• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172582
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันพุธ ที่ 12 มกราคม 2554
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 986 , 08:45:37 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ถ้าจำไม่ผิด วันที่ผมรอดพ้นไปจากการไล่ล่าของกองกำลังฝ่ายรัฐบาล และเข้าสู่การปกป้องคุ้มภัยของกองกำลังติดอาวุธของ พคท.น่าจะเป็นตอนย่ำค่ำของวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๙ หรือวันครบรอบ ๓ ปี ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖

          ต่อมาทราบว่ามีเพื่อนๆ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นตามหลังผมไป มุ่งหน้าสู่ดงมูล แต่ถูกหน่วยตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ควบคุมตัวได้ที่บ้านดุนสาด ท้องที่อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น และถูกสอบสวนด้วยความรุนแรงจนหน้าตายับเยิน

          กลุ่มสหายที่ออกมาต้อนรับผมที่ชายดงมูลด้านบ้านดุนสาดเป็นหน่วยจรยุทธ สังกัดเขตงาน ๖๖๖ หรือเขตงานดงมูล รอยต่อ ๓ จังหวัดคือขอนแก่น กาฬสินธุ์ และอุดรธานี สังเกตดูรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่ามีเด็กหนุ่มแถวๆ ตำบลบ้านผมอยู่ในกลุ่มสหายเหล่านั้นด้วย

          ชีวิตในเขตป่าเขา ทุกอย่างเป็นความลับ เว้นแต่จะได้รับคำบอกเล่าจากผู้แทนองค์กรนำของหน่วย

          ผมเลยไม่กล้าถามอะไรในเวลานั้น แต่ทางด้านผมเสียเปรียบหน่อย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมากิตติศัพท์ของผมและซับแดงเป็นที่เปิดเผยอยู่แล้ว ถึงแม้จะใช้ชื่อจัดตั้งว่า “สหายวีระ” ในระยะแรก หรือ “สหายสุดเขต” ในระยะหลัง แต่ส่วนใหญ่เมื่อรู้ว่าผมมาจาก ไหนเขาก็จะเดาออกทันว่า “อ๋อ...สมคิด สิงสง”

          วาบแรกของความรู้สึกเมื่อได้สัมผัสมือกับสหายอ้ายน้องกองป่า... เราได้ทิ้งบ้าน เกิดเมืองนอนไว้ข้างหลังเสียแล้ว

          เราได้กลายเป็นกบฏของบ้านเมืองไปแล้ว!

          การหันหลังกลับทำไม่ได้แล้ว... นอกจากต้องเดินหน้าต่อสู้อย่างถึงที่สุด ถ้าชีวิตยังไม่สิ้น “ลูกจะกลับพร้อมกับชัย

          เหตุการณ์เข่นฆ่ากลางเมืองหลวงในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ยังติดตาตรึงใจ หลับตาลงยังเห็นศพเพื่อนเกลื่อนสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังเห็นการทารุณกรรมศพนักศึกษาที่ถูกแขวนคอห้อยโตงเตงใต้ต้นมะขาม-สนามหลวง

          หลับตาลงยังฝันเห็นเหตุการณ์แหกวงล้อม ๒ กองพันที่บ้านซับแดง เห็นตำรวจทหารที่มีอาวุธสงครามครบมือกรูกันขึ้นรื้อค้นทุกหลังคาเรือน หัวนอน ห้องเปิง อันเป็นที่สักการบูชาประจำบ้านเรือนต้องตกอยู่ภายใต้อุ้งตีนที่หุ้มด้วยท็อปบู๊ท

          เห็นเฮลิคอบเตอร์ ๒ ลำบินขึ้นลง และยิงกราดลงตามสายภูผาแดง

          ทุกค่ำคืนยังฝันเห็นภาพเหล่านี้อยู่เต็มตา!

          ดงมูลเมื่อปี พ..๒๕๑๙ มันช่างกว้างใหญ่ไพศาลนัก จากหมู่บ้านดุนสาด กว่าจะเดินเท้าเข้าถึงใจกลางดงใช้เวลาหลายชั่วโมง

          เป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสสภาพป่าดงดิบ เพราะป่าแถวบ้านผมไม่เป็นอย่างนี้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นป่าโคกลักษณะป่าเบญจพรรณ ต้นไม้ส่วนใหญ่จะผลัดใบเมื่อเข้าสู่หน้าหนาว และจะผลิใบอีกทีเมื่อมีฝนโปรยปรายราวเดือนมีนาคมเป็นต้นไป และเป็นป่าโปร่ง โล่งตาโดยเฉพาะในหน้าแล้งที่มีไฟป่าลามเลียใบไม้แห้ง ทิ้งไว้แต่ขี้ฝุ่นไฟเต็มป่า

          แต่ป่าดงมูลเป็นป่าดิบชื้น ต้นไม้ส่วนใหญ่จะไม่ผลัดใบ และมีลักษณะลดหลั่นกันหลายชั้น นับแต่ชั้นพื้นล่าง ชั้นกลาง ชั้นสูง และสูงขึ้นไปอีก นับได้ ๔-๕ ชั้น

          ที่พักของสหายในเขตจรยุทธจะแตกต่างไปจากเขตฐานที่มั่น คือในเขตจรยุทธจะทิ้งร่องรอยไว้ไม่ได้เลย หาไม่แล้วจะเป็นการ “เสียลับ”

          ณ เพิงถ้ำแห่งหนึ่งในเขตจรยุทธ... ผมพบเพื่อนผู้ร่วมชะตากรรมที่แตกพ่ายมาจากในเมืองอีกหลายคน

          คนในจำนวนนั้นมีคุณสุรสีห์ ผาธรรม และคุณศรีศักดิ์ นพรัตน์ รวมอยู่ด้วย

          สุรสีห์เคยไปหาผมที่ซับแดง พวกเราวางแผนจะสร้างภาพยนตร์กัน วางพล็อตเรื่องและมองหาโลเกชั่นไว้ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ได้ทำเพราะเกิด ๖ ตุลา ๒๕๑๙ เสียก่อน ภายหลังเขาตัดสินใจหันกลับจากป่าดงมูล กลับเข้าเมืองและสร้างภาพยนตร์เรื่อง “ครูบ้าน นอก” สร้างความโด่งดังให้ดาราหน้าใหม่ในเวลานั้นอย่างปิยะ ตระกูลราษฎร์ ฯลฯ

          ส่วนศรีศักดิ์นั้นเป็นหัวขบวนฝ่ายซ้ายคนหนึ่งของโคราช คุ้นเคยกับพวกผมเช่นเดียวกับกลุ่มศิลปินและ กลุ่มนักคิดนักเขียนหัวก้าวหน้ายุคนั้น เคยสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย เป็นอีกคนหนึ่งที่หันหัวเรือกลับเข้าเมือง ทำงานอยู่ในแวดวงหนังสือพิมพ์ ล่าสุดทำงานประจำที่ นสพ.สยามรัฐรายวัน ก่อนจะเสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บที่กรุงเทพมหานคร

          นอกนั้นก็มีกลุ่มนิสิตนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ เช่นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นต้น กล่าวได้ว่าเขตงานดงมูลเป็นเขตงานหนึ่งที่ได้ต้อนรับปัญญาชน นิสิตนักศึกษามากหน้าหลายตา และมีบทบาท ในเขตงานอีสานเหนือในเวลาต่อมา

          ขณะที่พำนักอยู่เขตงานดงมูล ช่องทางติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์มีอยู่ ๒ ทาง ทางแรกคือมีคำชี้แนะลงมาจาก “ชั้นบน” ตามลำดับชั้น อีกทางหนึ่งคือฟังจาก สปท. “สถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย”

          นอกเหนือจากการประกาศต่อสู้ของบุคคลผู้มีชื่อเสียงในสังคมที่ตัดสินใจเข้า ร่วมการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธที่นำโดย พคท. มีประกาศอีกเรื่องหนึ่งที่ผมต้องตั้งใจฟังอย่าง ระทึกใจ...

          คือประกาศของคณะกรรมการพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย หรือ พสท. มีเนื้อหาว่า “พสท.จะไม่ยุบพรรคตามคำสั่งของทางการรัฐบาล จะยืนหยัดต่อสู้ตามนโยบายของพรรคต่อไป แต่จะเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้จากการต่อสู้ในระบอบรัฐสภา เป็นการยืนหยัดต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธเคียงบ่าเคียงไหล่กับ พคท. จนถึงที่สุด”

          กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ พสท.ได้ยุติบทบาทภาคบนดินลงแล้ว ต่อไปนี้เป็น พสท.ภาคใต้ดิน ถ้อยคำในประกาศอาจไม่ใช่อย่างนี้ แต่เนื้อหาที่ผมจำได้ก็ประมาณนี้

          ขณะนั้นในเขตดงมูล ผมมีฐานะทางการจัดตั้งแตกต่างไปจากคนอื่น คือผมมีตำแหน่งเป็นกรรมการบริหาร พสท.คนหนึ่ง เมื่อ พสท.ประกาศไม่ยุบพรรค ฐานะทางการจัดตั้งของผมจึงกลายเป็นแนวร่วมชั้นสูงทันที

          มีเศษเสี้ยวประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่งที่ผมขอเล่าไว้ตรงนี้ เพื่อมิให้เรื่องราวตกหล่น ไปจากหน้าประวัติศาสตร์

          คือในช่วงสถานการณ์ตรึงเครียดหลังการสังหาร ดร.บุญสนอง บุญโยทยาน เลขาธิการ พสท. ภาคบนดินเมื่อปี ๒๕๑๙

          พวกผมตระเตรียมทางหนีทีไล่ทางการเมืองไว้ระดับหนึ่ง ด้วยการจัดตั้งขบวนการที่เรียกว่า “ขบวนการอีสานปฏิวัติ”

          ด้วยมารยาททางการเมือง ผมจะหลีกเลี่ยงการเอ่ยนามบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เนื่องจากไม่ทราบว่าท่านเหล่านั้นจะยินดีให้เปิดเผยหรือไม่ เอาเป็นว่าหลายคนได้เสียสละชีวิตไปแล้วในสมรภูมิสู้รบที่สูงเกียรติยิ่ง บางท่านหายตัวลงใต้ดินและไม่ยอมปรากฏตัวสู่สังคมไทยอีกเลย ขณะที่อีกหลายท่านยังมีชีวิตอยู่และมีบทบาทอยู่ในสังคมไทยในเวลานี้

          ในความคิดของผม คิดว่าขบวนการนี้ยุบตัวลงแล้วในช่วงหลังสถานการณ์ ๖ ตุลา ๒๕๑๙ จึงมิได้ใส่ใจอีก แต่ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเหตุให้ประวัติชีวิตของผมในขบวนปฏิวัติถูกมองอย่างพร่ามัวระดับหนึ่ง

          เริ่มจากเมื่อได้ยินการประกาศยืนหยัดต่อสู้ต่อไปของ พสท.ภาคใต้ดิน ผมได้ส่งสารผ่านระบบสื่อสารของ พคท.ขึ้นไปถึงคณะกรรมการบริหาร พสท. ซึ่งในเวลานั้นผมก็ไม่ทราบว่าศูนย์กลางของ พสท.ตั้งอยู่ที่ใด

          เนื้อหาของสารที่ผมส่งขึ้นไป เท่าที่จำได้มีดังนี้

          . เห็นด้วยกับการประกาศไม่ยุบ พสท. และยืนหยัดต่อสู้ต่อไป

          . เห็นควรให้ขบวนปฏิวัติมี ทปท. หรือกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทยของ พคท.เป็นกองกำลังหลักแต่เพียงกองเดียว หากมีกองกำลังอื่นใดเข้าร่วม เห็นควรให้สลายเข้าใน ทปท. ทั้งนี้เพื่อความเป็นเอกภาพทางการทหาร

          . เห็นควรจัดตั้งองค์กรแนวร่วมประชาชาติประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย เพื่อเปิดเวทีสำหรับผู้รักชาติรักประชาธิปไตยทั้งมวล ที่จะเข้าร่วมขบวนการปฏิวัติที่นำโดย พคท. ...

          ประมาณนี้ล่ะครับ!

          จากนั้นประมาณ ๑ เดือน มีคำสั่งให้ผมเดินทางจากดงมูลขึ้นไปศูนย์กลางฯ โดยที่ผมเองยังไม่ทราบอยู่ดีว่าศูนย์กลางฯ ตั้งอยู่ที่ใด? และไม่กล้าถามใครอีกด้วย

          จำได้ว่าก่อนออกเดินทาง ผมโดนไข้มาลาเรียเล่นงานซะงอม หลังหายไข้ยังกินข้าวกินปลาไม่ได้ ผมได้ยาวิเศษอันหนึ่งคือการแทงเข็มเงินเข้ากระตุ้นระบบประสาท ปรากฏว่าพอหมอถอดเข็มออก ผมกินข้าวต้มหมดหม้อหนึ่ง

          น่าอัศจรรย์แท้ๆ...

          หลังจากพักฟื้นจนสุขภาพแข็งแรงดีแล้ว องค์การจัดตั้งเขต ๖๖๖ ได้จัดหน่วยเมล์ด่วนนำผมขึ้นไปภูพานทันที

          ถ้าเป็นคนที่เคยเข้าป่าจะเข้าใจดีว่า ระบบการเดินเมล์ของ “กองป่า” จะมีอยู่ ๒ ลักษณะ คือเมล์ท้องถิ่นซึ่งเป็นการเดินเท้าติดต่อกันระหว่างหน่วยจรยุทธท้องถิ่นหน่วยหนึ่งกับหน่วยที่อยู่ใกล้เคียง กับอีกลักษณะหนึ่งเรียกว่าเมล์ด่วน เมื่อมีภารกิจสำคัญที่เขตงานหนึ่งจะต้องติดต่อกับองค์การจัดตั้งชั้นบน จะจัดหน่วยทหารหลักหน่วยหนึ่งประมาณ ๑ หมู่ รับผิดชอบเดินเมล์ด่วน

          เช่นในกรณีที่จะต้องนำส่งผมขึ้นไปศูนย์กลางฯ เป็นต้น

          เมล์ด่วน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “เมล์ทหาร” นี้ จะมีผู้บัญชาหน่วยระดับหมวด หรือระดับกองร้อยเป็นผู้รับผิดชอบ มีเสบียงอาหารและอาวุธยุทโธปกรณ์เพียงพอ สามารถสู้รบได้หากมีสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนั้นเกิดขึ้น

          พูดถึงเสบียงอาหาร ที่เป็นหลักก็คือข้าวสาร พริก เกลือ น้ำตาลทราย นมข้น กาแฟ เป็นต้น

          ถึงจุดพักแรม ผมเห็นสหายก่อไฟตั้งหม้อข้าว แต่ยังไม่เห็นว่าจะได้อะไรเป็นอาหารมื้อนั้น

          “ต้มปลา...” สหายบอก

          “ไหนปลาผมถาม

          “นู้น” สหายบุ้ยปากไปทางลำห้วย “เดี๋ยวหม้อเดือดก่อน”

          ผมหัวร่อ นึกไม่ถึงว่าป่าดงมูลจะอุดมสมบูรณ์ปานนั้น อยากกินปลาสามารถลงงมจับเอาด้วยมือเปล่าก็ยังได้ สหายอธิบายให้ผมฟังว่าหน้าหนาวปลาดุกปลาช่อนมันจะหลบเข้าหลบซ่อนตัวตามโพรงดินหรือหลืบหินตามฝั่งห้วย ค่อยๆ สอดมือเข้าไปก็จับได้ไม่ยาก ทีแรกผมไม่อยากเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อเมื่อประสบด้วยตาตัวเอง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปองเพียงหทัย วันที่ : 12/01/2011 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetrypong

เห็นภาพเลย ..ยังติดตา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]