• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172567
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม 2553
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 2029 , 07:08:53 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน

นายพลสิงกะโป สีโคดจุนนะมาลี

๒๐. ลาวอิสระ “เพื่อลาวเอกราช”

          ผมได้อ่านงานเขียนของนักประพันธ์ชาวลาวหลายเล่ม ในจำนวนนั้นบางเล่มสามารถอธิบายสถานการณ์ทั้งในไทยและลาวได้พร้อมๆ กัน

          อย่างเล่มนี้... เป็นงานเขียนของดวงไช หลวงพะสี ชื่อเรื่องว่า “ชีวิตและภารกิจในยุคต่อสู้กู้ชาติของสิงกะโป สีโคดจุนนะมาลี” เรียบเรียงจากคำบอกเล่าของเจ้าของประวัติ

          “...หนังสือชีวิตและภารกิจเล่มนี้ ผู้อ่านจะไม่เพียงแต่ได้รู้ถึงชีวิตอันโชกโชนของท่านสิงกะโป หากยังเป็นเอกสารที่บรรจุไว้ด้วยประวัติศาสตร์ของชาติลาวเราในขบวนวิวัฒน์แห่งการต่อสู้ปฏิวัติอีกด้วย

          ท่านเป็นนายทหารปฏิวัติที่มีชื่อเสียงโด่งดังผู้หนึ่ง  นับแต่พวกเรารู้ความมาก็ได้ยินชื่อเสียงของท่านแล้ว สำหรับทหารลัทธิล่าเมืองขึ้นฝรั่งเศส เพียงแต่ได้ยินชื่อเสียงของท่านในนามนายพลสิงกะโป พวกเขาก็พากันแตกหนีทันที  ซ้ำยังเล่าลือกันด้วยว่านายพลสิงกะโปคือนายทหารขบวนการลาวอิสระที่สู้รบเก่ง หนังเหนียว และอยู่ยงคงกระพัน

          สามารถกล่าวได้ว่าตลอดชีวิตของท่านนั้นติดพันอยู่กับเครื่องแบบทหาร นอนกอดกระบอกปืน และฝึกฝนหล่อหลอมตัวของท่านอยู่ท่ามกลางเปลวไฟสงครามปฏิวัติอย่างแท้จริง...”

          นั่นเป็นคำนำของคณะอำนวยการสำนักพิมพ์จำหน่ายหนุ่มลาว เวียงจันทน์, เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๑๙๙๑ (..๒๕๓๔)

          นายพลสิงกะโป สีโคดจุนนะมาลี เล่าให้นักเขียนฟังในบทแรกๆ เพื่อพูดถึงเชื้อ สายของท่านว่า “...แผ่นดินลาวใน (คริสต์) ศตวรรษที่ ๑๘ นั้นแบ่งออกเป็น ๓ อาณาจักร คืออาณาจักรหลวงพระบาง อาณาจักรเวียงจันทน์ และอาณาจักรจำปาสัก แผ่นดินลาวครอบคลุมแผ่นดินทั้งสองฟากฝั่งซ้ายและขวาแม่น้ำโขงอันกว้างใหญ่ไพศาล เป็นเสมือนดอกเห็ดโคนที่อ้วนพี มีเส้นชายแดนอยู่เมืองโคราช (ประเทศไทยในปัจจุบัน) จึงถือเอาแม่น้ำโขงเป็นใจกลางของประเทศลาวใน ๓ อาณาจักรดังที่กล่าวมา

          เราเองจึงมีเชื้อสายกำเนิดมาจากคนอุดร (จังหวัดอุดรธานีของไทย) ในตระกูลเจ้านายผู้ใหญ่ ซึ่งมีปู่ทวดชื่อว่า มังคละคีรี เป็นนักดาบที่มีชื่อเสียงเกรียงไกรอันมีดาบเขียวดังหยกน้ำหนึ่ง หรือเขียวเหมือนปีกแมลงพู่ ทั้งเหนียวทั้งอ่อน จนสามารถขดเข้าเป็นวงแล้วเอาเก็บไว้ในฝักได้ ดาบนั้นเรียกว่า ดาบหยกมังกร สามารถตัดต้นกล้วย เอามาตั้งเรียงกันทั้งสามต้นขาดในดาบเดียว สามารถตัดไหไพขาด สามารถตัดแมลงวันขาดออกเป็นสองขณะที่กำลังบินอยู่

          ย่าทวดของเราเป็นคนเมืองมหาไช ปู่ทวดจึงโคจรไปพบย่าทวดอยู่เมืองมหาไช เพราะว่ามีข่าวเล่าลือไปทั่วชมพูทวีปว่าที่เมืองมหาไชมีต้นโพธิ์พันปี มีสามกิ่ง มีใบดกหนาตลอดปี เกิดอยู่กลางวัดมหาไช เรื่องราวเป็นมาอย่างไร เราก็ไม่ได้รับฟังจากการเล่าขานของผู้ใดอีก

          จนมาถึงอาว์ปู่ชื่อ พมมา สีโคดจุนนะมาลี คำที่ว่า จุนนะมาลี  นั้น อาว์ปู่เป็นคนต่อเติมใส่ แต่เดิมนั้นสมัยปู่ทวดย่าทวด มีแต่ สีโคด พยางค์ท้าย ๔ วลีนั้นเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ระหว่าง มังคละคีรี กับ จุนนะมานี หรือ จุนนะมาลี ซึ่งอาว์ขุนนุสอน ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เป็นผู้ตัดสินใจใช้นามสกุล สีโคดจุนนะมาลี ตราบเท่าทุกวันนี้

          คำที่ว่า สีโคด มีความหมายว่าเป็นคนมีโคต ตระกูลเชื้อสายมาจากเจ้าสีโคดตะบอง จุนนะ แปลว่าใหญ่หลวง มาลี แปลว่าความรุ่งเรืองงดงามดังดวงดอกไม้ที่หอมหวน...”

          ถ้านายพลสิงกะโป สีโคดจุนนะมาลี ยังมีชีวิตอยู่ จนถึงวันนี้ (..๒๕๕๓) ท่านจะมีอายุ ๙๗ ปีเต็ม เกิดปี ๑๙๑๓ (..๒๔๕๖) ที่เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน เป็นคนหัวแข็งไม่ยอมใครง่ายๆ จนได้สมญานามว่า ท้าวทองยาก หรือ บักยาก ในช่วงชีวิตวัยเด็กท่าน ได้เข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนที่ชาวฝรั่งเศสเป็นผู้บริหาร เนื่องจากในเวลานั้นลาวอยู่ภายใต้อาณานิคมของฝรั่งเศส สอบไล่ได้ Certificate เมื่ออายุ ๑๖ ปี ทั้งๆ อาจารย์ชาวฝรั่งเศสไม่อยากให้ได้เลย เหตุผลก็เพราะว่าท่านเป็นหัวหน้าทีม พาพวกนักเรียนไปดักตีหัวชาวฝรั่งเศส แต่จับคาหนังคาเขาไม่ได้ บวกกับบิดาของท่านเป็นผู้มีอิทธิพล หรือพูดง่ายๆ ก็คือรู้จักกับเจ้านายชาวฝรั่งเศส จึงได้แต่ขนานนามท่านว่า บัก Bagarreur และบักหัวแข็ง Tete de ture

          ปี ๑๙๓๐ (..๒๔๗๓) ขึ้นไปเวียงจันทน์เพื่อเข้าเรียน College นอกจากตั้งหน้าเรียนหนังสือแล้วท่านยังโปรดปรานกีฬาฟุตบอลและชกมวย ท่านเรียนจบสอบได้ Diploma ในอีก ๔ ปีต่อมา ถือว่าเป็นคนเรียนเก่งจนได้ Notes Total เป็น ๑ ใน ๔ คนลาวที่ทำได้เช่นนี้

          “...พอจบ Diplome แล้วสอบแข่งขันเข้าเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการ Assistant Directeur ได้ จึงเป็นเรื่องปิติยินดีทั้งตัวเรา ครอบครัว พ่อแม่และญาติพี่น้อง ซึ่งไม่เชื่อว่าคนขี้ดื้ออย่างเราจะประสบผลสำเร็จได้รวดเร็วแบบนั้น...”

          ช่วงเวลานั้นทางเมืองไทยเราอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง (..๒๔๗๕) ส่วนในลาวฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง...

          “...ปี ๑๙๓๖ (๒๔๗๙) เราได้กลับขึ้นไปอยู่บ้านเกิดเมืองนอน คือแขวงคำม่วน แต่ยังไม่ใช่ตัวเมืองท่าแขก เราไปเป็น Assistant Directure อยู่บ่อโพนติ้ว ๒ ปี จึงได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้อำนวยการ (Directure) แล้วถูกย้ายเข้าไปประจำตัวเมืองท่าแขก ตอนนี้เราพอได้ยินแว่วๆ เข้าหู ว่ามีการพิพาทกันระหว่างลาว-ไทยเกี่ยวกับปัญหาชายแดน และสภาพการณ์ของโลกอยู่ในขั้นตรึงเครียด

          ปีนี้เราได้แต่งงานกับนางเกิดมี ลูกพี่ลูกน้องของเราเอง ต่อมาได้ลูกสาวชื่อว่า นางวันโน

          ชีวิตเป็น Directure อยู่บ้านเกิดเมืองนอนของตนเองก็หากดีอยู่ดอก แต่ผู้เป็นนายแท้ๆ นั้นกลับเป็นคนฝรั่งเศส จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนหลีกไม่พ้น ทั้งๆ ที่อยู่ประเทศของตนเอง กลับเป็นขี้ข้าคนต่างชาติ!

          สถานการณ์ที่สั่นคลอนถึงหน้าที่การงานของพวกเราในเวลานั้นคือระหว่างปี ๑๙๔๑ (๒๔๘๔) เดอโกลประกาศลงมือปฏิบัติแผนการที่มีชื่อว่า โครงการปฏิรูปลาวเพื่อฟื้นฟูชาติ อันหมายถึงการเอาใจชนชั้นศักดินาในลาว ทั้งเสริมสร้างขบวนการที่จงรักภักดีต่อฝรั่งเศสในหมู่คนลาว และปราบปรามคนลาวที่รักชาติ

          เวลานั้นเราเริ่มมีความสนใจต่อสภาพการณ์บ้านเมืองบ้างแล้ว เมื่อพวกฝรั่งเศสมีการปรับปรุงตำราเรียนที่ใช้ในโรงเรียน บรรจุเนื้อหาที่พูดถึงบุญคุณของคนฝรั่งเศส และ ให้นับถือจอมพลเปแต็ง เช่นว่าพูดถึงคุณงามความดีของดูดาเดอลาเกอะ, ปาวี.. บังคับลาวให้ปฏิบัติตามคำขวัญ ความขยัน ครอบครัวและชาติ  เตรียมพร้อมรับใช้ชาติแม่และลาวในสหพันธรัฐฝรั่งเศส ฯลฯ

          เราเป็นผู้ตั้งปัญหาสนทนากับบรรดาครูอาจารย์ เพื่อมิให้หลงใหลได้ปลื้มไปกับการโป้ปดมดเท็จพวกนั้น

          สิ่งที่เราเห็นอีกอันหนึ่งก็คือการขึ้นภาษีรายได้ของคนลาว เกิดมีโรงเหล้า โรงยาฝิ่น โรงโสเภณี บ่อนกาสิโน เพื่อมอมเมาเยาวชนลาว

          จากสภาพที่ตำตาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทำให้เราเกิดมีสติชาตินิยมขึ้นในตัว เมื่อเรามองเห็นทหารฝรั่งเศสข่มเหงคนลาว เห็นคนลาวทุกข์ยากปากหมอง เห็นความเอาใจใส่ของฝรั่งเศสต่อเจ้าใหญ่นายโต เราได้แต่ถามตัวเองเพื่อค้นหาคำตอบที่ถูกต้อง

          เราจึงได้พูดจากับเพื่อนสนิทมิตรสหาย ทั้งอยู่ที่เมืองท่าแขกและอยู่แขวงสะหวันนะเขด เพื่อเรียกร้องให้เสด็จเจ้าสุพานุวงที่พำนักอยู่ที่เมืองเว้ ประเทศเวียดนามกลับมาลาว  พระองค์ได้ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนลาว เดินทางจากเมืองเว้ ผ่านชายแดนลาวบาวตามเส้นทางหมายเลข ๙ สู่สะหวันนะเขด และมาอยู่เมืองท่าแขกกับพวกเรา...”

          “...วันที่ ๙ มีนาคม ๑๙๔๕ (๒๔๘๘) กองกำลังของจักรพรรดินิยมญี่ปุ่นได้เข้ายึดครองอินโดจีน ต่อจากนั้นไม่พอ ๒-๓ ชั่วโมงก็สามารถโค่นล้มพวกปฏิกิริยาฝรั่งเศสลงได้อย่างสิ้นเชิง และยึดอำนาจได้อย่างสมบูรณ์

          เราเห็นคนฝรั่งเศส ทหารฝรั่งเศสแตกพ่ายออกจากตัวเมือง หนีตายเข้าป่าเข้าดง เมื่อทหารจักรพรรดินิยมญี่ปุ่นแห่กันเข้ามาลาว ทั้งได้ติดตามดูสิ่งที่เกิดขึ้นและกำลังจะเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

          วันที่ ๒๒ มีนาคม ๑๙๔๕ (๒๔๘๘) หนังสือพิมพ์ลาวใหญ่ ปากกระบอกเสียงของฝรั่งเศสที่ต่อต้านไทยใหญ่ ถูกญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงมาเป็นหนังสือพิมพ์ลาวเจริญ โดยมีหยุย อภัย เป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการ

          วันที่ ๘ เมษายน ๑๙๔๕ (๒๔๘๘) เจ้ามหาชีวิตสีสะหว่างวงถูกญี่ปุ่นบังคับให้ประกาศเอกราชของราชอาณาจักรหลวงพระบาง ทั้งส่งพระโอรสเจ้าสีสะหว่างวัดทะนาไปอ่านใบประกาศดังกล่าวที่เมืองไซ่ง่อน

          เวลานั้นสถานการณ์บ้านเมืองของลาวสับสนวุ่นวายมาก เราได้เข้าเฝ้าเสด็จเจ้าสุพานุวงหลายครั้ง ในฐานะตัวแทนข้าราชการ เพื่อรับทราบต่อชะตากรรมของประเทศชาติ

          ท้าวเลวันเกือง มือตีนของฝรั่งเศสออกแรงเคลื่อนไหวที่เมืองท่าแขกพอสมควร แล้วก็ถูกประชาชนจับตัวส่งไปให้เมืองวินห์

          ไม่นาน พวกจักรพรรดินิยมญี่ปุ่นกลับปราชัย เพื่อแย่งยึดเอาเอกราชจากญี่ปุ่น เมื่อพวกลัทธิล่าเมืองขึ้นฝรั่งเศสก็เตรียมตัวจะเข้ามายึดครองลาวเราอีก วันที่ ๒๑ สิงหาคม ๑๙๔๕ (๒๔๘๘) พร้อมๆ กับขบวนการฯ เราจึงพร้อมด้วยหมู่คณะ นำพานักเรียนนักศึกษา และพ่อแม่ประชาชนลุกฮือขึ้นยึดอำนาจ ประสานสมทบกับการลุกฮือขึ้นยึดอำนาจการปกครองทั่วประเทศ

          นับแต่นั้นมา เราจึงกลายเป็นตัวตั้งตัวตีคุมสถานการณ์บ้านเมืองที่ตัวเมืองท่าแขก นั่นก็คือได้เข้าร่วมการปฏิวัติอย่างไม่รู้สึกตัว แล้วลาวก็ได้ประกาศเอกราช เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๑๙๔๕ (๒๔๘๘) โดยแย่งยึดเอาจากมือจักรพรรดินิยมญี่ปุ่น อันมีเสด็จเจ้ามหาอุปราชเพ็ดชะราด เป็นผู้ยับยั้งถ่วงดึงประวิงเวลาเจ้ามหาชีวิตสีสะหว่างวง ที่จะรีบร่วมมือกับพวกล่าเมืองขึ้นฝรั่งเศส ยอมให้ฝรั่งเศสเข้ามายึดครองลาวของเราดังเดิม ทำให้เจ้ามหาชีวิตสีสะหว่างวง สั่งปลดฐานะตำแหน่งเจ้าเพ็ดชะราด แต่เจ้ามหาอุปราชเพ็ดชะราด ก็ได้ให้การสนับสนุนการลุกฮือขึ้นยึดอำนาจของประชาชนลาวเราอย่างสุดความสามารถ...”





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ก่อพงษ์ วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 15.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gorbhong

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ชัชวัลย์พงศ์ยุทธนาธรรม วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chatchawan

(สำเนียงลาว)

คิดคล้อยรอยคำในตำนาน
อ่านแล้วยิ่งเบิกบานเป็นที่สุด
เห็นธาตุมวลธรรมนำมนุษย์
ไม่เคยสิ้นสุดตราบที่มีชีวิต

แท้จริงแล้วยังมีเยื่อมีสายใย
สองฝั่งน้ำไหลล้วนสายจิต
ลาวยังคงพงศาอยู่ถ้ารู้คิด
ต่อชีวิตชาติพันธุ์ให้มั่นยืน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 07.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีครับพี่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]