• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172509
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันอังคาร ที่ 9 พฤศจิกายน 2553
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 1733 , 16:44:10 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นายเตียง ศิริขันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสกลนคร “ขุนพลภูพาน” ผู้นำขบวนการเสรีไทยสายอีสาน

๒๗. อุษาคเนย์หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒

อุษาคเนย์ หมายถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งไมเคิล ไรท์[1] นักเขียนผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี เป็นผู้คิดผูกศัพท์คำนี้ใช้ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรมเป็นครั้งแรก แล้วมีผู้นิยมใช้ตามอย่างแพร่หลาย

          ไมเคิล ไรท์ หรือไมค์ เล่าถึงที่มาของการคิดผูกศัพท์คำ “อุษาคเนย์"  ไว้ในหนังสือชื่อ ฝรั่งอุษาคเนย์ ของสำนักพิมพ์มติชน พอสรุปได้ดังนี้

(ซ้าย) ไมเคิล ไรท์ ภาพจากกรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ไมค์เป็นนักเขียนประจำของนิตยสารศิลปวัฒนธรรม[2] ในงานเขียนของเขานั้นจำเป็นต้องใช้คำว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่บ่อยครั้ง ไมค์นึกรำคาญคำ เอเชียอาคเนย์ หรือ อาเชียอาคเนย์เพราะมีมากพยางค์ ต้องเขียน  "อา” ถึงสองครั้ง จึงคิดหาคำใหม่มาแทน

          ไมค์บอกว่าหลักการทางภาษานั้นจะไม่สมาสคำข้ามภาษาคำว่า "อาเชียอาคเนย์” (ฝรั่งเศส + สันสกฤต) หรือ “เอเชียอาคเนย์” (อังกฤษ + สันสกฤต) ต่างเป็นการสมาสข้ามภาษา ไมค์นึกถึงคำ “อุษา” ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤต

          อุษา เป็นชื่อนางฟ้าที่มีนิ้วสีชมพู และมีหน้าที่คลี่พระวิสูตรแห่งราตรีกาล, เปิดทางให้สุริยเทพเสด็จขึ้นฟ้า, ประทานชีวิตและความสำราญแก่สรรพสัตว์ที่ค่อยขยี้ตาตื่นจากความหลับใหลด้วยเหตุผลดังกล่าว คำ “อุษา” จึงหมายถึง “ตะวันออก” ไปด้วย

          คำในภาษายุโรปต่าง ๆ ที่หมายถึงตะวันออก เช่น East, Oste, Aus, Asia, Ostro, Easter ฯลฯ ล้วนแต่มาจากรากศัพท์อินโด-ยุโรป “Awes-” หรือ "Aus-” ซึ่งตรงกับคำ "อุษา” ในภาษาสันสกฤต

          ไมค์จึงนำคำ “อุษา” มาแทน “เอเชีย” ซึ่งได้ทั้งความหมายและความถูกต้องในการสมาสคำ อีกทั้งคำ “อุษาคเนย์” ก็สั้นกะทัดรัดกว่า เหลือเพียงสี่พยางค์

          เมื่อไมค์ใช้คำ “อุษาคเนย์” แทน “เอเชียอาคเนย์” เขาจึงเห็นว่าควรจะใช้คำ “อุษาทวีป” แทน “ทวีปเอเชีย” ด้วย

ในแวดวงนักเขียน คำ “อุษาคเนย์” นับว่าเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง นักเขียนของ สารคดี (หมายถึงวารสารสารคดี - ผู้เขียน) ก็ใช้ตามไมค์ เพราะเห็นดีเห็นงามด้วย

(ข้อมูลจาก http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=5301d4f1a1776e27)

          กล่าวได้ว่าในยุครัฐบาลนายปรีดี พนมยงค์ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการปฏิบัติการเพื่ออิสรภาพของอุษาคเนย์จากมหาอำนาจตะวันตก

          รัฐบาลเวียดมินห์ที่มีประธานโฮจิมินห์เป็นผู้นำ มีสำนักแถลงข่าวในกรุงเทพฯ ใช้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการติดต่อกับประเทศที่เป็นมิตร

          ในปี พ..๒๔๘๙ สมาชิกรัฐบาลลาวอิสระบางส่วนได้หลบภัยสงครามเข้ามาอาศัย ซ่องสุมกำลังอยู่ในประเทศไทย เมื่อจักรวรรดินิยมฝรั่งเศสเข้ายึดครองประเทศลาวอีกครั้งหนึ่งหลังการปราชัยของญี่ปุ่น

          ปิยฉัตร ปีตะวรรณ เขียนเรื่อง “อุบลราชธานีภายหลังการเปลี่ยนแปลงการ ปกครอง (..๒๔๗๕-๒๕๐๐ ตีพิมพ์ใน “อุบลราชธานี ๒๐๐ ปี” เมื่อปี พ..๒๕๓๕ กล่าวว่า “ถ้ากลุ่มสมาชิกรัฐบาลลาวอิสระมิได้รับความช่วยเหลือของรัฐบาลไทยและกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีสานเวลานั้น เช่นให้ที่พักพิงต้อนรับที่อุบลราชธานี หนองคาย และนครพนม ก่อนมาตั้งฐานปฏิบัติการในกรุงเทพฯ ขบวนการชาตินิยมเหล่านี้จะต้องถูกทำลายสิ้น นัยว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากอีสานบางคน เช่นนายฟอง สิทธิธรรม (..อุบลราชธานี-ผู้เขียน) เคยได้รับทาบทามให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของลาวด้วย...

          กลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีสานที่ได้ร่วมมือกับรัฐบาลลาวตามนโยบายของ รัฐบาลในเวลานั้น คือนายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ นายทิม ภูริพัฒน์ นายเตียง ศิริขันธ์ นาย จำลอง ดาวเรือง นายฟอง สิทธิธรรม นายจารุบุตร เรืองสุวรรณ นายผล แสนสระดี ฯลฯ....

          ส่วนหนึ่งของความร่วมมือนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการประสานงานกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ระหว่างเสรีไทยและเสรีลาว (ลาวอิสระ-ผู้เขียน) ในการติดต่อรับความช่วยเหลือจากมหาอำนาจผ่านไปยังจีน แม้ขบวนการชาตินิยมอื่นๆ เช่นอินโดเนเชีย พม่า ต่างก็มีตัวแทนอยู่ในกรุงเทพฯ ทั้งสิ้น...

          นายปรีดี พนมยงค์ เคยเสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้งสหภาพเอเชียอาคเนย์ ซึ่งเป็นการรวมประเทศไทยและอินโดจีนอิสระเข้าด้วยกัน ได้มีการจัดตั้งสันนิบาตเอเชียอาคเนย์ มีนายเตียง ศิริขันธ์ เป็นประธาน นายถวิล อุดล เป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ดร.ตราน วัน เกียว (เวียดนาม) เป็นผู้ช่วยเลขาธิการ ลีไฮ (เวียดนาม) เป็นเหรัญญิก....

          ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีสานกลุ่มนี้ กับองค์กรสันนิบาตเอเชียอาคเนย์ เป็นเหตุให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีสานส่วนหนึ่งต้องจบชีวิตลงในภายหลัง...”

(ซ้าย) โฮจิมินห์ (๑๘๙๐-๑๙๖๗) ผู้นำการต่อสู้ในอินโดจีน (ขวา) ส่วนหนึ่งของเสรีไทยจากสหรัฐอเมริกา ภาพจากหนังสือ "งานใต้ดิน" ของพันเอกมังกร พรมโยธี

          เสถียร จันทิมาธร และขรรค์ชัย บุนปาน เขียน “กองทัพบกกับประเทศไทย” สำนักพิมพ์มติชนตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ..๒๕๒๖ ไล่เลียงลำดับการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ในยุคสมัยที่กองทัพบกมีบทบาทสูงยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และสรุปสถานการณ์การเมืองของไทยไว้กระชับดี

          “วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๔๘๙ รัฐบาลนายปรีดี พนมยงค์ ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ..๒๔๘๙ มีบทบัญญัติให้ยกเลิกสมาชิกสภาประเภทแต่งตั้ง ให้วุฒิสภามาจากการคัดเลือกของ ส..ในสภาผู้แทนราษฎร

          รัฐธรรมนูญฉบับนี้ นายปรีดี พนมยงค์ ถือว่าตนเองและเพื่อนพ้องในคณะราษฎร ได้ทำหน้าที่ที่ค้างคามาตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ ได้สำเร็จแล้ว อย่างน้อยที่สุดก็ในแง่การวางระเบียบแห่งระบอบประชาธิปไตยขึ้น และเป็นประเด็นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๗ ได้ติติง ดังความในพระราชหัตถเลขาสละราชสมบัติ ลงวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๗

          วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๔๘๙ พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลสวรรคตด้วยอาวุธปืน โดยยัง ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

          จากกรณีนี้เองทำให้กลุ่มการเมืองที่อิงอยู่กับอำนาจเก่าอันเป็นปฏิปักษ์กับคณะราษฎรที่ยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครอง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความไม่พอใจต่อนายปรีดี พนมยงค์ “มันสมอง” ของคณะราษฎร ผู้เขียนคำประกาศในวันนั้นอย่างดุเดือด และร่างเค้าโครงเศรษฐกิจที่จะทำลายความสัมพันธ์ทางการผลิตในแบบเดิมคือแบบศักดินา เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงและก้าวไปสู่ระบอบทุนนิยม

          ดังนั้นจึงมีปากลึกลับร้องตะโกนในโรงภาพยนตร์ว่า “ปรีดีฆ่าในหลวง”

          ทั้งยังมีการเคลื่อนไหวทั้งในรัฐสภา และในทางสื่อมวลชน เพื่อทำลายชื่อเสียงและเกียรติภูมิของนายปรีดี พนมยงค์ จนไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งได้

          พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคแนวรัฐธรรมนูญจึงขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน...”

          รัฐบาลพลเรือตรีถวัลย์ โดยเนื้อแท้แล้วก็ยังเป็นรัฐบาลของกลุ่มนายปรีดี พนมยงค์อยู่ ดังนั้นการโจมตีจากพรรคประชาธิปัตย์ของนายควง อภัยวงศ์ ก็ยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด และนายควงได้นำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลถึง ๗ วัน ๗ คืน ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๗ พฤษภาคม ๒๔๙๐ และลงเอยด้วยรัฐบาลยังคงได้รับความไว้วางใจ ๘๖ คะแนน ไม่ไว้วางใจ ๕๕ คะแนน งดออกเสียง ๑๖ คะแนน แต่รัฐบาลก็ตัดสินใจลาออก

          ต่อมาสภาผู้แทนราษฎรก็เลือกพลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอีก

          “แต่ความนิยมของรัฐบาลในหมู่ประชาชนก็ไม่ดีขึ้น จากบันทึกการประชุมพิเศษ ณ ทำเนียบท่าช้างเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๔๙๐ ของคนสำคัญในคณะรัฐบาล

          พลเอกอดุล อดุลเดชจรัส ในฐานะอธิบดีกรมตำรวจและ ผบ.ทบ. กล่าวว่า

          ถ้ารัฐบาลยังกระทำตัวเลวอยู่เช่นนี้ เมื่อเกิดการปฏิวัติหรือรัฐประหารขึ้นมาในขณะนี้ ตนคิดว่าจะไม่ปราบปราม เพราะไม่ต้องการเอาทหารไทยไปฆ่าทหารไทยด้วยกันเอง...”

          คืนวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ ขณะที่นายกรัฐมนตรีกำลังลีลาศอยู่ในงานเมตตาบันเทิงที่สวนอัมพร ก็มีประกาศของคณะทหาร....

          “โดยเหตุที่ได้ตระหนักถึงความเหลวแหลกของวงการรัฐบาล และความทุกข์ยากของประชาชน (คณะทหาร) จึงจำใจต้องทำการยึดอำนาจ บังคับให้รัฐบาลลาออกและจัดตั้งคณะรัฐบาลขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญ”

          แถลงการณ์ฉบับที่ ๗ คณะทหารได้ออกคำสั่งแต่งตั้งจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นผู้บัญชาการทหารบก พลโทผิน ชุณหวัณ เป็นรองผู้บัญชาการทหารบก พันเอกกาจ กาจสงคราม เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก

          พันเอกสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นผู้บัญชาการกองพลที่ ๑

หัวหน้าคณะรัฐประหารครั้งนี้ (๒๔๙๐) คือพลโทผิน ชุณหวัณ นายทหารนอกราชการ กำลังที่ใช้ในการรัฐประหารที่สำคัญคือกรมทหารราบที่ ๑ รักษาพระองค์

 

(ซ้าย) จอมพลผิน ชุณหวัณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีหลายกระทรวง และนายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ๒ สมัย

          “ในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๑ เพื่อเป็นบำเหน็จแก่พลเอกผิน ชุณหวัณ ผู้เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้สละตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพบก และมอบตำแหน่งนี้ให้พลเอกผิน...”

          ....จากจังหวะการตัดสินใจเช่นนี้เองที่ให้บทเรียนอันเจ็บปวดแก่จอมพล ป. พิบูลสงคราม อย่างใหญ่หลวง เพราะในอีก ๖ ปีต่อมา ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกก็ได้หลุดไปถึงมือ พลเอกสฤษดิ์ ธนะรัชต์

          ต้องทำความเข้าใจไว้ให้ชัดเจนว่า หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ สหรัฐอเมริกาได้ผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจแทนอังกฤษและฝรั่งเศส เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นผู้สยบกองทัพลูกพระอาทิตย์ “ญี่ปุ่น” ที่เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ด้วยเชื่อว่าตายในราชการสงครามเพื่อประเทศชาติ จะเกิดใหม่ในวันหน้าเมื่ออาทิตย์อุทัย

          สหรัฐอเมริกายุติสงครามโลกครั้งที่ ๒ ด้วยระเบิดปรมาณูลูกแรกๆ ของโลกที่ถล่มลงเมืองนางาซากิและเมืองฮิโรชิม่าของญี่ปุ่น!

          เสถียร จันทิมาธร และขรรค์ชัย บุนปาน บันทึกไว้ใน “กองทัพบกกับประเทศไทย” อีกว่า ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ โลกได้แบ่งออกเป็น ๒ ค่าย คือค่ายโลกเสรี ที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ กับค่ายคอมมิวนิสต์ที่มีสหภาพโซเวียตเป็นผู้นำ

          ปี ๒๔๙๒ พรรคก๊กมินตั๋งของจอมพลเจียงไคเช็คที่สหรัฐอเมริกาหนุนหลัง พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งมีเหมาเจ๋อตงเป็นผู้นำ และมีสัมพันธ์อันดีกับสหภาพโซเวียต (ในเวลานั้น-ผู้เขียน)

          ขณะเดียวกันการสู้รบของขบวนการเวียดมินห์นำโดยโฮจิมินห์ในเวียดนาม ก็ทวีความรุนแรงขึ้น

          ยุทธศาสตร์ทางการเมืองและการทหารของสหรัฐอเมริกาในเอเชีย ก็คือหาพันธมิตรทางการเมืองและการทหารเพื่อปิดล้อมคอมมิวนิสต์จีน

          นับแต่ประเทศไทยทำสนธิสัญญาช่วยเหลือทางทหารกับสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๔๙๓ เป็นต้นมา ด้านหนึ่งทำให้กองทัพไทยได้รับการปรับปรุงและมีอาวุธทันสมัยจากการช่วยเหลือของสหรัฐอเมริกา

          แต่อีกด้านหนึ่ง การดำเนินนโยบายทั้งภายในและต่างประเทศที่ผูกติดกับผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกายิ่งขึ้น เราส่งทหารเข้าร่วมในสงครามเกาหลี เราไม่ยอมรับรองรัฐบาลจีนใหม่ที่นำโดยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน และในปี ๒๔๙๘ ประเทศไทยได้เข้าร่วมในสนธิสัญญาการป้องกันร่วมกันแห่งเอเชียอาคเนย์ หรือ “ซีโต้” (Southeast Asia Treaty Organization: SEATO)

          ทำให้ประเทศไทยในเวลานั้นยืนอยู่บนผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มเท้าในยุทธศาสตร์โลกเสรี VS โลกคอมมิวนิสต์

          ลุ่มแม่น้ำโขงกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่โลกเสรีกับโลกคอมมิวนิสต์เผชิญหน้ากัน โดยเฉพาะบริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ซึ่งเป็นที่ตั้งของประเทศไทยและกลุ่มประเทศอินโดจีน.. ลาว กัมพูชา เวียดนาม

          ฝั่งขวาแม่น้ำโขงกลายเป็นฐานทัพอเมริกา โดยเฉพาะเริ่มจากยุคสมัยเผด็จการทหารที่นำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชน์ ซึ่งประดับเหรียญ “ลีเยียนออฟเมอริต ดรีกรีออฟคอมมานเดอร์” จากสหรัฐอเมริกา

 



[1] ไมเคิล ไรท์ (Michael Wright) มีชื่อไทยว่า นายเมฆ มณีวาจา เกิดเมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2483 ที่เมืองเซาแธมตัน (Southampton) ประเทศอังกฤษ ไรท์ เข้ามาในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2504 ทำงานกับ ธนาคารกรุงเทพ แรกเริ่มในตำแหน่งพนักงานแปลเอกสาร ท้ายที่สุดเป็นตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศ ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาผ่านฟ้า (ปัจจุบันคือ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ)

ไรท์เป็นผู้มีความสามารถในการใช้ภาษาไทยดีมาก ทั้งการพูด และการเขียน สารคดีของเขามีสำนวนการเขียนที่สนุกสนาน และมักนำเสนอแนวคิดการตีความต่างๆ ที่น่าสนใจ ทั้งทางประวัติศาสตร์ และสังคม โดยเริ่มเขียนบทความลงในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ตั้งแต่ฉบับปฐมฤกษ์ ซึ่งออกเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2522 และเขียนเป็นประจำในวารสารนั้นเกือบทุกฉบับ และยังเขียนในวารสารอื่น และหนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับ

นายไรท์ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552 ด้วยโรคมะเร็งปอด ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ สิริรวมอายุได้ 69 ปี

[2] นิตยสารรายเดือนในเครือมติชน แรกจัดทำในนามสำนักพิมพ์เจ้าพระยา โดยนายสุจิตต์ วงษ์เทศ เป็นเจ้าของ บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา และเป็นผู้จัดการ ฉบับปฐมฤกษ์ตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2522





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 10/11/2010 เวลา : 10.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

เป็นเรื่องที่ดีครับ ขอบคุณในความตั้งใจครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ไอ้เฒ่ารูญภูผาเพชร วันที่ : 09/11/2010 เวลา : 21.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sakaisociety

สวัสดีครับ
มาทวน มาทาน เรื่องราวที่เคยอ่าน จนเกือบลืมเลือนไปแล้ว ขอบคุณที่นำมากล่าวถึง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]