• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172530
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันพุธ ที่ 12 มกราคม 2554
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 1665 , 10:51:18 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

          จากเขตงาน ๖๖๖ ดงมูล หน่วยเมล์ทหารพาผมทะลุดงมูลออกไปทางอ่างเก็บน้ำลำปาว ขณะที่ล่องลอยอยู่กลางน้ำด้วยเรือพายที่รับน้ำหนักคนประมาณ ๑ หมู่ กราบเรือปิ่มผิวน้ำแทบจะกระดิกตัวไม่ได้ ด้วยเกรงเรือจะล่มกลางลำน้ำ

          การเดินเท้าขึ้นเขาลงห้วยของผมยังจะต้องผ่านไปถึงร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำหรืออย่างไร?

          สายลมหนาวเคล้ามากับละอองน้ำ ปะทะใบหน้าของคนผู้หนีตายไปจากบ้านเกิดเมืองนอน ทำให้รู้สึกตื่นตัวอยู่ทุกลมหายใจ แลไปเบื้องหน้าเห็นแต่ความมืดมิด เสียงแกรกกรากอยู่ในสายน้ำข้างแคมเรือ สหายบอกว่ามันเป็นฝูงชะโดลูกคอกที่ไล่ตามเรือของเรา ผมพินิจดูโดยอาศัยแสงสว่างจากหมู่ดาวบนท้องฟ้า ชะโดลูกคอกที่ว่านั้นแต่ละตัวโตเท่าแขน มันมาเป็นฝูงเหมือนปลาลูกคอกตัวแดงๆ ที่เราเห็นในหน้าปลาช่อนวางไข่

          จากดงมูลเมล์ทหารพาผมเดินทางมุ่งหน้าไปดงสวน ระยะทางเดินกี่วันกี่คืนผมจำไม่ได้เสียแล้ว ที่จำได้คือหน่วยงานดงสวนนี่เป็นอีกเขตงานหนึ่ง คือเขตงาน ๕๕๕

          ที่นั่นผมได้เจอนักศึกษาปัญญาชนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่จะต้องเดินทางขึ้นไปยังฐานที่มั่นภูพาน ที่ผมรู้จักชื่อจริงมีคุณวีรวัฒน์ วรรลยางกูร หรือ “วัฒน์ วรรลยางกูร” ที่พวกเราเห็นผลงานเขียนของเขาทั้งก่อนหน้านั้นและหลังจากนั้นตราบถึงปัจจุบัน เขาก็ยังยืนอยู่บนถนนนักเขียนอยู่อย่างมั่นคง

          ที่จำได้แม่นๆ คือวัฒน์เขียนกลอน “จากลานโพธิ์ถึงภูพาน” แล้วก็กลายเป็นบทเพลงโด่งดังผ่าน สปท. มาดูบันทึกของวัฒน์ในภายหลังบอกว่าสุรสีห์ ผาธรรม เป็นคนให้ทำนอง

          นั่นแสดงว่าสุรสีห์ และศรีศักดิ์ นพรัตน์ คงจะเดินทางจากดงมูลพร้อมกับผมและขึ้นไปเจอวัฒน์กับเพื่อนนักศึกษาปัญญาชนที่ดงสวน แล้วก็ขึ้นไปฐานที่มั่นภูพานด้วยกัน แต่ที่จำไม่ได้ก็คือสุรสีห์กับศรีศักดิ์ หันกลับเข้าเมืองตอนไหน...

          เอาละ... ไม่เป็นไร!

          เอาเป็นว่าในที่สุดผมก็ขึ้นไปจนถึงฐานที่มั่นภูพาน และนึกว่าที่นั่นคือศูนย์กลางฯ ที่ผมได้รับคำสั่งให้เดินทางขึ้นไป

          ที่ไหนได้... ยังไม่ใช่ครับ ยังจะต้องเดินทางอีกต่อไป...

          แต่ก่อนวันเดินทาง ผมมีฉากประทับใจไม่รู้ลืมอยู่ฉากหนึ่งในวันเลี้ยงส่ง ณ ฐานที่มั่นภูพานที่มีลุงเจริญเป็นเจ้าภาพ

          อาหารวันนั้นมีก๋วยเตี๋ยวเนื้อเลียงผา!

          เลียงผาเป็นสัตว์ป่าที่มีเท้าเหมือนม้า แต่ตัวเหมือนควาย สามารถวิ่งเคลื่อนไหวบนหน้าผาสูงชันได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ไม่รู้ว่าสหายอ้ายน้องได้เลียงผาตัวนี้มาด้วยวิธีใด แต่ในที่สุดมันกลายมาเป็นเมนูหนึ่งในงานเลี้ยงส่งสหายวีระก่อนจะเดินทางขึ้นไปศูนย์กลางฯ (ซึ่งไม่รู้ว่าอยู่ที่ใด)

          นอกจากก๋วยเตี๋ยวเนื้อเลียงผาอันแสนจะออกรสแล้ว ยังมีขนมจีบ ซาลาเปา... ทราบว่าสหายอ้ายน้องลงไปซื้อหามาจากในเมือง... แสดงว่าจุดที่จัดงานเลี้ยงส่งผมในค่ำวันนั้นคงจะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลไปจากตัวเมืองนครพนม

          ขณะที่กำลังกินเลี้ยงกันอย่างเพลิดเพลิน มีเสียงดังหวีดหวิวมาทางอากาศ

          มีคนดึงมือผมเข้าไปหลบอยู่ใต้เพิงหิน

          อีกไม่กี่อึดใจต่อมา ก็ได้ยินเสียงตูมตามปานแผ่นดินถล่มทะลายสองสามตูม สหายบอกผมว่ามันเป็นเสียงลูกปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มม. คงจะยิงมาจากกองกำลังฝ่ายรัฐบาลที่ตั้งอยู่ใกล้กับจุดที่เราพักอยู่

          จากฐานที่มั่นภูพาน คราวนี้ผมจะต้องข้ามแม่น้ำโขงโดยลำพังแต่เพียงคนเดียว

          คำว่าคนเดียวในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าผมจะต้องเดินทางไปคนเดียวดอกครับ ก็ยังคงมีเมล์ทหารทำหน้าที่นำทางและคุ้มภัยอย่างแข็งขันเช่นเดิม แต่เป็นเมล์ชุดใหม่ที่รับช่วงมาจากเมล์ทหารของเขตงาน ๖๖๖ คราวนี้เป็นเมล์ทหารของเขตงาน ๓๓๓ ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานที่มั่นภูพาน

          เราต้องกลับมาทำความเข้าใจกันในรายละเอียดสักเล็กน้อย

          เขตงานที่ใช้ตัวเลข ๓ ตัว เป็นเขตงานระดับจังหวัด ที่ขึ้นต่อเขตงานระดับภาคในภาคอีสานเหนือ... เขตงานระดับภาคขึ้นต่อศูนย์กลางพรรคฯ

          เขตงานระดับภาคของ พคท.ในอีสานแบ่งออกเป็น ๓ เขตคือเขตอีสานเหนือ เขตอีสานใต้ และเขตพิเศษภูซาง (อุดรธานี)

          เขตงานภาคอีสานตอนเหนือมีชายแดนติดต่อกับประเทศลาว ส่วนเขตงานอีสานตอนใต้มีชายแดนติดต่อกับกัมพูชา

          เขตงานที่ผมเดินทางผ่านคือเขตอีสานเหนือ ประกอบด้วยเขตงานระดับจังหวัด ๗ เขตงาน (ในขณะนั้น) คือเขต ๑๑๑ ๒๒๒ ๓๓๓ ๔๔๔ ๕๕๕ ๖๖๖ และ ๙๙๙

          เขตงานระดับจังหวัดมีคณะกรรมการพรรคที่เรียกว่า กจ. เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด แบ่งออกเป็นเขตงานระดับอำเภอ มี กอ. เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด แต่ละเขตงานที่มี กอ. รับผิดชอบจะตั้งชื่ออำพรางโดยเอาชื่อจังหวัดต่างๆ ที่มีอยู่ในแผนที่ประเทศไทยมาตั้งเป็นชื่อเขตปกครองในระดับอำเภอในเขตอีสานเหนือ เช่นในเขต กจ.๑๑๑ ซึ่งอยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่างนครพนมกับกาฬสินธุ์และมุกดาหาร ในเขต กจ.นี้มี ๕ เขต กอ. คือกำแพงเพชร ไชยบุรี ลพบุรี ราชบุรี และสิงห์บุรี อย่างนี้เป็นต้น

          ดูเหมือนเขต ๖๖๖ จะมีเขต กอ. ชื่อปทุมธานี  ภายหลังต่อมาพวกผมกระโดดไปจัดตั้งเขตงานใหม่เพื่อเชื่อมต่อกับภาคเหนือ เรียกว่าเขตงาน “ปากน้ำโพ”

          แต่ละเขตงานระดับจังหวัด จะมีเขตงานระดับอำเภอและตำบลซอยย่อยลงไป และเขตงานระดับพื้นฐานก็จะเกาะติดกับมวลชนในหมู่บ้าน มีระบบการติดต่อสื่อสารกันเป็นอย่างดี

          เดี๋ยวรายละเอียดค่อยเล่าทีหลัง

(บน)เพิงพักของสหายในเขตฐานที่มั่น ภาพเขียนฝีมือล้วน เขจรศาสตร์

(ล่าง)ในที่ชุมนุมอย่างเป็นพิธีการของ พคท.ในเขตป่าเขา

          เอาเป็นว่าในช่วงปลายปี ๒๕๑๙ สหายอ้ายน้องจากภูพานพาผมไปซุ่มรออยู่ชายป่าจุดใดจุดหนึ่งเลาะเลียบแม่น้ำโขง

          ในลำน้ำโขงจะมีกำลังทหารเรือหน่วย นปข. ลาดตระเวนอยู่ในเขตน้ำฝั่งไทย ส่วนเขตน้ำฝั่งลาวก็จะมีกำลังติดอาวุธของลาวลาดตระเวนเหมือนกัน

          ดังนั้นการข้ามฝั่งโขงแบบลักลอบจะกระทำในตอนกลางคืน!

          “ถึงฝั่งโน้นอ้ายน้องลาวจะรับผิดชอบสหาย...”

          หัวหน้าหน่วยเมล์ทหารจากภูพานบอกผมขณะที่ซุ่มรอความมืดอยู่ในพงหญ้า

          ได้ยินอย่างนั้นผมรู้สึกขนหัวลุกซู่... ด้านหนึ่งเป็นความรู้สึกอ้างว้างของคนที่จะต้องละแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนไว้เบื้องหลัง จะต้องเดินทางไปในต่างแดนอย่างโดดเดี่ยว ถึงแม้นจะเป็นดินแดนลาวซึ่งผมมีความรู้สึกเสมอว่าคือเชื้อชาติดั้งเดิมของพ่อแม่ผมก็ตาม

          อีกด้านหนึ่งก็เป็นความรู้สึกเอกอ้างทะนงใจที่จะได้เดินทางไปสู่ศูนย์กลางการต่อสู้ของขบวนการปฏิวัติของประชาชนไทย ซึ่งก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าตั้งอยู่ที่ใด

          ระหว่างที่งมทางลงสู่ลำน้ำโขงในความมืดดำ ผมทรุดลงกอบกำเอาดินกำมือหนึ่งกรอกลงในกระเป๋าเสื้อ พร้อมกลัดกระดุมไว้แน่นหนา เอาไว้เชิดชูบูชาเมื่ออยู่ต่างบ้านต่างเมือง

          ฝั่งโขงสูงชันราวไต่ลงหน้าผา เบื้องหน้าคือสายน้ำดำมืดกว้างไกลสุดสายตา ระลอกคลื่นสะท้อนแสงดาวระยิบบนท้องฟ้าเมื่อสายลมหนาวโบกโบยมาหวิวหวู

          “สำบายดี...สหาย

          ผู้มารับจับกลุ่มกันอยู่ข้างเรือ ลุกขึ้นสัมผัสมือกับขบวนผู้มาส่ง ขณะที่กำลังอีกส่วนหนึ่งคุมเชิงอยู่บนฝั่ง

          “โชคดีนะสหาย ส่งกันแค่นี้...ล่าก่อน”

          ผมสัมผัสมือกับสหายอ้ายน้องที่มาจากภูพาน สลัดถุงเป้ลงจากบ่ายื่นให้สหายอ้ายน้องลาวคนที่อยู่บนเรือ

          มันเป็นถุงผ้าเวสป้อยท์สีกากีเนื้อหนา ตัดเย็บเป็นทรงกระบอกคล้ายถุงปุ๋ย บรรจุเสื้อผ้าและเครื่องใช้ไม้สอยที่จำเป็นแก่การครองชีพระหว่างเดินป่า มัดปากถุงด้วยผ้าขาวม้าด้วยเงื่อนพิเศษ ชายผ้าผูกมัดด้วยเชือกที่มุมก้นถุง สอดแขนเป้ถุงขึ้นหลังแล้วทะมัดทะแมงดี จะเดินจะวิ่งก็คล่องแคล่วว่องไว

          สหายบอกให้ผมปลดเข็มขัดสนามที่ห้อยกระติกน้ำแสตนเลสตรายูเอสอาร์มี

          “ให้สหายไปใช้แนวหน้า...”

          ผมเคยได้ยินสหายอ้ายน้องที่ภูพานพูดให้ฟังว่า ลาว เขมร เวียดนาม คือแนวหลังที่ไว้วางใจได้ของขบวนการปฏิวัติไทย

          นี่ผมกำลังจะเดินทางไปแนวหลังอย่างนั้นหรือ?

          ในความมืดเบื้องหน้าขณะเรือพายลำเล็กแล่นตัดสายน้ำมุ่งหน้าสู่ฝั่งซ้าย ผมปล่อยจินตนาการให้ล่องลอยไปกว้างไกล แต่กระนั้นก็ไม่มีจินตภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับศูนย์กลางฯ

          เวลาผ่านไปเนิ่นนานนับชั่วโมงเห็นจะได้ เรือพายเข้าเทียบท่าท่ามกลางความมืด สักครู่มีแสงไฟฉายวอมแวมอยู่บนชายฝั่ง สหายอ้ายน้องบอกให้ผมมุ่งหน้าขึ้นไปหาแสงไฟ

          “สหายกินข้าวแลงมาหรือยัง

          ฟังสำเนียงเสียงพูดไม่แตกต่างไปจากฝั่งขวากี่มากน้อย

          “ยังอิ่มอยู่เลย” ผมบอก เนื่องจากป่นปลากระป๋องที่ป่าละเมาะชายฝั่งโขงที่แสนอะเหร็ดอร่อยเมื่อตอนหัวค่ำยังย่อยไม่เสร็จเลย

          “ให้สหายพักผ่อนตามสบายก่อนเนาะ มื้ออื่นค่อยเว้ากันใหม่”





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 12/01/2011 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

จะติดตามเรื่องราว ความมุ่งมาดบากบั่นของผู้มีอุดมการณ์ในยุคนั้นต่อไป ครับ ! ชื่นชมแรงผลักดันของหนุ่มสาวผู้กล้าในยุคนั้นจริงๆ พูดถึงอาจารย์ศรีศักดิ์ นพรัตน์ เคยนั่งกรึ่มกันที่โคราชช่วงก่อนที่อาจารย์จะเข้าป่า เสียดายได้ข่าวว่าอาจารย์ต้องล้มหายตายจากกันไปแล้ว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]