• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172281
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันพุธ ที่ 20 ตุลาคม 2553
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 1592 , 05:39:43 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน

๒๒. สยามเสียดินแดนอีก

       เมื่อฝรั่งเศสกับประเทศสยามพิพาทกันจนสยามเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เมื่อปี ๑๘๙๓ (๒๔๓๖) เพื่อบังคับให้สยามปฏิบัติตามสัญญานั้นให้ถูกต้องและครบถ้วน ฝรั่งเศสได้เข้ายึดเอาจังหวัดจันทบุรีที่อยู่ติดเขตแดนเขมรด้านทะเลไว้เป็นประกัน โดยใช้กำลังพล ๖๐๐ นาย เป็นทหารฝรั่งเศส ๖๐ ที่เหลือเป็นเวียดนาม

       ตอนที่ฝรั่งเศสยึดจันทบุรี กองทหารเรือของสยามที่ประจำอยู่ที่จันทบุรีและแหลมสิงห์ย้ายไปอยู่เมืองขลุง ส่วนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองยังประจำอยู่ที่เดิม ภายใต้การบังคับบัญชาของฝรั่งเศสยาวนานถึง ๑๐ ปี

เจ้าศรีสว่างวงศ์ ขณะว่าราชการในพระราชวังหลวงพระบาง

       ในระยะเวลา ๑๐ ปี สยามพยายามปฏิบัติตามสัญญาอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฝรั่งเศสถอนออกจากจันทบุรี สุดท้ายฝรั่งเศสยอมถอน แต่ได้แก้ไขอนุสัญญาอันเป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ฝรั่งเศสอีกจนได้

(ซ้าย) เจ้ายุติธรรมธร (ยุติทัมมะทอน) เจ้าผู้ครองนครจำปาสัก ภาพลายเส้นสมัย ๑๘๘๓ (๒๔๒๖)      

       ตามอนุสัญญาฉบับนี้ ทำให้แผ่นดินสยามเปลี่ยนรูปร่างออกไปอีก สัญญาเขียนว่า

       ข้อ ๑ เขตแดนระหว่างสยามกับกัมพูชา 

       เขตแดนระหว่างสยามกับประเทศเขมรนั้น ตั้งแต่ปากคลองกระพง ทะลุฝั่งทะเลสาบ (หมายถึงโตนเลสาบ : ผู้เขียน) เป็นเขตแดนที่ตรงกับทิศตะวันออกไปจนถึงคลองกำปงจาม จากนี้ต่อไปทางเหนือเป็นเส้นตรงขึ้นไปถึงภูเขาปันน้ำ ในระหว่างดินแดนน้ำไหลตกน้ำเสนและดินแดนน้ำไหลตกน้ำยม ฝ่ายหนึ่ง ถึงภูผาด่าง แล้วต่อเนื่องไปทางตะวันออก ตามแนวสันภูนี้จนถึงลำน้ำยม จากจุดบรรจบนี้ไปแม่น้ำยม เป็นเขตแดนของประเทศสยาม

       ข้อ ๒ เขตแดนระหว่างหลวงพระบาง 

       ฝ่ายเขตแดนระหว่างเมืองหลวงพระบางทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงและเมืองพิชัยกับเมืองน่านนั้น ตั้งแต่ปากน้ำเหืองจนถึงแยกปากน้ำเลย ขึ้นไปตามลำน้ำตาม จนถึงยอดภูปันน้ำตรงไปจุดหนึ่งของภูเขาแดนดิน ตั้งแต่จุดนี้ เขตแดนต่อเนื่องขึ้นไปทางทิศเหนือ ตามแนวสันภูเขาปันน้ำ ในระหว่างดินแดนน้ำไหลตกแม่น้ำโขง และน้ำไหลตกแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงยอดน้ำคอบแล้วมีเขตแดนต่อเนื่องตามลำน้ำคอบจนประจวบกับแม่น้ำโขง

       ข้อ ๓ กำหนดเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีนฝรั่งเศส 

       จะได้กำหนดเขตแดนระหว่างประเทศสยามกับดินแดนของอินโดจีนฝรั่งเศส รัฐบาลทั้งสองฝ่ายได้ทำสนธิสัญญากันนี้ ต่างจะตั้งข้าหลวงผลัดกันไปทำการกำหนดเขตแดนนี้ การกำหนดเขตแดนนี้ จะทำตามเขตแดนที่ได้กำหนดไว้ในข้อ ๑ และข้อ ๒ รวมทั้งในดินแดนที่อยู่ในทะเลสาบและท้องทะเลด้วย

       เพื่ออำนวยความสะดวกยิ่งขึ้นให้แก่ข้าหลวงผสม และเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากอันอาจจะเกิดขึ้นได้ต่างๆ นานาในการกำหนดเส้นเขตแดนซึ่งอยู่ระหว่างทะเลสาบและท้องทะเลนั้น ก่อนที่จะตั้งข้าหลวงผสม รัฐบาลทั้งสองฝ่ายจะต้องตกลงกันก่อนว่าจะกำหนดจุดสำคัญจุดใดซึ่งเป็นเขตแดนที่จรดทะเล แล้วจะได้ตั้งข้าหลวงผสม และข้าหลวงผสมนี้จะต้องเริ่มต้นทำงานภายใน ๔ เดือน นับแต่วันรับอนุญาตใช้หนังสือสนธิสัญญาฉบับนี้เป็นต้นไป

       ข้อ ๔ รัฐบาลสยามยอมสละอำนาจในนครหลวงพระบาง 

       รัฐบาลสยามเสียอำนาจซึ่งเป็นเจ้าของดินแดนเมืองหลวงพระบางที่อยู่ทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง เรือค้าขาย และแพไม้ ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของคนไทย มีสิทธิ์ที่จะล่องขึ้นลงได้โดยสะดวก ปราศจากการขัดขวางในลำน้ำโขง ซึ่งไหลตลอดในที่ดินแขวงเมืองหลวงพระบาง

       ข้อ ๕ ความตกลง 

       เมื่อได้ตกลงตามข้อความซึ่งได้กล่าวแล้วในข้อ ๓ ตอนที่ ๒ ว่าด้วยการกำหนดเขตแดนในระหว่างทะเลสาบและทะเลแล้ว และเมื่อรัฐบาลสยามได้แจ้งความให้พนักงานฝรั่งเศสทราบเป็นทางการว่าดินแดนที่กำหนดไว้ทางทิศตะวันออกใน ข้อ ๑ และข้อ ๒ ว่าเจ้าพนักงานฝรั่งเศสจะรับเอาได้เมื่อใด และที่ (ฝรั่งเศส) ตั้งอยู่ในเมืองจันทบุรีชั่วคราว ตามหนังสือสนธิสัญญาลงวันที่ ๓ ตุลาคม ๑๘๙๓ (๒๔๓๖) ฝรั่งเศสจะถอนออกไปทันที

       ข้อ ๖ การกำจัดกำลังรบ 

       สัญญาข้อ ๔  ในหนังสือสนธิสัญญาลงวันที่ ๓ ตุลาคม ๑๘๙๓ (๒๔๓๖) นั้น เป็นอันยกเลิก เปลี่ยนเป็นข้อสัญญาตามความต่อไปนี้

       พระบาทสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามทรงสัญญาว่า พลทหารที่ได้ส่งไป หรือจะให้ตั้งประจำอยู่ใต้บังคับบัญชานายทหารชาติไทยเสมอไป ยกเว้นอย่างเดียวจากสนธิสัญญานี้ โดยให้เป็นประโยชน์แก่ตำรวจภูธรไทย ซึ่งนายทหารชาติเดนมาร์คเป็นผู้บังคับบัญชาอยู่ขณะนี้ ถ้ารัฐบาลสยามปรารถนาจะเปลี่ยนนายทหารเหล่านี้ให้เป็นทหารของชาติอื่น รัฐบาลสยามจะต้องปรึกษาให้ตกลงกับรัฐบาลฝรั่งเศสก่อน

       ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับเมืองพระตะบอง เมืองเสียมราฐ และศรีโสภณนั้น รัฐบาลสยามสัญญาจะให้มีพลตระเวนซึ่งต้องการสำหรับรักษาความสงบเรียบร้อย คนที่จะให้เป็นพลตระเวนนี้ให้เกณฑ์เอาจำเพาะชาวพื้นเมืองในที่นั้น

       ข้อ ๗ การสร้างทางคมนาคม 

       หากการณ์ภายหน้ารัฐบาลสยามปรารถนาจะสร้างท่าเรือ คลอง ทางรถไฟที่จะให้เป็นเส้นทางติดต่อกับกรุงเทพฯ ไปถึงที่ใดก็ตาม โดยเฉพาะในแคว้นลุ่มแม่น้ำโขง แม้นจะเป็นทุนของรัฐบาลสยาม และโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ไทยโดยลำพังก็ดี จะต้องได้รับการปรึกษาตกลงกับรัฐบาลฝรั่งเศสก่อน รวมทั้งการที่จะทำให้กิจการต่างๆ ดังกล่าวเป็นผลประโยชน์ขึ้น

       ในการที่จะใช้ท่าเรือ คลอง ทางรถไฟ ภายในแคว้นที่แม่น้ำโขงไหลตกของประเทศสยามก็ดี เป็นอันเข้าใจว่าจะไม่ตั้งพิกัดอัตราการเก็บเงินให้ต่างกัน โดยให้เป็นการผิดไปจากหลักฐาน ซึ่งจะต้องทำให้เสมอกันในการค้าตามสนธิสัญญาต่างๆ ที่สยามลงนามไว้

       ข้อ ๘ การเดินเรือ 

       เพื่อจะให้สำเร็จไปตามความข้อ ๖ ของสนธิสัญญาใหม่ ลงวันที่ ๓ ตุลาคม ๑๘๙๓ (๒๔๓๖) นั้น รัฐบาลสยามจะอนุญาตที่ดินเป็นขนาดกว้างยาวตามที่ได้กำหนดให้แก่รัฐบาลฝรั่งเศส ณ ที่ต่างๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขง คือเชียงคาน หนองคาย สมัยบุรี (ปัจจุบันเรียกชัยบุรี) ที่ปากน้ำก่ำ (ฝั่งขวาและฝั่งซ้าย) มุกดาหาร เขมราฐ และที่บ้านด่านปากมูน (ปัจจุบันคืออำเภอโขงเจียม) รัฐบาลทั้งสองจะได้ตกลงกัน จัดแจงเอาออกเสียซึ่งสิ่งกีดขวางไม่ให้เดินเรือได้สะดวกในร่องแม่น้ำมูนตอนที่อยู่ระหว่างพิบูลกับแม่น้ำโขง รัฐบาลทั้งสองจะตกลงด้วยกันว่าในระหว่างนครจำปาสักกับเขตแดนหลวงพระบาง ดังที่ได้กำหนดไว้ในข้อ ๒ ของหนังสือสนธิสัญญาฉบับนี้ จะได้มีทางรถไฟขึ้นใช้แทนการเดินเรือที่ไม่สะดวกในร่องแม่น้ำโขงถ้ายอมรับกันว่าเป็นที่ต้องการ

       ข้อ ๙ ทางรถไฟระหว่างพนมเปญกับพระตะบอง 

       ตั้งแต่บัดนี้ไป รัฐบาลทั้งสองได้ตกลงกันแล้วว่าจะช่วยให้มีทางรถไฟตั้งแต่เมืองพนมเปญไปถึงเมืองพระตะบองให้ได้โดยสะดวก การก่อสร้าง และการที่จะทำให้เกิดผลประโยชน์ขึ้นนั้น รัฐบาลทั้งสองจะทำเองโดยลำพัง ส่วนการก่อสร้างในที่ดินของรัฐบาลใด รัฐบาลนั้นทำ หรือรัฐบาลทั้งสองจะยินยอมพร้อมใจกันให้บริษัทไทยผสมกับบริษัทฝรั่งเศสก็ทำได้

       รัฐบาลทั้งสองเห็นด้วยกันแล้วว่าเป็นการจำเป็นที่จะทำการ เพื่อที่จะให้ทางน้ำในลำคลองเมืองพระตะบอง ในระหว่างทะเลสาบกับเมืองนั้นดียิ่งขึ้น เมื่อเป็นดั่งนี้รัฐบาลฝรั่งเศสพร้อมที่จะให้เอเย่นซ์ที่เป็นช่างซึ่งรัฐบาลสยามต้องใช้ ทั้งสำหรับจะทำการรักษาที่เหล่านี้ด้วย

       ข้อ ๑๐ การรับคนในบังคับฝรั่งเศส

       รัฐบาลสยามยอมรับชื่อคนในบังคับฝรั่งเศสเหมือนกับที่มีอยู่แล้วเดี๋ยวนี้ ยกเว้นเสียแต่คนจำพวกที่ได้ยอมกันทั้งสองฝ่ายว่า ได้เข้าจดทะเบียนอยู่ในรายชื่อนั้น โดยเหตุอันไม่ชอบธรรมซึ่งเจ้าพนักงานฝรั่งเศสจะได้ส่งสำเนารายชื่อเหล่านั้นให้แก่เจ้าพนักงานไทย

       บุตรหลานของคนในบังคับซึ่งเข้าอยู่ภายใต้อำนาจศาลฝรั่งเศสนี้ ไม่มีอำนาจที่จะอ้างชื่อเข้าสังกัดในทะเบียนได้ ถ้าหากคนเหล่านี้ไม่ใช่บุคคลอยู่ในจำพวกซึ่งได้กำหนดไว้ในข้อสนธิสัญญาอันต่อจากข้อความนี้ไปในหนังสืออนุสัญญาฉบับนั้น

       ข้อ ๑๑ คนกำเนิดในเอเชีย

       คนกำเนิดในเอเชียซึ่งเกิดในดินแดนภายใต้อำนาจการปกครองของฝรั่งเศส หรือที่อยู่ในดินแดนซึ่งอยู่ในความป้องกันของประเทศฝรั่งเศส มีอำนาจที่จะรับเอาความป้องกันของฝรั่งเศส

       ความป้องกันของฝรั่งเศสจะมีไปถึงบุตรและภริยาของคนเหล่านั้น แต่จะไม่มีต่อไปถึงชั่วหลานเหลนของคนเหล่านั้นด้วย

       ข้อ ๑๒ อำนาจศาล

       ในการที่เกี่ยวข้องอำนาจศาล ซึ่งแต่นี้เป็นต้นไปชนชาติฝรั่งเศสและในบังคับฝรั่งเศส ซึ่งอยู่ในประเทศสยาม จะต้องเข้าอยู่ใต้บังคับโดยไม่มีข้อยกเว้นเลย รัฐบาลทั้งสองได้ตกลงกันทำข้อสนธิสัญญาดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ ขึ้นใช้แทนข้อสนธิสัญญาที่มีอยู่แต่ก่อนคือ

       () ความอาญา คนฝรั่งเศสหรือคนในบังคับของฝรั่งเศสเท่านั้น

       () ความแพ่ง คดีทั้งปวงที่คนไทยเป็นโจทก์ฟ้องร้องคนฝรั่งเศส หรือคนในบังคับของฝรั่งเศส จะต้องฟ้องร้องต่อศาลกงสุลฝรั่งเศส

       คดีทั้งปวงที่คนไทยเป็นจำเลย ศาลไทยสำหรับพิจารณาคดีต่างประเทศ ซึ่งได้ตั้งไว้ ณ กรุงเทพฯ จะพิจารณาตัดสิน ยกเว้นเสียแต่ที่ในเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน น่าน ความอาญาและความแพ่งทั้งปวงซึ่งอยู่ในบังคับฝรั่งเศส มีคดีศาลต่างประเทศ ไทยจะพิจารณาตัดสิน

       แต่เป็นการเข้าใจกันว่าในคดีความทั้งปวงแล้ว กงสุลฝรั่งเศสมีอำนาจที่จะไปอยู่ศาลเมื่อเวลาพิจารณาคดี หรือจะให้ผู้แทนผู้หนึ่งซึ่งได้รับมอบอำนาจตามสมควร แล้วไปอยู่ที่ศาลในเวลาพิจารณาคดี และเมื่อเห็นว่าเป็นการสมควรแก่ผลประโยชน์ของความยุติธรรม จะแนะนำหรือทักท้วงได้ทุกอย่าง

       ในคดีความซึ่งคนฝรั่งเศสหรือคนในบังคับฝรั่งเศสตกเป็นจำเลย ถ้าในระหว่างการพิจารณาคดี กงสุลฝรั่งเศสเห็นเป็นเวลาสมควรที่จะขอถอนคดีความนั้นออกเสีย โดยทำหนังสือขอไปเมื่อใดก็ได้  คดีความนี้ก็ต้องส่งไปยังศาลกงสุลฝรั่งเศส หลังจากนั้น (ศาลกงสุลฝรั่งเศส) จะพิจารณาคดีความนั้นได้โดยลำพัง และเจ้าพนักงานไทยจะสงเคราะห์ช่วยธุระศาลนั้นด้วย

       การอุทธรณ์ต่อคำตัดสิน ทั้งของศาลสำหรับคดีความต่างๆ ก็ดี ของศาลต่างประเทศสำหรับมณฑลทั้ง ๔ ที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นก็ดี จะไปฟ้องอุทธรณ์คดีที่ศาลอุทธรณ์ กรุงเทพฯ

       ข้อ ๑๓ คนในบังคับสยาม

       คนในสยามในกาลภายหน้า เรื่องการที่ชาวเอเชียซึ่งไม่ได้เกิดในดินแดนที่อยู่ในอำนาจ หรือดินแดนที่อยู่ในความป้องกันของฝรั่งเศส หรือผู้ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนสัญชาติโดยถูกต้องตามกฎหมายที่จะเข้าเป็นคนในความป้องกันของฝรั่งเศส รัฐบาลฝรั่งเศสจะได้รับอนุญาตเท่ากันกับอำนาจซึ่งประเทศสยามจะยอมให้แก่ประเทศหนึ่งประเทศใดในกาลภายหน้า

       ข้อ ๑๔ อนุสนธิสัญญา

       ข้อความทั้งหลายที่มีอยู่ในสนธิสัญญา อนุสัญญา และสนธิสัญญาทั้งปวงแต่ก่อน มาในระหว่างประเทศสยามกับประเทศฝรั่งเศส ในอนุสนธิสัญญาฉบับนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ยังคงใช้ได้อยู่โดยสมบูรณ์

       ข้อ ๑๕ ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก

       ถ้าเกิดความขัดแย้งในการตีความของสนธิสัญญา ซึ่งได้จัดทำเป็นภาษาฝรั่งเศส และภาษาไทยนี้ ภาษาฝรั่งเศสจะเป็นหลักแต่ฝ่ายเดียว

       ข้อ ๑๖ สิทธิในการถอนคดี

       หนังสือสัญญานี้จะต้องมีอนุญาตภายในกำหนด ๔ เดือน ตั้งแต่วันที่ได้ลงนาม หรือเร็วกว่านั้นหากทำได้ รวมความว่าสนธิสัญญาปี ค..๑๙๐๓ (..๒๔๔๖) นี้ นับเป็นสนธิสัญญาฉบับแรกที่ฝ่ายฝรั่งเศสได้ให้สิทธิแก่ฝ่ายไทย

       เมื่อได้ลงนามกันในสัญญาฉบับนี้ (วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ค..๑๙๐๓) แล้ว ฝรั่งเศสก็ถอนออกจากเมืองจันทบุรี แต่ได้ไปยึดเอาจังหวัดตราด และหมู่เกาะต่างๆ ในทะเลไว้อีก และโดยสนธิสัญญาฉบับนี้ ทำให้ฝรั่งเศสได้ดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขง อันเป็นอาณาเขตของนครจำปาสักและหลวงพระบาง พื้นที่รวมกันประมาณ ๑๒,๕๐๐ ตารางกิโลเมตร

        เมื่อได้ดินแดนดังกล่าวแล้ว ฝรั่งเศสกับอังกฤษได้ประกาศข้อตกลงกันอีกฉบับหนึ่ง เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๑๙๐๔ (๒๔๔๗) ยืนยันอนุสัญญาระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสฉบับ แรกที่ได้ลงนามกันเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๑๘๙๖ (๒๔๓๙) ๘ ปีก่อนหน้านั้น

       สิ่งที่จักรวรรดินิยมทั้งสองตกลงกันคือ ฝรั่งเศสจะต้องรับรองเขตอิทธิพลของอังกฤษในดินแดนสยามฝั่งตะวันตกของร่องแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมกันนั้นอังกฤษก็จะต้องรับรองเขตอิทธิพลของฝรั่งเศสในดินแดนสยามทางด้านตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้ของแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมทั้งเกาะแก่งให้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของฝรั่งเศสนับแต่บัดนั้นเป็นต้นไป ในทำนองเดียวกันดินแดนของสยามทางด้านตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา และตะวันตกอ่าวสยาม (อ่าวไทย) ทั้งหมด รวมทั้งแหลมมลายูและหมู่เกาะทั้งหลาย ก็ต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอังกฤษ

       นอกจากนี้จักรวรรดินิยมยุโรปทั้งสองยังได้ตกลงกันที่จะป้องกันเอกราชของราชอาณาจักรสยาม คือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะต้องไม่ยึดเอาดินแดนของสยามตอนหนึ่งตอนใดเพิ่มเติมเข้ากับดินแดนของตนอีก

       ตามข้อตกลงนี้ ฝรั่งเศสจะไม่ถือเอาประโยชน์เพิ่มขึ้นกว่าที่ได้รับอยู่แล้ว เว้นแต่การปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสที่มีต่อกันตั้งแต่กาลก่อน

       ตอนที่ฝรั่งเศสได้ดินแดนเขมรมาอยู่ในอำนาจของตนนั้น หัวเมืองสำคัญของเขมร ๔ เมือง คือเมืองพระตะบอง เมืองเสียมราฐ เมืองพนมสก และเมืองศรีโสภณ ยังเป็นของสยามอยู่ เมืองทั้ง ๔ นี้มีพื้นที่กว้างขวางและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาตินานาประการ ฝรั่งเศสจึงอยากได้มารวมกันกับประเทศเขมรที่ได้แล้ว ดังนั้นฝรั่งเศสกับสยามจึงตกลงทำสัญญากันอีกฉบับหนึ่งในปี ค..๑๙๐๗ (๒๔๕๐)

       โดยฝรั่งเศสขอเอาเมืองด่านซ้าย ซึ่งเป็นอาณาเขตของหลวงพระบางทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง แลกเปลี่ยนกับหัวเมืองเขมร ๔ เมืองที่สยามปกครองอยู่ และฝรั่งเศสได้มอบเกาะแก่งต่างๆ ในทะเลที่อยู่ใต้แหลมสิงห์ลงไปให้แก่สยาม พร้อมทั้งเลิกยึดครองจังหวัดตราดด้วย

       ประวัติศาสตร์ตรงนี้ได้ไขข้อข้องใจของผมที่มีมานมนานแล้ว ว่าทำไมคนเมืองเลย รวมถึงด่านซ้ายด้วย จึงมีสำเนียงพูดอย่างชาวนครหลวงพระบาง แท้แล้วเมื่อก่อนอยู่ในพระราชอาณาเขตของหลวงพระบางนี่เอง! 

        เพื่อให้ปรากฏเป็นข้อมูลประวัติศาสตร์ ผมขอถ่ายทอดหนังสือสัญญาต่างๆ ที่ เกี่ยวเนื่องกับการแลกเปลี่ยนดินแดนหนนั้นไว้โดยละเอียดสักหน่อย

       ปริวรรตจากภาษาลาวปัจจุบัน

หนังสือสัญญาระหว่างระหว่างสยามและฝรั่งเศส

ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ค..๑๙๐๗ (๒๔๕๐)

       ด้วยเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ค..๑๙๐๗ (๒๔๕๐) หม่อมเจ้าจรูญศักดิ์ อัครราชทูตพิเศษผู้มีอำนาจเต็ม กับ ม.ปิชอง เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายฝรั่งเศส ได้แลกเปลี่ยนสัตยาบรรณหนังสือสัญญาต่อกันสำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว มีข้อความต่อไปนี้

       พระบาทสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยาม กับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส อาศัยเหตุการณ์อันมีขึ้นเมื่อทำการปักปันเขตแดน เพื่อให้เป็นไปตามความในหนังสือสัญญาฉบับลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ค..๑๙๐๓ (..๒๔๔๖) นั้น มีความประสงค์จะแบ่งปันเขตแดนสยามที่ติดต่อกันกับเขตแดนฝรั่งเศสให้แล้วเสร็จเป็นครั้งที่สุด โดยต่างฝ่ายต่างผ่อนผันแลกเปลี่ยนเขตแดนต่อกัน ประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่ง มีความ ประสงค์ที่จะให้สัมพันธไมตรีระหว่างสองประเทศสะดวกดียิ่งขึ้น โดยแก้ไขระเบียบวิธี ที่ว่าด้วยอำนาจศาลให้เป็นแบบเดียวกัน และให้คนในป้องกันของฝรั่งเศสที่อยู่ในกรุงสยามมีกรรมสิทธิ์มากขึ้น จึงได้ตกลงทำสัญญาใหม่ฉบับหนึ่ง แล้วได้แต่งตั้งผู้มีอำนาจเต็มสำหรับการทำสัญญานี้ทั้งสองฝ่าย คือฝ่ายสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามนั้น พระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงเทววงศ์วโรปการ คณาภยันดรมหาจักรี กรังออฟฟิสเซอร์ เลชงดอนเนอร์ เสนาบดีต่างประเทศ ฝ่ายหนึ่ง

       ฝ่ายเปรสิดังแห่งเรปุบบริกฝรั่งเศส (ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส)นั้น  .วิคเตอเอมิลมาริโย เชฟคอลแลง (เดอปรังชี) อัครราชทูตพิเศษผู้มีอำนาจเต็มแห่งเรปุบบลิกฝรั่งเศส ตราออฟฟิเซอเรซี องดอนเนอร์ และสตรุกชองปุบลิก อีกฝ่ายหนึ่ง

       ต่างได้รับหนังสือมอบอำนาจด้วยกันทั้งสองฝ่าย ที่ได้ตรวจสอบความถูกต้องตามแบบอย่าง จึงได้ตกลงทำสัญญาดังมีข้อความต่อไปนี้

       ข้อ ๑ รัฐบาลสยามยอมยกดินแดนเมืองพระตะบอง เมืองเสียมราฐ กับเมืองศรีโสภณให้แก่ฝรั่งเศส ตามกำหนดเขตแดนที่ว่าไว้ใน ข้อ ๑ ของสัญญาว่าด้วยการปักปัน

เขตแดนซึ่งต่อท้ายหนังสือนี้

       ข้อ ๒ รัฐบาลฝรั่งเศสยอมยกดินแดนเมืองด่านซ้ายและเมืองตราด กับเกาะดอน ทั้งหลายซึ่งอยู่ใต้แหลมสิงห์ ไปจนถึงเกาะกูดนั้นให้แก่สยาม ตามกำหนดเขตแดนที่ว่าไว้ใน ข้อ ๒ ของสัญญาว่าด้วยการปักปันเขตแดนดังกล่าวแล้ว

       ข้อ ๓ การที่จะส่งมอบดินแดนเหล่านี้ซึ่งกันและกัน จะกระทำให้สำเร็จภายใน ๒๐ วัน นับแต่วันที่ได้แลกเปลี่ยนสัตยาบรรณสัญญา

       ข้อ ๔ คณะกรรมการร่วมกันกองหนึ่ง มีนายทหารและพนักงานฝ่ายไทยและฝ่ายฝรั่งเศส จะตั้งขึ้นภายใน ๔ เดือนนับแต่วันแลกเปลี่ยนสัตยาบรรณสัญญานี้แล้ว และให้ไปปักปันเขตแดนทั้งปวงที่ตกลงกันใหม่นี้ กรรมการนี้จะได้ลงมือปักปันในฤดูที่จะทำการได้ทันที และให้ทำการตามความที่กำหนดของสัญญาว่าด้วยการปักปันเขตแดนซึ่งต่อท้ายหนังสือนี้

       ข้อ ๕ บรรดาชาวเอเชียซึ่งอยู่ในบังคับหรือการป้องกันของฝรั่งเศส ผู้ซึ่งมีรายชื่ออยู่ในบัญชีตามข้อ ๑๑ ในหนังสือสัญญาลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๑๙๐๓ (๒๔๔๖) ถ้าเป็นคนที่จดบัญชีรายชื่อในที่ว่าการกงสุลฝรั่งเศสในกรุงสยาม ภายหลังที่ได้ลงนามในสัญญาฉบับนี้แล้ว จะต้องอยู่ในอำนาจศาลฝ่ายสยามตามธรรมเนียมของบ้านเมือง

       อำนาจศาลคดีต่างประเทศสยาม ตามข้อ ๑๒ ในหนังสือสัญญาลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๑๙๐๓ (๒๔๔๖) จะต้องผ่อนผันใช้ตามสัญญาว่าด้วยอำนาจศาลที่ต่อท้ายหนังสือสัญญานี้ ให้ขยายใช้ทั่วไปทั้งกรุงสยาม สำหรับชนชาติเอเชียซึ่งอยู่ในบังคับหรืออยู่ในการป้องกันของฝรั่งเศสที่ว่าไว้ในข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ ของสัญญาเก่าที่กล่าวมาแล้ว และเป็นคนที่มีรายชื่อในที่ว่าการกงสุลฝรั่งเศสในปัจจุบันนี้

       ระเบียบวิธีอำนาจศาลอย่างนี้ จะเลิกใช้ คือจะเปลี่ยนอำนาจศาลคดีต่างประเทศ ไปเป็นอำนาจฝ่ายศาลสยามตามธรรมเนียมของบ้านเมือง เมื่อได้ประกาศใช้กฎหมายประมวลลักษณะอาญาหรือโทษ กฎหมายลักษณะแพ่งและการค้า กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายลักษณะการจัดตั้งศาล

       ข้อ ๖ คนชาติเอเชียที่อยู่ในบังคับหรือการป้องกันของฝรั่งเศสจะมีกรรมสิทธิ์เหมือนคนพื้นเมืองตลอดทั่วกรุงสยาม คือสิทธิในการถือครองที่ดิน กรรมสิทธิ์ในการที่จะอยู่อาศัยหรือสัญจรไปแห่งใดก็ได้ ไม่มีข้อกำหนดห้าม

       คนเหล่านี้จะต้องเสียภาษีอากรและส่วย หรือเกณฑ์เข้ารับราชการตามธรรมเนียม แต่จะได้ยกเว้นจากการเกณฑ์เป็นทหาร และไม่ต้องเสียภาษีค่าแรงงานแทนการเกณฑ์เป็นการพิเศษขึ้นอีก

       ข้อ ๗ ข้อความทั้งปวงในหนังสือสัญญาใหญ่น้อยที่มีอยู่แต่กาลก่อนระหว่างกรุงสยามกับกรุงฝรั่งเศสซึ่งไม่ได้แก้ไขไว้ในหนังสือนี้ ต้องคงไว้เต็มตามเดิม

       ข้อ ๘ ถ้ามีความขัดแย้งในการตีความในหนังสือสัญญานี้ ที่ได้ทำไว้ทั้งภาษาไทย และภาษาฝรั่งเศสนั้น ให้ใช้ฉบับภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก

       ข้อ ๙ หนังสือสัญญานี้จะต้องให้สัตยาบรรณภายในกำหนด ๔ เดือน นับแต่วันที่ได้ลงชื่อ หรือก่อนกำหนดนั้นถ้าทำได้

       ผู้มีอำนาจเต็มทั้งสองฝ่ายได้ลงชื่อและประทับตราไว้เป็นสำคัญ กระทำอย่างละ ๒ ฉบับ ณ กรุงเทพพระมหานคร วันที่ ๒๓ มีนาคม คริสต์ศักราช ๑๙๐๗ (๒๔๕๐)

                     (ประทับตราและลายพระหัตถ์)      เทววงศ์วโรปการ

               (ประทับตราและเซ็น)         วี. คอลแลง (เดอปลังชี)

       ผมจะนำรายละเอียดมาถ่ายทอดไว้ให้ปรากฏ แต่ค่อยๆ อ่านนะครับ เพราะบางถ้อยคำสำนวนค่อนข้างเข้าใจยาก เนื่องจากปริวรรตมาจากภาษาลาว และเข้าใจว่าลาวคงแปลมาจากภาษาฝรั่งเศสอีกที 

สัญญาต่อท้ายสัญญาว่าด้วยการปักปันเขตแดน

ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ค..๑๙๐๗ (๒๔๕๐)

       เพื่อประโยชน์ที่จะได้กรรมการตามข้อ ๔ ของหนังสือสัญญาลงวันที่วันนี้ จัดการปักปันเขตแดนให้สะดวกดี และเพื่อไม่ให้เกิดข้อขัดข้องขึ้นในการปักปันเขตแดนนี้ รัฐบาลของสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามกับรัฐบาลของรีปุบลิกฝรั่งเศสจึงได้ยินยอมตกลงกัน ตามความที่จะกล่าวต่อไปนี้

       ข้อ ๑ เขตแดนระหว่างกรุงสยามกับอินโดจีนฝรั่งเศส ตั้งแต่ชายฝั่งทะเลที่ตรงกันข้ามกับยอดภูเขาสูงที่สุดของเกาะกูดเป็นหลักแล้ว จากนี้ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือถึงสันภูพนมกระวาน และเป็นที่เข้าใจกันดีแล้วว่าถึงจะมีเหตุการณ์อย่างใดๆ ก็ดี ฟากสันภูเหล่านี้ทางทิศตะวันออก รวมทั้งลุ่มน้ำลำคลองเกาะปอนำนั้น ต้องคงไว้เป็นดินแดนฝ่ายอินโดจีนฝรั่งเศส และเขตแดนต่อไปตามสันภูพนมกระวานทางทิศเหนือ จนถึงภูพนมมณฑลซึ่งเป็นภูเขาใหญ่ แม่น้ำทั้งหลายระหว่างแม่น้ำที่ไหลตกอ่าวสยาม ฝ่ายหนึ่ง กับแม่น้ำที่ไหลตกทะเลสาบ (โตนเลสาบ : ผู้เขียน) อีกฝ่ายหนึ่ง ตั้งแต่ภูพนมมณฑลนี้ เขตแดนไปทางทิศพายัพ แล้วจึงไปตามทิศเหนือ ตามเขตแดนซึ่งเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ คือระหว่างเมืองพระตะบอง ฝ่ายหนึ่ง กับเมืองจันทบุรีกับเมืองตราดอีกฝ่ายหนึ่ง แล้วต่อไปจนถึงเขตแดนนี้ ข้ามแม่น้ำไส ตั้งแต่นี้ต่อไปตามลำน้ำนี้จนถึงปากน้ำที่ต่อเชื่อมกับลำน้ำศรีโสภณ และตามลำน้ำศรีโสภณต่อไปจนถึงที่แห่งหนึ่งในลำน้ำนี้ ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร หรือ ๒๕๐ เส้น ใต้เมืองอะรมณ์ ตั้งแต่ที่นี้ตัดตรงไปจนถึงเขตดงเล็ก ตรงระหว่างกลางทางช่องภูเขาทั้งสองที่เรียกว่าช่องตะโก หรือช่องสะเม็ด แต่ได้เป็นที่เข้าใจกันว่า เส้นเขตแดนที่กล่าวมาที่สุดนี้ จะต้องปักปันกันให้มีทางเดินตรงระหว่างเมืองอารมณ์กับช่องตะโก คงไว้ในเขตของกรุงสยาม ตั้งแต่ภูดงเล็กที่กล่าวมาแล้วแต่ข้างต้นนั้น เขตแดนต่อไปตามสันปันน้ำที่ ไหลตกทะเลสาบและแม่น้ำโขงฝ่ายหนึ่ง กับที่ไหลตกแม่น้ำมูนฝ่ายหนึ่ง แล้วต่อไปจนไหลตกแม่น้ำโขงอีกฝ่ายหนึ่ง กับที่ไหลตกลำน้ำมูนอีกฝ่ายหนึ่ง แล้วต่อไปจนตกแม่น้ำโขงใต้ปากมูน ตรงปากห้วยโดน ตามเส้นเขตแดนที่กรรมการปักปันเขตแดนครั้งก่อนได้ตกลงกันแล้ว เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๑๙๐๗ (๒๔๕๐)

       (ได้เขียนแผนที่ประกอบต่อท้ายสัญญานี้)

       ข้อ ๒ เขตแดนเมืองหลวงพระบางนั้น ตั้งแต่ข้างทิศใต้ลำแม่น้ำโขงที่ปากแม่น้ำเหืองแล้วต่อไปตามกลางลำน้ำเหืองนี้ จนถึงต้นแม่น้ำเหืองที่เรียกว่าเหมี้ยง ต่อนี้เขตแดนไปตามสันปันน้ำไหลตกแม่น้ำโขงฝ่ายหนึ่งกับแม่น้ำเจ้าพระยาอีกฝ่ายหนึ่ง จนถึงแก้งผาไดในลำน้ำโขงตามเส้นเขตแดนที่กรรมการปักปันเขตแดนครั้งก่อนได้ตกลงกันแล้ว เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๑๙๐๖ (๒๔๔๙)

       ข้อ ๓ กรรมการปักปันเขตแดนที่กล่าวไว้ในข้อ ๔ ของหนังสือสัญญาลงวันที่วันนี้ จะต้องทำการปักปันหมายเขตลงไว้ในพื้นที่ตามเขตแดนที่กล่าวไว้ในข้อ ๑

       ถ้าในเวลาที่ไปทำการปักปันเขตแดนกันอยู่นั้น รัฐบาลฝรั่งเศสมีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงเส้นพรมแดนใหม่ เพื่อจะให้เป็นไปตามลักษณะภูมิประเทศ แทนเส้นพรมแดนที่ได้ตกลงยินยอมไว้นี้แล้ว การที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขกันนั้น ถึงแม้นว่าจะเกิดมีเหตุการณ์อย่างใดๆ ก็ดี จะต้องกระทำมิให้เป็นที่ล่วงล้ำเสียประโยชน์ทางฝ่ายรัฐบาลสยามด้วย

       สัญญานี้ ผู้มีอำนาจเต็มทั้งสองฝ่ายได้ลงชื่อประทับตราไว้เป็นสำคัญอย่างละ ๒ ฉบับ

       ณ กรุงเทพพระมหานคร วันที่ ๒๓ มีนาคม คริสต์ศักราช ๑๙๐๗ (..๒๔๕๐)

                     (ประทับตราและลายพระหัตถ์)      เทววงศ์วโรปการ

                     (ประทับตราและลายเซ็น)             วี. คอลแลง (เดอปลังชี)





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เช่นนั้นเอง วันที่ : 21/10/2010 เวลา : 11.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kbd
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้, ใครจะรู้ความตาย แม้พรุ่งนี้

แถวบ้าน(ราชบุรี) เคยมีน้ำซับเหมือนกันค่ะ แต่มันหายไปพร้อมสวนยางพารา ผักกูด ผักหนาม ผักพื้นบ้านต่างๆ ก็แทบไม่เหลือแล้ว...

ไม่เพียงแค่การขยายพื้นที่เพาะปลูกหรอกนะคะ ที่ทำให้เป็นแบบนี้ โครงการเร่งรัดพัฒนาต่างๆ ก็เหมือนกัน ชื่อโครงการฯ ก็บอกแล้วว่า "เร่งรัด" เขาไปสร้างฝายกักเก็บน้ำให้ในหมู่บ้าน คงคิดไม่ออกว่าจะสร้างยังไงให้มันเสร็จเร็วๆ เพราะถูกเร่งรัดด้วยระยะเวลาและเงินงบประมาณ จึงตัดต้นไม้ซะเรียบ แล้วเอาฝายปูนไปใส่ไว้แทน... ยกกล้องขึ้นมาจะถ่ายภาพ แต่รู้สึกหดหู่จนกดชัตเตอร์ไม่ลง ไม่เฉพาะที่หมู่บ้านนี้แห่งเดียวหรอกค่ะ หลายๆ ที่ ก็ถูก "เร่งรัด" ลักษณะนี้ด้วยเหมือนกัน

ราชบุรี เขตอำเภอสวนผึ้ง ส่วนชายแดนติดกับพม่า เคยมีผืนป่าที่สมบูรณ์ ตอนนี้อุดมไปด้วยรีสอร์ท ประชันกันด้วยคอนเซป "สวิสแลนด์เมืองไทย" จึงถากป่าซะเหี้ยนเต้ แล้วปลูกหญ้าเขียวขจี สุดลูกหูลูกตา ปล่อยแกะขนปุกปุย ให้วิ่งเล่น และเป็นดาราถ่ายรูปกับแขกที่มาพัก... วันก่อนเกิดน้ำป่าไหลหลาก พัดเอารีสอร์ทหลายหลังไปกับสายน้ำ ถนนถูกตัดขาด แขกที่ไปพักออกมาไม่ได้ พี่เจ้าหน้าที่ป่าไม้คนหนึ่งโทรมาชวนให้ไปถ่ายภาพ... ไม่รู้จะถ่ายเพื่อจะนำเสนอว่ายังไง เพราะนี่ไม่ใช่ "อุทกภัย" แต่มันคือ "มรดกกรรม" ใครทำลายป่าไม้ ถ้าไม่ใช่ "คน" ดังนั้น คน คน คน ก็ก้มหน้ารับกรรมกันไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สมคิด_สิงสง วันที่ : 21/10/2010 เวลา : 08.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยือน
คุณจ่าจินต์ครับ บ้านผมไม่มี "น้ำท่วม"
มีแต่ "น้ำมาก" ครับ ในอดีตมันจะค่อยๆ หลากลงมา
เพราะมีป่าไม้ซึมซับเอาไว้ เก็บน้ำไว้ในดิน
แล้วค่อยรินออกมาเป็น "น้ำซับ"
แต่เวลานี้ป่าไม้ถูกทำลายลงเป็นอันมาก
เพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูก สถานการณ์ "น้ำมาก"
จึงรุนแรง จนเกิดวาทกรรม "น้ำท่วม"
เพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันไป

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ก่อพงษ์ วันที่ : 20/10/2010 เวลา : 23.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gorbhong

ขอบคุณอย่างยิ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 20/10/2010 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/untameheart

เพราะเหตุนี้ทุกวันนี้ยังเกลียดฝรั่งเศส ไม่หายเลยครับ


สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 20/10/2010 เวลา : 07.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

ที่โน้นน้ำท่วมไหมครับผม..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ไออุ่นพฤษภา วันที่ : 20/10/2010 เวลา : 07.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konlapat

สวัสดีค่ะ
ได้เห็นตัวจริงที่ ม.วลัยย์ลักษณ์ ก็ดีใจ ว่าได้รู้จักนักคิดนักเขียนที่เก่ง

จากยะลาค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]