• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 173532
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันเสาร์ ที่ 13 พฤศจิกายน 2553
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 2158 , 11:31:51 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

๓๐. ชัยชนะที่เดียนเบียนฟูของขบวนการเวียดมินห์

          คงต้องย้อนกลับไปในยุคสมัยที่ขบวนต่อสู้เพื่อเอกราชของชาวเวียดนาม “ขบวนการเวียดมินห์” มีชัยชนะเหนือกองทัพฝรั่งเศส “ผู้ยึดครอง” อินโดจีนเป็นอาณานิคม ในยุทธการเดียนเบียนฟู เมื่อต้นปี  ๑๙๕๔ (พ.ศ.๒๔๙๗) จนสามารถสถาปนาประเทศเวียดนามเหนือ ซึ่งการสู้รบดังกล่าวนี้ยืดเยื้อเรื้อรังมาตั้งแต่ปี ๑๙๔๕ (พ.ศ.๒๔๘๘) หลังจักรวรรดิญีปุ่นและเครือข่ายกลุ่มอักษะปราชัยในสงครามโลกครั้งที่ ๒ เมื่อสหรัฐอเมริกาเผด็จศึกคราวนั้นด้วยระเบิดนิวเคลียร์ที่เมืองฮิโรชิมาและเมืองนางาซากิ

ทหารฝรั่งเศสถูกกองกำลังเวียดมินห์ควบคุมในยุทธภูมิเดียนเบียนฟู เมื่อปี ค.ศ.๑๙๕๔

(http://www.chandrakantha.com)

         อาจมีผู้กังขาว่า ด้วยแสนยานุภาพของกองกำลังฝรั่งเศสและอาวุธหนักเบานานาชนิด รวมทั้งปืนใหญ่และรถถังที่หย่อนลงสู่ทุ่งเมืองแถงโดยทางอากาศยาน พวกคนพื้นเมือง “เวียดมินห์” เอาชนะได้อย่างไร?

          พิเชฐ สายพันธ์ ผู้ซึ่งคร่ำหวอดเพื่อทำปริญญานิพนธ์ระดับปริญญาเอกถึง ๙ ปีที่เดียนเบียนฟู บอกว่า “องค์ประกอบที่สำคัญของชัยชนะนั้น แน่นอน ไม่เฉพาะชาวเวียดนามที่มาจากชาวกินห์ (Kinh) แต่เป็นบรรดากลุ่มชนชาติส่วนน้อย หรือว่าทหารชนเผ่าด้วย และที่สำคัญโดยเฉพาะยุทธการเดียนเบียนฟู.. คนไทดำก็เป็นกลุ่มสำคัญที่ได้เข้าร่วมรบกับกลุ่มเวียดมินห์จนได้รับชัยชนะ เพราะฉะนั้น ถ้าเราเดินเล่นในเมืองเดียนเบียนฟู เราจะพบป้ายโฆษณาของรัฐ ซึ่งปัจจุบันยังมีอยู่ เป็นรูปของชาวเวียดกับชนชาติกลุ่มน้อยยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กัน หรือว่าที่น่าสนใจก็คือ ภาพของชนชาติส่วนน้อยนั้นถูกแทนที่ด้วยอัตลักษณ์ของไทดำ..” 

(บันทึกการเสวนา “ไท-ไทย-สยาม กับปัญหาอัตลักษณ์ของผู้คนและประเทศชาติ” ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ที่ห้องประชุมตึดอเนกประสงค์ ชั้น ๔ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์)

ป้ายโฆษณาของรัฐ (สังคมนิยมเวียดนาม) หน้าเนินค่าย A1 กลางเมืองเดียนเบียนฟู พ.ศ.๒๕๔๘ ภาพโดยพิเชฐ สายพันธ์

          “เดียนเบียนฟู” หมายถึงสำนักบริหารชายแดน-ดินแดน ในบริบททางการเมืองการปกครองของราชสำนักเวียดนามโบราณราว ๒๐๐ ปีที่ผ่านมา เดิมคือเมืองแถง หรือเมืองแถน เป็นที่ตั้งรกรากของชนชาติไทเผ่าต่างๆ โดยเฉพาะคือไทดำ ไทขาว ไทแดง ฯลฯ ที่เราเคยได้ยินนามแคว้นสิบสองจุไท และเคยอยู่ในขอบขัณฑสีมาของกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้น

          ทุ่งเมืองแถงเป็นที่ราบริมฝั่งแม่น้ำ ล้อมรอบด้วยภูเขา เป็นทุ่งใหญ่ที่สุดของสิบสองจุไทในบรรดา ๔ ทุ่ง คือนอกจากทุ่งเมืองแถงแล้ว ยังมีทุ่งเมืองลอ เป็นของปู่เจ้าท้าวลอ (ดูตำนานขุนบรม) ซึ่งเป็นพ่อของปู่เจ้าลานเจือง ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของเมืองแถง

          ทุ่งที่สามคือทุ่งเมืองถาน อยู่ทางเหนือของเมืองแถงในระยะทางประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร และทุ่งที่สี่คือทุ่งเมืองเติ๊ก อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองลอ

          ทุ่งทั้งสี่นี้เป็นแหล่งธัญญาหารที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นที่ตั้งรกรากถิ่นฐานของชนชาติไทที่หนาแน่นที่สุดของแคว้นสิบสองจุไท

ภาพแสดงแสนยานุภาพของกองกำลังฝรั่งเศสที่ส่งกำลังทางอากาศลงทุ่งเมืองแถงในยุทธการเดียนเบียนฟูจากhttp://www.militaryphotos.net/forums/showthread.php?40613-Dien-Bien-Phu ถึงกระนั้นก็ยังพ่ายแพ้ต่อกองกำลังท้องถิ่นที่มีความชอบธรรมในการต่อสู้เพื่อเอกราชของพวกเขา และถูกคุมตัวเป็ยเชลยศึก ดังภาพข้างล่างจาก California Literary Review ซึ่งตีพิมพ์ประกอบบทความเรื่อง Events Leading to America’s Involvement in Vietnam by Rufus Phillips เมื่อ October 30th, 2008 มีคำบรรยายใต้ภาพว่า French prisoners being marched by the Vietminh out of Dien Bien Phu, May 7, 1954

         ชัยชนะของชาวเวียดนาม (ขบวนการเวียดมินห์) เมื่อปี ๑๙๕๔ (๒๔๙๗) เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สหรัฐอเมริกา “จักรวรรดินิยมใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒” มีความวิตกกังวลต่อปฏิบัติการการต่อสู้เพื่อเอกราชและอธิปไตยของบรรดาประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง จึงใช้ไทยเป็นฐานที่มั่น สร้างรัฐไทยให้เป็นรัฐเผด็จการ และใช้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจเป็นหน้าฉาก

         แท้แล้วก็คือปฏิบัติการสงครามเย็น!

         เราจะกลับไปดูสถานการณ์ในลาวเมื่อปี ๑๙๖๐ (๒๕๐๓) ราว ๖ ปีหลังยุทธการปลดปล่อยเดียนเบียนฟู

          โดยติดตามคำบอกเล่าของนายพลสิงกะโป สีโคดจุนนะมาลี

          “...คืนนั้นเอง ท่านหนูฮักได้เข้าไปเวียงจันทน์เพื่อพบกับเจ้าสุวันนะพูมา แล้วกลับมาจัดตั้งคณะเจรจาในเช้าวันรุ่งขึ้น

          คณะพวกเรายังเป็นชุดเก่า เข้าไปเวียงจันทน์เพื่อเจรจากับคณะเจ้าสุวันนะพูมา ที่มาจากคณะกรรมการสันติภาพ เป็นกลาง อันมีท่านกินิน พนเสนา ท่านมหากุ สุวันนะเมที ท่านมหาบุดดี เพ็งพงสะหวัน

          การเจรจาดำเนินไปด้วยดีเมื่อต่างฝ่ายต่างก็มีเจตจำนงอยากให้ลาวเกิดความสามัคคีภายในชาติ

          แล้วเราก็ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการศูนย์กลางพรรคฯ ให้เป็นผู้บัญชาการใหญ่ร่วมกับกองกำลังกองพันราบอากาศที่สอง “กำลังรัฐประหาร” เพื่อวางแผนเตรียมรับมือกับทหารพูมี หน่อสะหวัน

          วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๑๙๖๐ (๒๕๐๓) นับจากวันรัฐประหารได้ ๘ วัน สภาแห่งชาติได้เปิดการประชุม ประกาศยกเลิกรัฐบาลสม สะหนิดอย่างเป็นทางการ พร้อมกับเชิญเจ้าสุวันนะพูมา เป็นนายกรัฐมนตรี

แหกคุกออกไปแล้วกลับเข้ามาเจรจา

          วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๑๙๖๐ เสด็จเจ้าสุพานุวง ตัวแทนคณะกรรมการศูนย์กลางแนวลาวรักชาติได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนแนวทางสันติภาพ เป็นกลางและสามัคคีแห่งชาติของรัฐบาลเจ้าสุวันนะพูมา

          กลับมีข่าวแพร่สะพัดมาจากทางใต้ว่าพูมี หน่อสะหวัน ได้ประกาศตั้งคณะกรรมการต่อต้านรัฐประหารอยู่ที่แขวงสะหวันนะเขด เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๑๙๖๐ จักรพรรดินิยมอเมริกาได้ส่งที่ปรึกษาการทหาร เครื่องบินลำเลียงอาวุธ พาหนะสงคราม และเงินหลายสิบล้านดอลลาร์ให้พูมี หน่อสะหวันทันทีด้วย

          วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๑๙๖๐ (๒๕๐๓) ทหารของพูมี หน่อสะหวัน ขึ้นมาโจมตีเอาเมืองปากซัน โดยได้รับการอุ้มชูจากนายกรัฐมนตรีไทย สฤษดิ์  ธนะรัชต์ ญาติพี่น้องของพูมี หน่อสะหวันนั่นเอง

          พวกเขาเคลื่อนกำลังทหารไปตามชายแดนไทยฝั่งขวาแม่น้ำโขง มีทหารไทยสมทบขึ้นมาจนถึงหนองคาย

          เพื่อยับยั้งสงครามกลางเมือง วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๑๙๖๐ (๒๕๐๓) เจ้าสุวันนะพูมา พร้อมกับอ้วน ลาทิกุน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดฝ่ายเวียงจันทน์ ได้ลงไปพบพูมี หน่อสะหวันที่สะหวันนะเขด ตกลงกันว่า ให้ขึ้นไปพูดจากันต่อหน้าเจ้ามหาชีวิตที่หลวงพระบาง

          ผ่านการเจรจาผ่อนสั้นผ่อนยาวต่อกัน คือมีข้อเสนอให้พูมี หน่อสะหวัน เป็นรองนายกฯ ทั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยหรือกระทรวงภายใน เจ้ามหาชีวิตก็ลงนามในพระราชโองการแต่งตั้ง แต่พูมี หน่อสะหวันก็ไม่ยอม จึงบินลงสะหวันนะเขด

          วันที่ ๑ กันยายน ๑๙๖๐ (๒๕๐๓) ชาวนครหลวงเวียงจันทน์ ทั้งตำรวจ ทหาร นักเรียน นักศึกษา ปัญญาชน พระสงค์องค์เจ้านับพันนับหมื่นพากันเดินขบวนเรียกร้องให้กลุ่มพูมี หน่อสะหวัน ปฏิบัติตามความประสงค์ของประชาชน

          วันที่ ๑๐ กันยายน ๑๙๖๐ (๒๕๐๓) พูมี หน่อสะหวัน ได้ออกประกาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงสะหวันนะเขด ประกาศจัดตั้ง “คณะปฏิวัติ” สถาปนาเจ้าบุนอุ้ม นะจำปาสัก เป็นประมุข

          จักรพรรดินิยมอเมริกาจึงประกาศยุติการช่วยเหลือรัฐบาลเจ้าสุวันนะพูมา หันไปช่วยเหลือกลุ่มบุนอุ้ม-พูมี ทั้งมอบเงินพิเศษ เป็นโบนัสให้พูมี ๑๖ ล้านดอลลาร์ทันทีด้วย มีทั้งเครื่องบินสู้รบและอาวุธยุทธภัณฑ์จำนวนมาก  เราจึงเห็นว่านั่นคือการช่วยเหลือเพื่อทำลายล้างประชาชนลาวอย่างเปิดเผย

          การเจรจาของฝ่ายปะเทดลาวกับฝ่ายรัฐประหารจึงแบ่งออกเป็นสองคณะ ทำงานกับฝ่ายทหารโดยเฉพาะ

          วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๑๙๖๐ (๒๕๐๓) พันตรีบุนแต่ง อินสีเชียงใหม่ ผู้บัญชาการภาค ๓ ที่หลวงพระบางได้ทำรัฐประหารต้านรัฐบาลเจ้าสุวันพูมา ประกาศตัวสนับสนุนกลุ่มพูมี-บุนอุ้ม

          วันที่ ๘ ธันวาคม ๑๙๖๐ (๒๕๐๓) กุปะสิด อภัย ผู้บัญชาการทหารภาค ๕ ได้ก่อการกบถที่นครเวียงจันทน์ ยึดค่ายจินายโม้ เปิดประตูต้อนรับทหารพูมี หน่อสะหวัน พร้อมด้วยทหารไทยเข้ามาสมทบ

          สถานการณ์ช่วงนี้ปรากฏอยู่นวนิยายเรื่อง “กองพันที่สอง” ของสุวันทอน (ส.) บุบผานุวง ด้วย





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คมฉาน_ตะวันฉาย วันที่ : 23/12/2010 เวลา : 13.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanyimchang

อ่านเดหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มะอึก วันที่ : 14/12/2010 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

อ่านบทที่ ๓๐

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]