• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172275
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม 2553
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 2076 , 08:18:34 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

๗. พรมแดนลาวสมัยเจ้าฟ้างุ่ม

“จักรบหรือบ่ รู้ว่าสิ่งใดนั้นจา

นั่นเป็นถ้อยคำในพระราชสารที่มหาสิลา วีระวงส์ บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ลาวตั้งแต่โบราณฯ ที่พระเจ้าฟ้างุ่มมีไปถึงพระรามาธิบดีอู่ทอง เจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา

ก่อนหน้านั้น หลังจากจัดการปักปันเขตแดนแกวแล้วพระเจ้าฟ้างุ่มก็ยกรี้พลขึ้นไปตีเอาเมืองฝ่ายเหนือได้คือเมืองแถน เมืองไช เมืองไล่ เมืองกว้าง เมืองโฮม เมืองกางล้าน เมืองสิงห้าว เมืองหุม เมืองวาด จัดแจงให้เจ้าเมืองเหล่านั้นส่งส่วยเงินทอง ข้อยข้า (ไพร่พล) ผ้ากั้ง (ผ้าม่าน) ผ้าไหม ผ้าพีดาน เครื่องเหล็ก เครื่องศึก ม้าอานและ หอกดาบ จากนั้นจึงเสด็จไปตีเอาเมืองบูนใต้และบูนเหนือ ได้สอง เมือง ฝ่ายเจ้าเมืองเชียงรุ่ง ได้ยินกิตติศัพท์ก็มีความเกรงกลัวพระเดชานุภาพ จึงแต่งเครื่องบรรณาการ มาถวาย มีเงินแสนหนึ่ง ม้าร้อยตัว พร้อมทั้งอานเงิน อานคำ (อานทองคำ) และ ผ้าแพรจีนเป็นอันมาก

ฝ่ายเจ้าฟ้าคำเรียวผู้เป็นอาว์ ครั้นได้ทราบข่าวว่าเจ้าฟ้างุ่มยกทัพมาตั้งอยู่ปากแม่น้ำอู ก็เกณฑ์ไพร่พลออกไปต่อสู้ถึง ๓ ครั้งก็พ่ายแพ้ทั้ง ๓ ครั้ง จึงละอายไพร่ฟ้าประชาชนเป็นอันมาก ในที่สุดก็ตัดสินใจปลิดชีพตนเองด้วยการกินยาพิษพร้อมทั้งมเหสี

อาวุธและเครื่องมือกสิกรรมของชาวลาว ภาพเขียนลานเส้นระหว่างปี 1866-8

        เมื่อเจ้าฟ้าคำเรียวสวรรคตแล้ว เสนาอำมาตย์ราชมนตรีจึงพร้อมกันออกไปอัญเชิญเจ้าฟ้างุ่มเข้ามาเสวยราชสมบัติในนครเชียงทอง (หลวงพระบาง) เมื่อปีมะเส็ง จุลศักราช ๗๑๕ (ค.ศ.๑๓๕๓ หรือ พ.ศ.๑๘๙๖) ขณะมีพระชนมายุ ๓๗ ชันษา ทรงพระนามว่า “พระยาฟ้าหล้าธรณีศรีศัตนาคนหุต”

เมื่อพระองค์เสวยราชย์แล้ว ก็ทรงจัดแจงแต่งตั้งระเบียบราชการบ้านเมืองเสียใหม่หลายประการ และทรงแต่งตั้งพี่เลี้ยง พ่อเลี้ยงบรรดาที่ตามเสด็จไปอยู่เขมร ให้สถิตในตำแหน่งสำคัญของบ้านเมืองตามความดีความชอบ

รัฐต่างๆ ในแผ่นดินใหญ่เอเชียอาคเนย์/สุวรรณภูมิระหว่างท้ายคริสต์ศตวรรษที่ 11 มีน่านเจ้า ปะกัน หริภุญไชย เขมร/อังกอ ทวารวดี อานาม จามปา หนังสือประวัติศาสตร์ลาว ตั้งแต่โบราณฯ อ้างจาก Southeast Asia, Charles A. Fisher, London METHUEN, 1969)

ประวัติศาสตร์ลาวตั้งแต่โบราณฯ บันทึกไว้ว่า หัวเมืองภาคอีสานของประเทศไทยในปัจจุบัน นับแต่หนองหานลงไปถึงเมืองร้อยเอ็ด แต่ก่อนเป็นหัวเมืองขึ้นของเขมร ต่อมาตกเป็นหัวเมืองขึ้นของกรุงสุโขทัยสมัยพ่อขุนรามคำแหง ต่อมาเมืองสุโขทัยหมดอำนาจลง และพระเจ้าอู่ทองทรงตั้งกรุงศรีอยุธยาขึ้นในปี ค.ศ.๑๓๕๐ (พ.ศ.๑๘๙๓) ก่อนเจ้าฟ้างุ่มเสวยราชย์ 3 ปี แขวงเมืองร้อยเอ็ดจึงตกเป็นหัวเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยา

ฉะนั้น เจ้าฟ้างุ่มจึงมีกำหนดที่จะลงไปตีเอาเมืองร้อยเอ็ด และเมืองอื่นๆ ที่เคยขึ้นต่อเขมร โดยที่ก่อนหน้านั้น หลังขึ้นครองราชย์ได้ปีเดียว เจ้าฟ้างุ่มได้มอบราชการบ้านเมืองให้พระนางแก้วเก็งยาอยู่ว่าราชการ ขณะที่พระนางทรงพระครรภ์ได้ 3 เดือน ส่วนพระองค์ยกไพร่พลจะขึ้นไปตีเอาเมืองเชียงแสนโดยทางเรือ คือพายเรือทวนน้ำขึ้นไปในสายแม่น้ำโขง เมื่อเสด็จไปถึงท่าหัวเรือเมืองเหลือก ท้าวอูลองเจ้าเมืองเหลือกออกมาเฝ้าและกราบทูลว่า

“ข้อยนี้เป็นลูกนางแก้วมหารี แม่ข้อยนี้เป็นลูกฟ้าคำเรียว ก็หากเป็นวงสาแห่งเจ้ากูดาย...”

พระยาฟ้าหล้าธรณี จึงมีพระราชอาชญาตอบว่า

“ผิว่าเป็นดั่งนั้นแท้ เมืองเหลือกนี้เจ้าจงกินเถอะ ให้เป็นเมืองกลางเฮือนกูเถอะ”

ดั่งนั้นแล้วเสด็จไปเมืองปากแบ่ง จับเอาล่ามเมืองลุน และเจ้าเมืองปากแบ่งได้ แล้วเสด็จไปประทับที่ปากทา แล้วตีเอาเมืองเชียงจากนั้นเสด็จเข้าตีเอาเมืองผา เมืองพัว เมืองพูคูน และเมืองแหงได้ จึงทรงตั้งทั้ง ๔ เมืองนี้เป็นเมือง ๔ หมื่นทางบก

ตอนที่ประทับอยู่เมืองปากทานี้ พระองค์ได้ทำบัญชีชายฉกรรจ์ในเขตที่ตีได้แล้ว มีลาว ๔๐๐,๐๐๐ คน พวกเย้าและแกว ๑๐๐,๐๐๐ คน ช้าง ๕๐๐ เชือก เมื่อตรวจตราบัญชีพลเสร็จแล้วจึงยกเข้าไปตีเอาเมืองหิน และเมืองงาวได้ทั้ง ๒ เมือง จากนั้นจึงเสด็จไปประทับอยู่เมืองดอนมูน (เมืองเชียงราย)

ฝ่ายพระเจ้าสามพระยากษัตริย์ล้านนา ซึ่งเวลานั้นประทับอยู่ที่เมืองเชียงแสนได้จัดกองทัพออกมาต่อสู้ ทำให้แม่ทัพเมืองเชียงแสนคือพระยาแสนเมืองตายคาคอช้าง กองทัพเมืองเชียงแสนเลยแตก กองทัพลาวล้านช้างไล่ตีถึงเมืองแพว เมืองเล็ม เมืองไร่ บ้านยู เมืองยวง เมืองพวง หัวฝาย จนถึงเมืองเชียงแข็ง

พระเจ้าสามพระยา หรือท้าวผายูเห็นทีว่าจะรับศึกไม่ไหว จึงแต่งพระราชสารออกมาขอเป็นไมตรีอ่อนน้อม ขอส่งส่วยข้าวเปลือกปีละ ๑,๐๐๐ หาบ พร้อมสิ่งบรรณาการมาถวายเป็นอันมาก เช่นทองคำสองหมื่น เงินสองแสน แหวนกลมลูกหนึ่งชื่อว่ายอดเชียงแสน แก้วไพฑูรย์ลูกหนึ่งชื่อว่ามณีฟ้าร่วง นอกจากนี้ยังได้ส่งบรรณาการอื่นๆ มาให้พวกแม่ทัพนายกองเป็นอันมาก แล้วพระกษัตริย์ทั้งสองจึงได้ตกลงแบ่งปันเขตแดนกันคือ ตั้งแต่ผาไดลงมาให้เป็นเขตแดนของประเทศล้านช้าง

เมื่อแบ่งเขตแดนกันแล้วเจ้าฟ้างุ่มจึงยกทัพกลับคืน และสั่งให้กวาดเอาพวกขอมเก่าที่อยู่หัวน้ำทา และเมืองหล้า เมืองกอ ตลอดถึงแดนลื้อ (ไทลื้อ-เชียงรุ่ง) จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ คนลงมาไว้ในแดนเชียงทอง ยังเหลือไว้พูคูน ๒๐ ครอบครัว พูจอมแจ้ง ๒๐ ครอบครัว และพูคา ๒๐ ครอบครัวเท่านั้น

การศึกหัวเมืองฝ่ายเหนือหนนั้นใช้เวลาถึง ๒ ปี เมื่อกลับมาถึงพระนครเชียงทอง พระมเหสีก็มีประสูติการพระโอรสแล้ว ทรงพระนามท้าวอุ่นเมือง (บางฉบับว่าท้าวอุ่นเรือน) ถึงปี ค.ศ.๑๓๕๖ (พ.ศ.๑๘๙๘) เจ้าฟ้างุ่มทรงยกทัพหลวงไปตีเวียงจันทน์ มีเรื่องราวรายละเอียดมากมาย สรุปว่าในที่สุดเจ้าฟ้างุ่มตีได้เวียงจันทน์ และทรงสรุปบัญชีพลว่า...

ตั้งแต่เมืองปากห้วยหลวง (ปัจจุบันอยู่ในอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย) ขึ้นไปถึงเมืองผาได มีคนอยู่ ๖๐๐,๐๐๐ คน ช้าง ๒,๐๐๐ เชือก ม้า ๑,๐๐๐ ตัว

ทางใต้ตั้งแต่เมืองพระน้ำรุ่งเชียงสา (ปัจจุบันอยู่เขตเมืองปากซัน สปป.ลาว) ลงไป ถึงแดนจาม แดนเขมร และแดนแกว จนถึงเมืองปากวาง (ไม่ทราบว่าเป็นเมืองใด) มีคน ๔๐๐,๐๐๐ คน ช้าง ๑,๐๐๐ เชือก ม้า ๕๐๐ ตัว

รวมพลชายฉกรรจ์ในประเทศลาวทั้งหมดมี ๑ ล้านคน เป็นลาว ๗๐๐,๐๐๐ คน เป็นไท ๓๐๐,๐๐๐ คน

มหาสิลา วีระวงส์ บันทึกเรื่องราวตอนเสด็จลงไปตีเมืองร้อยเอ็ด สรุปความได้ว่า ในคราวนั้นเจ้าฟ้างุ่มมหาราชหยุดประทับเลี้ยงไพร่พลอยู่นครเวียงจันทน์พอสมควรแล้ว ก็ทรงกำหนดการลงไปตีเอาประเทศล้านเพีย1 [1]คือกรุงศรีอยุธยา พระองค์ทรงแต่งตั้งให้หมื่นแกกับหมื่นกะบองเป็นทัพหน้า พระยาเมืองขวาเป็นปีกขวา พระยาเมืองซ้ายเป็นปีกซ้าย ให้หมื่นจันเป็นทัพหลัง รวมพลได้ ๔๘,๐๐๐ คน ช้าง ๕๐๐ เชือก เสด็จยกทัพออกจากเวียงจันทน์ไปทางบึงพระงาม (ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดพิจิตของประเทศไทย) ตีเอาบึงพระงามได้แล้วยกเลยเข้าไปตีเมืองร้อยเอ็ด จับพระยาเจ้าเมืองขังไว้ แล้วสั่งให้กองทัพแยกย้ายออกหาตีเอาเมืองเล็กเมืองน้อยได้อีกหลายเมือง คือเมืองพะสาด เมืองพะสะเขียน เมืองพะลง เมืองพระนาราย เมืองพะนาเทียน เมืองเซซะนาด (เมืองเหล่านี้อยู่ในจังหวัดร้อยเอ็ด สุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ) เมืองสะพังสี่แจ (น่าจะเป็นเมืองสี่เหลี่ยมในเขตอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด) เมืองโพนพิงแดด จับเจ้าเมืองเหล่านี้มาขังไว้ที่เมืองร้อยเอ็ด หมดแล้วจึงส่งพระราชสารลงไปหาพระรามาธิบดีอู่ทอง เจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาว่า

“จักรบหรือบ่ รู้ว่าสิ่งใดนั้นจา”

พระรามาธิบดีอู่ทองได้ทราบพระราชสารดั่งนั้น จึงตอบพระราชสารคืนมาว่า

“เราหากเป็นพี่น้องกันมาตั้งแต่ขุนบรมปางก่อนพุ้นดาย เจ้าอยากได้บ้านได้เมือง ให้เอาแต่เขตแดนดงสามเส้า (ดงพญาไฟ) เมือเท้าภูพะยาผ่อ และแดนเมืองนครไทย เป็นเจ้าถ้อน อันหนึ่ง ข้อยจักส่งน้ำอ้อยน้ำตาลซู่ปี อันหนึ่ง ลูกหญิงข้าชื่อนางแก้วยอดฟ้า ใหญ่มาแล้วจักส่งเมือให้ปัดเสื่อปูหมอนแก่เจ้าฟ้าแล...”

ดงสามเส้า หรือดงพญาไฟ ปัจจุบันเรียกขานใหม่ให้เป็น “ดงพญาเย็น” เขตแดนเมืองโคราชกับสระบุรี ส่วนภูพญาผ่อ หรือพญาฝ่อ และแดนเมืองนครไทยไทยนั้นคือ เทือกเขาเพชรบูรณ์ที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างจังหวัดภาคอีสานกับภาคกลางและภาคเหนือ ลาวเรียกเขาแดนลาว

“...ดังนั้นแล้ว พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาจึงแต่งราชบรรณาการมาถวาย คือช้างพราย ๕๑ เชือก ช้างพัง ๕๐ เชือก ทองคำสองหมื่น เงินสองหมื่น นอแรดแสนนอ กับเครื่องบรรณาการอื่นๆ อีกอย่างละร้อย เจ้าฟ้างุ่มจึงไม่เสด็จไปตีกรุงศรีอยุธยา เวลานั้นพระองค์จะให้ทำพิธีปฐมกรรม ประหารชีวิตเจ้าเมืองที่จับได้นั้นทั้งหมดเพื่อฉลองชัยปราบดาภิเษก ความนี้ร่ำลือไปถึงหูพระมหาปาสะมันตะเถระเจ้าผู้เป็นอาจารย์ พระเถระเจ้าจึงมาขอบิณฑบาตชีวิตของเจ้าเมืองเหล่านั้นไว้ พระองค์ก็โปรดประทานอภัยโทษให้ และปล่อยให้คืนครองบ้านเมืองของตนต่อไป แล้วสมเด็จพระเจ้าฟ้างุ่มจึงยกทัพกลับคืนนครเวียงจันทน์”

มหาสิลา วีระวงส์ บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ลาวแต่โบราณฯ (หน้า 42)



[1]  ในหนังสือขุนบรม เรียกชื่อประเทศทั้งสามคือลาว ไท และเชียงใหม่ว่า “ลาน” เรียกลาวว่าลานช้าง เชียงใหม่คือ ลานนา และกรุงศรีอยุธยาเรียกว่าลานเพีย

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Khonfungpleng วันที่ : 15/10/2010 เวลา : 11.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonfungpleng
การยอมรับความเท่าเทียมกันในสังคมคือการเริ่มต้นของมิตรภาพที่ยาวนาน

ขอบคุณค่ะ
อ่านแล้วได้ประโยชน์มากมายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ก่อพงษ์ วันที่ : 30/08/2010 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gorbhong

ขอบคุณมากครับสำหรับเรื่องราวดี ๆนี้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สมคิด_สิงสง วันที่ : 30/08/2010 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang

โอ้ ขอโทษ
เขียนชื่อ มศว.ผิด
ที่ถูกคือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
และ ผอ.ศูนย์บริการวิชาการฯ คือ ผศ.ศิริยุภา พูลสุวรรณ เพื่อเก่าตั้งแต่สมัยทำค่ายอาสาพัฒนา ไม่ได้เจอกันเกือบ ๔๐ ปี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สมคิด_สิงสง วันที่ : 30/08/2010 เวลา : 08.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang

เว้นการโพสต์ไปหลายวัน เนื่องจากเดินทางไปประชุมเวทีเสวนาเรื่องพลังงานทดแทน ที่ กทม.ตามคำเชิญของศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฬ เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๗ เสร็จแล้วโต๋เต๋ไปเมืองกาญจนบุรี นอนเขื่อนศรีนครินทร์ ๑ คืน และเขื่อนวชิราลงกรณอีก ๑ คืน แล้วจึงกลับไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ ดร.ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งพลีชีพในอุบัติเหตุเฮลิคอบเตอร์ตกเมื่อเร็วๆ นี้ กลับถึงร่มโพไฮเที่ยงคืนวันอาทิตย์ (เมื่อคืนนี้)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]