• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172597
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม 2553
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 1488 , 11:02:53 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

๓๒. สัจธรรมแห่งสงคราม “ผู้รุกรานย่อมปราชัย”

สมัยเป็นเด็กธรรมศาสตร์ ปี ๑

"สำนักไหนหมายชูประเทศชาติ สำนักนั้นธรรมศาสตร์และการเมือง"

          ผมยังจำได้ สมัยที่เริ่มสวมกางเกงขายาว ทรงผมยังตัดสั้นเกรียนแบบนักเรียนที่อยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด ถึงแม้จะเริ่มผูกเน็คไทร์ลายเหลืองแดง กลัดเข็มกลัดตราเสมาธรรมจักร

          คือสมัยที่ผมผ่านการสอบคัดเลือกเข้าเรียนที่แผนกอิสระวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน (ปัจจุบันคือคณะวารสารศาสตร์) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ..๒๕๑๒

          ด้านหนึ่งก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ลูกบ้านนอกคอกนา ผู้แหวกป่าฝ่าดงจากโรงเรียนประชาบาลไกลปืนเที่ยง มีโอกาสถึงขั้นเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยสำคัญของประเทศ

          แต่อีกด้านหนึ่ง ความแร้นแค้นขาดแคลนก็เป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงของการเรียน ถึงแม้ว่าจะเลือกหลักสูตรภาคค่ำเพื่อใช้เวลาภาคกลางวันทำงานหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเอง แต่ก็เป็นไปอย่างขาดเขินเต็มที

          ผมเคยเดินขึ้นไปหาท่านอธิการบดี ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ กราบเรียนท่านว่าอยากลาออกจากสภาพนักศึกษาเนื่องจากไม่มีเงินชำระค่าบำรุงการศึกษา ท่านได้กรุณาสั่งสอนและให้กำลังใจพร้อมกับเขียนเช็คเงินสดธนาคารไทยพาณิชย์สาขาบางลำภู ให้ไปเบิกเงินสด ๔๐๐ บาท เพื่อนำไปจ่ายค่าบำรุงฯ ภาคเรียนละ ๒๐๐ บาทในสมัยนั้น

          ความต่ำคล้อยน้อยใจในฐานะของตัวเอง เชื่อมโยงความนึกคิดไปถึงสภาพอันแร้นแค้นฝืดเคืองและทุรกันดารของบ้านเกิดเมืองนอน ดึงความสนใจของผมไปหากิจกรรมค่ายอาสาพัฒนา

          จำได้อีกว่าบรรยากาศหมู่บ้านที่เราไปออกค่ายอาสาพัฒนา ค่ำคืนไม่มีแสงไฟฟ้า อาศัยตะเกียงน้ำมันก๊าดวอมแวม

          เพื่อสร้างบรรยากาศความบันเทิงอันทันสมัยในเวลานั้น พวกผมพากันไปยืมเครื่องปั่นไฟฟ้ากับเครื่องฉายหนัง ๑๖ ม.. มาจากสำนักข่าวสารอเมริกันในตัวเมือง

          โดยที่ไม่เคยคำนึงเลยว่าได้ตกเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อในยุทธศาสตร์สงครามเย็นระหว่างค่ายโลกเสรีที่นำโดยสหรัฐอเมริกากับค่ายคอมมิวนิสต์ที่นำโดยโซเวียต และจีนแผ่นดินใหญ่

          เพราะฟิล์มหนัง ๑๖ ม.. ที่ยืมมาจากสำนักข่าวสารอเมริกันนั้น มันคือหนังต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสม์ เช่นเรื่อง “เหตุเกิดที่บ้านพังโพน” หรือหนังการ์ตูนที่เขียนภาพคอมมิวนิสต์บังคับใช้คนผอมๆ ลากไถ ฯลฯ

          จะเห็นว่าแรกๆ พวกผมไม่ประสีประสากับเรื่องพวกนี้ ไม่รู้ว่าอะไรคือค่ายโลกเสรี หรืออะไรคือลัทธิคอมมิวนิสม์

          ซึ่งจริงๆ แล้วสถานการณ์เวลานั้น.. สองฟากฝั่งแม่น้ำโขงคุกรุ่นด้วยเปลวเพลิงสงครามที่จักรวรรดินิยมอเมริกาเป็นเจ้าภาพใหญ่ ชักใยอยู่เบื้องหลัง “ระบอบเผด็จการทหารสมบูรณาญาสิทธิ์ - Absolutist Military Dictatorship” ในดินแดนอุษาคเนย์

          ในไทยคือจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และจอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประภาส จารุเสถียร ในเวลาต่อมา

          ในลาวคือนายพลพูมี หน่อสะหวัน ลูกพี่ลูกน้องกับจอมพลสฤษดิ์

          ในเวียดนามใต้คือเหงียนเกากี และในกำพูชามีนายพลลอนนอล

          คู่สงคราม หรือกลุ่มพลังอีกฝ่ายหนึ่งคือค่ายคอมมิวนิสม์

          ในลาวนำโดยพรรคประชาชนปฏิวัติลาว และขบวนการแนวร่วมที่เรียกว่าแนวลาวฮักชาติ ที่เรียกขานโดยรวมว่า “ฝ่ายปะเทดลาว”

          ในเวียดนามมีพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และขบวนการแนวร่วมที่เรียกว่าขบวนการเวียดมินห์

          ในกำพูชามีพรรคคอมมิวนิสต์กำพูชา และในไทยมีพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)

          จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งขึ้นสู่อำนาจเผด็จการฟัสซิสม์เมื่อปี พ..๒๕๐๑ ได้ใช้อำนาจมาตรา ๑๗ สังหารฝ่ายนำและผู้ปฏิบัติงาน พคท. ในชนบทจำนวนหนึ่ง (รวม วงษ์พันธ์ ครอง จันดาวงศ์ ทองพันธ์ สุทธิมาศ) ทำให้ พคท.ในสมัยสมัชชา ๓ ตัดสินใจเลือกเดินแนวทางต่อสู้ด้วยอาวุธ

          นอกนั้นสฤษดิ์ได้ทำลายฝ่ายซ้ายโดยจับกุมคุมขังปัญญาชนที่ก้าวหน้า ขังลืมไว้ในคุกลาดยาวเพื่อไม่ให้สามารถแสดงบทบาทปัญญาชนสาธารณะได้อีกต่อไป

          ประวัติศาสตร์สงครามประชาชนในประเทศไทยจารึกว่าเสียงปืนนัดแรกแตกที่ บ้านนาบัว อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ในปี พ..๒๕๐๘

          ทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง นายพลสิงกะโป สีโคดจุนนะมาลี เล่าสถานการณ์ช่วงนี้ไว้อย่างละเอียด...

          “.... เมื่อจักรพรรดินิยมส่งมือไม้สอดแนมเข้ามาล่อซื้อเอาท้าวคำล้อม นายทหารคนใกล้ชิดและทั้งเป็นคู่แข่งของกองแลในตอนปลายปี ๑๙๖๑ (๒๕๐๔)

          จักรพรรดินิยมอเมริกาได้เพิ่มทวี ทั้งบุกโจมตีฝ่ายกำลังที่รักชาติ ทั้งล่อซื้อ แบ่งแยก โดยพุ่งเป้าหมายไปที่การแบ่งแยกฝ่ายปะเทดลาวกับฝ่ายเป็นกลางกองแล ออกจากกัน

          การสู้รบกันอยู่แต่ละแห่ง จักรพรรดินิยมอเมริกา-พูมี หน่อสะหวันได้ปราชัยอย่างเจ็บแสบและหนักหน่วง พวกเขาจึงหันไปใช้วิธีรับเอาข้อเสนอที่ให้มีการเจรจา เพื่ออาศัยโอกาสนั้นปรับปรุงกำลังพลที่ขวัญเสียและแตกพ่ายอย่างไม่เป็นขบวนอยู่ทั่วแนวรบและป่าดงพงไพร

          จักรพรรดินิยมอเมริกาพยายามลากดึงเอาเจ้าสุวันนะพูมากับกองแล  เราเองก็ดึงท่านเดือน ท่านกองสี ท่านทัน ท่านขาว ท่านแจ้ง ท่านเทียบ  เมื่อเห็นว่ากำลังฝ่ายเป็นกลางกองแลกำลังมีความสับสน

วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๑๙๖๑ (๒๕๐๔) กองประชุมสากลเพื่อปรึกษาแก้ไขปัญหาลาวที่เปิดขึ้นที่กรุงเจนีวา มี ๑๔ ประเทศเข้าร่วม

วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๑๙๖๑ (๒๕๐๔)  กองประชุมสามเสด็จ (สะเด็ดเจ้าสุพานุวง สุวันนะพูมา และบุนอุ้ม) ก็ได้เปิดขึ้นที่เมืองซูหลิกใกล้ๆ กับเจนีวา

โดยที่ไม่ใส่ใจต่อสัญญาต่างๆ ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ปี ๑๙๖๒ (๒๕๐๕) จักรพรรดินิยมอเมริกาใช้กำลังทหาร ๓๓ กองพันบุกเข้าภาคกลางและภาคใต้ของลาว และในเดือนกุมภาพันธ์ ยุทธการใหญ่ที่แขวงหลวงน้ำทา และปราชัยติดต่อกัน จากการหวนโจมตีกลับของกองกำลังรักชาติฝ่ายปะเทดลาว

ด้วยความพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องของจักรพรรดินิยมอเมริกาและลูกมือเช่นนั้น มา ถึงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๑๙๖๒ (๒๕๐๕) รัฐบาลผสมจึงได้รับการจัดตั้งขึ้น เจ้าสุวันนะพูมาเป็นนายกรัฐมนตรี เจ้าสุพานุวงเป็นรองนายกรัฐมนตรี ทั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจและแผนผัง โดยมีท่านอื่นๆ เข้าร่วมด้วย

ความดีใจของพ่อแม่ประชาชนที่จะได้เห็นลาวยุติสงคราม ใครๆ ก็ชื่นชมเบิกบาน มีการไปมาหาสู่เยี่ยมเยียนกัน คนที่ออกไปต่อสู้ก็มีโอกาสได้กลับคืนไปเยี่ยมพ่อแม่พี่น้องที่เวียงจันทน์บ้านเกิดเมืองนอน

แต่.. นั่นกลับเป็นแผนการของจักรพรรดินิยมอเมริกา พวกเขาเริ่มจากการก่อกวนคนรักชาติที่เข้าร่วมรัฐบาลผสม แล้วเปิดการบุกโจมตีเขตปลดปล่อย แบ่งแยกกำลังรักชาติกับแนวลาวรักชาติ วันที่ ๑ เมษายน ๑๙๖๓ (๒๕๐๖) ลอบสังหารท่านกินิน พนเสนา ฆาตกรรมท่านคันที สีพันทอง และบุคคลสำคัญอื่นๆ

ที่หลวงพระบาง นายพลบุนเลิด พันเอกสี บอลิวง หูมพัน ไชยะสิด ได้ออกคำสั่งปราบปรามผู้ที่สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลผสม

ที่เขตปลดปล่อยแขวงเชียงขวาง พันเอกเกดสะหนา แยกกำลังเป็นกลางที่รักชาติออก กำลังเป็นกลางที่ขายชาติไปกับเกดสะหนา ส่วนกำลังเป็นกลางที่รักชาติอยู่กับ ท่านเดือน กองสี เทียบ ทัน แล้วบุกโจมตีกันที่คังไช โพนสะหวัน ตัวเมืองเชียงขวาง และทุ่งไหหิน ไล่พวกที่ขายชาติไปอยู่เมืองผัน

เราได้ออกแรงอย่างสุดขีดเพื่อช่วยเหลือกำลังเป็นกลางที่รักชาติ ชี้นำท่านเดือนโดยตรง จึงแยกได้ว่าใครเป็นกลางรักชาติแท้? และใครเป็นกลางขายชาติ!

สุวันนะพูมา-กองแล เป็นกลางขายชาติ

เดือน, เทียบ, ทัน, กองสี เป็นกลางรักชาติ ร่วมมืออย่างแน่นแฟ้นกับแนวลาวรักชาติ

วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๑๙๖๔ (๒๕๐๗) จักรพรรดินิยมอเมริกาได้เริ่มโจมตีทางอากาศเป็นครั้งแรก เป็นเครื่องบิน ที ๒๘ (เตซาวแปด) จำนวน ๔ ลำไปทิ้งระเบิดทุ่งไหหินซึ่งเป็นเขตปลดปล่อยของแนวลาวรักชาติอยู่ทางสามแยกขัวน้ำกัด เวลาบ่าย ๓ โมงครึ่ง

นับแต่นั้นมารัฐบาลผสมสามฝ่ายได้ถูกทำลาย สนามรบลุกเป็นไฟ สงครามในลาวได้เพิ่มความรุนแรงเป็นทวีคูน...

..มาถึงปี ๑๙๖๙ (๒๕๑๒) เรายังทำหน้าที่เป็นกองบัญชาการสูงสุดผสมเขตเชียงขวางของฝ่ายแนวลาวรักชาติ ส่วนฝ่ายเป็นกลางรักชาติมีท่านเดือน ท่านเทียบ ท่านกองสี ท่านทัน เป็นกองบัญชาการร่วม มีความสัมพันธ์กันอย่างสนิทแน่นแฟ้นกับพวกเรา

          การสู้รบนับวันนับร้ายแรง เมื่อจักรพรรดินิยมอเมริกาใช้เครื่องบินรบที่ทันสมัยทุกชนิดไปทิ้งระเบิดลงทำลายเผาผลาญเขตปลดปล่อยทั้งกลางวันและกลางคืน ส่งนักสืบสอดแนมเล็ดลอดเข้าไปทำลายเขตปลดปล่อยอยู่ไม่ขาด เพราะในแผ่นดินเชียงขวางนั้น มีกองกำลังพิเศษวังปาว เป็นชนเผ่าม้งที่บอกได้ใช้ฟัง ตั้งเป็นเมืองอยู่เขตซำทอง-ล่องแจ้ง และตั้งเป็นรังกองโจรอยู่บวมหลง

          มาถึงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๑๙๖๙ (๒๕๑๒)                                                                                                                         จักรพรรดินิยมอเมริกาได้ใช้กำลังภาคพื้นดิน จำนวน ๓๕ กองพัน มีเครื่องบินรบทุกชนิด รวมทั้งเครื่องบินรบยุทธศาสตร์ บี ๕๒ บุกเบียดยึดเข้าเขตปลดปล่อยแขวงเชียงขวาง หวังจะยึดเอาแขวงเชียงขวางทั้งหมด จึงยิงลูกระเบิดลงมาปาน “ห่าฝนไฟ” เผาผลาญเรือนชานบ้านช่องของประชาชนเชียงขวางไม่มีเหลือแม้แต่หลังเดียว นั้นคือประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจจะหลงลืมต่อความโหดร้ายป่าเถื่อนในครั้งนั้นของจักรพรรดินิยมอเมริกาและลูกมือ ที่ได้ก่อขึ้นต่อประชาชนลาวแขวงเชียงขวาง

          เราได้สมทบแน่นแฟ้นกับกองบัญชาการเป็นกลางที่รักชาติ บำรุงขวัญนักรบและเจ้าหน้าที่อย่างเข้มแข็ง พร้อมกับรายงานศูนย์กลางทุกๆ ชั่วโมง ทั้งได้รับการชี้นำจากศูนย์กลางอย่างใกล้ชิด

          พอมาถึงกลางคืนวันที่ ๖ พฤษภาคม ๑๙๖๙ (๒๕๑๒) พวกเราได้เปิดยุทธการโจมตีกลับอย่างแข็งแรงชนิดที่ว่า “ปล่อยให้ศัตรูชะล่าใจ เข้ามาเดินลอยชายไปมา แล้วก็ปิดล้อมสังหาร”

          ทุกแห่งที่มีศัตรูแปลว่าดับเกลี้ยง ไล่ล่าทำลายข้าศึกจนถึงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๑๙๖๙ (๒๕๑๒)  สามารถขับไล่พวกมันออกไปจากเขตปลดปล่อยได้ทั้งหมด

          สรุปได้ว่ายิงเครื่องบินรบตก ๓๑ ลำ กวาดล้างศัตรูออกจากสนามรบได้ ๑,๓๓๘ คน ยึดและทำลายปืนกว่า ๗๑๕ กระบอก ยึดและทำลายรถยนต์ ๒๘ คัน

          คงจะไม่หลาบจำ หรืออาจจะคิดว่าการที่สามารถเข้าไปในเขตปลดปล่อยได้ด้วย กำลังพลถึง ๓๕ กองพันนั้น ถ้าเพิ่มกำลังพลขึ้นอีกคงจะยึดแขวงเชียงขวางได้อย่างนั้น กระมัง!

          ไม่ถึง ๓ เดือน คือมาถึงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๑๙๖๙ (๒๕๑๒) จักรพรรดินิยมอเมริกาได้ใช้กำลังภาคพื้นดิน ๕๒ กองพัน เครื่องบินที ๒๘ เครื่องบินไอพ่น เอฟ ๑๐๕ เครื่องบิน ไอพ่น เอฟ ๔ เอช เครื่องบินยุทธศาสตร์ บี ๕๒ ทั้งปืนใหญ่ทุกชนิด บุกเข้าถล่มแผ่นดินเขตปลดปล่อยแขวงเชียงขวางอย่างมืดฟ้ามัวดิน จนพวกเราต้องอพยพประชาชนไปอยู่เขตชายแดนติดกับเวียดนาม เปิดโอกาสให้พวกมันหลงระเริงไปก่อน

          ครั้งนี้ ตอเสาเรือนของประชาชนที่ชี้ฟ้าโด่เด่ เหลือจากการเผาผลาญครั้งก่อน คราวนี้ไม่เหลือซากให้เห็นเลย ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน  สัตว์เลี้ยง วัว ควาย ม้า หมู หมา เป็ด ไก่ตายเรียบ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วเขตปลดปล่อยแขวงเชียงขวาง

          ทุกหัวภูจอมผาแลเห็นแต่ทหารศัตรู ทั่วแผ่นดินเชียงขวาง ไม่มีคนเดินเหิน ไม่มีเสียงสัตว์ร้อง มีแต่เสียงระเบิดและเสียงปืน ดังสนั่นหวั่นไหวทั้งกลางวันและกลางคืน

          กองบัญชาการของพวกเราไปตั้งอยู่ใต้รักแร้ของศัตรูนั่นเอง แต่พวกมันไม่เห็น และพวกเราก็ยังไม่เปิดฉากตอบโต้ ทั้งนี้เป็นไปตามการชี้นำของศูนย์กลางพรรค

          จนมาถึงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ (ปล่อยให้ศัตรูมีโอกาสหายใจอยู่ ๕ เดือนกับ ๑๔ วัน) พวกเรา ทหาร เจ้าหน้าที่ เยาวชนและประชาชนท้องถิ่นแขวงเชียงขวางได้เปิดยุทธการโจมตีกลับคืนอย่างสายฟ้าแลบ  ทั่วแผ่นดินเชียงขวางคือสนามรบ โจมตีขับไล่พวกมันตลอดระยะเวลา ๑๓ วัน ๑๓ คืนเต็มๆ จึงประสบผลสำเร็จ

          สามารถปัดเขี่ย (กวาดล้าง) ศัตรูออกจากสนามรบ ๗,๒๔๖ คน (ตายเจ็บและจับได้ ๖,๒๔๖ คน แตกหนีจากขบวนทัพ ๑,๐๐๐ คน) ยึดและทำลายปืนจำนวน ๒,๔๒๓ กระบอก ยิงเครื่องบินตกและทำลาย ๕๐ ลำ ยึดและทำลายรถยนต์ ๑๒๑ คัน

          สิ่งที่เราจดจำไม่ลืมสักครั้งก็คือ ตอนบัญชาการโจมตีเมืองสุย ในกำมือของเรามีกำลังพลอยู่ ๒ กองพัน ได้ตกลงกับกองบัญชาการทหารว่าจะให้ส่งกำลังมาเพิ่มอีก ๒ กองพัน เพื่อรวมกันเป็น ๔ กองพัน

พอถึงเวลานัดหมาย กลับส่งหน่วย “ดักกง (หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่มีความสามารถเฉพาะสูง มาให้เพียง ๑ กองร้อย ด้วยเหตุผลที่ยังติดพันอยู่กับการแก้ไขสถานการณ์ด้านสนามรบซำทอง-ล่องแจ้ง และมีการสู้รบกันเกิดขึ้นอย่างกระทันหันทันด่วน

เราจึงตัดสินใจบอกให้สหายพมมะจัก รองหัวหน้ากองพันปืนใหญ่และสหายเคนผู้เป็นหัวหน้า ให้ไปเอาเหล้ามาให้เรา 5 กระติกสนาม (ปิดง) แล้วเอาเหล้าให้นักรบรถถังกิน

พอเมาได้พอดีพองามแล้ว  เราสั่งบุกเมืองสุย!

สมทบกองทหารปืนใหญ่และกำลังพลเท่าที่ม

เมืองสุยถูกพวกเรายึดได้ ขับไล่ศัตรูหลายกองพันลงไปทางปังปายสาลาพูคูน

เรากลับถูกตำหนิว่าโลดโผนเกินไป แต่เราก็ยอมรับ ทั้งดีใจที่ไม่มีนักรบคนใดเสียชีวิต รถถังก็กลับมาอย่างปลอดภัย ท่ามกลางการถล่มทิ้งระเบิดของโจรอากาศอเมริกาสนั่นหวั่นไหว

ต่อมาก็ได้รับข่าวชัยชนะในยุทธการมังกรเกียรติที่แขวงอัตตะปือ (มังกรหมายถึงเดือนมกราคม-ผู้เขียน) ชัยชนะยุทธการปลดปล่อยซำทองล่องแจ้ง ชัยชนะยุทธการลานเซิน ๗๑๙ ที่ทางหลวงหมายเลข ๙ แขวงสะหวันนะเขด ชัยชนะยุทธการแดนดินหนึ่ง และแดนดินสองที่แขวงหลวงพระบาง..

มาถึงกลางปี ๑๙๗๒ (๒๕๑๕) จักรพรรดินิยมอเมริกาและพวกปฏิกิริยากลับเปิดยุทธการ “เดือนตุลา” เข้าทุ่งไหหินแขวงเชียงขวางอีก  ใช้ทหาร ๔๖ กองพันเต็ม

พวกเราลงมือโจมตีกลับคืนระหว่างวันที่ ๑๕-๓๐ สิงหาคม ๑๙๗๒ จึงได้รับชัยชนะ กวาดล้างศัตรูออกจากวงสนามรบได้ ๒,๕๗๔ คน ยิงเครื่องบินตก ๑๓ ลำ ยึดและทำลายปืน ๖๙๘ กระบอก

ชื่อเสียง(ข่าว)ชัยชนะจากยุทธการทุ่งไหหินแขวงเชียงขวาง โดยเฉพาะคือชัยชนะที่ภูกูด ดังก้องไปทั่วทุกมุมโลก

          วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๑๙๗๒ (๒๕๑๕) กองประชุมใหญ่ของพรรคสมัยที่ ๒ ได้เปิดขึ้นอย่างมีสง่าราศรีในถ้ำแห่งหนึ่งที่ทุ่งนาไก ท่ามกลางเสียงแห่งชัยชนะดังก้องกังวานไปทั่วประเทศ และทั่วทั้ง ๕ ชมพูทวีป ต่อความเก่งกล้าและความฉลาดส่องใสของพรรคเรา ที่นำพาปวงชนลาวต่อสู้เอาเอกราชจากจักรพรรดินิยมอเมริกาผู้รุกราน

วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๑๙๗๑ (ก่อนสมัยประชุมใหญ่) ฝ่ายแนวลาวรักชาติก็ได้เสนอวิธีการแก้ไขปัญหาลาวครั้งใหม่อีก คือเสนอให้อเมริกาต้องยุติการรุกรานลาว และยุติการทิ้งระเบิดลงแดนดินลาว

จักรพรรดินิยมอเมริกาและลูกมือกลับไม่ยอมรับฟัง แต่หางเสียงของประชาชน ผู้รักสันติภาพทั้งในลาวและทั่วโลกต่างเรียกร้องให้พวกเขาต้องรับเอาข้อเสนอที่สมเหตุสมผลนั้น

เมื่อถูกกดดันทั้งภายในและนอกประเทศ ทางการทหารก็พ่ายแพ้อย่างต่อเนื่อง จักรพรรดินิยมอเมริกาและลูกมือจำเป็นต้องยอมรับเอาข้อเสนอของฝ่ายแนวลาวรักชาติ

เดือนกันยายน ๑๙๗๒ (๒๕๑๕) ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงพบปะเจรจากันที่นครหลวงเวียงจันทน์

ในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๑๙๗๒ คณะผู้แทนแนวลาวรักชาติ ได้เดินทางเข้าสู่นครหลวง เวียงจันทน์

วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๑๙๗๒ คณะผู้แทนทั้งสองฝ่ายได้พบปะเจรจากัน ฝ่ายแนวลาวรักชาติมีท่านพูน สีปะเสิด เจ้าสุก วงสัก ท่านมหากุ สุวันนะเมที ท่านโชด เพ็ดราสี ท่านบุดสะบง สุวันนะวง ท่านประดิด เที่ยงทำ ท่านแจ้ง ไชยะวง ท่านเพ้า บุนนะผน ท่านสมสุก สุกขะวง และท่านอื่นๆ ฝ่ายเวียงจันทน์มีพะยาเพ็ง พงสะหวัน พะยาโง่น ชะนะนิกอน เจ้าสอนไชชะนะ สุดทะกุมมาน พะยาคำไผ่ อาไพ นายพลอ้วน ลาทิกูน นายพลบุนเที่ยง แหวนวงสด นายพลคำรู้ บุดสะลาด นายพลเจ้าแสง สุวันนะลาด พะยาหนูผาด จุนละมะนี และ ดร.ชมพู อุดมวิไล





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คมฉาน_ตะวันฉาย วันที่ : 23/12/2010 เวลา : 13.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanyimchang

ชอบอ่านงานของพี่จริงๆ สนุกดีครับ ได้ความรู้ด้วย ขอบคุณและเข้ามาบอกให้รู้ว่าตามอ่านกันมาตั้งแต่ที่ผมเป็นนักศึกษา คารวะด้วยใจครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มะอึก วันที่ : 14/12/2010 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

เข้ามาอ่านตอนที่ ๓๒
และยังมีอีกหลาย ๆ ที่ข้ามมาครับอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ไพฑูรย์ธัญญา วันที่ : 08/12/2010 เวลา : 23.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaitoon

สะบายดีพี่สมคิด
กลับจากมข.ผมก็มาเข้าเว็บไซต์ของพี่ และตามเรื่องสองฝั่งโขงได้หลายตอนแล้ว อ่านแล้วฮึดกับการทำงานของพี่จริงๆ แล้วผมจะเข้ามาเยี่ยมอีกครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]