• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172554
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันจันทร์ ที่ 13 กันยายน 2553
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 1194 , 04:33:53 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

. ปาวี (M. A. Pavie) อัครราชทูตฝรั่งเศสประจำพระราชอาณาจักรสยามสมัยแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง ร.๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ฯ

๑๖. ฝรั่งเศสกดดันสยาม “ใช้กองเรือปืนปิดอ่าวไทย”

          ผมจะยังวนเวียนอยู่กับข้อมูล “ประวัติศาสตร์ลาวแต่โบราณฯ” ของท่านมหาสิลา วีระวงส์ เพื่อเสวนาเรื่องราวของโขงสองฝั่งต่อไป

          หลังเหตุเรือปืนฝรั่งเศสถูกโจมตีโต้กลับที่ป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ ไม่กี่วัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสได้นำเรื่องกรณีพิพาทสยามกับฝรั่งเศสเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และมีมติด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ในวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๑๘๙๓ (๒๔๓๖) วันรุ่งขึ้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสได้ส่งโทรเลขมาถึง ม.ปาวี อัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศสยาม ให้ยื่นคำขาดต่อรัฐบาลสยาม มีข้อความต่อไปนี้

          . ให้สยามเคารพสิทธิของเวียดนามและเขมรในดินแดนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง และเกาะแก่งต่างๆ ในแม่น้ำนี้

          . ให้สยามถอนทหารที่ตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงออกให้หมดในกำหนดหนึ่งเดือน

          . ให้สยามเสียค่าปรับไหมให้แก่ฝรั่งเศสสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทุ่งเชียงคำ และคำม่วน (กรณีพระยอดเมืองขวาง) พร้อมทั้งการที่ได้ทำอันตรายและความเสียหายแก่เรือรบและพลเรือฝรั่งเศสในแม่น้ำเจ้าพระยานั้นด้วย

          . ให้ลงโทษผู้กระทำผิดและเสียค่าทำขวัญให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตไป

          . ให้สยามเสียเงิน ๒ ล้านฟรังค์เป็นค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นแก่ชนชาติฝรั่งเศส

          . ให้จ่ายเงินจำนวน ๓ ล้านบาททันทีเพื่อมัดจำในการที่จะใช้เงินค่าเสียหายต่างๆ และเงินค่าทำขวัญ หรือถ้าไม่สามารถจะให้รัฐบาลฝรั่งเศสถือสิทธิ์เก็บเงินค่าส่วยสาอากร และสมพัดสร (ค่าอากรส่วนที่เก็บได้จากต้นผลไม้ยืนต้น) ในแขวงพระตะบองและเสียมราษฎร์

          ให้รัฐบาลสยามแจ้งให้ทราบภายใน ๔๘ ชั่วโมงว่าจะรับปฏิบัติตามนี้ได้หรือไม่? นอกจากนี้รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสยังได้สั่งโทรเลขเป็นพิเศษมาถึง ม.ปาวี อัครราชทูต ฝรั่งเศสประจำสยามอีกว่า

          “ในกรณีนี้ ข้อตกลงใดๆ ในระหว่างท่านกับกรมหลวงเทววงศ์ รัฐมนตรีต่างประเทศของสยาม ให้ทำเป็นหนังสือสัญญาสำคัญซึ่งกันและกัน ถ้าหากรัฐบาลสยามไม่ตอบหรือบิดเบือนไม่ยอม เมื่อครบ ๔๘ ชั่วโมงแล้ว ให้ท่านออกจากกรุงเทพฯ และขึ้นพำนักอยู่บนเรือฟ็อกแฟต์ (Forfait) ซึ่งจอดรออยู่นอกสันดอนเสียก่อน แล้วทำการปิดปากอ่าวสยามทันที หากว่าในขณะท่านลงเรือออกจากรุงเทพฯ มาสันดอน หากฝ่ายสยามทำการรบขึ้น ให้ท่านบอกรัฐบาลสยามไว้เลยว่าเราจะทำการตอบโต้ทันที สำหรับตัวท่านเองนั้น เมื่อครบ ๔๘ ชั่วโมงแล้วหากยังไม่ได้รับคำตอบจากสยามอันเป็นที่พอใจตามที่ได้กล่าวมาแล้วตั้งแต่ต้น ให้ท่านมอบหมายการปกครองรักษาคนชาติฝรั่งเศสไว้กับกงสุลเซเนรานโรนลัง และการอันใดที่จะทำแก่รัฐบาลสยามอย่างใดนั้น ท่านเห็นสมควรอย่างใด ก็ให้แจ้งผู้ร่วมงานครั้งนี้ให้ทราบทั่วกัน

          ให้ท่านกับเรือปืนทั้ง ๓ ลำนั้นไปร่วมกับเรือฟ็อกแฟต์ และให้บอกนายพลรูมันให้รู้ไว้ สำหรับนายพลเรือผู้นี้จะได้รับคำสั่งเป็นพิเศษอีกต่างหาก

          ข้าพเจ้าเชื่อใจว่า อาศัยความชำนิชำนาญของท่าน ความเสียสละเพื่อชาติ ท่านคงดำเนินการตามที่ท่านเห็นสมควร ในอันที่จะรักษาประโยชน์ของเราไปได้โดยสวัสดีตามโอกาสสามารถนั้นๆ

                                                ลงนาม เดอแวลส์

                                      (รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศส)”

          รุ่งขึ้นวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๑๘๙๓ (๒๔๓๖) ราชทูต ม.ปาวี ได้ยื่นคำขาดต่อรัฐบาลสยามตามคำสั่งรัฐมนตรีต่างประเทศที่ได้โทรเลขมานั้นทุกประการ เมื่อฝ่ายสยามได้รับหนังสือคำขาดนั้นแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ จึงตรัสสั่งให้รัฐมนตรีต่างประเทศตอบฝรั่งเศสว่า

          ตามหนังสือรัฐบาลฝรั่งเศสที่ท่านได้ยื่นมาหาข้าพเจ้าในวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ กรกฎาคม เวลา ๑๘.๔๕ น.นั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าพเจ้าตอบสนองท่านดังนี้

          . รัฐบาลสยามมีความเสียใจที่ยังไม่เข้าใจในความหมายแห่งข้อที่ว่าสิทธิของเวียดนามและเขมรในดินแดนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงและเกาะแก่ง ในข้อนี้รัฐบาลสยามตั้งใจอยู่เหมือนกันว่าจะยอมโอนกรรมสิทธิ์ในดินแดนส่วนใดๆ ให้ ถ้าฝ่ายฝรั่งเศสแสดงให้เห็นอย่างแจ่มแจ้งว่าเวียดนามและเขมรมีสิทธิ์โดยชอบธรรมในดินแดนนั้นได้อย่างไร ทั้งนี้เป็นเวลา ๕ เดือนมาแล้วที่รัฐบาลสยามขอร้องให้นำข้อพิพาทนี้ขึ้นสู่อนุญาโตตุลาการ

          อย่างไรก็ดี อาศัยความจำเป็นในโอกาสนี้ เพื่อสันติสุขของอาณาประชาราษฎร ประการหนึ่ง รัฐบาลสยามรับว่าในการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับเขมรนั้น บรรดาดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงที่อยู่ทางใต้เส้นขีดชื่อ จากกองทหารสยามที่อยู่เหนือสุด ซึ่งเดี๋ยวนี้ทหารฝรั่งเศสกับเวียดนามยึดไว้นั้น จนถึงจุดที่ตั้งในเขตเดียวกันคือละติจูด ๑๘.๐๐ องศาเหนือ รัฐบาลสยามยกให้เป็นดินแดนของเขมร ให้เป็นเส้นปักปันเขตแดน และจะอาศัยเกาะแก่งเหล่านี้เพื่อประโยชน์ในการเดินเรือนั้น ควรได้ใช้ร่วมกันทั้ง ๓ ประเทศ (คือสยาม เวียดนาม และเขมร)

          . กองทหารสยามที่ตั้งอยู่ในดินแดนตามข้อ ๑ จะได้ถอนกลับคืนให้หมดภายใน ๑เดือน

          . รัฐบาลสยามขอแสดงความเสียใจในกรณีอันนำมาซึ่งความเสียหายร่วมกันแก่ฝ่ายสยามและฝรั่งเศส ที่ทุ่งเชียงคำและคำม่วน และทั้งได้เกิดการปะทะกันที่ปากน้ำด้วย

          . บุคคลที่ต้องหาว่าทำการย่ำยีชนชาติฝรั่งเศสเป็นการส่วนตัวในคดีใดก็ดี ถ้า ปรากฏว่าละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมือง หรือกฎหมายระหว่างประเทศ ก็จะลงโทษตาม รูปของคดีนั้นๆ หรือหากว่าสมควรจะใช้ค่าทำขวัญ ก็จะใช้ให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้แล้วๆ ไป

          . รัฐบาลฝรั่งเศสกับรัฐบาลสยามได้โต้แย้งกันเป็นเวลาเนิ่นนานในเรื่องที่เกี่ยวกับชนชาติฝรั่งเศสเรียกร้องให้เสียเงินตามที่ตนได้รับความเสียหายเนื่องจากข้าราชการสยามดำเนินการผิดนั้น ในข้อนี้ในนามรัฐบาลสยาม ข้าพเจ้าขอปฏิเสธว่าไม่ใช่ความผิดของข้าราชการนั้นๆ

          บัดนี้ เมื่อได้ยินยอมปรองดองไปตามที่ได้ชี้แจงไปแล้วนั้น รัฐบาลสยามจึงเห็น ว่าควรจะจัดตั้งคณะข้าหลวงผสม พิจารณาค่าเสียหายและเปรียบเทียบตัวเงินที่จะจ่ายให้เป็นค่าเสียหายในกรณีที่ได้อ้างมาแล้วในข้อ ๔

          . การที่จะจ่ายเงิน ๓ ล้านบาททันที เพื่อมัดจำในการที่จะใช้ค่าเสียหายที่กล่าว และทำขวัญนั้น จะจ่ายให้พร้อมในเวลาแลกเปลี่ยนเอกสารข้อตกลงของรัฐบาลทั้งสอง

          รัฐบาลสยามมีความคิดว่า เงิน ๓ ล้านบาทนั้น มากกว่าจำนวนค่าทำขวัญและค่า ปรับไหม ดังนั้นถ้าได้พิจารณาให้ละเอียดเป็นเรื่องๆ ตามควรแก่การแล้ว รัฐบาลสยามเชื่อในความยุติธรรมว่ารัฐบาลฝรั่งเศสจะได้คืนเงินที่เหลือจ่าย จากที่ได้จ่ายไปแล้วเท่าที่เรียกร้องมาโดยครบถ้วนให้

          เมื่อรัฐบาลสยามตอบไปดั่งนี้ ฝรั่งเศสเห็นว่าสยามยังไม่ยอมโดยแท้จริง ยังมีเงื่อนไขอยู่หลายประการซึ่งฝรั่งเศสถือว่าเท่ากับเป็นการปฏิเสธ คือไม่ยอมนั่นเอง รัฐบาลฝรั่งเศสจึงสั่งให้ราชทูตปาวีออกจากกรุงเทพฯ ทันที กับได้ร้องขอไปยังกงสุลโรนลังที่กรุงเทพฯ ให้ดูแลรักษาชนชาติฝรั่งเศสอีกด้วย เมื่อราชทูตปาวีไปถึงนอกสันดอนแล้ว รุ่งขึ้นวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ม.ปาวีก็สั่งให้นายพลเรือรูมันส่งเรือรบไปยึดเกาะสีชัง เพื่อเอาไว้เป็นฐานทัพเรือ โดยส่งเรือรบมาประจำถึง ๘ ลำ พร้อมกับออกคำสั่งปิดปากอ่าวสยาม ประกาศให้ประเทศต่างๆ รับรู้ทั่วไปว่า

          “ตั้งแต่วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๑๘๙๓ (๒๔๓๖) เวลา ๑๖.๐๐ น. เป็นต้นไป กองทัพเรือของเราจะทำการปิดกั้นท่าเรือริมฝั่งทะเล ที่ทอดสมอ ที่จอดเรือริมฝั่งทะเล และบรรดาเกาะแก่งทั้งปวงซึ่งอยู่ระหว่างแหลมมลายู ในจังหวัดเพชรบุรี กับแหลมฉบังที่อยู่ในจังหวัดชลบุรี ขอให้บรรดาเรือสินค้าของบรรดาประเทศที่เป็นมิตรกับฝรั่งเศส ที่จอดอยู่ในเขตที่ปิดล้อมนี้ จงแล่นออกนอกเขตท่าเรือภายในกำหนด ๓ วันนับแต่นี้ไป เรือลำใดแล่นเข้าออกในเขตที่ประกาศห้ามนี้ จะถูกลงโทษตามกฎหมายและสัญญาที่ใช้อยู่ทุกประการ...”

          เมื่อฝรั่งเศสใช้เรือรบปิดปากอ่าวสยามดังกล่าวมาแล้ว รัฐบาลสยามก็พยายามวิ่งเต้นขอความช่วยเหลือจากอังกฤษ แต่รัฐบาลอังกฤษก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ เพราะพวกเขาเป็นพันธมิตรกัน ดังนั้นในวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๑๘๙๓ (๒๔๓๖) รัฐบาลสยามก็จำเป็นต้องยินยอมตามคำขอของฝรั่งเศสที่เสนอมานั้นทุกประการโดยไม่มีเงื่อนไข เมื่อเห็นว่าสยามยินยอมดั่งนี้แล้ว วันต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศสก็ได้ยื่นข้อเสนอเป็นทำนองคำขาดอีกดังนี้

ปรารีส วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๑๘๙๓ (๒๔๓๖)

การที่รัฐบาลสยามกระทำการชักช้า ไม่ยอมรับเอาคำขาดของฝรั่งเศสที่เสนอมาตั้งแต่วันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๑๘๙๓ (๒๔๓๖) นั้น สมควรที่รัฐบาลฝรั่งเศสจะเพิ่มข้อมัดจำยิ่งขึ้น

          โดยปรารถนาที่จะแสดงความมัธยัสถ์ระมัดระวัง อันเป็นหลักดำเนินรัฐประศาสโนบายของรัฐบาลฝรั่งเศสเป็นนิจมา และเห็นว่าจำเป็นที่จะให้รัฐบาลสยามปฏิบัติตามนัยแห่งคำขาดทุกๆ ข้อ รัฐบาลฝรั่งเศสจะยึดแม่น้ำและเมืองจันทบุรีไว้ ตราบกว่าทหารสยามที่ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงจะถอนออกไปหมด และไม่มีอุปสรรคอันใดเกิดขึ้น

          อนึ่ง เพื่อประกันมิตรภาพที่เคยมีต่อกันมาแล้วในระหว่างประเทศทั้งสอง และเพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากขึ้นในบริเวณทะเลสาบเขมร และในร่องแม่น้ำโขง รัฐบาลสยามจะต้องไม่รวมกำลังทหารใดๆ ในที่เมืองพระตะบอง และเสียมราษฎร์ รวมทั้งเขตที่ตั้งอยู่ในรัศมี ๒๕ กิโลเมตรทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง นับแต่ดินแดนเขมรไป รัฐบาลสยามจะรวมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายตำรวจนครไว้ได้เท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาความปกติที่แท้จริงเท่านั้น และห้ามไม่ให้รัฐบาลสยามใช้ หรือให้เรือ หรือยานพาหนะใดๆ ที่มีอาวุธเทียวไปมาในทะเลสาบเขมรและแม่น้ำโขง

          รัฐบาลฝรั่งเศสสงวนไว้ซึ่งสิทธิที่จะตั้งกงสุลไว้ที่เมืองนครราชสีมา และเมืองน่าน

          เมื่อสยามยินยอมปฏิบัติตามข้อนี้แล้ว รัฐบาลฝรั่งเศสจะได้เลิกการปิดปากอ่าวทันที

          ตามข้อเสนอเพิ่มเติมของฝรั่งเศสดังกล่าวนั้น รัฐบาลสยามจำต้องยอมปฏิบัติตามทุกประการ ดังนั้นครั้นถึงวันที่ ๓ ตุลาคม ๑๘๙๓ (๒๔๓๖) รัฐบาลสยามกับรัฐบาลฝรั่งเศสก็ได้ตกลงทำสัญญากัน ๒ ฉบับ เป็นสัญญาสงบศึกฉบับหนึ่ง และอนุสัญญาอีกฉบับหนึ่ง ในสัญญานั้นบอกว่าประเทศสยามยอมสละดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงทั้งหมด และเกาะแก่งต่างๆ ในแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศส





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]