• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 173526
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันพฤหัสบดี ที่ 25 มีนาคม 2553
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 1740 , 07:41:35 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในสมัยโบราณ วัดเป็นศูนย์รวมภูมิปัญญาและจิตวิญญาณ เป็นที่อบรมสั่งสอนผู้คน เป็นแหล่งวิทยาการทั้งทางโลกย์และทางธรรม โดยมีหนังสือเป็นเครื่องมือบันทึกเรื่องราวเหล่านั้น ดังนั้นในสมัยโบราณจึงมีธรรมเนียมปฏิบัติเรื่องการทำบุญหนังสือ หรือการสร้างหนังสือถวายวัดนั่นเอง

หนังสือโบราณจะจารตัวอักษรลงในใบลาน ด้วยเรื่องราวต่างๆ เช่นตำรับตำรา วรรณคดี คัมภีร์ในพุทธศาสนา เป็นต้น โดยศรัทธาเจ้าภาพคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้ ร่วมกันทำบุญหนังสือ เพื่อใช้หนังสือเหล่านั้นเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนในวัดในวาระและโอกาสต่างๆ ตามฮีตคองประเพณี

ต่อมาการศึกษาได้ขยายวงกว้างออกจากวัด ไปยังสถานศึกษาที่ทางราชการจัดให้มีขึ้น และสถานศึกษาเอกชน ตลอดจนองค์กรต่างๆ ที่มีบทบาททั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ซึ่งหนังสือก็ยังเป็นอุปกรณ์สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสื่ออื่นๆ แม้นว่าจะมีนวัตกรรมด้านสื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม

โครงการสร้างหนังสือ “กาสรคำฉันท์”

ระฤกชาตวาร ๖๐ ปีแห่งสมคิด สิงสง พ.ศ.๒๕๕๓

พลีเป็นกุศลทานแก่กองทุนเพื่อจัดตั้งมูลนิธิคนกับควาย

หลักการ

          จัดพิมพ์กวีนิพนธ์ “กาสรคำฉันท์” ของสมคิด สิงสง โดยขอรับการสั่งจองจากผู้สนใจทั่วไป เพื่อมีไว้เป็นเจ้าของและแจกจ่ายเป็นทานไปยังแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ทั้งในและนอกสถานศึกษา หรือเพื่อเป็นบรรณาการแก่เพื่อนมิตรญาติพี่น้อง

เหตุผล

          บทร้อยกรองประเภทฉันท์เป็นงานที่ทำยาก เพราะนอกจากบังคับสัมผัสระหว่างบาทและบทแล้ว ฉันท์แต่ละชนิดยังมีบังคับเสียงหนักเสียงเบา (ครุ-ลหุ) เพื่อให้แสดงอารมณ์ทางวรรณศิลป์ที่แตกต่างกันไป ดังคำแถลงท้ายเรื่อง “สามัคคีเภทคำฉันท์” ของนายชิต บุรทัต กวีสมัยรัชกาลที่ ๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ความว่า...

ฉบงง ๑๖ 

๏ พร่ำพรรณน์ฉันทพากย์โดยใจ        เพียรจบตามนัย

นิทานบุราณเปนมูล

๏ นามสฤษดิ์ นายชิต ชวางกูร         เชลงเฉลาเอาธูร

สลัดอาลัสย์อันมี

๏ ไว้ปากไว้วากย์วาที        ไว้วงศ์กระวี

ไว้เกียรติ์และไว้นามกร

๏ ไว้เฉลิมเสริมศรีพระนคร   คือพิทยาภรณ์

พิเศษประดับดูงาม

๏ ค่อยคิดติดต่อโดยความ    มิคลายพยายาม

กระวีผิเพ่งเล็งเห็น

๏ ฉันทภาคยากล้ำลำเค็ญ   ถ้อยคำจำเป็น

เพราะศัพท์บังคับหนักเบา

๏ พึงอภัยข้าผู้วัยเยาว์       วิทย์หย่อนอ่อนเชาวน์

มิใช่จะคิดแข่งขัน

๏ อาศรัยใจชอบเชิงประพันธ์ กิจอื่นว่างครัน

ก็เครื่องจะเปลืองเวลา

๏ จำเนียรแต่เพียรอุตสา     หะพจน์พรรณนา

สฤทธิ์ด้วยจิตร์จงพลัน

๏ ฝากไว้ในน่าแห่งบรรณ    เพื่อเชื้อเชิญสรรพ์

สุภาพมหาชนชม

๏ สถิตเสถียรเทียรฆ์กาละนิยม         ถ้อยเสริญเทอญสม

ประสาทะพรพาจา

๏ ขอจุ่งอิฏฐผลนานา        ลุดั่งปราถนา

ณ ผู้พิจารณ์อ่านฟัง ฯ

          ดังนั้นการสร้างงานกวีนิพนธ์ประเภทฉันท์ จึงถือได้ว่าเป็นการสืบสานฉันทลักษณ์โบราณของเรามิให้สาบสูญไปตามยุคสมัย และการสร้างหนังสือประเภทนี้ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานดังกล่าว อันเป็นการจรรโลงศิลปวัฒนธรรมทางอักษรศาสตร์ของชาติให้ดำรงอยู่สืบไป

          “กาสรคำฉันท์” ได้ปรากฏตัวเพื่อแสดงบทบาทนี้ แต่ลำพังเฉพาะกำลังของกวีผู้นิพนธ์ คงไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จลุล่วง จึงจำเป็นต้องแสวงหาการสนับสนุนจากหุ้นส่วนเจ้าภาพผู้มีจิตศรัทธา และมองเห็นคุณค่าทางศิลปวรรณกรรมของงานแนวฉันทลักษณ์ และต้องการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสานให้คงอยู่ในสังคมอุษาคเนย์นี้สืบไป

วิธีดำเนินงาน

๑.      ประชาสัมพันธ์หลักการและเหตุผลนี้สู่สาธารณชน

๒.     สนองศรัทธาของหุ้นส่วนเจ้าภาพน้อยใหญ่ ที่ประสงค์จะร่วมบุญหนังสือในครั้งนี้ โดยการรับสั่งจองหนังสือตามจำนวนที่ผู้สั่งประสงค์ อัตราการสั่งจองมีมูลค่าเล่มละ ๒๔๕ บาท และเล่มละ ๓๔๕ บาทสำหรับฉบับปกแข็ง ผู้สั่งจองจะยังไม่ชำระเงินจนกว่ายอดสั่งจะเกิน ๑,๐๐๐ เล่ม และจะจัดพิมพ์เท่าจำนวนผู้สั่งจอง (๑,๐๐๐ แรก)

๓.     การสั่งจองทำได้โดย คลิกที่นี่

๔.      หนังสือกาสรคำฉันท์จะจัดพิมพ์ในชุด “ระฤก ๖๐ ปีชาตวารแห่งสมคิด สิงสง ๒๕๕๓”  รูปเล่มขนาด ๑๓..๔๐ ซ.ม. x ๑๙.๘๐ ซ.ม. จำนวนหน้าประมาณ ๑๒๐ หน้า พิมพ์สอดสี ๔ สี (ปกอ่อนและปกแข็ง)

๕.      รายได้เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว นำเข้าสมทบกองทุนมูลนิธิคนกับควาย

ระยะเวลาดำเนินงาน

          การดำเนินงานจัดพิมพ์และจำหน่ายจ่ายแจกหนังสือชุดแรก จะดำเนินการในเดือนเมษายน ๒๕๕๓

ปีนี้ผมมีโอกาสพิเศษ เนื่องในชาตวาร ๖๐ ปี จึงได้ลงมือสร้างกวีนิพนธ์ขึ้นชุดหนึ่งชื่อ “กาสรคำฉันท์” เป็นการสืบสานฉันทลักษณ์โบราณแห่งอุษาคเนย์ เริ่มทำเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ปีเดียวกัน เป็นงานกวีนิพนธ์ ๖๘๗ บท ปรากฏตามรูปแบบที่จัดหน้าเตรียมพร้อมสำหรับงานตีพิมพ์ ซึ่งท่านสามารถดาวน์โหลดมาดูจากลิ้งค์นี้ >>http://www.4shared.com/file/242544732/385130b/KasornA5.html

ผมอยากสร้างหนังสือเล่มนี้ พลีเป็นกุศลทานให้แก่กองทุนเพื่อจัดตั้งมูลนิธิคนกับควาย ซึ่งกำลังรณรงค์ “นำควายคืนสู่ไร่นา นำพาเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืน นำฟื้นสิ่งแวดล้อม และน้อมนำในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

คำว่า “สร้างหนังสือ” ในสมัยโบราณ คือการจัดซื้อ จัดหา หรือจัดสร้างหนังสือมาถวายวัด

คำว่า “สร้าง” หรือ “จัดสร้าง” ก็คือการจ้างช่างมาเขียน หรือ “จาร” ตัวหนังสือลงใบลาน  เพื่อให้ได้หนังสือผูกชุดหนึ่ง หรือหลายชุดตามกำลังศรัทธาของผู้สร้าง ซึ่งถ้าเทียบเคียงในยุคสมัยนี้ก็คือการว่าจ้างโรงพิมพ์ผลิตหนังสือนั่นเอง

ต่างกันตรงที่พิมพ์แล้วไม่ได้นำไปถวายวัด หากแต่จัดจำหน่ายเป็นสินค้าชนิดหนึ่ง

ในกรณีการจัดพิมพ์ “กาสรคำฉันท์” ผมอยากจะเทียบเคียงกับการสร้างหนังสือในสมัยโบราณ เพราะเหตุใดหรือครับ?

ประการแรก “กาสรคำฉันท์” เป็นงานฉันทลักษณ์โบราณที่อาจพ้นสมัยไปแล้วสำหรับคนรุ่นนี้ เว้นแต่ผู้สนใจศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง ซึ่งก็คงมีไม่มากนักในสังคมบ้านเรา

ประการที่สอง การนิพนธ์ “กาสรคำฉันท์” ผมมีความรู้สึกเสมอว่ากำลังทำงานอนุรักษ์และฟื้นฟูฉันทลักษณ์โบราณที่ถูกทิ้งร้างมานาน แม้แต่ผมเองก็ยังต้องรื้อฟื้นความทรงจำ ด้วยการค้นหาหนังสือ “สามัคคีเภทคำฉันท์” มาทบทวน อ่านซ้ำ และหาตำราฉันทลักษณ์ซึ่งปรากฏอยู่นิดหน่อยในเอกสารการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๔-๕-๖)

“สามัคคีเภทคำฉันท์” เป็นผลงานของนายชิต บุรทัต กวีสมัยรัชกาลที่ ๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๘ หรือเกือบ ๑๐๐ ปีที่ผ่านมา ด้วยการสนับสนุนจุนเจือของผู้ที่เห็นคุณูปการของกวีนิพนธ์แนวนี้ ดัง “ปรารมภพจน์” ของผู้ประพันธ์ ความว่า...

“ฉบงง ๑๖ 

๏ ข้าผู้นิพันธ์พาที           ถ้อยสามัคคี

เภทฉันท์อันออกบอกนาม

๏ ในท้ายทั้งที่มีความ        เจตนาพยายาม

นิยมประพันธ์อันใด

๏ แจ้งหมดปรากฎมีใน      ปัจฉิมชัดไข

ลิขิตรจิตร์จองแถลง

๏ ปรารมภพจน์นี้ชี้แจง      เพี่อจักสำแดง

ประวัติอุบัติ์แห่งบรรณ

๏ พิมพ์ขึ้นสำเร็จเสร็จพลัน   ทั้งรวดเร็วทัน

ประสงค์สะดวกโดยไว

๏ ด้วยทุนหนังสือพิมพ์ไทย   ทดรองจ่ายไป

เปนส่วนเอื้อเฟื้อเจือจาน

๏ ขุนสันทัดอักษรสาร        บรรณาธิการ

ธ เกื้อ ธ เอื้ออุดหนุน

๏ สัมฤทธิ์เพราะท่านการุญ  ช่วยเหลือเจือจุน

โดยรอบประกอบอุปการ

๏ ผู้อื่นอีกอาทิ์เอาภาร       ขุนนัยวิจารณ์

(เปล่ง ดิษยบุตร์) นามผจง

๏ คุณสุดกอบโกยโดยสง     เคราะห์ล้ำจำนง

พินิจพิจารณ์จริงใจ

๏ สอดส่องถ่องถ้วนควรนัย  เชิงอรรถอันใด

มิดีและมีขัดขวาง

๏ บอกให้แก้ใหม่ไป่วาง      ธุระแท้แลทาง

แก้ไขใบพิมพ์เพียรทำ

๏ เรียบร้อยไพเราะเพราะคำ  ที่ท่านแนะนำ

และตรวจและตราอาทร

๏ สองท่านอันออกนามกร   ข้าจะอนุศร

พระคุณตลอดฤๅลืม  

นายชิต

ผู้ประพันธ์

ที่ทำการหนังสือศรีกรุง

วันที่ ๑ มิถุนายน พระพุทธศักราช ๒๔๕๘...”

นับแต่นั้นมาผมยังไม่เห็นงานประพันธ์ชนิดที่เรียกว่า “คำฉันท์” เป็นชิ้นเป็นอันเยี่ยง “สามัคคีเภทคำฉันท์” ซึ่งอุบัติขึ้นในสยามบรรณพิภพเมื่อ ๙๕ ปีที่แล้ว หรืออาจมีแต่ไม่ได้เผยแผ่แพร่หลาย หรือด้วยตัวผมเองด้อยโอกาสและภูมิปัญญาที่จะสืบรู้หวนเห็นก็อาจเป็นได้

สำหรับผม ถือว่าวันนี้ได้ทำหน้าที่เติมเต็มลงในช่องว่างแห่งช่วงระยะเวลาเกือบ ๑ ศตวรรษของเส้นทางกวีนิพนธ์เชิงฉันทลักษณ์โบราณชนิด “คำฉันท์” นี้ด้วย “กาสรคำฉันท์” ชิ้นนี้

กล่าวเช่นนี้มิได้คุยโวโอ้อวด เพียงแต่อยากบอกเล่าให้ปรากฏไว้ และไม่รับรองว่า “กาสรคำฉันท์” มีความเป็นเลิศถึงขั้น “งานครู” แต่อย่างใด เนื่องจากแท้แล้วก็เป็นงาน “ลองทำ” ของนักเรียนน้อยผู้หนึ่ง เหมือนอย่างนายชิต บุรทัต ที่เคยอ่อนน้อมถ่อนตนใน “สามัคคีเภทคำฉันท์” ว่า...

“...๏ พึงอภัยข้าผู้วัยเยาว์    วิทย์หย่อนอ่อนเชาวน์

มิใช่จะคิดแข่งขัน

๏ อาศรัยใจชอบเชิงประพันธ์ กิจอื่นว่างครัน

ก็เครื่องจะเปลืองเวลา

๏ จำเนียรแต่เพียรอุตสา     หะพจน์พรรณนา

สฤทธิ์ด้วยจิตร์จงพลัน

๏ ฝากไว้ในน่าแห่งบรรณ    เพื่อเชื้อเชิญสรรพ์

สุภาพมหาชนชม...”

ประการที่สาม งานสืบสานมรดกวัฒนธรรมเช่นนี้ ผมมิบังควรกระทำโดยลำพังแต่เพียงผู้เดียว ควรเชื้อเชิญผู้มีจิตศรัทธาในแนวทางเดียวกันเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในกิจกรรมนี้อย่างกว้างขวาง และที่แล้วมาผมก็ได้รับการอนุเคราะห์จากผู้สนับสนับสนุน และผู้เป็นแรงบันดาลใจทั้งโดยตรงและโดยอ้อมหลายท่าน ทั้งที่ได้เอ่ยนามและไม่ได้เอ่ยนามในกิตติกรรมประกาศท้ายบทนิพนธ์ และจะหาโอกาสประกาศดังกล่าวในคราวจัดพิมพ์เป็นเล่ม

จึงประสงค์จะบอกบุญมายังท่านผู้มีจิตศรัทธา และประสงค์จะร่วมทำบุญหนังสือครั้งนี้ ท่านผู้สนใจขอเชิญคลิกเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่นี่ >>http://www.somkhitsin.net

หมายเหตุถึงกอง บก.โอเคเนชั่น

ไม่ทราบว่าเอนทรีนี้อยู่ในหลักเกณฑ์ของโอเคเนชั่นหรือไม่? หากเห็นว่าอยู่นอกเหนือไปจากกติกา คือใช้ช่องทางนี้ประชาสัมพันธ์ชิ้นงานของตัวเองเป็นเชิงพาณิชย์ ผมขออภัย และอนุญาตให้ลบทิ้ง แต่กรุณาทราบว่าผมไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น แต่ต้องการสื่อสารให้เห็นความพยายามในการสืบสานต่ออายุให้แก่ฉันทลักษณ์โบราณประเภทคำฉันท์

ถ้าการกระทำนี้ยังอยู่ในกติกาของโอเคนเนชั่น ผมขออนุญาตนำท่านไปยลเยือน "กระท่อมลายสือ" (Kratom Lai Sue: A Writer's Stuio) ที่ http://www.somkhitsin.net





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เช่นนั้นเอง วันที่ : 29/03/2010 เวลา : 17.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kbd
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้, ใครจะรู้ความตาย แม้พรุ่งนี้


สวัสดีค่ะ

วันนี้ KBD-1 ขอเสนอวิธีการอ่านกาสรคำฉันท์ ให้ได้อรรถรส แบบเด็กยุคใหม่หัวใจลายไทยกันนะคะ

๑ เริ่มจากไปดาวน์โหลดต้นฉบับมาก่อนค่ะ ได้มาแล้วจะนั่งอ่านที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือจะพิมพ์ลงกระดาษทำเป็นรูปเล่มที่สวยงามก่อนก็ได้ค่ะ (แต่ KBD-1 ทำไม่เป็นหรอกนะคะ ภาพที่เห็นนั้นไปแย่งจากมือของคุณลุงสมคิดมาค่ะ นี่ขนาดเป็นแค่หนังสือทำมือ ยังสวยเกินห้ามใจ) ดาวน์โหลดต้นฉบับได้ ที่นี่ค่ะ http://www.4shared.com/file/242544732/385130b/KasornA5.html

๒ ได้ต้นฉบับมาแล้ว คราวนี้ก็ไปโหลดไฟล์เสียงมาค่ะ เสียงจริงๆ ของคุณลุงสมคิดเลย ฟังบ่อยๆ ฟังซ้ำๆ รับรองจะลืมพี่เบิร์ด ธงชัย ไปเลยค่ะ (หุหุ..) แม้จะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน คุณลุงก็พยายามหาเวลาว่างมานั่งอ่านให้ฟัง เพราะหลาน KBD-1 ตื๊อเหลือเกิน (ก็หนูอ่านไม่ออกนี่คะ)

กาสรคำฉันท์ มีทั้งหมด ๒๗ ภาค ตอนนี้คุณลุงอ่านถึงภาคที่ ๖ แล้ว ส่วนไฟล์เสียงก็แบ่งตามหนังสือเป๊ะเลยค่ะ แต่มีบางคำที่อาจปรับแก้ ตรงนี้ต้องตั้งใจฟังดีๆ นะคะ บางครั้งคุณลุงอาจอ่านที่ตัวเองเขียนได้ไม่คล่อง มีติดขัดบ้าง ก็แหม.. คำโบร้าณ โบราณ นานๆ ใช้ที ก็แบบนี้แหละค่ะ

กาสรคำฉันท์ ภาค ๑

http://www.4shared.com/file/251699709/ce56ed81/kasornpart1.html

กาสรคำฉันท์ ภาค ๒

http://www.4shared.com/file/251698416/fd08186d/kasornpart2.html

กาสรคำฉันท์ ภาค ๓

http://www.4shared.com/file/251702067/6bb64750/kasornpart3.html

กาสรคำฉันท์ ภาค ๔

http://www.4shared.com/file/251703858/668b3fdf/kasornpart4.html

กาสรคำฉันท์ ภาค ๕

http://www.4shared.com/file/251704916/794a8552/kasornpart5.html

กาสรคำฉันท์ ภาค ๖

http://www.4shared.com/file/251709152/e6320d2a/kasornpart6.html


อ่านแล้ว ฟังแล้ว เห็นว่าสมควรอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกอันล้ำค่าแก่ลูกหลาน ก็ส่งใบสั่งจองเพื่อเตรียมจัดพิมพ์เลยนะคะ กรอกแบบฟอร์มใบสั่งจอง ที่นี่ค่ะ

http://www.treconwork.com/tra/kasorn/kasorn.aspx


ขอบคุณทุกท่านที่ส่งใบสั่งจองมาแล้วนะคะ และขอบคุณสำหรับความคิดเห็นเพิ่มเติมที่น่าชื่นใจค่ะ คุณลุงสมคิด สิงสง ได้อ่านทุกเมล์ค่ะ

เอิ่ม... จะช้าไปไหมนะ ถ้าหากจะแนะนำตัวอย่างเป็นทางการว่า KBD-1 เป็นอาสาสมัครมาช่วยประสานงานในโครงการนี้ค่ะ สวัสดีค่ะ

นารี [KBD-1]

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
นกแสงตะวัน วันที่ : 29/03/2010 เวลา : 06.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arunprapa
ส่วนเสี้ยวชีวิตที่เหลืออยู่

ยินดีค่ะที่จะมีหนังสือดีประดับบ้านอีก1 เล่ม
และหากห้องสมุดชาวบ้านที่บ้านเกิด(หน้าบ้านยาย)เสร็จจะนำไปไว้ที่นั่น 1 เล่ม ถ้าไม่เกิดห้องสมุดดังกล่าวจะนำไปมอบให้โรงเรียนบ้านเกิดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 26/03/2010 เวลา : 05.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

เป็นบุญของน้องนุ่ง ลูกหลานและเพื่อนมิตรชาววรรณกรรมโอเคเนชั่นเน็ต ผมยินดีด้วยในฐานะคนเขียนหนังสือคนหนึ่ง เคยใฝ่ฝันที่จะเขียนงานวรรณกรรมฝากไว้กับยุคสมัย จนถึงบัดนี้ ผมยังทำไม่ได้สักเสี้ยวหนึ่งของท่านพี่เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เทียน-ทองทา วันที่ : 25/03/2010 เวลา : 20.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thongtha


อิ่มเอม ที่ได้อ่าน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สมคิด_สิงสง วันที่ : 25/03/2010 เวลา : 14.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang

>>สรกิจ
ขอบคุณครับ
>>ChaiManU
ยังอยู่บนถนนครับ เดี๋ยวกลับไปถึงที่ตั้งจะกลับไปพิจารณาใช้สิทธฺพาดพิง
ทั้ง ๒ ท่านถ้าสนใจสนับสนุนการเอาบุญหนังสือ "กาสรคำฉันท์" ขอเชิญเข้าไปลงทะเบียนที่ www.somkhitsin.net
ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ChaiManU วันที่ : 25/03/2010 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

ขอร่วมทำบุญหนังสือร่วมกับท่าน ด้วยความยินดียิ่งครับ

ขอให้ การเดินทาง กทม.-เชียงใหม่-ขอนแก่น และอีกในทุกๆเส้นทาง ผ่านไปโดยสวัสดิภาพครับ

อ้อ...น้ายังไม่ได้กลับไปใช้สิทธิ์พาดพิงที่บ้านผมเลยนะ

http://www.oknation.net/blog/chaimanu/2010/03/23/entry-1

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สรกิจ วันที่ : 25/03/2010 เวลา : 08.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phdsuchart


คัมภีร์ญาโณทัยกล่าวว่า "เอกกฺขรํ เอกเมกญฺจ พุทฺธรูปสมํ สิยาฯ...สยญฺจ เลกฺขนฺติ ปเร จ เลกฺขาปยนฺติ เย วา อนุโมทนฺเต เตปิ เมตฺเตยฺยชินสฺส สิสฺสา ปญฺญา ภวนฺติ อาคโตสฺมิ..." แปลว่า อักษรตัวหนึ่ง หรือวรรณยุกต์หนึ่ง เท่ากับพระพุทธรูปองค์หนึ่ง...ผู้เขียนเองก็ดี หรือให้ผู้อื่นเขียนก็ดี หรือผู้อนุโมทนาการจารึกอักษรพระไตรปิฎก ภายหน้าจะเป็นศิษย์มีสติปัญญาของพระศรีอริยเมตไตย (กรุงเทพฯ : ชวนการพิมพ์, 2534), หน้า 92,94.
หนังสือที่จะพิมพ์น่าสนใจมาก แล้วจะอุดหนุนครับผม ยังมีหนังสือแต่งฉันท์ของภาษาบาลีอีกจำนวน 108 ฉันท์น่าสนใจมากครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สมคิด_สิงสง วันที่ : 25/03/2010 เวลา : 08.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang

เอนทรีนี้โพสต์ในระหว่างการเดินทาง กทม.-เชียงใหม่-ขอนแก่น... อาจดูยุ่งเหยิงอยู่ ต้องขออภัย เดี๋ยวกลับถึงกระท่อมลายสือจะได้นั่งลงปรับแก้ให้เรียบร้อยกว่านี้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]