว ชาวบ้านจึงได้เรียกตามอาการของท่านและเป็นที่ทราบกันทั่ว ๆ ไปว่า พ่อท่านรูปนี้ท่านมีอิทธิฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ และปาฏิหาริย์หลายอย่าง แต่ไม่จำเป็นจะต้องกล่าวในที่นี้ ท่านก็ยังเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไปอยู่จนกระทั่งบัดนี้ “พ่อท่าน” มีอายุอยู่ในราว พ.ศ.๒๔๐๐ ท่านก็ได้มรณภาพในราว พ.ศ.๒๔๐๐ จากนั้นจนถึงราว พ.ศ.๒๔๔๔ มีเจ้าอาวาสต่อจาก “พ่อท่านหัวเขา” หลายรูปด้วยกัน แต่ละรูปก็อยู่ไม่นาน โดยไปที่อื่นเสียบ้าง มรณภาพบ้าง ลาสิกขาเสียบ้าง มีลำดับ ดังนี้

 
          ๑. พระอาจารย์เบี้ยว (ไม่ทราบฉายา)  

อยู่เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๒    ถึง พ.ศ. ๒๔๐๐ (สมัย ร.๒)

 
          ๒. ชื่ออาจารย์ม่วง (ไม่ทราบฉายา)         

อยู่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๐    ถึง พ.ศ. ๒๔๑๐ (สมัย ร.๔)

 
          ๓. อาจารย์ คง (ไม่ทราบฉายา)              

อยู่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๐    ถึง พ.ศ. ๒๔๒๒ (สมัย ร.๕)

 
          ๔. อาจารย์ หีต (ลาสิกขา)                     

อยู่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๒    ถึง พ.ศ. ๒๔๒๙ (สมัย ร.๕)

 
          ๕. อาจารย์ คลี่                                     

อยู่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๙    ถึง พ.ศ. ๒๔๔๔ (สมัย ร.๕)

 
          ๖. อาจารย์ แดง ชิตมาโร(แดง บุญสิทธิ์) 

อยู่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๔    ถึง พ.ศ. ๒๔๕๓ (สมัย ร.๕)

 
          ๗. พระอาจารย์พิน (ไม่ทราบฉายา)        

อยู่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๓    ถึง พ.ศ. ๒๔๖๖ (สมัย ร.๖)

 
          ๘. พระครูวิจิตรกรณีย์ (ยิ่ง สุวโจ) จอ.ชพ.

อยู่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗    ถึง พ.ศ. ๒๕๑๙ (สมัย ร.๖ – ร. ๙)

 
          ๙. พระครูปทุมคันธสีลาจารย์ รักษาการ  

อยู่เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙    ถึง พ.ศ. ๒๕๒๑ (สมัย ร.๙)

 
          ๑๐. พระครูเกษมทัศนคุณ (จอ.ชอ.)        

อยู่เมื่อ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๑   ถึง พ.ศ.............. (สมัย ร.๙)

          เนื่องจากเมื่อถึงตอนที่อาจารย์คลี่ ท่านไม่ได้อยู่แล้ว วัดหัวเขาก็ขาดพระอยู่ประจำ จะมีบ้างก็แต่เฉพาะพระธุดงค์ มาพักเท่านั้น ต่อมาประมาณ พ.ศ. ๒๔๔๔ อาจารย์แดง ชิตมาโร (แดง บุญสิทธิ์) ได้มาอยู่ประจำ จนถึง พ.ศ. ๒๔๕๓ อาจารย์แดง ได้ลาสิขาบท ระยะนั้น อาจารย์พิน (ไม่ทราบฉายา) เป็นเจ้าอาวาส วัดหัวเขานี้แต่เดิมก็เป็นวัดที่คณะมหานิกายปกครองมาก่อน มาเปลี่ยนเป็นคณะธรรมยุต ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๔ เริ่มมาตั้งแต่อาจารย์แดง ชิตมาโร เป็นต้นมา

          เมื่ออาจารย์พิน เป็นเจ้าอาวาสตลอดมาจนถึงประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๖ เจ้าคณะจังหวัดชุมพร(ธรรมยุต) คือ พระธรรมมารามคณีสุปรีชา (หนู อชิโต) เล็งเห็นว่าอำเภอสวีควรจะมีการเรียนพระปริยัติธรรม เพื่อความเจริญ ทางพระพุทธศาสนา ท่านจึงได้ขอร้องไปทางเจ้าคณะมณฑลนครศรีธรรมราช ในสมัยนั้น พระรัตนธัชมุนี (ม่วง รตนธโช) เพื่อขอครูสอนปริยัติธรรม ท่านเจ้าคณะมณฑลจึงได้ส่งอาจารย์ยิ่ง สุวโจ ให้มาเป็นครูสอนนักธรรม โดยตั้งสำนักเรียนที่วัดหัวเขา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ มีทั้งสองนิกายในอำเภอสวี มาเรียนนักธรรมกันเป็นส่วนมากเป็นปีแรกและก็ได้เล่าเรียนกันต่อ ๆ มาจนถึงบัดนี้ ต่อมาประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๙ พระอาจารย์พิน ได้ถึงแก่มรณภาพ เจ้าคณะจังหวัดจึงได้แต่งตั้งให้พระอาจารย์ยิ่ง สุวโจ เป็นเจ้าอาวาสวัดหัวเขาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และปีต่อมาเจ้าคณะจังหวัดได้แต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดหัวเขา เป็นพระวินัยธร (ยิ่ง สุวโจ) ต่อมาประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๙ เจ้าคณะจังหวัดองค์ใหม่ (พระภัทรธรรมธาดา) แทนพระธรรมารามคณีสุปีชา ซึ่งได้ถึงแก่มรณภาพลง ท่านเจ้าคุณพระภัทรธรรมธาดา(จรูญ) ได้ขอพระราชทานสมณศักดิ์ให้อาจารย์พระวินัยธร ยิ่ง สุวโจ เป็นพระครูสัญญาบัตร ที่ “พระครูวิจิตรกรณีย์” และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะอำเภอสวีฝ่ายธรรมยุต (สมัยนั้นเรียกว่าเจ้าคณะแขวง) ต่อมาพระครูวิจิตรกรณีย์ (ยิ่ง สุวโจ) รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้เลื่อนยศตามลำดับ จนได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ครั้งหลังสุดเป็นพระครูชั้นพิเศษ ท่านอาจารย์พระครูวิจิตรกรณีย์ ได้มรณภาพเมื่อวันที่ ๒๓ กรกฏาคน ๒๕๑๙ จากนั้นคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งให้ พระครูปทุมคันธสีสาจารย์ รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาส ต่อจากพระครูวิจิตรกรณีย์ จนถึงวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ หลังจากนั้น พระอโนมคุณมุนี เจ้าคณะจังหวัดชุมพร(ธ) ได้แต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่ คือ พระครูเกษมทัศนคุณ เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๑ เป็นต้นมา

          เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงบางอย่าง มีดังนี้ ประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๕ วัดหัวเขาได้เปลี่ยนชื่อใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับกาลสมัย โดยให้ชื่อที่สุภาพ จึงได้เปลี่ยนชื่อวัดหัวเขาเสียใหม่ว่าวัด “ศีร์ษะเขา” และในปีต่อมา วัดศีร์ษะเขาก็เพิ่มชื่อต่อท้ายอีกว่า “ศีร์ษะเขาโพธิ์ทอง” แต่ชื่อที่เพิ่มเติมนี้ใช้กันไม่นานนัก เพราะเป็นชื่อยาว ไม่สะดวกแก่การเรียกจึงไม่ค่อยได้ใช้ ต่อมาจึงเลิกเรียกไปโดยปริยาย ต่อมาประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๐ ทางคณะสงฆ์และทางบ้านเมืองพร้อมด้วยพุทธบริษัทร่วมใจกัน ตั้งชื่อใหม่โดยมีความหมายว่า ศีร์ษะเข้านี้ตั้งอยู่ในตำบลนาโพธิ์ ควรจะเรียกชื่อวัดนี้ให้คล้องจองหรือความหมายให้ใกล้เคียงกับชื่อตำบล จึงพร้อมใจกันตั้งใหม่เป็น “วัดโพธิเกษตร” ตั้งแต่นั้นมาจนกระทั่งบัดนี้ แต่บุคคลส่วนมากก็ยังคงเรียกวัดนี้ว่า “วัดหัวเขา” อยู่มากเหมือนกัน

          เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๙๐ ทางวัดเห็นว่าอุโบสถหลังเก่า ซึ่งสร้างมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏชัด ได้ชำรุดลงไม่สามารถจะใช้ทำสังฆกรรมได้สะดวก ทางวัดจึงคิดจะสร้างอุโบสถหลังใหม่ให้ถาวร จึงได้ขอพระราชทานวิสุงคามสีมาใหม่ โดยเลื่อนจากที่เดินไปทางทิศตะวันออกเล็กน้อย เมื่อได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว ก็ได้เริ่มก่อสร้างอุโบสถใหม่ จนแล้วเสร็จเรียบร้อย ได้มีการผูกพัทธสีมาในปี ๒๔๙๕

          นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านเช่าที่ดินปลูกบ้าน ๑๑ หลัง ในที่ดินบางส่วน มีพืชพล เช่นมะพร้าว เงาะ ทุเรียน เป็นต้น ส่วนการบูรณปฏิสังขรณ์ สิ่งปลูกสร้าง ได้ใช้ทุนโดย รายได้จาก กฐิน ผ้าป่า และผู้บริจาค กับมีรายได้ของวัด เช่น ค่าเช่า และค่าพืชผล เป็นต้น

          วัดโพธิเกษตร ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ วันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๐ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๘ เมตร ยาว ๓๘ เมตร

          การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ เป็นต้นมา

          หมายเหตุ ประวัติย่อของวัดโพธิเกษตรนี้ ได้ทราบจากคำบอกเล่าสืบต่อ ๆ กันมา ซึ่งเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ในการนี้อาจขาดตกบกพร่องหรือผิดพลาด ในเรื่องลำดับกาลเวลา และชื่อบุคคลบางตอน ฉะนั้นจึงขออภัยในความผิดพลาด ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

                       รวบรวมโดย...หยาดกวี...

 

                         (พระครูเกษมทัศคุณ)

                                วัดโพธิเกษตร อ.สวี จ.ชุมพร

เรือพระราชทาน ประทานนามเรือโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

สยามบรมราชกุมารี

ได้ประทานนามเรือว่า "โพธิเกษตร" โดยให้ชื่อวัดเป็นชื่อเรือ

ซึ่งเรือพระราชทานลำนี้ เก็บไว้ที่อู่เรือพระราชทานวัดโพธิเกษตร

เพื่อสำหรับไว้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

ศาลาพ่อหลวงครูยิ่ง สุวโจ ซึ่งได้ซ่อมแซมจากหลังเก่า

มณฑปสำหรับประดิษฐานรูปปั้น พ่อปู่ท่านเบี้ยว และ พ่อหลวงครูยิ่ง สุวโจ

รูปปั้น พ่อปู่ท่านเบี้ยว อดีตเจ้าอาวาส

รูปปั้น พ่อหลวงครูยิ่ง อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิเกษตร

รูปพ่อหลวงครูยิ่ง สุวโจ อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิเกษตร

ต้นมะเดื่อชุมพร ผลกินได้ ปลูกไว้ที่วัดโพธิเกษตร มีลูกทั้งปีไม่ขาด

เสียบยอดกับต้นมะเดื่อปล้อง

ห้องส้วมสาธารณะวัดโพธิเกษตร ที่สะอาด ได้รับรางวัล จาก กรมอนามัย

โดยอธิบดีกรมอนามัยมามอบเกียรติบัตรให้ที่จังหวัดชุมพร

เมื่อต้นปี ๒๕๕๒

นี่คือที่นอนหลังสุดท้ายของทุกคน  ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐี ยาจก

วณิพก เข็ญใจ ต้องมานอนให้สัปเร่อเผาไหม้เป็นจุลไปในที่สุด

อนิจจา วะตะ สังขารา

สังขารไม่เที่ยงหนอ

อันเกิดแก่ เจ็บตาย ไว้ให้คิด

ว่าชีวิต เกิดมา อย่าเหลวไหล

รีบทำดี วันนี้ ให้ไวไว

ให้กายใจ สะอาด ปราศมลทิน

จงดูเมรุ กันไว้ เผื่อหายอยาก

นำรูปฝาก ให้คิด จิตถวิล

หากยังอยู่ สบาย บนพื้นดิน

ถึงคราวสิ้น ก็สบาย หายกังวล.

...หยาดกวี...

๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๒

หมายเหตุ อธิบายศัพท์ บางศัพท์

..วณิพก หมายถึง ผู้ขอทานที่มีสิ่งตอบแทนเป็นเสียงเพลง หรือ ดนตรี โดยร้อง หรือบรรเลงให้ผู้ให้ทานฟัง เช่นนักร้อง นักแสดงเพื่อแลกกับเงินหรือสิ่งของ

คำว่า ยาจก หมายถึงผู้ขอทาน ที่ไม่มีสิ่งตอบแทนให้ผู้ให้ทานแก่ตน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เพียงเรา วันที่ : 17/12/2009 เวลา : 12.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/on2512
ด้วยแห่งห้วงหัวใจ มีเพียงเรา ที่ไม่มีเขา

นมัสการค่ะท่านอาจารย์
ได้ชมเมืองชุมพร เหมือนได้มาเที่ยวเองเลย
เหมือนท่านหนึ่งมิตรชิดใกล้ รูปสุดท้ายดูแล้วใจสงบค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
หนึ่งมิตรชิดใกล้ วันที่ : 16/12/2009 เวลา : 21.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skylove
นิราศรักหน้าถ้ำ : ร่ายโคลงร่ำเมรัยอาลัยรัก / กลุ่มเขียนข้าว 

รูปสุดท้าย ชมแล้วสงบใจดีครับ

กราบขอบพระคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เพลงผ้า

เพลงผ้าไหม ซึ่งเป็นศิลปะการทอผ้าของชาวลานนาที่รักษาวัฒนธรรมไว้เป็นอย่างดี ข้าพเจ้าได้นำเพลงไพเราะมาให้ท่านได้รับฟังกัน

View All
<< ธันวาคม 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]