• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172497
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันพุธ ที่ 25 สิงหาคม 2553
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 3428 , 09:15:44 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

๖. ประวัติศาสตร์บางหน้าก่อนมีภาคอีสานของไทย

ถ้าไม่ใช่คนที่มีประวัติศาสตร์ทางเชื้อชาติเป็นลาว หลายคนอาจจะหงุดหงิดที่เห็นผมพูดถึงประวัติศาสตร์ชาติลาวบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในเรื่องเส้นกั้นพรมแดนตั้งแต่สมัยสมเด็จเจ้าฟ้างุ่มฟ้าหล้าธรณีศรีศัตนาคนหุต ที่ว่าเขตแดนลาวมีเทือกภูพญาเย็นเป็นเส้นกั้น

เจ้าฟ้างุ่มที่ว่านี้หรือเปล่าที่เป็นที่มาของวรรณคดีโบราณเรื่อง “จำปาสี่ต้น” เพราะมีเรื่องการถูกลอยแพ ในลำแม่น้ำโขงเหมือนอย่างในวรรณคดีเรื่องดังกล่าว?

ผลงานของมหาสิลา วีระวงส์ อีกแล้วครับ!

“ปวัดสาดลาวแต่บูรานเถิง ๑๙๔๖” หรือเขียนเป็นภาษาไทยว่า “ประวัติศาสตร์ลาวตั้งแต่โบราณจนถึง ค.ศ.๑๙๔๖ (หรือ พ.ศ.๒๔๘๙ พิมพ์ครั้งที่ ๓ โดยหอสมุดแห่งชาติ กระทรวงแถลงข่าวและวัฒนธรรม สปป.ลาว เมื่อปี ๒๐๐๑ (พ.ศ.๒๕๔๔)

รัฐต่างๆ ในแผ่นดินใหญ่เอเชียอาคเนย์ระหว่างกลางคริสต์ศตวรรษที่ 8 มีรัฐน่านเจ้า ปะยุ เจนละบก เจนละน้ำ ทวารวดี จามปา หนังสือประวัติศาสตร์ลาวตั้งแต่โบราณฯ อ้างจาก Southeast Asia, Charles A. Fisher, London METHUEN, 1969)

ก่อนถึงรัชสมัยเจ้าฟ้างุ่ม ประวัติศาสตร์ลาวแต่โบราณฯ กล่าวว่า “พวกอ้ายลาว ตั้งหลักฐานอยู่ดินแดนระหว่างแม่น้ำฮวงโหกับแม่น้ำยั้งจื้อ (แยงซีเกียง) อันเป็นอาณาจักรของจีนเดี๋ยวนี้ พวกอ้ายลาวทำมาหากินด้วยการกสิกรรม...” มีมาก่อนพุทธศักราช 2,500 ปีมาแล้ว

คำว่า “ลาว” เป็นมาอย่างไร ค่อยว่ากันทีหลังเพราะเป็นเรื่องยาว

จับความเอายุคสมัยที่จีนแบ่งออกเป็น 3 ก๊ก มีก๊กโจโฉ ก๊กเล่าปี่ และก๊กซุนกวน รบราฆ่าฟันแย่งชิงความเป็นใหญ่กัน พวกอ้ายลาวที่เคยอยู่ระหว่างแม่น้ำฮวงโหกับแม่น้ำแยงซีเกียงมาช้านานหลายพันปี และถอยร่นลงมาอยู่ลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน ได้โอกาสที่จีนรบรากันอยู่นั้นสร้างอาณาจักรบ้านเมืองของตนขึ้นถึง 6 เมือง โดยมีเมือง น้งเส หรือ หนองแส เป็นเมืองหลวง

หนองแสเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของแม่น้ำโขงในเขตมณฑลยูนนานของจีนปัจจุบัน แต่โบราณคนลาวเรียกหนองน้ำนี้ว่าหนองแส หรือหนองกระแสแสนย่าน จีนเรียก ตาลีฟู

บ้านเมืองบริเวณนี้นี่ล่ะ เขาเรียกว่า “อาณาจักรลาวหนองแส หรือน่านเจ้า” ซึ่งมีประวัติศาสตร์การปกครองบ้านเมืองสืบต่อกันมาหลายร้อยปี บางช่วงตกเป็นเมืองขึ้นของจีน และบางช่วงเป็นรัฐเอกราช

ล่วงมาถึงยุคสมัยขุนบรมราชาธิราช หรือพระเจ้าพีล่อโก๊ะ ซึ่งเป็นกษัตริย์ลาวผู้กล้าหาญ ทรงชำนาญในการสงครามอย่างยอดยิ่ง ได้ทรงแผ่อาณาเขตลาวหนองแสให้กว้างขวางที่สุด เสวยราชสมบัติในนครหนองแสเมื่อปี พ.ศ.1272 (ค.ศ.729) เมื่อมีพระชนมายุ 32 ปี โปรดดูภาพแผนที่ประกอบซึ่งแสดงรัฐต่างๆ ในแผ่นดินใหญ่เอเชีย อาคเนย์ระหว่างกลางคริสต์ศตวรรษที่ 8 มีรัฐน่านเจ้า ปะยุ เจนละบก เจนละน้ำ ทวารวดี จามปา หนังสือประวัติศาสตร์ลาวตั้งแต่โบราณฯ อ้างจาก Southeast Asia, Charles A. Fisher, London METHUEN, 1969)

ที่ร่ายยาวมาข้างต้นเพื่อเชื่อมโยงมาถึงเมืองล้านช้าง ในยุคสมัยขุนลอ โอรสองค์ใหญ่ของขุนบรมฯ และถือว่าเจ้าขุนลอพระองค์นี้เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรล้านช้าง ผู้ครองนครเชียงทองสืบต่อกันมาถึง 22 รัชกาล ด้วยระยะเวลากว่า 500 ปี ก่อนจะถึงรัชสมัยของสมเด็จเจ้าฟ้างุ่มฟ้าหล้าธรณีศรีศัตนาคนหุต ผู้ทรงแผ่พระบารมีเหนือเขตน้ำแดนดินโขงสองฝั่ง และขึ้นเสวยราชย์ในปีมะเส็ง จุลศักราช 715 (ตรงกับ ค.ศ.1353 หรือ พ.ศ.1896)

รัฐต่างๆ ในแผ่นดินใหญ่เอเชีย อาคเนย์ระหว่างท้ายคริสต์ศตวรรษ ที่ 15 มีอังวะ ล้านช้าง อานาม จามปา กำพูชา สยาม หนังสือ ประวัติศาสตร์ลาวตั้งแต่โบ-ราณฯ อ้างจาก Southeast Asia, Charles A. Fisher, London METHUEN, 1969)

มหาสิลา วีระวงส์ นักปราชญ์ลาวผู้มีปิตุภูมิอยู่ที่บ้านหนองหมื่นถ่าน อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนที่จะไปพำนักและรับราชการอยู่ในลาวฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ได้บันทึกประวัติศาสตร์ลาวฯ ในบทที่ว่าด้วย “รัชกาลพระเจ้าฟ้างุ่ม” พอสรุปความได้ดังนี้

เจ้าฟ้างุ่มเกิดในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 14 (บางฉบับว่า ค.ศ.1316 และ 1328) เป็นโอรสองค์สุดท้าย 1 ใน 4 องค์ (หญิง 2 ชาย 2) ของเจ้าฟ้าเงี้ยว หรือขุนผีฟ้า เวลาประสูติออกมามีฟันเกิดมาพร้อม 33 ซี่ เป็นเหตุให้อำมาตย์ราชมนตรีทั้งหลายเกรงจะเป็นเสนียดแก่บ้านเมือง จึงทูลให้พระราชบิดาเนรเทศพระราชโอรสด้วยการลอยแพล่องไปตามลำแม่น้ำโขง

ขุนผีฟ้าขัดขืนคำชาวบ้านชาวเมืองไม่ได้ จึงตัดสินใจให้เอาราชกุมารลงแพล่องแม่น้ำโขง พร้อมด้วยพ่อเลี้ยงแม่นมและบริวารรวม 33 คน แพไหลไปตามลำน้ำโขงได้ปีหนึ่งจึงไปถึงหลี่ผี เวลานั้นมีพระภิกษุชาวเขมรองค์หนึ่งนามว่ามหาปาสะมันตะเถระ วัด คูหาใกล้หัวหาดหลี่ผี ได้เห็นแพที่ล่องมาจอดและทราบว่าเป็นโอรสกษัตริย์จึงเอาไปเลี้ยงดู และสั่งสอนวิชาความรู้ จนพระกุมารมีพระชนมายุได้ 6-7 ปี จึงเอาไปถวายพระเจ้าแผ่นดินเขมรที่พระนครหลวง (คือนครทมปัจจุบัน)

“พระกุมารฟ้างุ่มประทับอยู่ในพระราชวังพระเจ้าแผ่นดินเขมร ได้ทรงศึกษาศิลปวิทยาการต่างๆ เฉกเช่นเดียวกันกับพระกุมารเขมรทั้งหลายจนชำนาญ พระเจ้าแผ่นดินเขมรทรงเห็นความฉลาดสามารถหลักแหลมของพระเจ้าฟ้างุ่ม จึงได้มอบพระราชธิดา ผู้มีนามว่านางแก้วเก็งยาให้เป็นพระเทวี โดยพระองค์มีพระประสงค์จะผูกไมตรีกับชนชาติลาวไว้ และท้าวฟ้างุ่มก็ประทับอยู่ที่นั่นจนพระชนม์ได้ 33 ปี

ในระหว่างปี ค.ศ.1343 (พ.ศ.1886) เจ้าฟ้าเงี้ยวบิดาของเจ้าฟ้างุ่มเสด็จสวรรคต เสนาอำมาตย์ทั้งหลายจึงเชิญเอาเจ้าคำเรียวพระอนุชาให้ขึ้นเสวยราชย์แทน ฝ่ายเจ้าฟ้างุ่มที่ประทับอยู่เมืองเขมร เมื่อทราบว่าพระราชบิดาเสด็จสวรรคตแล้ว และผู้เป็นอาว์ได้ครอง เมืองแทน จึงทูลขอเอากองทัพเขมรยกขึ้นมาตีเอาเมืองลาว...

การที่พระเจ้าแผ่นดินเขมรมีความเมตตาเลี้ยงดูพระเจ้าฟ้างุ่มไว้ จนถึงขั้นพระราชทานพระธิดาให้เป็นเทวีและมอบกองทัพให้นั้น เนื่องจากในเวลานั้นประเทศเขมรกำลังประสบภัยจากการโจมตีของสุโขทัย ทั้งเขมรเองก็กำลังอ่อนอำนาจลง เมื่อก่อนสุโขทัยเป็นเมืองขึ้นของเขมร ก็ได้แยกออกเป็นเอกราชโดยเด็ดขาด โดยอำนาจของขุนผาเมืองและขุนบางกางท่าวเจ้าเมืองบางยาง ในปี ค.ศ.1257-1282 (พ.ศ.1800-1825) พ่อขุนรามคำแหง เจ้าเมืองสุโขทัยก็ได้แผ่ขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง โดยชิงเอาแดนดินของเขมรได้หลายเมืองในทางตะวันออก ตั้งแต่เมืองสระหลวงคือเมืองสองแคว ลงไปถึงเมืองร้อยเอ็ดและโคราช...”

ถึงปี ค.ศ.1349 (พ.ศ.1892) เจ้าฟ้างุ่มกับนางแก้วเก็งยาก็กราบทูลลาพระเจ้าแผ่น ดินเขมรยกทัพขึ้นมาประเทศลาว ตีเอาหัวเมืองใหญ่น้อยระหว่างทาง และจัดระบบบริหารราชการให้แก่บ้านเมืองเหล่านั้น พร้อมกำหนดให้ส่งส่วยบรรณาการด้วยทรัพย์สินไพร่พล

ฝ่ายพระยาเจ็ดเจืองผู้เป็นเจ้าเมืองพวนเชียงขวาง ครั้นได้ทราบข่าวว่ากองทัพของเจ้าฟ้างุ่มตีเมืองพระน้ำฮุ่งได้ก็มีความหวาดกลัวในเดชานุภาพเป็นอันมาก จึงแต่งให้ทูตถือราชสารลงมาอ่อนน้อม ใจความในพระราชสารนั้นมีว่า...

“ผู้ข้านี้ เป็นหลานเป็นเหลนเชื้อแถวขุนบรมราชาธิราชเจ้าและทั้งขุนลอมาแต่โบราณ เป็นการดีแล้วครั้งนี้พระยาฟ้าจักไปปราบบ้านปราบเมืองที่ใดก็ดี ข้าจักแต่งรี้พล ไปช่วยไปเติมทุกแห่งหนแล...”

พระเจ้าฟ้างุ่มได้ทราบดั่งนั้นก็มีพระทัยโสมนัส จึงมีพระราชอาชญาตอบคืนไปว่า

“พี่น้องเรายังคิดถึงเราก็ดีแล้ว บ้านเมืองของหลานเรากับน้องเราแต่ก่อนที่ใดก็ดี ให้ไว้แก่น้องเราเถอะ เครื่องศึก เครื่องใช้ เครื่องเหล็กอันใดก็ดี เราหากจักรับเอาไว้ด้วยความยินดี อันหนึ่ง บ้านเมืองที่เราปราบได้ ตั้งแต่เมืองซ้า เมืองม่วน ก็ให้มาไหว้แก่น้องเรา..”

ครั้นทรงมีพระราชอาชญาไปดั่งนั้นแล้ว ก็ตรัสสั่งให้เจ้าเมืองพวนเกณฑ์กองทัพเข้าสมทบ ยกไปตีเอาหัวเมืองเขตแดนของประเทศแกว (หมายถึงเวียดนาม) ได้ 3 เมืองในปี พ.ศ.1894

ฝ่ายเจ้าแผ่นดินประเทศแกวได้ทรงทราบข่าวดังนั้น มีความหวาดกลัวในอานุภาพ ของพระเจ้าฟ้างุ่มเป็นอันมาก จึงแต่งราชบรรณาการมาถวาย พร้อมกับส่งทูตมาเจรจา ตกลงแบ่งปันเขตแดนประเทศทั้งสอง ตามหลักธรรมชาติภูมิประเทศและวัฒนธรรมทางเชื้อชาติประเพณีดังนี้

1. พลเมืองที่อยู่เฮือนมีฮ้าน กว้านมีเสา (คือเรือนยกพื้น) ให้เป็นพลเมืองลาว

2. เขตแดนประเทศลาวนั้น ให้นับแต่ต้นส้านสามหง่า ไปถึงน้ำม้าสามแถว หรือ หินสามเส้าไปถึงน้ำเต้าสามแถว

3. หลักการแบ่งเขตนั้น ให้ถือเอาตามสันภูน้ำแบ่ง คือฝนตกน้ำไหลลงมาสู่ประเทศลาวบ่อนใดให้ถือเอาบ่อนนั้นเป็นเขตแดน ถ้าไหลไปทางเมืองแกว ก็ให้เป็นดินของแกว

นับแต่นั้นมาเทือกเขา ที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างลาวกับเวียดนามจึงได้ชื่อว่า “เทือกเขาแดนแกว”

เช่นเดียวกันกับเทือกเขาเพชรบูรณ์ นับแต่ดงสามเส้า (ดงพญาไฟ) ภูพญาฝ่อก็ได้ชื่อว่าเทือกเขาแดนลาว

น้องสาวเจ้าเมืองพวนสนทนา กับแขกต่างประเทศ ค.ศ.1883 (พ.ศ.2426)





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Khonfungpleng วันที่ : 15/10/2010 เวลา : 11.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonfungpleng
การยอมรับความเท่าเทียมกันในสังคมคือการเริ่มต้นของมิตรภาพที่ยาวนาน

ขอบคุณนะคะที่ได้รับความรู้เพิ่มเติมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 01/09/2010 เวลา : 05.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

ประวัติศาสตร์เล่าเรื่องราวของมันไปเนาะอ้าย สมัยเด็กๆฟังเรื่องราวน้ำเต้า จำปาสี่ต้น หรือนิทานเกี่ยวกับชีวิตลาวๆก็มิได้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจหรือมีความรู้สึกว่าถูกแบ่งแยกเป็นลาวขี้แก่น ผมว่าโดยวิถีของชาวบ้านชาวเมือง ไม่ได้แบ่งแยกกันดอก แต่จะมีก็คงพวกหัวหน้าก๊กหัวหน้าเหล่านั่นแหละคอยชี้ว่านั่นคือลาว นั่นคือไทย ความรู้สึกว่าถูกแบ่งและรังเกียจจากไทย หรือวาทกรรมที่ว่า"เซาๆไทสิกินบี" หรือ พวกลาวพุงกาง เพราะกินหลาย อะไรทำนองนี้ มันคงชัดเจนมาตั้งแต่ พวกลาวที่กลายเป็นไทย เพราะไม่อยากเป็นลาว ลาวล้าหลัง ลาวอ่อนแอ ต้องไปสวามิภักดิ์กับเจ้าพญา เหมือนอย่างพญาแล ทั้งหมดก็ถูกปั่นให้เชื่อตามหัวหน้าหรือผู้นำทรราชทั้งหลายนั่นแหละ ดังนั้น แดงทั้งแผ่นดินล้วนถูกเคลือบแคลง ล้วนมีวาระซ่อนเร้น ล้วนไม่น่าไว้วางใจ ที่สุด ชาวบ้านร้านตลาดก็ถูกหลอกเหมือนว่าประวัติศาสตร์ที่ต้องเล่าซ้ำมิสิ้นสุด ก็คงไม่ต่างจากน้ำท่วมชัยภูมิน้ออ้าย มันเป็นชะตากรรมของคนเมือง ผมว่าน้ำท่วมยังดีกว่าฝนแล้ง อย่างน้อยๆบ้านผมก็ได้กินปลาน้ำเจา ส่วนวิธีที่จะให้น้ไม่ท่วม ให้พี่ๆคิดเอาก็แล้วกัน สวัสดีครับพี่ใหญ่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ประจิ้มประเจ๋อ วันที่ : 25/08/2010 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yuiboc
สะเปะสะเปือยเรื่อยเปื่อยอยู่เรื่อยไป & รัก"ทองกบ"ที่โลกในสุดเลย! โอ้เย่เย๊เย่  ฮ่าๆๆและ+อีก28.75ฮ่า...จิ้มมียิ้มสุข...ยิ้มสุขส่งให้ด้วยใจเปี่ยมสุข สวัสดีครับผม

สวัสดีค่ะ พี่สมคิด ได้ความรู้เพิ่มเติมค่ะ
ทานมื้อเที่ยงแล้วนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]