• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172255
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันพุธ ที่ 10 พฤศจิกายน 2553
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 1776 , 17:10:48 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ครูครอง จันดาวงศ์ ขณะถูกนำตัวเข้าสู่หลักประหาร (ยิงเป้า) พร้อมกับพวกอีก ๒ คน

๒๘. ไฟสงครามเย็นลามไหม้อุษาคเนย์

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เจ้าของวาทะ “ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

          เสถียร จันทิมาธรและขรรค์ชัย บุนปาน บันทึกไว้ใน “กองทัพบกกับประเทศไทย” สำนักพิมพ์มติชนตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๒๖ บอกเล่าสถานการณ์เมืองไทยช่วงสฤษดิ์ครองอำนาจ ความว่า...

          วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๐๖ อันเป็นวาระครบ ๕ ปีของการยึดอำนาจ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้กล่าวคำปราศรัยเท้าความว่า

          “..สมัยก่อนหน้าที่จะมีการปฏิวัติ ชาติที่รักของเราต้องตกอยู่ในสภาพที่คับขันเพียงใด ฐานะทางการเงินการคลังของประเทศต้องทรุดลงไปอย่างหนักยิ่ง รัฐบาลต้องตกเป็นลูกหนี้ธนาคารแห่งชาติถึง ๑,๕๐๗ ล้านบาทเศษ”

          และอีกตอน “ที่ร้ายยิ่งไปกว่านั้น คอมมิวนิสต์ได้โหมปฏิบัติการอย่างกว้างขวาง เพื่อแทรกซึมเข้าไปในวงการต่างๆ เพื่อล้มล้างสถาบันอันศักดิ์สิทธิ์ของชาติเราคือ ชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์อย่างน่าห่วงใยยิ่ง ผู้แทนราษฎรหลายคนได้ยอมขายตนเป็นเครื่องมือของลัทธินี้อย่างเปิดเผย”

          “ระหว่างวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๐๑ - วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๒ ถือได้ว่าประเทศอยู่ภายใต้การปกครองของคณะปฏิวัติ

          เป็นการปกครองโดยประกาศและคำสั่งของคณะปฏิวัติซึ่งมีทั้งสิ้น ๕๗ ฉบับ

          ต่อมา ในวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๐๒ คณะปฎิวัติได้ประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร ซึ่งมีอยู่ ๒๐ มาตรา

          มาตราที่สำคัญที่สุดคือมาตรา ๑๗ ซึ่งอนุญาตให้จอมพลสฤษดิ์มีอำนาจประหารคนได้

          การกวาดล้างคอมมิวนิสต์อย่างเฉียบขาดไม่เพียงแต่ทำให้นายศุภชัย ศรีสติ นายครอง จันดาวงศ์ นายทองพันธ์ สุทธิมาศ และนายรวม วงศ์พันธุ์ จะถูกประหารด้วยมาตรา ๑๗ เท่านั้น บรรดานักเขียน นักหนังสือพิมพ์ และนักการเมืองที่เคยถูกสงสัยและขึ้นบัญชีไว้ ตั้งแต่สมัยจอมอัศวินเผ่า ศรียานนท์ ก็ถูกกวาดล้างนับร้อยคน

ครูครอง จันดาวงศ์ ขณะถูกนำตัวเข้าสู่หลักประหาร (ยิงเป้า) พร้อมกับพวกอีก ๒ คน

เพื่อให้เห็นวีรภาพของผู้กล้าท้าทายอำนาจเผด็จการของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผมขอหยิบเรื่องราวของครูครอง จันดาวงศ์ มาเป็นกรณีศึกษา เพื่อให้เห็นว่าการใช้อำนาจดังว่านั้นรังแต่จะเท่ากับราดน้ำมันลงในกองไฟ มีแต่จะทำให้ไฟสงครามลุกโชนโชติช่วงยิ่งขึ้น..

“..วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๐๑ จอมพลสฤษดิ์ ธนรัตน์ (ที่ถูกคือ ธนรัชต์-ผู้เขียน) ทำการรัฐประหาร ยึดอำนาจปกครองเผด็จการ กดขี่ประชาชน ครูครองจึงจำต้องหลบซ่อนตัว ต่อ(น่าจะเป็น-แต่)ยังเคลื่อนทางการเมืองอย่างลับๆ โดยความช่วยเหลือ สนับสนุนจากชาวนาและมวลชน แต่ก็มิอาจรอดพ้นจากอำนาจรัฐได้ โดยเขาถูกตำรวจจับกุมเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๐๔ ครูครองถูกส่งเข้าที่คุมขังอำเภอหนองหาร จังหวัดสกลนคร ด้วยท่าทีที่ไม่ประหวั่นพรั่นพรึงคุกตะรางแม้แต่น้อย

ในการจับกุมครั้งที่ ๓ นี้ ครูครองได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่า : "ผมไม่ถือโกรธตำรวจแต่อย่างไร เพราะต่างคนต่างมีหน้าที่ ขอแต่ให้ดำเนินคดีไปตามตัวบทกฎหมายก็แล้วกัน ผมไม่รู้สึกหวาดหวั่นเลย เพราะถูกจับเสียชินแล้ว"

ครูครองยังได้กล่าวต่อหน้าจอมเผด็จการสฤษดิ์ อย่างอาจหาญชาญชัยว่า "ผมรู้ดีว่าท่านต้องยิงเป้าผมแน่ แต่อย่าคิดว่าผมกลัวนะ ยิงเดี๋ยวนี้เลยก็ได้ ที่ผมกลัวน่ะ ไม่ใช่กลัวจะถูกยิงเป้า แต่กลัวว่าท่านจะหนีไปได้ เมื่อประชาชนลุกขึ้นมา ผมภาวนาขออย่าให้ท่านหนีไปได้ ขอให้ประชาชนเอาเลือดของท่านล้างตีนให้ได้" - ผลก็คือคำสั่งประหารชีวิตครูครอง ตามคำสั่ง ม.๑๗

วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๐๔ ตำรวจนำตัวนายครอง จันดาวงศ์ กับพรรคพวกที่ถูกจับกุมในข้อหาเดียวกัน ไปยังสนามบินอำเภอสว่างแดนดิน ซึ่งใช้เป็นแดนประหาร เขาไม่มีกิริยาสะทกสะท้าน กลับเดินเข้าสู่แดนประหารอย่างองอาจ ยิ้มเยาะและไม่แยแสต่อคำสั่งเผด็จการ แม้กระทั่งหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลฉบับหนึ่ง ก็ยังยอมรับว่า "เมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวนายครองและนายทองพันธ์เข้าสู่ที่ประหารนั้น ปรากฏว่าเดินไปอย่างทระนง ไม่หวาดหวั่นแต่อย่างใด โดยเฉพาะนายครองนั้น ยังคงยิ้มอยู่เช่นเดิม"

ยิ่งกว่านั้นก่อนถึงเวลาประหาร ๑๒.๑๓ น. นายแพทย์ได้เข้าไปจะจับชีพจรเขา เขาได้ร้องบอกอย่างไม่ครั่นคร้ามว่า "ชีพจรผมยังปกติอยู่ จะยิงก็ยิงเร็วเถอะ"

การประหารครูครองที่สนามบิน ทางการสฤษดิ์ได้ปกปิดข่าวนี้อย่างมิดชิด แม้แต่ภรรยา ครอบครัวของครูครองก็ไม่รู้ข่าวว่าเสาหลักของครอบครัว กำลังจะถูกประหาร และยังห้ามประชาชนไม่ให้เข้ามาในบริเวณสนามบิน ยิ่งกว่านั้นด้วยความเกรงพลังประชาชน รัฐบาลได้ระดมกำลังทหารกว่า ๒๐๐ คน กับกำลังตำรวจอีกไม่น้อย ยืนแถวเรียงรายล้อมรอบสนามบินราวกับจะเตรียมรับศึกใหญ่..”

(ข้อมูลจาก www.9dern.com ที่ว่างระหว่างเสนลวด ๖ เส้น ครอง จันดาวงศ์ โดยนก รัตติกาล)

ส่วนที่เล็ดลอดไปได้ก็ลงใต้ดิน.. ดำเนินหลักการ ๗ จังหวะก้าว คือรัดกุม ซุ่มซ่อน อดทน ยาวนาน สะสมกำลัง รอคอยโอกาส ผ่านแกนไปจัดตั้งมวลชน ในนามพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)[1]

กล่าวได้ว่านับแต่นั้นมา ไฟสงครามเย็นได้ลามไหม้ไปทั่วอุษาคเนย์ โดยที่ประเทศไทยกลายเป็น “ไข่แดง” ของขบวนการต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสม์ที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ ที่เรียกขานกันว่าฝ่ายโลกเสรี

แนวความคิดของผู้นำขบวนการคอมมิวนิสต์ในเวลานั้น ความจริงก็เป็นแนวคิดภูมิภาคนิยม (Regionalism) ที่ไม่แตกต่างไปจาก EU หรือสหภาพยุโรป หรือ European Community หรือ European Union ในปัจจุบัน ที่คนของเขานอกจากจะถือว่าเป็นชาวอังกฤษ ชาวฝรั่งเศส ชาวเยอรมัน ฯลฯ แล้ว เขายังเป็นชาวยุโรปด้วย

เพียงแต่ว่าสิ่งที่โฮจิมินห์คิด.. หรือสิ่งที่ ดร.ปรีดี พนมยงค์ และผู้นำทางการเมืองฝ่ายก้าวหน้าของลาว กัมพูชา ฯลฯ คิดและทำในเวลานั้น มันเป็นเรื่องที่ “มาก่อนกาล” และตกอยู่ในกระแสสงครามเย็นระหว่างค่ายโลกเสรีกับโลกคอมมิวนิสต์ หรือโลกสังคมนิยม

กรณีประเทศไทย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ดูเพิ่มเติม http://www.charnvitkasetsiri.com) ได้สานต่อเจตนารมณ์ ฯพณฯ ดร.ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโสแห่งราชอาณาจักรไทยและผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองในอดีต ในการจัดตั้งโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ขึ้นในคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อกว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมา

ปรีดี พนมยงค์ ผู้ใฝ่ฝันอยากเห็น “A League of Southeast Asia” แต่เป็นผู้มาก่อนกาล เคยกล่าวว่า “..ในอนาคตอันใกล้นี้ ทุกประเทศในเอเชียอาคเนย์จะได้รับเอกราช อันเป็นผลมาจากความพยายามของพวกเราเอง แต่เราจะต้องเผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่สองประเทศ ได้แก่จีนคณะชาติ ซึ่งโดดเด่นขึ้นมาหลังชัยชนะต่อญี่ปุ่น อีกประเทศหนึ่งคืออินเดียซึ่งได้เอกราชจากอังกฤษ

ฉะนั้น หากพวกเราแต่ละประเทศต่างคนต่างอยู่ภายหลังทุกประเทศในภูมิภาคนี้ได้รับเอกราชแล้ว ก็จะเป็นการยากที่จะป้องกันตนเอง ในกรณีที่ยักษ์ใหญ่สองประเทศรุกรานเรา (ทั้งด้านการค้า เศรษฐกิจ การเมือง ฯลฯ) ด้วยเหตุนี้ เราจึง (ควรจะ) ก่อตั้งสมาคมชนชาติแห่งเอเชียอาคเนย์ขึ้นมา เพื่อให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน.. องค์การนี้เป็นเพียง “ความเข้าใจกันอย่างฉันท์มิตร” ระหว่างรัฐสมาชิกด้วยกันเท่านั้น..”

(อุษาคเนย์ที่รัก, สุเจน กรรพฤทธิ์ และสิทธา เลิศไพบูลย์ศิริ บรรณาธิการ, เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐ ปี แห่งการสถาปนาโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓, หน้า ๑๔)

ในสถานการณ์ไฟสงครามเย็นลามไหม้อุษาคเนย์ ผมอยากให้เห็นความเชื่อมโยงของขบวนการต่อสู้ของประชาชนในภูมิภาค ว่ามีเส้นสายโยงใยและเคลื่อนไหวกันอย่างไร

โปรดติดตามครับ



[1] พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (อังกฤษ: Communist Party of Thailand - CPT) เดิมเรียก พรรคคอมมิวนิสต์สยาม เริ่มก่อตั้งโดยโฮจิมินห์ ชาวเวียดนาม ใช้นามแฝงว่า สหายซุง โดยประชุมครั้งแรกแบบลับๆ ที่ โรงแรมตุ้นกี่ หน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อ 20 เมษายน พ.ศ. 2473 โดยแต่งตั้งหลี หรือ โงจิ๊งก๊วก เป็นเลขาธิการพรรคคนแรก และมีตัวแทนสองคนคือ ตัง หรือ เจิ่นวันเจิ๋น และ เหล่าโหงว หรือ อู่จื้อจือ จนก่อตั้งเป็นรูปร่างเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2485 หลังการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 ที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีสมาชิกก่อตั้ง 57 คน พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเป็นพรรคแนวอุดมการณ์ แม้ตามกฎหมายแล้ว พรรคคอมมิวนิสต์ฯ จะยังไม่ใช่พรรคการเมือง เนื่องจากไม่เคยจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ แต่ในทางปฏิบัติแล้วต้องถือว่าเป็นพรรคการเมืองจริง และมีอุดมการณ์ทางการเมืองชัดเจนมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ยึดมั่นในลัทธิมาร์กซ เลนินและความคิด "เหมาเจ๋อตง" โดยมีความมุ่งหมายเพื่อสร้างความเสมอภาคทางชนชั้น ชี้นำสังคมโดยพรรคคอมมิวนิสต์ และต่อสู้เอาชนะระบบทุนนิยมด้วยวิธี "ป่าล้อมเมือง" นอกจากนั้น ในอดีตก็ยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของไทย ที่สังกัด พคท. อีกด้วย ได้แก่ ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในปัจจุบัน ถึงแม้จะยังไม่มีการประกาศยุบพรรค แต่ก็มิได้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองแต่อย่างใด.  (ที่มา : วิกิพีเดีย และ Thailand Political Base)





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 11/11/2010 เวลา : 04.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/untameheart

ภาพครูครอง ก่อนถูกประหาร ท่านเดินยิ้ม อย่างทระนง
ไม่กลัวความตายแม้แต่น้อย น่านับถือครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]