• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172595
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม 2553
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 1153 , 11:57:40 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

หลัง ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ ผมตัดสินใจหันหลังให้เมืองหลวงอย่างเด็ดขาด!

          ยุติสภาพการเป็นนักศึกษาโดยที่ไม่ได้ไปยื่นหนังสือลาออก

          กลับมาเป็นชาวบ้านซับแดง ตำบลโพธิ์ไชย อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ตามเดิม โดยได้กลับไปชักชวนเพื่อนมิตรผู้ร่วมชะตากรรมกลับมาด้วย

          เขาคือประเสริฐ จันดำ มหากวีแห่งยุค และเพื่อนของประเสริฐอีกคนชื่อพัลลพ พวกเรากลับมาปรับปรุงเถียงนา แล้วก็พากันหลบเลียบาดแผล ๑๔ ตุลาอยู่ตามป่าตามทุ่ง หากินกบกินเขียดตามประสาชาวบ้าน

          ทั้งผมและคุณประเสริฐ พวกเราเป็นนักเขียน มีรายได้เล็กๆ น้อยๆ จากการส่งผลงานไปตีพิมพ์ในกรุงเทพฯ พวกเราจึงรู้จักมักคุ้นกับสำนักพิมพ์และแวดวงนักเขียนทั้งในและนอกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย รวมทั้งนิตยสารหัวก้าวหน้าที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในยุคประชาธิปไตยเบ่งบานหลัง ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖

          ดังนั้นเวลาไปไขตู้ ปณ.ในตัวเมือง จะมีหนังสือใหม่ๆ ส่งไปถึงพวกเราทุกครั้ง ทั้งพ็อกเก็ตบุ๊ค นิตยสาร หนังสือพิมพ์ จนเถียงนาน้อยของเรากลายเป็นห้องสมุดน้อยๆ ขึ้นมา มีคนหนุ่มสาวแวะเวียนไปพลิกอ่านอยู่เป็นประจำ

          คนหนุ่มสาวในเวลานั้นส่วนใหญ่ลืมเลือนตัวหนังสือไปมากแล้ว เนื่องจากหลังจบ ป.๔ ออกมาแล้วก็ไม่ค่อยได้ใช้ตัวหนังสือ ส่วนมากใช้เวลาอยู่ในไร่นา

          เวลาจะเขียนจดหมายไปจีบสาวก็เขียนไม่เป็น

          ต้องไหว้วานพรรคพวกที่อ่านออกเขียนได้ ซึ่งก็มีน้อยคนเต็มที

          จึงมีเสียงเรียกร้องให้พวกเราสอนหนังสือให้

          ผมเคยนำเรื่องนี้ ไปปรึกษานายอำเภอและศึกษาธิการอำเภอในเวลานั้น เพื่อขอตั้งโรงเรียนการศึกษา ผู้ใหญ่ แต่ก็ไม่เป็นผล จึงได้ตกลงใจจัดเป็นกิจกรรม “ฝ่ายการศึกษาของกลุ่มเยาวชนซับแดง”

          ด้วยเหตุที่มีกิจกรรมนี้เกิดขึ้น บวกกับการรวมกลุ่มชาวบ้านขึ้นเป็นกลุ่มอาชีพ ทำกิจกรรมพึ่งตนเองในเรื่องเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ ทำให้พวกผมแทบจะเอาชีวิตไม่รอดในเวลาต่อมา

          ตุลยเทพ สุวรรณจินดา สมบูรณ์ สุขสำราญ เขียน ธีระวิทย์ เขียนรายงานการสำรวจ “ซับแดง : หมู่บ้านเคียวเกี่ยวดาว” (๒๓ ธันวาคม ๒๕๑๗) สำนักพิมพ์พิฆเณศ จัดพิมพ์เมื่อปี ๒๕๑๘ เอ่ยถึงผมและชาวซับแดงว่า...

          “...นายสมคิด สิงสง อายุประมาณ ๒๔ ปี เกิดและเติบโตในหมู่บ้านซับแดง ได้รับการศึกษาจบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนในหมู่บ้าน เนื่องจากฐานะทางเศรษฐกิจค่อนข้างดี จึงได้รับการศึกษาจนจบชั้น ม..๕ และเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์... ในช่วงที่อยู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายสมคิดมีความเชื่อว่าตนเองไม่อาจจะอยู่ในแวดวงของสังคมไทยส่วนย่อยเช่นนี้ ความแตกต่างของสังคมเมืองกับสังคมชนบทที่เขามีประสบการณ์แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ทำให้เขามองเห็นความแตกต่างระหว่างชนชั้นที่ตกอยู่ภายใต้ระบบเศรษฐกิจที่ไม่สามารถกระจายรายได้ไปสู่ชนส่วนใหญ่ได้อย่างเป็นธรรม ชนชั้นเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้ระบบการบริหารราชการแบบเจ้าขุนมูลนาย การเล่นพรรคเล่นพวก และการฉ้อราษฎรบังหลวง เมื่อคำนึงถึงระบบการศึกษาแบบแพ้คัดออก นายสมคิดเห็นว่าเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการศึกษา โอกาสที่จะได้รับการศึกษาของประชาชนส่วนใหญ่มีอยู่น้อย ทั้งยังถูกจำกัดด้วยระบบการบริหาร การเมือง และความไม่เป็นธรรมในการกระจายทรัพยากรของชาติอีกด้วย นายสมคิดเชื่อว่าระบบการศึกษาที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไม่ได้เป็นไปในทางสร้างสรรค์ และอำนวยประโยชน์ให้แก่ประชาชนส่วนรวม ในที่สุดนายสมคิดจึงลาออกจากมหาวิทยาลัยในปีที่ ๔... ความเป็นผู้นำของนายสมคิดส่วนหนึ่งได้มาจากสถานะทางการศึกษา ในภาวะที่ชาวบ้านเกือบทั้งหมดมีระดับการศึกษาต่ำ การได้เข้าศึกษาถึงขั้นมหาวิทยาลัยนับว่าเป็นเกียรติอย่างสูงและแสดงถึงความสามารถทาง สติปัญญา การมีเกียรติทางการศึกษานำมาซึ่งความนับถือและเลื่อมใส

สมคิด สิงสง ในบทบาทครูอาสาสมัครแต่ยังเสี่ยงต่อ การปราบปราม

          นายสมคิดมีความรู้สึกผูกพันกับบ้านเกิดของตนเองอย่างมาก จากประสบการณ์ที่ได้เกิดเป็นลูกชาวนา คลุกคลีกับชาวบ้านซึ่งเข้าใจถึงปัญหาของชาวซับแดงค่อนข้างดี เขาตระหนักดีถึงระบบเศรษฐกิจที่ชาวไร่ชาวนาถูกเอาเปรียบ ตระหนักถึงปัญหาการขาดการศึกษาและการถูกฝ่ายปกครองทอดทิ้ง ....

          ....ในระยะที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ นายสมคิดได้กลับมาเยี่ยมภูมิลำเนาเดิมเสมอ... ระยะหลังๆ เขาได้ทำตัวเป็นปากเสียงแทนชาวบ้านในการติดต่อกับราชการ ชี้แนะให้ประชาชนรู้จักสิทธิของตนเองมากขึ้น การที่ประชาชนตระหนักถึงสิทธิของตนเองมากขึ้น ย่อมเป็นผลดีแก่ชาวบ้านในการต่อรองกับข้าราชการที่มีทัศนคติ “เจ้านาย” ในส่วนตัวของนายสมคิดย่อมจะได้รับความนับถือยกย่องจากชาวบ้าน แต่ในสายตาของ “เจ้านาย” การที่ประชาชนตื่นตัวในสิทธิของตนเองมากขึ้น ถือว่าทำให้การปกครองชาวบ้านยากขึ้น เขาจึงถูกมองในฐานะเป็นผู้เสี้ยมสอนให้ชาวบ้าน “กระด้างกระเดื่อง” ต่อทางการ...

นักเรียนส่วนหนึ่ง ผู้ใหญ่บ้านยืนกลาง สมคิดยืนขวาสุด ยืนที่ ๓ จากขวาคือประเสริฐ จันดำ

          การที่เป็นผู้ได้รับการศึกษาดี นายสมคิดจึงได้รับการยกย่องนับถือในฐานะเป็นผู้นำทางสติปัญญา การเป็นปากเป็นเสียงแทนชาวบ้านทำให้เขามีฐานะเป็นเสมือนที่พึ่ง เป็นเกราะที่คุ้มครองจากการใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบของข้าราชการ จากการพูดคุยกับชาวบ้าน คณะผู้สำรวจมีความเชื่อว่าชาวบ้านให้ความไว้เนื้อเชื่อใจนายสมคิดมาก....

          เมื่อกลางปี พ.. ๒๕๑๗ นายสมคิดกับเพื่อน อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกัน คือนายประเสริฐ จันดำ ซึ่งมีทัศนคติเกี่ยวกับสังคมคล้ายคลึงกันได้ร่วมมือกันจัดตั้งฝ่ายการศึกษากลุ่มเยาวชนซับแดงขึ้น ซึ่งนับได้ว่าเป็นวิธีการให้การศึกษาแบบนอกระบบ บุคลิกและพฤติกรรมของนายสมคิดกับเพื่อนนี้ถูกเพ่งเล็งจากทางราชการว่าเป็น “ภัยต่อความมั่นคงของชาติ” และบุคคลทั้งสองถูกมองว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ร้ายไปยิ่งกว่านั้น เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้เสี้ยมสอนลัทธิคอมมิวนิสม์และส้องสุมผู้คนเพื่อการปฏิวัติตามอุดมการณ์คอมมิวนิสม์ เจ้านายระดับสูงของจังหวัดและอำเภอจำนวนมากเชื่อว่าอิทธิพลของนายสมคิดครอบคลุมเหนือชาวบ้านซับแดง และเจ้าหน้าที่บางคนไม่ลังเลใจที่จะกล่าวว่า “บ้านซับแดงเป็นหมู่บ้านคอมมิวนิสต์”...

พี่เณรและหนูๆ เราเกิดผิดที่หรืออย่างไร? นี่คือบรรยากาศฝ่ายการศึกษาของกลุ่มเยาวชนซับแดงยามค่ำคืน

          ...เราทราบก่อนการเข้าไปสำรวจหมู่บ้านซับแดงว่าที่นี่มีหน่วยการศึกษาผู้ใหญ่ เป็นขบวนการศึกษานอกระบบ ... เราได้รับข่าวนี้จากนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น... ข้อมูลที่ได้จากนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นกับของนายสมคิดกับนายประเสริฐเกี่ยวกับความเป็นไปของหน่วยการศึกษาแห่งนี้ตรงกัน บางอย่างขัดกับของผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ เราจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษในการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการศึกษานอก ระบบแห่งนี้...

          ...ทางแยกเข้าหมู่บ้านซับแดง มีเสาปักปิดป้าย “ทางเข้าบ้านซับแดง” ที่โคนต้นไม้ ใกล้ๆ กับป้ายนี้มีป้าย “ฝ่ายการศึกษากลุ่มเยาวชนซับแดง” ประกอบด้วยรูปเคียวเกี่ยวดาว...

          ...เราถามความหมายของรูปเคียวเกี่ยวดาว นายประเสริฐ จันดำ อธิบายว่าเคียวแทนชาวนา ดาวนั้น อยู่บนท้องฟ้า ความหวังของชาวนาอันแร้นแค้น... ดูช่างเลื่อนลอยดังความหวังที่จะเกี่ยวดาว ซึ่งไม่มีทางสำเร็จได้ ว่าแล้วนายประเสริฐ ซึ่งเป็นนักประพันธ์ร้อยกรองชั้นดีคนหนึ่งก็ท่องคำกลอนประกอบเคียวเกี่ยวดาวที่ตนได้ ประพันธ์ไว้ให้ฟังว่า

                   เคียวคมเราถือชู        ทำงานอยู่ในทุ่งกว้าง

          เมื่อไรไร่นาร้าง                  เราจะเกี่ยวดาวมากิน

                   เคียวบางข้างคมบาด  เลือดแดงสาดหยดสู่ดิน

          เกี่ยวข้าวให้คนกิน               อย่าหมายหมิ่นผู้ถือเคียว

                   ดาวรายพรายนภา      ไม่มีค่าสักดวงเดียว

          ตราบใดยังไร้เคียว               ที่จะเกี่ยวกลมเกลียวดาว

                   คมเคียวเกี่ยวคอคน    ผู้กดขี่กินแรงคาว

          โจษจันกันเกรียวกราว          เราเกี่ยวดาวมาไว้ดินฯ....”

          บทกวีชิ้นนี้ต่อมากลายเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้าน “ซับแดง : ที่ซึ่งชาวนาเก็บเกี่ยวความใฝ่ฝัน”





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
suksabuy วันที่ : 31/12/2010 เวลา : 21.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suksabuy

จงประสผลสำเร็จทุกประการ
โชคดีมีสุขทุกทิวาราตรี
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔ .....ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ก่อพงษ์ วันที่ : 31/12/2010 เวลา : 07.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gorbhong

ขอบพระคุณครับ

มั่งคั่งความสุขปีใหม่ครับพี่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]