• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172294
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันพฤหัสบดี ที่ 6 มกราคม 2554
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 1213 , 02:05:40 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(ซ้าย) เศษเสี้ยวที่เหลือแห่งกาลเวลา : โปสเตอร์รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๙ ในนามพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย            

สังคม เภสัชมาลา บันทึกถ้อยคำที่ผมกับสนั่น กางทา เล่าให้ฟัง...

          “..ปี พ..๒๕๑๙ คาราวานนำโดย หงา-สุรชัย จันทิมาธร มาเปิดแสดงที่ซับแดง แล้วย้ายการแสดงไปเรื่อยๆ สมคิดและเพื่อนติดตามคาราวานลงไปกรุงเทพฯ พักอยู่บ้านเช่าคาราวาน ส่วนมหาเสริฐหรือสนั่น กางทา ไปเดินเตร่อยู่แถวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในขบวนการประท้วงการกลับมาของจอมพลถนอม กิตติขจร

          แต่เหตุการณ์ไม่ค่อยจะดีเสียแล้ว มีการปะทะกันระหว่างกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการเดินขบวนของนักศึกษา มีการจับนักศึกษาผู้บริสุทธิ์แขวนคอ  มหาเสริฐได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์สยองนั้นด้วย เขาเป็นห่วงสมคิดว่าอยู่อย่างไร ในภาวะอึมครึมเช่นนี้จะคิดอ่านอย่างไรต่อไป 

          ครั้นตอนเช้าตรู่ ของวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ มีเหตุการณ์ยิงกัน การชุมนุมกลายเป็นสนามนองเลือด ตอนนี้ล่ะที่นักศึกษาประชาชนแตกพ่าย ไปทิศ ไปทาง สนั่น กางทา นั่งแท็กซี่มาบ้านพักของ หงา - คาราวาน อย่างอกสั่นขวัญแขวน เพราะตอนนั้นพวกกระทิงแดง นวพล พร้อมที่จะห้ำหั่นฝ่ายนิสิตนักศึกษาทุกขณะ ขอให้ทราบเถอะว่าพวกอยู่ไหน  โชคดีที่วันนั้นหลุดมาได้อย่างปลอดภัย  โดยนั่งรถมาลงที่สี่แยกสะพานควาย ไปพบสมคิดและเพื่อน ซึ่งกำลังปรึกษากันอยู่ว่าจะไปที่ไหน อย่างไร

          ๑๐.๐๐ น. ออกจากบ้านคาราวาน จับรถมาลงที่อำเภอปากช่อง  เข้าพักที่โรงแรมวันชัย (โรงแรมปากช่อง) รุ่งขึ้น (๗ ตุลาคม ๒๕๑๖) จึงเข้าไปที่ไร่ธารเกษมของคำสิงห์ ศรีนอก (ลาว คำหอม) ไปได้ไม่ถึงชั่วโมง ภรรยาลุงคำสิงห์ (ป้าตุ่น) ตะโกนบอกว่า "ทหารมา หลบออกไปก่อนได้ไหม?"

          จากคิดว่าจะได้กินกาแฟร้อนและหอมกรุ่นจากฝีมือป้าตุ่น กลายเป็นตาลีตาเหลือก หลบเข้าไปซ่อนอยู่ในป่าหญ้าคอมมิวนิสต์สากคาย นิ่งเงียบอยู่ภายใต้อกระทึก เบิ่งมองมาทางบ้านคำสิงห์  ซึ่งช่วงนั้นเป็นตอนที่เขาปล่อยวัวออกจากคอกพอดี  จึงไม่ทราบว่าไหนขาวัว ขาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร มันเยอะจริงๆ ลายตาไปหมด

          จนกระทั่งเจ้าหน้าที่กลับออกไป  เขาและมหาเสริฐ จึงค่อยคลานย่องแย่งออกมาจากป่าหญ้าคอมมิวนิสต์

          ทั้งสองทำลายบัตรประจำตัวประชาชน หลักฐานต่างๆ ของตัวเองแทบทุกอย่าง ก่อนที่จะเดินทางออกมาจากไร่ธารเกษม  ถึงตอนนี้ต้องคิดอ่านเรื่องเปลี่ยนรูปลักษณ์เสียแล้วทำตัวให้เป็นชาวบ้านมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ไปขอซื้อกล้วย ซื้อของหิ้วพะรุงพะรัง เหมือนตาสีตาสาจอมเปิ่น นั่งรถสองแถวจากปากช่องมาลงที่สีคิ้วก่อน แล้วค่อยต่อรถมาที่ชัยภูมิ ถึงชัยภูมิเวลาประมาณ ๕ โมงเย็น ไปขอนอนที่วัดบ้านโนนสาธร เผอิญเด็กวัดจับปลามาได้มากโข จึงแบ่งให้เป็นกับข้าวมื้อเย็น 

          รุ่งขึ้น (๘ ตุลาคม ๒๕๑๙) เดินเท้าออกจากวัดมาถึงโรงต้ม สี่แยกนอกเมืองจังหวัดชัยภูมิ ตอนแรกคิดว่าจะเดินทางกลับซับแดงเลย แต่มาเปลี่ยนใจกลางทาง จับรถโดยสารสีส้มสายชัยภูมิ-ชุมแพ มาลงทางแยกเข้าอำเภอคอนสวรรค์ โชคดียิ่งที่ไม่ไปถึงช่องสามหมอ หรือเข้าไปซับแดง เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจอยู่ตรงนั้น  สังหรณ์ครั้งนี้ช่วยเขารอดมาได้อย่างประหลาด  ลงรถแล้วเดินลัดเลาะเข้าป่าเข้าพงมาที่ห้วยสามหมอ  ซึ่งปีนั้นน้ำกำลังไหลเชี่ยวหน้ากลัว  กระนั้นต้องตัดสินใจว่ายข้ามไปให้ได้  วิธีว่ายไม่ยากหรอก ทิ้งตัวลงไป ประคองตัวปล่อยให้น้ำมันพัดไปเรื่อยๆ จะสามารถเข้าหาฝั่งตรงข้ามได้เอง แต่ที่ยุ่งยากคือกลัวว่าปืนมันจะเปียก จึงต้องว่ายน้ำแบบมืออีกข้างยกปืนไว้เหนือน้ำตลอด  เมื่อข้ามไปได้ปรึกษากันว่าจะไปปรากฏตัวไม่ได้หรอกเนาะ เพราะไม่รู้ว่าบ้านเราจะมีเหตุการณ์อะไรไหม?

          ปรึกษาหารือกันอย่างนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่กลับบ้าน เพียงแต่รอดูสักระยะ ช่วงรออยู่นี้น่าจะมีข้าวน้ำลูบท้อง รองท้องไว้บ้าง พูดง่ายๆ คือหิวจนตาลาย พยายามเดินเลียบเลาะตัดเข้าเขตบ้านซับแดง

บ้านเลขที่ ๑ บ้านซับแดง ตำบลโพธิ์ไชย อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น (ในเวลานั้น) คือบ้านเกิดของสมคิด รกของเขาฝังอยู่ใต้บันไดเรือนหลังนี้ เรือนเครื่องสับหลังนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยจากหลังคาแป้นเกล็ดในยุคบุกเบิกต่อมากลายเป็นหลังคาสังกะสีมีการต่อเติมด้านทิศตะวันออกแต่ไม่เคยแล้วเสร็จจนกระทั่งผุพังไปตามอายุขัยเวลานี้รื้อถอนลงแล้วโดยสร้างหลังเล็กยกพื้นเตี้ยชั้นเดียวขึ้นมาแทนจึงมีที่ว่างเหลือพอสำหรับสร้างเรือนไม้ไผ่ใช้เป็นศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการเป็นระบบลุ่มน้ำและรับรองแขกเหรื่อที่เดินทางไปเยี่ยมเยียนและศึกษาดูงานทั้งไทยและเทศ 

          ๑๐ ตุลาคม ๒๕๑๙ หลบไปอยู่ป่ากล้วยนายทอง หล่มแสง  วันนั้นตรงกับวันออกพรรษาพอดี  ที่วัดจึงมีงานเทศกาลแห่เทศน์กัณฑ์หลอนกัน

          กำลังจะกินขนมเส้นกับข้ามต้มมัดที่มีคนนำมาส่ง พลันได้ยินเสียงเฮลิคอบเตอร์ ๒-๓ ลำบินเลียบภูผาแดงมาต่ำๆ

          "มันมากันแล้ว!" สมคิดบอกมหาเสริฐและพรรคพวกที่กำลังจะล้อมวงกินข้าวมื้อเช้าบนเถียงนานายทอง หล่มแสง

          จริงดังคาด อึดใจต่อมานายเพลิง (จำนามสกุลไม่ได้) วิ่งกระหืดกระหอบมาส่งข่าวว่าตำรวจทหารเข้าล้อมไว้หมดแล้ว อย่าเข้าไปในบ้านนะ อันตราย...

          สมคิดถามมหาเสริฐว่า "เอาไงกันดี จะมอบตัวหรือสู้ตาย?"

          สำรวจลูกกระสุนแล้วมีอยู่ประมาณ ๓๐ เศษๆ ปืนสั้น ๒ คน ๓ กระบอก

          "สู้ตายพี่ ไม่ยอมให้จับเป็น!"

          สนั่น กางทา หรือมหาเสริฐยืนคำแข็ง

          สมคิดตัดสินใจในเวลานั้นว่า ถ้าขึ้นภูคงไม่ดี พวกนั้นคงสนใจภูเขา จึงตัดสินใจสวนทางออกมายังที่ราบ ไปซ่อนตัวอยู่ในป่ามอน(หม่อน)ของนางสา กางทา  เข้าไปอยู่ในนั้นโดยนอนหงายดู ฮ.ฯว่ามันจะบินลงจอดที่ใด  ที่สุดมองเห็นมันบินเข้าไปจอดที่สนามโรงเรียนบ้านซับแดง

          บ้านซับแดง ตกอยู่ในอาการตึงเครียด กองกำลังเจ้าหน้าที่รวมแล้วประมาณ ๒ กองพัน มีผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น แม่ทัพภาคที่ ๒ เป็นต้น เข้าไปบัญชาการสู้รบ เสมือนชาวซับแดงเป็นข้าศึกศัตรูไปแล้ว เลือดไทยกำลังจะฆ่ากันเอง

          ผู้กำอำนาจกำลังจะเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์และมือเปล่า เหตุเพราะทรรศนะทางการเมืองไม่ตรงกัน จริงแท้เทียวที่คนมีอำนาจย่อมกำจัดผู้อ่อนแอกว่าได้ง่ายดาย

          สมคิด สิงสง, สนั่น กางทา หรือชาวบ้านเป็นยิ่งกว่ามดแมง กล่าวไปไยถึงการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ ดีดนิ้วมือเปาะเดียว หัวร้างข้างแตกกันแล้ว แต่นี่เขาจะเอากันถึงชีวิต ทำยังกับว่าซับแดงคือสมรภูมิที่รัฐจะต้องยึดคืนด้วยการรบหรือการเข่นฆ่า น่าขันเพียงไรกับความขี้เท่อของฝ่ายบ้านเมืองในครั้งนั้น

          จะไปไหน จะไปหลบอยู่ที่ใด.. บ้านที่เคยฝั่งสายแห่แผ่สายดือ บ้านที่เคยคิดว่าไม่มีที่ใดปลอดภัยไปยิ่งกว่านี้แล้วกลับเต็มอยู่ด้วยภยันตรายทุกซอกทุกมุม เจ้าหน้าที่เข้าค้น ขึ้นรื้อหาเขาเสมือนว่าเขาไม่ใช่คน ใช่ล่ะ คนรักหวังดีต่อเขายังมี ตารางนิ้วที่ใดอันตรายเขาย่อมรู้ จึ่งมีที่ว่างพอจะแอบเข้าหลบ ซึ่งได้แก่รั้วบ้านรกๆ ของเพื่อนบ้านนั่นแล เผอิญตามรั้วตามราวจะปลูกหม่อนไว้เลี้ยงไหม ปลูกกล้วยไว้กิน ส่วนข่าวคราวก็ได้จากเจ้าของรั้วนั่นเอง เช่นยายคนหนึ่งทำทีหาบตะกร้าเดินหยับๆ ผ่านเจ้าหน้าที่ไป โดยบอกว่าควายอีฉันสิออกลูก สิไปเบิ่ง (ดู) มัน  บ่ไป บ่ได้  กะยังว่าควายสิออกลูก....

          วันนั้นทางการวางกำลังไว้ทุกทาง ทุกที่ซึ่งคาดกันว่าสมคิดจะเล็ดลอดออกไป  โดยเฉพาะด้านภูเขา สมมุติพากันขึ้นภู  เดินไปถึงตีนเขาได้คงต้องนับว่าไกลที่สุดแล้ว สำหรับชีวิตวันนั้น เตชะบุญ ทำให้เขาไม่เลือกที่จะไปทางนั้น พวกเขาหลบไปอยู่กับเด็กเลี้ยงควายจนค่ำ และค่ำคืนนั้นเทวดาฟ้าดินมาโปรด

          ฝนตกมาขนานใหญ่  ยังกับฟ้ารั่ว

          ทางการสั่งถอนกำลัง สมคิดเวลานั้นคิดแต่เพียงต้องหาทางออกจากหมู่บ้านให้ได้  จึ่งต่อมาลัดเลาะตามชายป่า มาที่บ้านซับบอน หนองทุ่ม โสกนาดี หนองหวาย โดยมีจุดหมายปลายทางที่จะข้ามแม่น้ำซีไปเขตอำเภอชนบท ระหว่างนั้นความหิวกลับเดินทางมาทักทาย แล้วคงอยู่ยาวนาน  ระโหยโรยแรงจนจะยกขาไม่ขึ้น เมื่อมาพบเจอป่ากล้วยชาวบ้านจึงรี่เข้าหาทันที  เอื้อมมือไปปิดมากัดกินก๋วม ๆ

          "ขอยืมกินก่อนเด้อ.."  ร้องบอกตามลมไป เพราะโดยนิสัยสันดาน ไม่เคยคิดว่าจะขโมยของใครกินเด็ดขาด

          กล้วยดิบคาคอ แค้นจ่อหล่อ...มันกลืนไม่ลง แม้จะหิวแสนหิวยังคงติดคอฝืดฝืน กัดฟันเดินทางต่อจากหนองหวายไปบ้านหนองแก แต่ไปเจอเข้ากับน้ำซีที่บ้านดอนหมูเสียก่อน คนพื้นถิ่นเรียกเหตุการณ์นี้ว่า "น้ำแก่งขึ้น" มองไหนต่างขาวพร่าไปสุดแนว ต้องเดินลัดเลาะไปเรื่อย กะว่าจะหาที่ข้ามง่าย หรือแคบๆ แต่ไม่เจอ จนถึงป่ามันสำปะหลังแห่งหนึ่ง ทราบภายหลังว่าเป็นป่ามันบ้านหนองหวาย หยุดพักโดยนอนราบลงกับพื้น สมคิดบอกมหาเสริฐว่า กินมันเนาะ...

          "เอางั้นนี่?"

          ถามทั้งที่รู้ว่าต้องกินมันอยู่แล้ว หัวมันนั่นเยอะจริงล่ะ ถอนขึ้นง่ายๆ แต่จะ หาไฟไหนมาจี่มาเผา ไม้เขิดไม้ขีดไม่ติดตัวมาเลย เอาเหอะ ตั้งแต่ควายงัวมันยังไม่ปิ้งไม่จี่ ฟาดมันโลด...

          ว่าแล้วกัดกินหัวมันสำปะหลังดิบเสมือนเอร็ดอร่อยเหลือกำลัง  ส่วนใครจะตดก่อนใครค่อยว่ากันทีหลัง เพราะดูเหมือนท้องกำลังอืดขึ้นๆ 

          พักอยู่ในป่ามันสำปะหลังราว ๓ ชั่วโมง จึงออกเดินต่อ มุ่งหน้าไปบ้านโนนสาวเอ้  ไปถึงแล้วกลับข้ามไม่ได้อีก งานนี้ต้องใช้เรือ ขืนลอยข้ามไปมีหวังกลายเป็นหนึ่งเดียวกับแม่น้ำซี หายลับไปจากโลกแน่นอน  สมคิดบอกให้มหาเสริฐเข้าไปติดต่อเรือ  เขาเข้าไปถามขาวบ้านว่าใครมีเรือข้ามฟากบ้าง

          "ตาปานไง ตาปานแกมี"

          "ปานไหนครับ?"

          "ทำไมหรือ มีปานเดียวแหละบ้านนี้"

          อะไร ไม่อะไร งานนี้ต้องรอบคอบทุกอย่าง ที่ต้องถามให้อย่างนั้น เพราะจ่าปานกำลังกระเหี้ยนกระหือรือในการสร้างผลงาน จนประกาศเสียงก้องว่า บักสมคิด กูสิจับเอง บ่ได้ตัวเป็นสิจับตาย จับบ่ได้บ่มี... บ่สั้นกูสิลาออก

          หน้าที่แกจะมั่นใจอย่างนั้น เพราะนายจ่าท่านนี้ได้ชื่อว่ามือปราบปืนโหด ตำนานเหล่าเสือลุ่มน้ำซีอย่างพวกเสือหงัด เสือหนัก เสือหลาย ลูกนาฮี ยืนยันได้เป็นอย่างดี  วีรเวร วีรกรรมครั้งกระโน้น เล่าขานมาตราบปัจจุบัน

          สนั่นไปติดต่อเรือด้วยความระแวงระวัง เขาได้หมวกขาดที่ชาวนาทิ้งไว้มาใบหนึ่ง ให้พี่สมคิดใส่ปิดบังใบหน้า

          เขาบอกกับตาปานว่าจะข้ามไปบ้านวังแสง พ่อใหญ่ปานเป็นคนมีน้ำใจ ถามพวกเขาว่า  "สูกินข้าวกันมาหรือยังล่ะหือ?" เมื่อตอบว่ายังหรอกพ่อใหญ่แกเข้าไปวัด นำข้าวต้มมัดมาให้กินกัน (ที่วัดมีงานบุญออกพรรษา) แต่เมื่อมาเห็นเรือแล้วใจแป้ว ใจหาย  มองเห็นความตายกวักมืออยู่หย็อยๆ 

          เรียกกันว่าเรือก้านตาล  ลำเล็กนิดเดียว

          จะข้ามไปได้ต้องนั่งคนเดียว แสดงว่าต้องขนกันสองเที่ยว ไม่เสียวได้ไง แต่เอาเถอะ หนีตายมาหมาดๆ กลัวตายเพราะเรือล่มกระไรอยู่  จึงตัดสินใจข้ามไปกับแก  ตอนหนึ่งกลางลำน้ำพ่อเฒ่ากล่าวขึ้นคำหนึ่ง

          "ชีวิตลูกผู้ชาย ไม่ตายกะยังล่ะวะ แม่นบ่..."

          นัยของมันทำให้ทราบว่าจริงๆ แล้วพ่อใหญ่ปานน่าจะรู้อะไรมาบ้างหรอก อย่างน้อยก็เรื่องที่ว่าเขาเป็นใคร จะไปไหน และทำไมต้องไป แต่แกเองไม่สร้างความอึดอัดใจใดๆ แก่คนทั้งสองเลย กระทั่งข้ามมาสำเร็จ ได้ขึ้นฝั่งทางบ้านวังแสง เขตอำเภอชนบทอย่างที่ตั้งใจไว้เรียบร้อย

          บ้านวังแสงก็คือแห่งหนคนลุ่มน้ำซีที่อพยพไปหาที่ทำกินใหม่แถวซับแดงครั้งกะโน้น กระนี้จึงเสมือนได้คืนสู่สถานแห่งบรรพบุรุษของพวกเขา คืนสู่อ้อมกอดญาติมิตรข้างแม่ ได้นอนตาหลับเต็มอิ่มครั้งแรก ณ ที่แห่งนี้ ตื่นขึ้นเราค่อยคิดกัน ว่าจะเอายังไงต่อ  สมคิดเปรยกับสหายร่วมตาย แล้วบอกกับสนั่นให้เดินทางเข้าเมืองขอนแก่น เพื่อไปพบทนายอุดม ตะนังสูงเนิน ซึ่งจะมาว่าความที่ศาลจังหวัด  แต่โชคไม่ดี  สนั่นไม่ได้พบทนาย  กลับมาด้วยอาการผิดหวัง ไม่ทราบจะทำยังไงต่อ

          ๑๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ยังคงอยู่ที่บ้านวังแสง ระหว่างนั้นชาววังแสงบางคนกลับจาก ไปเอาบุญบ้านซับแดง จึงได้นำข่าวบางอย่างมาเล่าให้ฟัง เขาบอกว่าทั้งทหารตำรวจ มาจับนายสมคิด "ถ้าใครจับนายสมคิดได้ จะให้ ๒ แสน"

          กลายเป็นคนมีค่าหัวไปจนได้ไหมล่ะ...

          ๑๒ ตุลาฯ ให้สนั่น กางทา ไปติดต่อกับเพื่อนทางอีสานใต้ แต่ไม่เจอใครเลย ตอนนี้สมคิดคิดว่าน่าที่เราจะต้องออกจากวังแสงเสียแล้ว เพราะไม่แน่ใจว่า "ค่าหัว" จะยั่วน้ำลายใครหรือไม่?

          อย่างว่าเงินทองเข้าใครออกใครที่ไหน สองแสนสมัยนั้นเทียบกับสมัยนี้ไม่ต่ำกว่าสองล้านแน่  แต่จะไปไหนล่ะหวา  เออต้องไปเขมร ผ่าเถอะ ความคิดตอนนั้นมีอย่างเดียว คือไปเขมร แต่ไม่รู้หรอกว่าจะไปทำไม เอาเป็นว่าขอไปให้ไกลเข้าไว้เป็นพอ และในความรู้สึกของเขาเขมรไกลกว่าลาว

          ที่บ้าน (จำไม่ได้) รอยต่อระหว่างอำเภอบ้านไผ่กับอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ทำทีไปติดต่อซื้อมันสำปะหลัง ขณะเจ้าบ้านกำลังจะแกงไก่ใส่หน่อไม้ส้ม พลันมีรถกระบะคันหนึ่งบึ่งมาจอดกึกที่หน้าบ้าน ถามหาสมคิด สิงสง

          ที่แรกนึกว่า จนท. ตามมาเอาตัว จึงตบเอวจะชักปืน โดยที่ลืมไปว่ารีวอลเวอร์ .๓๕๗ แม็กนั่มกระบอกนั้นจำนำไว้ที่บ้านวังแสงแล้ว เพราะต้องการเงินติดตัว แต่เมื่อเห็นหน้า ก็รู้ว่าคืออาจารย์สุเมษ คนผู้นี้สมคิดรู้ว่าเป็นอดีตเสรีไทย แต่ไม่รู้ว่าเป็นคนของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) หรือไม่ คืนนั้นจึงถูกนำไปนอนที่บ้านดง (ถ้าจำไม่ผิดนะ แต่จำได้ว่าบ้านนี้อยู่ในท้องที่ อ.บ้านไผ่ แถวแก่งละว้า)

          รุ่งเช้า (๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๙) ชาวคณะได้นำคนทั้งสองผ่านเข้ามาทางสามเหลี่ยมขอนแก่น เพื่อผ่านตัวเมืองไปยังจุดหมายปลายทางคือดงมูล นอนคืนที่บ้านดุนสาด ต่อมาวันใหม่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๙ สมคิดบอกกับสนั่นเสียงเครือว่าอย่าเข้าไปด้วยเลย กลับไปส่งข่าวคนบ้านเราเถอะว่าปลอดภัยแล้วไม่ต้องห่วง.. ห้วงเวลาที่หลบหนีมานั้น เป็นตายเท่ากัน คนอยู่หลังโดยเฉพาะพ่อและแม่ คงห่วงหาปิ่มจะขาดใจ...”

          นี่คือบทบันทึกสำนวน สังคม เภสัชมาลา

          เป็น ๙ วันอันตราย ถ้าไล่เลียงมาตั้งแต่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 06/01/2011 เวลา : 05.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

สวัสดีปีใหม่นะครับผม..
ฮักแพง..ปีกระต่าย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]