• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172595
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันอังคาร ที่ 4 มกราคม 2554
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 1169 , 10:18:25 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          สมคิด สิงสง  เป็นหนึ่งในบัญชีแดงของพวกมัน !

          โป้ง!!

          เสียงคำรามลั่นของยมทูตดังขึ้นเหนือเนินซับแดง มันแหวกราตรีเดือนเพ็ญพุ่งเข้าหาสองสหายที่กำลังขับรถมอเตอร์ไซค์ซูซูกิ A๑๐๐ สีแดง (พาหนะที่ซื้อมาในนามชมรมชาวไร่มันสำปะหลัง และดาวน์มาขี่ได้ประมาณ ๑ เดือน) มุ่งตรงกลับบ้าน

          เจ้าของแห่งความตาย ยืนดักตรงหน้า มองเห็นชัดเจนว่ามันยืนเอาผ้าคลุมหัว อยู่ข้างทาง (ด้านขวามือ) ตรงข้ามกับพวกเขา คืนนั้น เป็นปลายตุลาคม ๒๕๑๗ เป็นปีที่กิจกรรม "ซับแดง" กระหึ่มไปทั่วทั้งวนา และนาคร

          ประมาณ ๑๙.๐๐ น. สมคิดขับรถซ้อนมากับนายสนั่น  กางทา หรือ มหาเสริฐ (ผู้ใหญ่บ้านซับแดงคนปัจจุบัน-เวลานี้เป็นรองนายก อบต.ซับสมบูรณ์) คืนนั้นสมคิด พกปืน ๒ กระบอก แต่มือทั้งสองกลับทำหน้าที่อยู่กับแฮนด์มอเตอร์ไซค์ มันไม่ว่างพอที่จะโต้ตอบสุนัขลอบกัดตัวนั้น ซ้ำก็คือ คล้ายว่าถูกยิงเข้าให้แล้ว..มีบางสิ่งบางอย่างเย็นเยียบเข้าไปในตัวตน ขณะที่รถซึ่งขับอยู่ส่ายไหวประหลาด แน่นอนสติสัมปชัญญะวูบวับคล้ายเกิดอาการวิงเวียน

          "ฮ่วย บ่แม่นเฮาถูกยิงแล้วบ่ มหา..?" 

          "สิบ่แม่นบ่ คือเป็นเจ็บ ๆ "

          สังหรณ์บางอย่างบอกให้รู้ว่าไปข้างหน้าไม่ได้เป็นเด็ดขาด  มือประคองรถมาถึงโนนโคกซับแดง ( ..ซับสมบูรณ์ฯ ปัจจุบัน) จึงตัดสินใจเลี้ยวลงขวามือ  พลันรถก็โจนลงบวกควาย (ปลักตม) สำลักขี้ตมดับเงียบ ตอนนี้ล่ะที่สมคิดทราบว่าถูกยิงเข้าแล้วจริงๆ ส่วนสนั่นถูกปืนเข้าที่หัวเข่าด้วยเช่นกัน คนเจ็บน้อยพยายามพยุงคนเจ็บมาก ยักแย่ยักยันขึ้นจากบวกควายนอน ล้มปลิ้นล้มหงายในอันที่จะนำรถนำคนขึ้นจากปลักเลน ที่สุดได้คน (สมคิด) มา พากันลากสังขารไปถึงสนามโรงเรียนบ้านซับแดง (โรงเรียนประถมศึกษา)  

          "ไหวไหมพี่?" มหาเสริฐถามกระเส่าก่อนจะครางอูยย์...

          "พอไหวอยู่ แต่ไปต่อไม่ได้.. เอางี้  ปล่อยพี่ไว้นี้แหละ เสริฐเข้าไปบอกบ้านเฮาเด้อ ให้เพิ่นไปแก้งคร้อ ไปหาหมอบรรจบ บอกเพิ่นว่าเฮาถูงยิง เพิ่นจะรู้เองหรอก เด้อ เอาอย่างงี้เนาะ..."

          เพื่อนต่างวัยละล้าละลัง แต่ต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่สุดตัดสินใจวางร่างระโหยอันเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดไว้เดียวดายที่เดิ่นโรงเรียน หอบหัวเข่าพิการโขยกเขยกเข้าสู่หมู่บ้าน

          สมคิด สิงสง  นอนนิ่งเงียบอยู่ในความมืด กัดฟันกรอดเมื่อขยับร่างที ระบมร้าวไปทั่วสรรพางค์กาย เขารู้แล้วว่าถูกคมกระสุนเจาะเข้าไปที่ใดบ้าง มีทั้งนอนนิ่งอยู่ในตัวเขา และทะลุออกไปยังโลกภายนอก โคนขาถูกยิงทะลุ  อีกข้างกระสุนฝังใน รวมถึงบริเวณลำตัวใต้บั้นเอวลงมาถูกลูกหว่านเจาะเข้าทักทายหลายแห่ง  มาทราบตอนหลังว่าเป็นกระสุนลูกซองสั้นเบอร์ ๑๒ หรือที่เรียกกันว่าลูกเก้า

          คืนนั้น ถ้าเขาไม่ได้ใส่เสื้อเกราะสนาม  กลายเป็นสัง (ตาย) ไปแล้วจริงๆ หรือหาก มือปืนกระดกปืนสูงขึ้นมาหน่อย ลำคอ ใบหน้า ศีรษะ ฯ เละเหมือนกัน ...

          ก่อนหน้านี้มีบุคคลคนหนึ่งชื่อสยาม  มาบอกกับเขาว่า

          "พี่ เขาจะฆ่าพี่นะ ระวังตัวด้วย"

          "คุณรู้ได้อย่างไง?"

          "เขามาจ้างผม..."

          "เขาไหน?" สมคิดถามกลับติดตลกตามนิสัย

          "เขาไหน ผมบอกไม่ได้ เอาเป็นว่ามันให้ผมยิงพี่ล่ะ แต่ผมไม่รับงานนี้"

          จิ้งจกทักยังต้องฟัง  คนมาพูดบอกว่ามีคนปองร้ายขนาดจ้างมือปืนมาฆ่ามาแกง ต้องยิ่งกว่าฟัง วันถัดมาสมคิดจึงนำเรื่องไปเล่าให้คุณหมอบรรจบ (นามสกุลจำไม่ได้) ที่โรงพยาบาลอำเภอแก้งคร้อฟัง

          "คุณหมอ เตรียมพร้อมไว้ด้วยนะครับ ผมอาจถูกยิงในเร็วๆ นี้"

          "พูดเป็นเล่นไปได้น่า คุณสมคิด"

          "จริงครับ ผมได้ข่าวมาอย่างนั้น"

          จากข่าวนี้ที่ทำให้เขาขวนขวายหาเสื้อเกราะสนามมาสวม แม้ไม่กลัวแต่ไม่ประมาท  ไปไหนมาไหนเขาจึงอยู่ภายใต้เสื้อเหล็กหนักอึ้ง คืนนั้นเขาสวมทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตฟิลด์

คืนนั้น คือหลังจากได้ข่าวแล้ว ๕ วัน ถ้าเขาตัดสินใจผิด ขับตรงไปข้างหน้า "เสื้อเกราะ" คงป้องกันชีวิตเขาลำบาก เนื่องจากจะถูกถล่มด้วยอาวุธสงครามนานา 

          มาทราบทีหลังว่าพวกมันวาง "มือฆ่า" ไว้สามจุด  เขาผ่านจุดแรกมาได้อย่างไร ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากรู้  แต่มีคนมาออกปากว่าจัดการไม่ทัน  กระทั่งผ่านขึ้นเนินมาที่จุดสอง  มือปืนผ้าคลุมหัวจึงมีโอกาสเหนี่ยวไก จุดสามคือตรงที่ทางเข้าหมู่บ้านซับแดง ตรงนี้แหละที่พวกมันวางไว้ว่าต่อให้มีปีกบินก็ไม่รอด 

          พวกมันจอดรถตู้ดักรอเลยทีเดียว!

          อีกสามปีต่อมา (๒๕๒๐) ความลับเหล่านี้ถูกเปิดเผยขึ้นที่งานเลี้ยงแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ "ถ้าคนของเรามีฝีมือมากกว่านี้ คงไม่รอดไปได้..." และข่าวการพูดคุยนี้ถูก ส่งถึงเขาที่สำนัก A๓๐ ซึ่งอยู่เขตแดนระหว่างจีนกับลาว

          เมื่อคุณหมอบรรจบมาถึง จัดการพยาบาลเขาทันที  โดยใช้สำลีจุ่มแอลกอฮอร์แล้วหมุนเข้าไปในรูกระสุน แรกๆ ไม่เจ็บเลย เย็นจ้อยสบาย แต่พักหลังต้องกัดฟันกรอดๆ บิดตัวเร่าๆ เขาถูกนำตัวไปที่อนามัยอำเภอแก้งคร้อ  ซ่อนตัวรักษาบาดแผลอยู่ที่นั้นจนดีขึ้นตามลำดับ

          วันที่ถูกยิง ประเสริฐ จันดำ ไม่อยู่  เขาไปภาคเหนือกับพัลลพ แต่ข่าวปรากฏในสื่อหนังสือพิมพ์ว่าเขาถูกยิงพร้อมประเสริฐ  จันดำ ความจริงเป็นคนละ "เสริฐ" กัน  และวันนั้นมหาเสริฐ (สนั่น) เองไม่ต้องการเปิดเผยตัว ไม่เคยคิดจะลุกขึ้นมาแก้ข่าวแต่ประการไร

ข่าวสมคิด สิงสง  ถูกดักยิงกระจายไปอย่างรวดเร็ว ดร.เขียน ธีรวิทย์ และวิทยากร เชียงกูล คือคณะแรกที่รุดมาเยี่ยมยามถามข่าว พร้อมเสนอให้นำตัวสมคิดเข้าไปรักษา ที่กรุงเทพฯ แต่เขาปฏิเสธ

          "ถ้ามันจะตายจริงๆ ขอตายที่บ้านเกิด ตายมันที่ซับแดงนี่ล่ะ" เขายังบอกกับเพื่อนอย่างหนักแน่นว่าสามารถยืนหยัดอยู่ได้..

          ตั้งแต่คืนที่สมคิดถูกยิง ชาวบ้านซับแดงพร้อมอาวุธ (ตามที่หาได้) ครบมือ ได้จัดเวรยามรักษาหมู่บ้านอย่างเข้มแข็ง ส่วนหนึ่งได้เข้ายึดสถานีอนามัยไว้พร้อมกับตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นว่า "คนในไม่ให้ออก คนนอกไม่ให้เข้า" 

          แน่นอนบรรยากาศของซับแดง เกิดอาการไม่มีใครไว้ใจใคร ตอนนั้นพวกเขาพูดว่าถ้าคนแปลกหน้าเดินเข้ามา ไม่ต้องถาม ยิงได้ทันที... ตอนนั้นข่าวบ้านนาทรายถูกเผาวายวอด กำลังเป็นที่โจษขานในหมู่ชาวบ้าน และสถานการณ์กำลังถูกปั่นให้เป็นไปในทำนองเดียวกัน ทุกคนจึงหวั่นกันอย่างยิ่งว่าซับแดงจะตกอยู่ในชะตาเดียวกับนาทราย !

          แน่นอนซับแดงถูกทาสีเสียเปรอะ สถานการณ์เสมือนเตะลูกไปเข้าเท้าฝ่ายตรงข้าม รัฐกล่าวหาว่าซับแดงกำลังจะทำตัวเป็นเขตปลดปล่อย มีการซ่องสุมกำลังเพื่อจะล้มล้างระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  ตอนนั้นยามค่ำคืน จะมีเครื่องบิน บินผ่านมาทางซับแดงออกไปทางเขาภูผาเพ บางครั้งเสียงสนั่นหวั่นไหว ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นของฝ่ายไหน ที่แน่ๆ กำลังเกิดสงครามเวียดนาม ไทยอนุญาตให้สหรัฐอเมริกาใช้เป็นฐานทัพ ขนอาวุธไปถล่มเพื่อนบ้าน เช่นที่ฐานทัพอู่ตะเภา เป็นต้น เครื่องบินบี ๕๒ บรรทุกลูกระเบิดจากฐานฯ อู่ตะเภามักจะบินผ่านแถวนี้ ไม่ว่ากลางวันกลางคืน จะได้ยินมันแผดคำรามให้ตระหนกตกใจอยู่บ่อยๆ บางทีเครื่องบินจากฝ่ายสร้างสถานการณ์ อาจเข้าผสมโรง อย่างเช่นตอนกลางคืนจะมาบินวนส่องไฟวาบๆ อยู่แถวตีนเขาแล้วหายไปในความมืด

          ทุกอย่างประจวบเข้ากันไปหมด  เพราะวันหนึ่ง ชาวบ้านซับแดงได้เดินขบวนไปร่วมชุมนุมเรียกร้องขอ ความเป็นธรรม เกี่ยวกับที่ทำกินในตัวเมืองขอนแก่น (๒๕๑๗) เผอิญมีเด็กหนุ่มชาวซับแดงคนหนึ่งขึ้นพูดบนเวที  พูดจาฉะฉาน มีเหตุมีผล จนอาจารย์ ดร.เขียน ธีรวิทย์ ที่มาสังเกตเหตุการณ์สงสัยว่าคนพูดเป็นใคร เป็นนักศึกษา หรือชาวบ้าน  เมื่อเขาพูดจบเรียกมาถามหรือชวนพูดคุย

          "เป็นคนบ้านซับแดงครับ"

          ตรงนี้แหละที่อาจารย์เขียนฉุกคิดและเป็นกังวล ว่าซับแดงอาจจะเป็น "นาทราย" รายต่อไป จึงกลับไป ตั้งทีมงานขึ้นเพื่อศึกษาข้อมูลต่างๆ ...  คณะทำงานได้มาสำรวจข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ไม่ว่าชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่นผู้ว่าฯ ผู้กำกับ ฯลฯ หลังจากรวบรวมข้อมูลเสร็จแล้วกลับไปพิมพ์หนังสือออกมาเล่มหนึ่งโดยวันแถลงข่าวคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาร่วมรับฟังด้วย

          วันนั้นซับแดงได้ส่งตัวแทนไปร่วมด้วยสามสี่คน เช่นตาผิว สนั่นและสมคิด เป็นต้น ปรากฏว่ามีสื่อมวลมาเตรียมทำข่าวมากมาย ประชาชนสนใจเข้าฟังก็มาก แต่กลับปรากฏเหตุการณ์ประหลาด "คนของทางการ" ไม่มาร่วมงานสักคน ตอนหนึ่งผู้สื่อข่าวถามคณะผู้จัดงานว่า "ทำไมไม่เห็นตัวแทนทางราชการมาสักทีนะ"

          พอดีสมคิดเหลือบไปเห็น พ..วีระ ชินวัตร และ พ..หาญ พงศ์สิตานนท์  นั่งอยู่แถวหลังสุด จึงบอกไปว่า

          "มีทางการมาอยู่ด้วยเหมือนกัน แต่ครั้งนี้คงมาไม่เป็นทางการใช่ไหมครับ เออ เชิญถามท่านได้เลย"

มีเสียงฮือฮาดังขึ้น จากนั้นผู้สื่อข่าวก็บินเข้าตอมนายทหารทั้งสองชนิดตั้งตัวตั้งหลักไม่ทันทีเดียว ต่างขอสัมภาษณ์จ้าละหวั่น แม้นายทหารท่านจะตอบว่าไม่มาเป็นทางการ ผมมาเป็นการส่วนตัว  ผมทราบว่าเหตุการณ์ที่ซับแดงไม่มีอะไร ผมเข้าใจ ผมเข้าใจ...

          จากการสัมภาษณ์ด้วยใจครั้งนั้น ทำให้นายทหารทั้งสองอยู่กันลำบาก  อึดอัดขัดข้อง จน พ..หาญ ตัดสินใจลาอออกจากราชการ คนอื่นที่เหลือก็เดือดร้อนตามๆ กัน ทั้งหมดถูกลงโทษฐานพูดความจริงเกินไป ความจริงที่ไม่สอดคล้องกับทางการ และเป็นความจริงที่อำนาจไม่ต้องการ...

          ซับแดงตกอยู่ในอาการหวาดผวา เพราะมีคนมาปล่อยข่าวต่างๆ นานา บางคืนมีเครื่องบินมาบินวนเวียนเหมือนกำลังจะหย่อนระเบิดลงใส่ให้ราบพนาสูร มีการส่งไส้ศึกเข้ามาแยกทำลาย ปั่นป่วนสารพัด แต่ส่วนมากยังยืนอยู่ข้างสมคิด แน่นอน “ผู้เข้าข้าง” ย่อมมีหน่วยสอดแนมของรัฐปนอยู่ด้วย  อย่างที่ทราบเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบเสียแล้ว  ปรากฏกลุ่มต่างๆ ขึ้นมากมาย  บางกลุ่มจัดตั้งเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม เช่นกระทิงแดง นวพล

          ใช่ล่ะ ปฏิบัติการของกลุ่มเหล่านี้ฮึกเหิมและได้ใจ ใช้อำนาจในมือเที่ยวจัดการเข่นฆ่าใครต่อใครหลายคน โดยการปลุกกระแสของหัวขบวน สร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนและยัดเยียดข้อหาให้ฝ่ายตรงข้าม แต่สมคิดไม่ย่อท้อ สร้างเสริมอาวุธทางปัญญา และสะสมอาวุธปืนป้องกันตัวด้วยเหมือนกัน

          ผ่าซี ลูกปืนสมัยนั้นหาง่ายจะตาย  ราคาลูกละ ๑.๕๐ บาท รวบรวมมาได้เป็นเข่ง แต่เชื่อไหมไม่เคยได้ใช้ยิงใครเลย อย่างเก่งแค่ฝึกยิงเป้าตามหัวนาปลายไร่

          การต่อสู้ในเมืองหลวงยังระอุ ต่างชิงไหวชิงพริบ ขณะที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้ทางการเปิดให้มีการเลือกตั้ง ส.. โดยเร็ว 

          ที่สุดการรับสมัครเลือกตั้ง ส.. ก็เกิดขึ้นในปี ๒๕๑๘ ตอนแรกมีข่าวเกี่ยวกับ คุณสมบัติของผู้ที่จะรับเข้ารับเลือกเป็น ส.. ว่าจะต้องมีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ สมคิดเองคิดว่างานนี้ต้องคลุกวงในให้ได้ โดยเตรียมที่จะลงสมัคร ส.. ในนามพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย  แต่เอาเข้าจริง เขากำหนดอายุผู้สมัครไว้ที่ไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปี  สมคิดจึงไม่มีสิทธิ์ด้วยประการฉะนี้

          ตอนนั้น ถ้ามีสิทธิ์ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าจะไม่มี ส..ชื่อสมคิด สิงสง  เนื่องจากกระแสนิยมพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยมาแรงจริงๆ คนหนุ่มเลือดใหม่ต่างเข้ามาเพียบ เช่นสุทัศน์ เงินหมื่น อุดร ทองน้อย ประยงค์ มูลสาร เป็นต้น  ที่จังหวัดชัยภูมิ คุณสมัคร ชาลีกุล ในนามพรรคแนวร่วมสังคมนิยม ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง และแล้วสภาฯ ถูกยุบ  มีการเลือกตั้งผู้เทนฯ ในปีถัดมา (๒๕๑๙) สมคิด สิงสง อายุครบตามกำหนดพอดี  จึงอาสาวัดดวงในเขต ๓ จังหวัดขอนแก่น สังกัดพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย  ปรากฏว่าได้คะแนนมาแค่ ๓ พันกว่าคะแนน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Thaihippy วันที่ : 04/01/2011 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thaihippy

ไม่ได้พบกันนานแล้ว..

แวะมาสวัสดีปีใหม่..

นายเม็ดฝุ่น เองครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สมคิด_สิงสง วันที่ : 04/01/2011 เวลา : 10.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang

>>จ่าจินต์
ขอบคุณครับคุณจ่า ทำไงจะได้หนังสือตำรวจบ้าบุญทั้ง ๒ เล่มหนอ?

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 04/01/2011 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

สวัสดีปีใหม่..
2554
สุขกาย..
สุขใจนะครับผม..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]