• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172606
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันศุกร์ ที่ 10 กันยายน 2553
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 1474 , 07:02:25 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นายทหารสยามกับลูกน้องที่ไปปราบโจรฮ่อสมัยสยามปกครองลาว

รูปถ่ายปี ค..๑๘๙๑ (..๒๔๓๔)

๑๓. ลัทธิล่าอาณานิคมเหนือโขงสองฝั่ง

          ขยายความจากตอนที่แล้ว เมื่อพ.ศ.๒๔๔๒ ภายหลังที่สยามเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส และบางส่วนทางฝั่งทะเลให้อังกฤษเมื่อปี ค..๑๘๙๔ (..๒๔๓๗)  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชดำริแก้ไขลักษณะการปกครองแบบเดิมซึ่งยังบกพร่องอยู่ เพราะ “..ลักษณะการปกครองแบบเดิมนิยมให้เป็นประเทศอย่างราชาธิราช (Empire) อันมีเมืองคนต่างชาติเป็นเมืองขึ้นอยู่ในพระราชอาณาเขต จึงถือว่าเมืองชายพระราชอาณาเขต ๓ มณฑลนั้น (คือมณฑลลาวเฉียง มณฑลลาวพวน และมณฑลลาวกาว) เป็นเมืองลาว และเรียกชาวเมืองซึ่งอันที่จริงเป็นชนชาติไทยว่าลาว แต่ลักษณะการปกครองอย่างนั้นพ้นเวลาอันสมควรแล้ว ถ้ายังคงไว้จะให้โทษแก่บ้านเมือง จึงทรงพระราชดำริให้แก้ไขลักษณะการปกครอง เปลี่ยนเป็นอย่างพระราชอาณาเขต (Kingdom) ประเทศไทยรวมกัน..”

          จึงมีพระบรมราชโองการตรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า หัวเมืองชั้นในที่ได้รวมเมืองเข้าเป็นมณฑลจัดการเทศาภิบาลนั้น ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เรียกชื่อมณฑลตามพื้นที่อันสมควรแล้ว แต่มณฑลชั้นนอกมีมณฑลลาวเฉียง มณฑลลาวพวน มณฑลลาวกาว และมณฑลเขมร ยังไม่ได้เรียกชื่อมณฑลตามพื้นที่ให้เป็นระเบียบเดียวกัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า

          () เมืองเชียงใหม่ ๑ เมืองลำพูน ๑ เมืองน่าน ๑ เมืองเถิน ๑ เมืองแพร่ ๑ กับเมืองขึ้นของเมืองเหล่านี้ ซึ่งรวมเรียกว่า มณฑลลาวเฉียง นั้น ต่อแต่นี้สืบไปให้เรียกว่า มณฑลฝ่ายตะวันตกเฉียงเหนือ

          () เมืองหนองคาย ๑ เมืองหนองหาน ๑ เมืองขอนแก่น ๑ เมืองชนบท ๑ เมืองหล่มสัก ๑ เมืองกะมุทธาสัย (หนองบัวลำภู) ๑ เมืองสกลนคร ๑ เมืองชัยบุรี ๑ (ปัจจุบันเป็นตำบลขึ้นอำเภอท่าอุเทน) เมืองโพนพิสัย ๑ เมืองท่าอุเทน ๑ เมืองนครพนม ๑ เมืองมุกดาหาร ๑ รวม ๑๒ เมือง และเมืองขึ้นของเมืองเหล่านี้ซึ่งรวมเรียกว่า มณฑลลาวพวน นั้น ต่อแต่นี้สืบไปให้เรียก มณฑลฝ่ายเหนือ

          () เมืองนครจำปาสัก ๑ เมืองอุบลราชธานี ๑ เมืองศรีสะเกษ ๑ และเมืองอื่นๆ ซึ่งรวมเรียกว่า มณฑลลาวกาว นั้น ต่อแต่นี้สืบไปให้เรียกว่า มณฑลตะวันออกเฉียงเหนือ

          () เมืองพระตะบอง ๑ เมืองเสียมราฐ ๑ เมืองศรีโสภณ ๑ เมืองพนมสก ๑ และเมืองขึ้นของเมืองเหล่านี้ ซึ่งรวมเรียกว่า มณฑลเขมร นั้น ต่อแต่นี้สืบไปให้เรียกว่า มณฑลตะวันออก

          () หัวเมืองในมณฑลนครราชสีมา ซึ่งเป็น ๔ บริเวณคือบริเวณนครราชสีมา ๑ เมืองพิมาย ๑ เมืองปักธงชัย ๑ เมืองนครจันทึก ๑ ซึ่งรวมเรียกว่าบริเวณนครราชสีมานั้น ต่อแต่นี้สืบไปให้เรียกว่า เมืองนครราชสีมา

          () เมืองนางรอง ๑ เมืองบุรีรัมย์ ๑ เมืองปะโคนชัย ๑ เมืองพุทไธสง ๑ เมืองรัตนบุรี ๑ ซึ่งรวมเรียกว่า บริเวณนางรอง นั้น ต่อแต่นี้สืบไปให้รวมเรียกว่า เมืองนางรอง ยกเป็นเมืองจัตวาเมืองหนึ่ง

          () เมืองชัยภูมิ ๑ เมืองภูเขียว ๑ เมืองเกษตรสมบูรณ์ ๑ เมืองจตุรัส ๑ เมือง บำเหน็จณรงค์ ๑ ซึ่งรวมเรียกว่า บริเวณชัยภูมิ นั้น ต่อแต่นี้สืบไปให้รวมเรียกว่า เมืองชัยภูมิ ยกเป็นเมืองจัตวาเมืองหนึ่ง

          ประกาศมา ณ วันที่ ๔ มิถุนายน พ..๒๔๔๒ ในรัชกาลที่

          โดยที่ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่าลักษณะการปกครองที่ผ่านมาเป็นอันพ้นเวลาที่สมควรแล้ว ถ้าคงไว้จะกลับให้โทษแก่บ้านเมือง จึงทรงพระราชดำริให้เปลี่ยนการปกครองเป็น พระราชอาณาเขตประเทศสยาม (The Kingdom of Siam) เลิกประเพณีการมีเมืองประเทศราช และการถวายต้นไม้เงินต้นไม้ทองดังแต่ก่อน

          เรื่องราวการเสียดินแดนให้อังกฤษและ ฝรั่งเศสในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ ถึงแม้ว่าจะเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปแล้ว แต่คนรุ่นหลังอาจยังไม่ซึมซับรับรู้ในรายละเอียด ผมจึงขอนำมาแสดงไว้พอสังเขป รวมทั้งเรื่องราวที่เกี่ยวข้องอีกตามสมควร

          เมื่อปี ค..๑๘๖๘ (..๒๔๑๑) นักสำรวจภูมิประเทศชาวฝรั่งเศสชื่อดูดาร์ เดอลาเกะ (Doudart De Lagre’e) กับฟรังซีส การ์นิเย (Francis Garnier) เปรียบเทียบแผ่นดินในแหลมอินโดจีนว่าเสมือนกับนิ้วมือ ๕ นิ้ว เนื่องจากมีแม่น้ำสายใหญ่ๆ ๕ สายไหลผ่านคือ

          แม่น้ำแดง ไหลผ่านแผ่นดินเวียดนาม

          แม่น้ำโขง ไหลผ่านแผ่นดินลาว

          แม่น้ำเจ้าพระยา ไหลผ่านแผ่นดินสยาม

          แม่น้ำสาระวินและแม่น้ำอิระวดี ไหลผ่านพม่า

          “ตามประวัติศาสตร์เชื้อชาติและนโยบายการปกครองของประเทศทั้งหลายที่รวมกันอยู่ระหว่างสันภูต่างๆ ตามลุ่มแม่น้ำและสาขาของแม่น้ำเหล่านี้ไหลผ่านไปนั้น ควรตกอยู่ภายใต้อำนาจของฝรั่งเศส หาไม่แล้วจะต้องถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ในทางรัฐประศาสโนบายของประเทศเรา (ฝรั่งเศส)...”

          ครั้นถึงปี ค..๑๘๘๓ (..๒๔๒๖) ในช่วงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ แห่งราชอาณาจักรสยาม ม. เดอลาเนสซัง ข้าหลวงใหญ่ประจำอินโดจีนได้เขียนรายงานถึงรัฐบาลฝรั่งเศสฉบับหนึ่งมีใจความว่า

          “เส้นขนานด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ใต้เมืองลาวกายระหว่างมณฑลยูนนานกับเมืองขึ้นของพม่าและสยามนั้น ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน เรา (ฝรั่งเศส) น่าจะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไปก่อน เพื่อจะได้มีโอกาสขยับเข้าไปให้ถึงแม่น้ำโขงสักวันหนึ่ง ทางด้านตะวันตกจากอาณาเขตยูนนานไปถึงปากน้ำยมและน้ำโขงนั้น ควรจะกำหนดให้เป็นเส้นเขตแดนของเรา อาณาเขตของเราจะตั้งต้นตั้งแต่แม่น้ำยม ข้ามไปจรดกับฝั่งทะเลสาบใหญ่ทางทิศเหนือ รวมเอาพระตะบอง เสียมราษฎร์ นครวัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเขมรกลับคืนมาเสีย เราควรจะถือหลักการนี้ให้แน่นอน และถ้าเป็นการจำเป็นก็ควรคุ้มครอง (กำกับดูแล-ผู้เขียน) เอกราชของสยามอีกด้วย”

          นี่คือจุดประสงค์ของฝรั่งเศสที่จะเอาแผ่นดินลาวคืนมาจากสยาม ทั้งหมายจะครอบครองดินแดนสยาม ฉะนั้นฝรั่งเศสจึงทำแผนที่แบ่งดินแดนของสยามออกเป็น 2 ภาคคือทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเคยเป็นดินแดนของลาว พิมพ์แผนที่เป็นสีเหลือง จะรวมเข้ากับอินโดจีนให้เป็นของฝรั่งเศส ทางขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาพิมพ์เป็นสีม่วงโดยหวังจะให้รวมเข้ากับพม่าของอังกฤษ

          ทางด้านอังกฤษซึ่งครอบครองอินเดีย ปากีสถาน อาฟกานิสถาน และพม่าแล้ว นอกจากกอบโกยเอาทรัพยากรธรรมชาติไปจากประเทศเมืองขึ้นเหล่านั้นแล้ว ยังต้องนำเข้าข้าว ไม้สัก และดีบุกของสยามด้วย

          โดยเฉพาะข้าว นอกจากประเทศจักรวรรดินิยมในยุโรปแล้ว ประเทศหัวเมืองขึ้นของจักรวรรดินิยมเหล่านั้น อย่างฮ่องกง มลายู อินเดีย และอินโดเนเชีย ล้วนสั่งนำเข้าข้าวจากสยาม ในช่วงระหว่าง พ..๒๔๐๘-๒๔๑๓ สยามส่งออกข้าวถึงร้อยละ ๕๕-๖๐ ของมูลค่าสินค้าส่งออกทั้งหมด

          แต่เดิมอังกฤษทำอุตสาหกรรมป่าไม้ในพม่า ต่อมาแพร่ขยายมาทางภาคเหนือของไทย โดยใช้แรงงานคนพม่า ไทยใหญ่ และคนจากชาติอาณานิคมอื่นๆ เช่นอินเดีย จีน (ฮ่องกง) ต่อมาคนจีนในสยามก็เริ่มทำกิจการป่าไม้ พ่อค้าอังกฤษก็รับซื้อไม้แปรรูปจากโรงเลื่อยคนจีน โดยเฉพาะไม้สักซึ่งว่ากันว่าไม้สักที่ไปจากสยามเป็นไม้สักชั้นเลิศของโลก

          ประมาณปี พ..๒๔๓๘ (..๑๘๙๕) บริษัทใหญ่ๆ ของอังกฤษ ๔ บริษัทคือ บริษัท Bombay Burma Trading Corp. Ltd. บริษัท Borneo Co. Ltd. บริษัท Anglo Siam Corp. Ltd. และบริษัท Louis T. Leonowens Ltd. กลายเป็นผู้ควบคุมอุตสาหกรรมไม้สัก เพราะสามารถผลิตไม้ได้ถึงร้อยละ ๘๕ ของการผลิตทั้งหมด เพื่อสนองความต้องการของอังกฤษและยุโรป รวมทั้งประเทศอาณานิคม

          เช่นเดียวกับแร่ดีบุกซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดยุโรป คนจีนเป็นผู้พัฒนาเหมืองแร่ดีบุกในไทย แล้วขายให้พ่อค้าอังกฤษ ส่งออกไปยังปีนัง สิงคโปร์เพื่อส่งต่อไปยังยุโรป (เอกสารการสอนชุดวิชาเศรษฐกิจกับการเมืองไทย ๘๐๒๐๔ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช)

          ต่อมา เมื่อฝรั่งเศสเห็นอังกฤษขยายอิทธิพลเข้ามาในดินแดนสยามทางภาคเหนือ เพราะอังกฤษได้ทำสัญญาฉบับหนึ่งเกี่ยวกับอำนาจศาลและการค้าในจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และขอตั้งสถานกงสุลที่เมืองเชียงใหม่ด้วย ฝรั่งเศสจึงได้ขอตั้งกงสุลของตนขึ้นที่นครหลวงพระบาง และได้ทำหนังสือฉบับหนึ่งเรียกว่าอนุสัญญาเมืองหลวงพระบาง ลงวันที่ ๗ พฤษภาคม ค..๑๘๘๖ (..๒๔๒๙) มี ๖ ข้อดังนี้

          ข้อ ๑ ตามข้อความในอนุสัญญาฉบับนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสยามที่หลวงพระบาง ต้องให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองแก่ชนชาติฝรั่งเศส หรือคนในอารักขาของฝรั่งเศส

          ข้อ ๒ คนชาติฝรั่งเศส หรือคนในอารักขาของฝรั่งเศสดังกล่าวนี้ จะต้องมีหนังสือเดินทางซึ่งเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสในประเทศอานาม (เวียดนาม) เป็นผู้ออกให้ หนังสือเดินทางนี้ต้องเปลี่ยนทุกครั้งในเวลาสัญจรไปมา และต้องเอาออกแสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อเรียกตรวจ

          ข้อ ๓ คนชาติฝรั่งเศสหรือคนในอารักขาของฝรั่งเศสดังกล่าวนี้ต้องเสียภาษีอากรตามกฎหมายสยาม ภาษีนั้นต้องไม่มีอัตราสูงกว่าอัตราภาษีที่เก็บที่กรุงเทพฯ

          ข้อ ๔ ผลประโยชน์ของชนชาติเรา (ฝรั่งเศส) อยู่ในการดูแลของกงสุลหรือรองกงสุลที่นครหลวงพระบาง

          ข้อ ๕ การอุทธรณ์คดีจะกระทำได้ในกรุงเทพฯ

          ข้อ ๖ ชนชาติเรา (ฝรั่งเศส) มีสิทธิ์ซื้อที่ดินในอาณาจักรหลวงพระบาง มีสิทธิ์สร้างถิ่นฐานและสิ่งปลูกสร้างอยู่ในอาณาจักรนี้ โดยที่เขาเหล่านั้นต้องเสียภาษีที่ดินและทรัพย์สินดั่งเดียวกันกับคนชนชาติสยาม

          เมื่อได้ทำหนังสือสัญญาฉบับนี้แล้ว ฝรั่งเศสก็แต่งตั้ง ม. . ปาวี (A. Pavie) เป็นรองกงสุลไปประจำที่หลวงพระบางในต้นปี ๑๘๘๗ (๒๔๓๐) ต่อมาวันที่ ๘ มิถุนายนปีเดียวกัน ฝรั่งเศสได้เจรจากับสยามในเรื่องเขตแดนทางภาคตะวันออกของอาณาจักรหลวงพระบาง ซึ่งเวลานั้นกองทัพสยามอันมีเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีเป็นแม่ทัพ ได้ไปตั้งอยู่ที่เมืองแถน (เดียนเบียนฟู) เพื่อทำการปราบศึกฮ่อ

          ฝรั่งเศสได้ถามเสนาบดีกระทรวงต่างประเทศของสยามว่า

          “ดินแดนส่วนนี้ พร้อมทั้งหัวพันทั้งห้าทั้งหก และแขวง ๑๒ จุไทเป็นของเวียดนาม ถ้าสยามถือว่าเป็นของตน สยามมีแผนที่อันใดที่แสดงให้รู้ว่าดินแดนส่วนนี้เป็นของสยาม”





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Surakant วันที่ : 10/09/2010 เวลา : 12.23 น.
 อ ยู่ เ มื อ ง ไ ท ย  ส บ า ย ที่ สุ ด ใ น โ ล ก

เอ แล้ว ผมนี่เป็นคน ไทย หรือ คนลาว กันแน่หว่า

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
รำพึง@ริมเล วันที่ : 10/09/2010 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kodarayong

เข้ามาเจอ..จะตามอ่านย้อนหลังครับ
ว่าแต่ยังแต่งเพลงอยู่หรือเปล่าครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
โสกา วันที่ : 10/09/2010 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sotaya
ฉันจะขับกล่อม จิตใจภายใต้แสง แห่งดวงเดือน

สวัสดีค่ะ
ตามมาอ่านภาคต่อค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]