• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172372
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันพุธ ที่ 19 มกราคม 2554
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 1408 , 08:56:47 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

ถ้อยคำต่อไปนี้ตีพิมพ์ใน "สายลมเปลี่ยนทิศ... แต่ดวงจิตมิได้เปลี่ยนเลย" ผลึกแห่งชีวิตและเสียงเพลงปฏิวัติไทย... ในโครงการบันทึกและเผยแพร่ประวัติศาสตร์งานเพลงปฏิวัติ ซึ่งนอกจากมีการจัดพิมพ์หนังสือเล่มหนา ยังมีการจัดแสดงคอนเสิร์ทซิมโฟนี่ออเครตร้า โดยวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่หอประชุมศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๔๖

          “..ค่ำ - ปลายเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๖/วัฒน์ วรรลยางกูร โทร.ถึงผม บอกให้เขียนถึงเพลง "สายธารนักรบประชา" ในอดีตเมื่อประมาณ ๒๕-๒๖ ปีที่แล้ว (ขณะที่เขียนต้นฉบับ) เขาบอกว่าจะมีคอนเสิร์ทเพลงปฏิวัติ "จากผู้มาก่อนกาล ถึงสายธารเดือนตุลา" ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

          นึกไม่ถึงว่ากาลเวลาจะล่วงมายาวนานถึงปานนี้...

          ผมยังนึกเห็นภาพตัวเองกับมิตรสหาย ในยูนิฟอร์มชุดเขียวใบไม้แขนขายาว เนื้อผ้าฝ้ายหนาแน่น สวมทับด้วยโอเวอร์โค้ตคอขนสัตว์หนักอึ้ง นั่งล้อมวงผิงไฟรับไออุ่นแก้พิษหนาวกลางป่าลึกต่างบ้านต่างเมือง โดยไม่รู้ว่าชะตาชีวิตเบื้องหน้าจะเป็นเช่นไร

          เพราะพวกผมในเวลานั้นเป็นพวกหนีตาย หลบลี้หนีภัยการเมืองออกนอกประเทศ!

          พูดไปก็เหมือนนิยาย...

          เวลานี้หลายคนที่เคยนั่งล้อมกองไฟด้วยกัน ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่ ของบ้านเมือง ขณะที่เวลานั้นไม่มีแม้แต่ผืนแผ่นดินจะอยู่

          ลองขานชื่อดูก็ได้ครับ... อย่างเช่นชำนิ ศักดิเศรษฐ์ (อดีต รมช.มท.) อดิศร เพียงเกษ (อดีต รมช. วว. และ รมช.ศธ.) ประธานวิปรัฐบาล ธีรยุทธ บุญมี ผู้ที่นายกฯ ทักษิณว่าปีหนึ่งโผล่หน้าออกมาจากห้องสมุดทีหนึ่ง คำสิงห์ ศรีนอก หรือ "ลาวคำหอม" ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ไขแสง สุกใส อดีตผู้นำพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย (พสท.) ในอดีต รวมทั้งบุญเย็น วอทอง อดีต ส..อุบลราชธานี สังกัดพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ผู้ซึ่งจนถึงวันนี้ยังดำน้ำไม่ยอมโผล่... เป็นต้น...

          “....ที่ซึ่งพวกผมไปพำนักอยู่เมื่อ ๒๕-๒๖ ปีก่อนหน้านี้ (๒๕๔๖) เขาเรียกว่า "สำนักแนวร่วม เอ.๓๐" ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ให้ใช้พื้นที่ชายแดนลาว-จีนเป็นแนวหลังที่พึ่งพิงได้ ของผู้ลี้ภัยการเมืองที่แตกหนีไปจากเมืองไทย เมื่อคราวเกิดวิกฤต ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ที่คนไทยเข่นฆ่ากันเองราวบ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแป

          ผมถูกส่งไปที่นั่นในฐานะกรรมการกลางพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย (พสท.)

          ในฐานะแนวร่วมชั้นสูงในขบวนปฏิวัติที่ว่ากันว่าเป็น "การปฏิวัติประชาชาติประชาธิปไตย" ที่จะต้องผนึกกำลังที่รักชาติรักประชาธิปไตย ไปสู้รบกับพวกเผด็จการฟัสซิสม์ ที่ครองอำนาจรัฐอยู่ในเวลานั้น

          ปัญหามีอยู่ว่าการปฏิวัติไทยในเวลานั้น พคท.เขาเป็นเจ้าภาพ พวกเราก็เลยกลายเป็นแขก

          เมื่อไปอยู่กับเขาในฐานะแขก ก็เลยทำให้มีเวลาว่างกันมาก เพราะจริงๆ ก็ไม่ได้ไปสู้รบปรบมือกับใคร เพราะกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย หรือ ทปท. นั้นเป็นของ พคท.

          พวกเราที่เป็นแขกก็เพียงปรบมือเชียร์อยู่รอบๆ สนาม... และนี่เป็นที่มาของ "เพลงป่า" หรือเพลงปฏิวัติที่ว่ากันว่าเกิดขึ้นกว่า ๔๐๐ เพลงในช่วงระยะเวลาประมาณ ๕ ปีเศษหลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙

          จำได้ว่าราวปี พ..๒๕๒๐ ที่สำนัก เอ.๓๐ มีการเปิดหลักสูตรเกี่ยวกับการเขียนโน้ตเพลง โดย "ลุงสม" หรือคุณอุดม ศรีสุวรรณ เป็นวิทยากร

          อุดม ศรีสุวรรณ เป็นปัญญาชนอาวุโสท่านหนึ่งใน พคท. และได้รับมอบหมายให้เป็นคณะรับผิดชอบสำนัก เอ.๓๐ ในเวลานั้นด้วย

          ถ้าจำไม่ผิด ศิษย์ร่วมสำนักที่เข้าเรียนโน้ตเพลงจากอาจารย์อุดม ศรีสุวรรณ ด้วยกัน นอกจากอดิศร เพียงเกษแล้ว ยังมีวิสา คัญทัพ ประสาน มฤคพิทักษ์ ยุทธศักดิ์ จรลี...ฯลฯ

          พวกเราที่ไม่มีโอกาสออกไปรบทัพจับศึกกับเขาที่แนวหน้า พากันจัดขบวนทัพด้านศิลปวัฒนธรรมกันที่สำนัก เอ.๓๐ นั่นเอง

          มีการออกนิตยสาร "สามัคคีสู้รบ" โดยธีรยุทธ บุญมี เป็นหัวเรือใหญ่ ใช้กระดาษไขแผ่นใหญ่ๆ ที่มาจากประเทศจีน (ดูเหมือนจะเท่าๆ ขนาดหน้ากระดาษ เอ.) นำมาตัดครึ่งให้ได้ขนาด เอ.  แล้วจัดหน้าด้วยพิมพ์ดีด อัดโรเนียวด้วยมือ...เป็นหนังสือทำมือ (ทำด้วยมือ-Hand Made) ที่ออกจากเขตป่าเขา แล้วมีคนนำไปถ่ายทำเพลท และขึ้นแท่นพิมพ์ออพเส็ทในเมือง (รวมทั้งต่างประเทศ) อีกทอดหนึ่ง

          ดูเหมือนมีหนังสือทำมือแนววรรณกรรมออกมาด้วย ผมเป็นหัวเรือ แต่จำไม่ได้แล้วว่าหนังสือชื่ออะไร

          ที่จำได้ก็คือหลังจากเข้าคอสโน้ตเพลงกันแล้ว ผมมีเพลง "สายธารนักรบประชา" เป็นงานที่เกิดขึ้นคล้ายเป็นแบบฝึกหัด ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นเคยทำ "คนกับควาย" ให้สุรชัย จันทิมาธรร้องและบรรเลงจนลั่นบ้านสนั่นเมืองมาแล้วในช่วง ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ หรือ ประมาณ ๓๐ ปีที่แล้ว

          จำได้อีกว่า เมื่อผมนำ "สายธารนักรบประชา" ออกอวดพรรคพวก วิสา คัญทัพ หัวร่อว่าผมทำเพลงยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม และเมื่อส่งไปออกอากาศสถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.) มันก็ออกมาเป็นท่วงทำนองแบบนั้นจริงๆ

          หลังจากนั้นอีกนานปีต่อมา ผมจึงรู้ว่า (ยืนยง) แอ๊ด คาราบาว นำมาร้องใหม่ และเขาพยายามตามหาผมเพื่อจ่ายค่าลิขสิทธิ์ (โดยที่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า-แต่ก็ไม่เป็นไร/ขอบคุณ)

          กล่าวได้ว่า "สายธารนักรบประชา" เป็นหมากผลของโรงเรียนศิลปวรรณคดีที่แนวหลังในครั้งนั้น....

          “....ผมอยู่ที่สำนัก เอ.๓๐ ราว ๘ เดือน รู้สึกเซ็งๆ เพราะไม่ได้ทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราว ก็เลยขอไปแนวหน้า ซึ่งก็สมใจในเวลาต่อมา...

          ช่วงระหว่างปี ๒๕๑๙ – ๒๕๒๔ รวมแล้ว ๔-๕ ปี ที่ชะตากรรมผกผันเข้าไปใช้ชีวิตในเขตป่าเขา คงจะมีเรื่องราวที่นำมาเล่าขานได้ไม่น้อย นี่ถ้าไม่มีใครบอกให้เล่าเรื่องเพลงในป่าสมัยนั้น เรื่องราวในอดีตคงกำลังลบเลือนไปจากความทรงจำ

          ครั้นเมื่อต้องเล่ากันอีกที ผมต้องมานั่งรำลึกตรึกตรอง เรียงลำดับทบทวนอยู่นานวัน เพราะถึงจะเป็นถ่านไฟเก่าก็ต้องหาเชื้อไฟมาอ่อยอยู่เหมือนกัน

          ในสายตาของนักปราบคอมมิวนิสต์สมัยนั้น เมื่อเอ่ยชื่อผมเขาจะนึกว่าเป็นผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ หรือ ผกค. ซึ่งพวกที่ถูกขนานนามว่า ผกค.นั้น พวกเขาเรียกขานตัวเองว่า "นักรบปฏิวัติ"

          มีการจัดแบ่งหน้าที่กันเป็นเรื่องๆ ไป อย่างเช่นใครเป็นหมอหรือเป็นพยาบาลก็มีหน้าที่เฉพาะอย่างของตน

          ซึ่งก็หาได้เป็นพลพรรคของ พคท. ทั้งหมดก็หาไม่ อย่างพวกผมนี่ไม่ได้อยู่ในองค์กร พคท. ถูกจัดให้เป็นแนวร่วมหรือเป็นแขกอย่างที่ว่า

          ไม่มีหน้าที่ออกไปสู้รบตบตีกับผู้ใด แต่อาจทำหน้าที่อื่น เช่นทำงานมวลชน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่เขตงาน หรือขยายเขตงานใหม่ๆ ออกไป

          หรือไม่ก็อาจทำงานด้านการให้การศึกษาอบรมแก่พลพรรค หรือไม่ก็ทำงานในแนวรบด้านศิลปวัฒนธรรม ด้วยการเป็นนักเขียน เป็นศิลปิน หรือเป็นนักแต่งเพลง ซึ่งล้วนต้องอยู่ในกรอบที่เรียกว่า "แนวทางปฏิวัติ" หรือแนวทางที่ก้าวหน้า ไม่ใช่แนวทางที่มอมเมาความคิดจิตสำนึกให้ล้าหลัง หรือต่อต้านการปฏิวัติ..

          “...เชื่อไหมครับ?

          เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๑๙ ผมถูกปิดล้อมที่ซับแดงด้วยกำลังทหารตำรวจถึง ๒ กองพัน!

          ผมหนีตายออกจากวงล้อมได้อย่างไร เป็นเรื่องยาวที่จะเล่าในโอกาสอื่น ตอนนี้เอาเป็นว่า...ในที่สุดก็เข้าป่าทางดงมูล เขตรอยต่อ ๔ จังหวัดคือขอนแก่น อุดรธานี กาฬสินธุ์ และสกลนคร

          ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปศูนย์กลางฯ โดยที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน? และไม่กล้าถามใคร เพราะกติกาของที่นั่นคือทุกอย่างเป็นความลับ ผมจึงมีหน้าที่เดินทางอย่างเดียว

          จากดงมูลขึ้นไปภูพาน ด้วยการเดินเท้าที่ใช้ระยะเวลาร่วมเดือน ในใจนึกว่าศูนย์กลางคงเป็นภูพาน แต่ก็ไม่ใช่ เมื่อค่ำวันหนึ่งมีการเลี้ยงส่งผมด้วยก๋วยเตี๋ยวเนื้อเลียงผา ผมเข้าใจว่าท่านผู้ที่จัดเลี้ยงให้แก่ผมในค่ำวันนั้นคงจะเป็นสหายผู้ใหญ่อย่างน้อยต้องระดับภาค ท่านบอกผมเพียงแต่ว่าพรุ่งนี้จะต้องออกเดินทางต่อไป

          นักรบกลุ่มหนึ่งพาผมไปส่งข้ามแม่น้ำโขงแถวนครพนม มอบผมให้ทหารลาว และพักอยู่เมืองท่าแขก (ฝั่ง ส.ป.ป.ลาว) สัปดาห์หนึ่งแล้วถูกส่งขึ้นไปเวียงจันทน์ด้วยรถยนต์ โดยที่ไม่รู้ว่าที่หมายของการเดินทางเป็นแห่งหนตำบลใด รู้แต่เพียงว่าจะต้องเดินทางไปศูนย์กลางฯ ตามลำพังคนเดียว กับคนแปลกหน้าซึ่งไม่รู้ว่าเป็นลาวหรือไทยเพราะไม่กล้าถามอีกนั่นแหละ

          จากเวียงจันทน์ผมได้นั่งเฮลิคอปเตอร์เป็นครั้งแรกในชีวิต ไปพบ "ลุงสม" คุณอุดม ศรีสุวรรณ ที่เมืองไชยะบุรี ที่ผมรู้ว่าลุงสมเป็นคนไทย เพราะเขาพูดกับผมด้วยภาษาไทยภาคกลาง และบอกผมว่ามารับไปศูนย์กลาง พวกเราแวะกินข้าวมื้อเที่ยงที่หลวงพระบาง แล้ว ฮ.ลาวก็ไปส่งผมกับคณะลุงสมที่เมืองอุดมไชภาคเหนือของลาว

          ที่ค่ายพักแห่งนี้ ผมพบว่าพรรคพวกที่คุ้นเคยกันมากหน้าหลายตามารวมกันอยู่ที่นี่ เพื่อจะเดินทางไปศูนย์กลางเหมือนกัน ส่วนใหญ่แล้วเป็นชาวพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย (พสท.) ซึ่ง พคท.เขาถือว่าเป็นแนวร่วมอย่างที่ว่ามาแล้ว ในจำนวนนี้มี "ลาว คำหอม" หรือคำสิงห์ ศรีนอก บุญเย็น วอทอง ทองปักษ์ เพียงเกษ ฯลฯ รวมอยู่ด้วย คุณทองปักษ์ เป็นอดีต ส..ขอนแก่น สังกัดพรรคแนวร่วมสังคมนิยม เป็นบิดาของคุณอดิศร เพียงเกษ ซึ่งเข้าป่ากันทั้งครอบครัว ต่อมาน้องชายคุณอดิศรเสียสละชีวิตในป่า ๑ คน....”





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นักข่าวอิสระ วันที่ : 19/01/2011 เวลา : 11.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/news2

แวะมาอ่านบทความครับ ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]