• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172545
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2553
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 1610 , 04:32:49 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จอมพล ป. พิบูลสงคราม กล่าวปราศรัยแก่ประชาชน ในการเรียกร้องทวงคืนดินแดนอินโดจีน คืนจากฝรั่งเศส ที่กระทรวงกลาโหม วันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๓

๒๕. ไทยในสถานการณ์สงครามโลกครั้งที่ ๒

          ขณะที่ไทยอยู่ในยุคเริ่มต้นความพยายามที่จะสถาปนาระบอบประชาธิปไตยอยู่นั้น เหตุการณ์ของโลกนอกจากตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแล้ว ในทางการเมืองก็เข้าสู่ภาวะตึงเครียดจนระเบิดเป็นสงครามโลกอีกครั้งหนึ่ง เมื่อจอมเผด็จการฮิตเลอร์แห่งเยอรมัน และจอมเผด็จการมุสโสลินีแห่งอิตาลีร่วมมือกันหวังจะครอบครองยุโรปทั้งหมด ส่วนทางเอเชียก็มีญี่ปุ่นหวังจะเป็นใหญ่ในเอเชีย เป็นแนวร่วมกันกับเยอรมันและอิตาลี ในนามฝ่ายอักษะ อีกฝ่ายเรียกตัวเองว่าฝ่ายสัมพันธมิตร มีอังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

          สถานการณ์ในลุ่มแม่น้ำโขงเวลานั้นมีเรื่องน่าสนใจมากมายหลายเรื่อง

          ผมจะค่อยๆ ลำดับเหตุการณ์ เพื่อให้เห็นภาพใหญ่ทั้งหมด

          ก่อนจะเกิดการสู้รบระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในช่วงปี ค..๑๙๔๐-๔๑ (..๒๔๘๓-๘๔) อันเนื่องมาจากรัฐบาลไทยทวงเอาดินแดนลาวฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงคืนจากฝรั่งเศสนั้น ขอลำดับเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยสังเขปเสียก่อน

          เมื่อกองทัพเยอรมันของฮิตเลอร์ รุดเข้าเหยียบดินแดนโปแลนด์แบบสายฟ้าแลบ จากนั้นก็บุกฝรั่งเศสทันที ในคืนวันที่ ๙-๑๐ พฤษภาคม ๑๙๔๐ (๒๔๘๓) กองทัพสายฟ้าแลบของเยอรมันโรยลูกระเบิดลงสนามบินและชุมทางคมนาคมต่างๆ ในประเทศฝรั่งเศสหลายเมือง

          ๑๐ พฤษภาคม ๑๙๔๐ (๒๔๘๓)  เยอรมันยึดได้ป้อมอัลแบรต์

          ๑๒ พฤษภาคม ๑๙๔๐ (๒๔๘๓)  ทหารฝรั่งเศสส่วนหนึ่งที่ตั้งรับอยู่ที่ป้อมอัลแบรต์ ถูกเยอรมันบุกโจมตีอย่างยับเยิน

          ๑๙ พฤษภาคม ๑๙๔๐ (๒๔๘๓) เยอรมันรุกฝรั่งเศสจนฝ่ายสัมพันธมิตรต้องล่าถอยอย่างไม่เป็นขบวน

          ๙ มิถุนายน ๑๙๔๐ (๒๔๘๓) เยอรมันส่งทหาร ๒๐ กองพลเข้าโจมตีแนวป้องกันของฝรั่งเศสอย่างหนักที่สุด ในจุดยุทธบริเวณเรอเทลจนแตกละเอียด ทหารฝรั่งเศสที่รอดตายพากันล่าถอยลงทางใต้

(ในภาพ) แสนยานุภาพของนาซีเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ ๒ (ขอบคุณภาพจากวิกิพีเดีย)

          ๑๐ มิถุนายน ๑๙๔๐ (๒๔๘๓) กองทหารเยอรมันข้ามแม่น้ำแชล กองทัพที่ ๖ ของฝรั่งเศสไปต้านยันที่แม่น้ำมาน กองพันที่ ๔ ออกไปต้านยันทางแถบใต้ของเมืองแรงส์ และในวันนี้เอง “วิเยอร์โกเตอแรต์” ก็ตกอยู่ในกำมือของเยอรมัน รัฐบาลฝรั่งเศสตัดสินใจทิ้งปารีสเพื่อย้ายไปอยู่เมืองตรู

       ๑๔ มิถุนายน ๑๙๔๐ (๒๔๘๓) เยอรมันเข้ากรุงปรารีสได้ เจาะทะลวงป้อมค่ายทั้งหลายที่เคยเหนียวแน่นของฝรั่งเศสได้อย่างง่ายดาย

       ๑๗ มิถุนายน ๑๙๔๐ (๒๔๘๓) กองทัพเยอรมันบุกคืบหน้าอย่างสายฟ้าแลบ ฝรั่งเศสร้องขอความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกันนั้นก็มีการอภิปรายอย่างดุเดือดในสภาผู้แทนราษฎร และรัฐบาล ม.ปอลเลโม ก็ลาออก รัฐบาลใหม่ที่เข้ารับหน้าที่มีจอมพลเปแตงเป็นประมุข

          จอมพลเปแตงส่งคำขอสงบศึกกับเยอรมัน โดยผ่านอัครราชทูตสเปน ในขณะที่เจรจาสงบศึกอยู่นั้น ทหารเยอรมันก็ไม่หยุดการรุกโจมตีและยึดได้เมืองสำคัญของฝรั่งเศสหลายเมือง

          ในเวลาที่ฝรั่งเศสใกล้จะถึงความพินาศ นายพลตรีหลวงพิบูลสงคราม (จอมพล ป.พิบูลสงคราม ในเวลาต่อมา) นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทยก็ตั้งท่าจะขอเอาดินแดนลาวทั้งหมดที่ฝรั่งเศสได้ไปเมื่อปี ค..๑๘๙๓ (๒๔๓๖) นั้นคืน

          ในขณะนั้นฝรั่งเศสเองก็วิตกกังวลว่าไทยจะทำการแก้แค้น จึงพยายามติดต่อกับไทย ขอทำสัญญาไม่ระรานซึ่งกันและกัน

          เมื่อฝรั่งเศสทาบทามเข้ามาในทำนองนี้ ไทยก็ตอบไปว่ามีความยินดีที่จะติดต่อทำสัญญาไม่ระรานซึ่งกันและกัน แต่ว่าก่อนจะทำสัญญาดังกล่าวต้องได้มีการปรับปรุงการปักปันเขตแดนกันเสียใหม่ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและหลักยุติธรรม

          โดยที่รัฐบาลไทยเสนอให้เอาแนวเทือกเขาแดนแกวเป็นเส้นเขตแดนระหว่าง ไทยกับอินโดจีน ซึ่งหมายความว่าต้องการเอาดินลาวทั้งหมดทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงคืน ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลฝรั่งเศสก็ตอบตกลงให้มีการเจรจา แต่เมื่อฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในสงครามและได้เซ็นสัญญาสงบศึกเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๑๙๔๐ (๒๔๘๓) แล้ว ฝรั่งเศสจึงบอกไทยว่าไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่ระดับเอกอัคราชทูตมาได้ จึงส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสที่ประจำอยู่ในอินโดจีนมาแทน โดยให้ทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยเป็นหัวหน้าคณะ ประกอบด้วย

          . เมอซิเออ เลมิสสิเอร์        อัครราชทูตฝรั่งเศสประจำกรุงเทพฯ

          . เมอซิเออ มังโตวานี อธิบดีกรมการเมืองแห่งอินโดจีน

          . เมอซิเออ คาสสิเอร์ เจ้ากรมโยธาอินโดจีน

          . เมอซิเออ นาโด อธิบดีกรมตำรวจอินโดจีน

          . ผู้แทนของเรสิดังสุเปริเออประจำลาว

          . เมอซิเออ เลอคูตร์ เจ้ากรมศุลกากร

          ฝ่ายไทยก็ได้จัดตั้งคณะผู้แทนขึ้นคณะหนึ่งประอบด้วย พลตรีหลวงพิบูลสงคราม ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ นายดิเรก ชัยนาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศ พลตรีหลวงเชวงศักดิ์สงคราม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรรณไวทยากรณ์ ที่ปรึกษากระทรวงต่างประเทศ นายพันเอกพระยาอภัยสงคราม ที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมและเสนาธิการทหาร พระยาสุนทรพิพิธ ปลัดกระทรวงมหาดไทย หลวงสิทธิสยามการ พระเรี่ยมวิรัชพากย์ พระยาสราภัยสฤษฎิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พระยาอนุรักษ์ภูเบศ หัวหน้ากองการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย

          กล่าวโดยสรุปก็คือการเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ ทางฝ่ายฝรั่งเศสเองพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมทางการทูตให้เป็นประโยชน์ ทางฝ่ายไทยก็พยายามจะต่อรองด้วยวิธีการอย่างเดียวกัน และมีกรณีพิพาทด้วยกำลังทหารเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จนในที่สุดพลตรีหลวง พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์สงครามกับประเทศอินโดจีนของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๑๙๔๑ (๒๔๘๔)

          ทหารไทยเข้ายึดไชยบุรี และนครจำปาสัก ส่วนทางเขมรทหารไทยได้เข้ายึดเอาเมืองพระตะบอง และเมืองศรีโสภณได้ โดยที่ฝรั่งเศสไม่ได้ต่อต้านสักเท่าไร ทางทะเล ฝรั่งเศสจมเรือรบไทยหนึ่งลำ ขณะที่ไทยก็ยิงเรือรบฝรั่งเศสจนต้องซ่อมใหม่หนึ่งลำเช่นกัน ทางอากาศทั้งไทยและฝรั่งเศสนำเครื่องบินขึ้นยิงและทิ้งระเบิดตามแนวชายแดนสองฝั่งแม่น้ำโขง ประชาชนที่ล้มตายคือคนลาวทั้งฝั่งขวาและฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง

          “ไอ้พวกหมาฝรั่ง” คนลาวทางฝั่งไทยตะโกนด่านคนลาวทางฝั่งซ้าย

          “พวกขี้ข้อยขี้ข้าไทย” คนลาวฝั่งซ้ายโต้ตอบไปบ้าง

          สรุปแล้วก็เพราะลาวไม่มีเอกราช ไม่มีอิสรภาพ ตกเป็นขี้ข้าเขาทั้งสองฝั่งนั่นเอง

          มีเรื่องเล่าว่าในตอนแรกของสงครามระหว่างไทยกับฝรั่งเศสคราวนั้น ฝ่ายไทยได้โฆษณาเกลี้ยกล่อมทหารลาวบางหมวดหมู่ให้ข้ามไปอยู่ฝั่งไทย จะได้รับการดูแลเลี้ยงดูอย่างดี นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังได้ส่งข้าราชการชั้นสูงและเป็นเชื้อสายเจ้านายลาวเมืองหลวงพระบาง ให้ไปติดต่อเจ้าเพชรราช โดยขอให้เจ้าเพชรราชร่วมมือช่วยเหลือฝ่ายไทย

          ในการนี้มหาสิลา วีระวงส์ ยืนยันว่าได้ทราบจากโอษฐ์เจ้าเพชรราชว่าพระองค์ได้ เสนอเงื่อนไขต่อพลตรีหลวงพิบูลสงคราม นากยกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย ๒ ข้อคือ

          ข้อ ๑ ถ้าจะให้ลาวฝั่งซ้ายร่วมมือด้วยในการสงครามครั้งนี้ขอให้รัฐบาลไทยให้คำมั่นก่อนว่าจะไม่เอาลาวไปเป็นไทย เหมือนลาวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเดี๋ยวนี้ แต่ต้องยกให้ลาวฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเป็นรัฐหนึ่งต่างหากแล้วรวมเป็นสหรัฐกับไทย

          ข้อ ๒ ในการรบ ขอให้ไทยอย่าให้คนอีสานมารบ เพราะคนอีสานกับคนลาวทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเป็นเชื้อชาติเดียวกัน การรบขอให้เป็นไทยรบกับฝรั่งเศสเท่านั้น

          ข้อเสนอนี้เจ้าเพชรราชได้ส่งผ่านปลัดจังหวัดหนองคายในเวลานั้น คือขุนไสวแสนยากร (พลเอกไสว ไสวแสนยากร) แต่ฝ่ายไทยจะตอบหรือไม่ตอบอย่างไร มหาสิลาไม่ได้ยืนยัน

          ในขณะที่ไทยกับฝรั่งเศสกำลังพิพาทและทำสงครามกันอยู่นั้น ญี่ปุ่นมีพลเอกโตโจ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ขยายอิทธิพลแสดงตัวเป็นประเทศมหาอำนาจในเอเชีย โดยที่ญี่ปุ่นได้ดำเนินการทูตและการทหารไปพร้อมกันอย่างเร่งร้อน เพราะญี่ปุ่นมองเห็นว่าทางด้านยุโรปเยอรมันและอิตาลีมีแสนยานุภาพเข้มแข็งยิ่ง อาจสามารถปราบบรรดามหาอำนาจใหญ่ๆ ในยุโรป อย่างอังกฤษและฝรั่งเศสให้หมอบราบลงได้

          ๑๒ มีนาคม ๑๙๓๙ (๒๔๘๒) นายมัตชะโอะ กะโยชุเกะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น เดินทางไปพบฮิตเลอร์ผู้นำเยอรมัน และมุสโสลินีผู้นำอิตาลี

          ๑๓ เมษายน ๑๙๓๙ (๒๔๘๒) ญี่ปุ่นลงนามในสัญญาเป็นกลางระหว่างญี่ปุ่นกับโซเวียตที่กรุงมอสโคว์

          ๖ พฤษภาคม ๑๙๓๙ (๒๔๘๒) ญี่ปุ่นทำสัญญากับฝรั่งเศส คือสัญญาและข้อตกลงว่าด้วยอัตราภาษีศุลกากรการค้าและระเบียบการชำระเงิน และอีกสัญญาหนึ่งคือสัญญาเกี่ยวกับสัมพันธภาพทางเศรษฐกิจระหว่างญี่ปุ่นกับอินโดจีน

          ๑๐ พฤษภาคม ๑๙๓๙ (๒๔๘๒) ญี่ปุ่นออกกฎหมายป้องกันและรักษาความมั่นคงของชาติ

          ๒๙ กรกฎาคม ๑๙๓๙ (๒๔๘๒) ญี่ปุ่นบังคับให้อินโดจีนลงนามในสัญญาร่วมป้องกันระหว่างญี่ปุ่นกับฝรั่งเศสเกี่ยวกับการป้องกันอินโดจีนฝรั่งเศส แล้วในเวลาต่อมาญี่ปุ่นก็ยกพลขึ้นบกที่เมืองไซ่ง่อน

          การที่ญี่ปุ่นทำสัญญาร่วมป้องกันอินโดจีนกับฝรั่งเศสนั้นก็เพราะว่าญี่ปุ่นต้องการเอาอินโดจีนและประเทศไทยเป็นพลังทางเศรษฐกิจสงครามและเป็นฐานทัพในการสู้รบกับอังกฤษ โดยหวังจะเข้ายึดครองอาณานิคมของพวกผิวขาว คือพม่า อินเดีย สิงคโปร์ อินโดเนเชีย และฟิลิปปินส์

          ต้องการกำเอาทวีปเอเชียไว้ในอุ้งมือ ญี่ปุ่นจึงไม่อยากให้อินโดจีนกับไทยเกิดกรณีพิพาทกัน เพราะจะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายของญี่ปุ่น คือนโยบายวงไพบูลย์แห่งมหาเอเชียบูรพานั่นเอง

          ดังนั้นเมื่อญี่ปุ่นเห็นฝรั่งเศสกับไทยมีกรณีพิพาทเรื่องดินแดนกัน จึงเข้าทำการขัดขวางโดยเกลี้ยกล่อมให้ ๒ ประเทศยุติสงคราม แล้วหันหน้ามาเจรจากัน ดังนั้นในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๑๙๔๑ (๒๔๘๔) ฝรั่งเศสกับไทยจึงมีการเจรจากันที่นครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

          ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกในดินแดนไทย และใช้ไทยเป็นฐานทัพ รัฐบาลพลตรีหลวงพิบูลสงครามตัดสินใจเข้าร่วมกับญี่ปุ่นตามนโยบายวงศ์ไพบูลย์เอเชียบูรพาของญี่ปุ่น

          เรื่องนี้เป็นที่มาของขบวนการเสรีไทย!

          ในเรื่องการปฏิเสธจุดยืนของรัฐบาล ที่เข้าร่วมกับฝ่ายอักษะในมหาสงครามครั้งนั้น เนื่องจากไม่ต้องการให้ไทยฝักใฝ่ฝ่ายใด ควรจะมีจุดยืนอยู่ที่ความเป็นเอกราชแห่งชาติของตนเป็นสำคัญ ขบวนการเสรีไทยจึงสร้างสายสัมพันธ์อย่างลับๆ กับฝ่ายสัมพันธมิตร เพื่อแสวงหาทางเลือกหากฝ่ายอักษะมีอันเป็นฝ่ายแพ้สงคราม

          ความจริงเรื่องนี้ผมเข้าใจว่าคงมีเบื้องหลังมากกว่านั้น เนื่องจากนักศึกษาจากฝรั่งเศสยุคนั้นมีลุงโฮจิมินห์และ ดร.ปรีดี พนมยงค์ เป็นบุคคลร่วมยุคสมัยเดียวกัน และมีการพูดคุยกันในเรื่องเศรษฐศาสตร์การเมืองในภูมิภาคอินโดจีน จนมีความคิดร่วมกันเรื่องสหพันธ์อินโดจีน เหมือนอย่างเรื่องสหภาพยุโรป (ยูโร) ที่เป็นอยู่ในเวลานี้

          แต่เรื่องของสหพันธ์อินโดจีนมีอันถูกล้มล้างหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เมื่อสหรัฐอเมริกากลายเป็นประเทศจักรวรรดินิยมแทนอังกฤษและฝรั่งเศส และเข้าแทรกแซงการเมืองการปกครองของประเทศในเอเชีย ตามแนวความคิดต่อต้านระบอบคอมมิวนิสต์ ซึ่งจะมีรายละเอียดในลำดับต่อไป

          ลุงโฮจิมินห์เคลื่อนไหวอยู่ในอินโดจีนฝรั่งเศส (เวียดนาม ลาว เขมร) ส่วน ดร.ปรีดี พนมยงค์ เคลื่อนไหวอยู่ในไทย จัดตั้งขบวนการเสรีไทยขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ขณะที่ในลาวมีขบวนการลาวอิสระ หรือเสรีลาว ในเวียดนามมีขบวนการเวียดมินห์ และในกัมพูชามีขบวนการทำนองเดียวกัน ซึ่งพัฒนามาเป็นพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชาในเวลาต่อมา

          คำว่า “อินโดจีนฝรั่งเศส” นี้ ฝรั่งเศสใช้เรียกขาน ๓ ประเทศอาณานิคมของตน คือลาว เวียดนาม และกัมพูชา ระหว่างปี ๑๙๔๖-๑๙๕๔ (พ.ศ.๒๔๘๙-๒๔๙๗) และขบวนการต่อต้านอำนาจการปกครองของจักรนิยมฝรั่งเศสเริ่มขึ้นในสมัยที่ลุงโฮจิมินห์พำนักอยู่ที่เกาะฮ่องกง ได้จัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามขึ้น และต่อมาได้เปลี่ยนเป็นพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีน เมื่อปี ๑๙๓๐ (๒๔๗๓)

พลพรรคเสรีไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศโดยทางเรือ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]