• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172492
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันเสาร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 2062 , 08:55:58 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

         จากฐานที่มั่นภูพาน ผมขอเดินทางกลับไปเขต ๖๖๖ รอยต่อ ๓ จังหวัด อุดรธานี กาฬสินธุ์ ขอนแก่น เพื่อร่วมกับสหายอ้ายน้องขยายเขตงานปฏิวัติให้กว้างขวางออกไป คราวนี้ผมเดินทางโดยระบบเมล์ปกติ ไม่ใช่เมล์ด่วนแบบขาขึ้นไปฐานที่มั่นคราวแรก ผู้ร่วมเดินทางอีกคนหนึ่งที่ถูกจัดให้เป็นแนวร่วมชั้นสูงคือ “สหายบัญชา” คุณสมบูรณ์ สุพรรณฝ่าย กรรมการพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยเช่นเดียวกันกับผม

          เดิมผมใช้ชื่อจัดตั้งว่า “สหายวีระ” คนที่สำนักแนวร่วม เอ.๓๐ จะรู้จักผมในนามนั้น แต่เมื่อกลับมาสู่แนวหน้าคราวนี้ผมเปลี่ยนชื่อจัดตั้งเป็น “สหายสุดเขต” เนื่องจากมีความรู้สึกว่ามันเป็นช่วงชีวิตที่มีแต่การเดินทาง ทั้งเดินเท้าขึ้นเขาลงห้วย เดินทางบกด้วยรถยนต์ บนถนนหัวแดงเป็นวันๆ รวมทั้งเดินทางโดยอากาศยานชนิดที่เพิ่งเคยขึ้นเป็นครั้งแรกในชีวิตคือเฮลิคอบเตอร์

          ผมใช้เวลากว่าเดือนจึงกลับไปถึงดงมูลอีกครั้ง คราวนี้ผมได้พบญาติพี่น้องที่มาจาก “ซับแดง” หลายคน รวมทั้งสหายอ้ายน้องหน้าใหม่หลายสิบคนที่เดินทางเข้าดงมูล หลังจากผมถูกส่งขึ้นไปศูนย์กลางฯ

          พวกเราเริ่มวางแผนสร้างเขตงานใหม่ ตั้งเป้าหมายไว้ที่ซับแดงซึ่งมีสภาพป่าเขาอยู่บ้าง ตั้งแต่หัวภูเม็ง ต่อเนื่องไปทางภูผาดำ ภูผาแดง ซึ่งเชื่อมต่อกับเทือกเขาแลนคาที่ภูโค้ง ท้องที่ด้านจังหวัดขอนแก่นจะมีอำเภอหนองเรือ บ้านฝาง พระยืน มัญจาคีรี (รวมทั้งโคกโพธิ์ไชยในปัจจุบันซึ่งแยกมาจากมัญจาคีรี) ด้านจังหวัดชัยภูมิจะเป็นท้องที่อำเภอบ้านแท่น และแก้งคร้อเป็นส่วนใหญ่

          พวกเราตั้งชื่อเขตงานใหม่นี้ว่า “เขตปากน้ำโพ”

          จุดมุ่งหมายทางยุทธศาสตร์ประการสำคัญคือต้องการสร้างเขตงานปฏิวัติเขตภาคอีสานเหนือให้สามารถเชื่อมโยงกับเขตงานทางภาคเหนือ!

          การสร้างเขตงานใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาแรมปีจึงสามารถจัดหน่วยจรยุทธไปเคลื่อนไหวในเขตงานใหม่นี้ได้

          เริ่มจากการสำรวจเส้นทางเดินเท้าและสร้างมวลชนพื้นฐานไว้ตามจุดที่หน่วยจรยุทธจะเดินทางผ่าน จากเขตดงมูลและเขาสวนกวางพอมีมวลชนพื้นฐานพอสมควร เนื่องจากเป็นเขตงานเก่าของเขต ๖๖๖

          จากเขาสวนกวางจะต้องลงสู่ที่ราบและข้ามถนนมิตรภาพแถวๆ บ้านทมป่าข่า ทมนางาม ท้องที่อำเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี มุ่งหน้าขึ้นภูพานน้อยเขตงานภูพานช่อฟ้า ในสังกัดเขตพิเศษอุดรธานีที่ขึ้นต่อศูนย์กลางฯ โดยตรง

          จากภูพานน้อยพวกผมจะต้องข้ามลำน้ำพอง โดยการสร้างมวลชนพื้นฐานในเส้นทางภูพานคำ ใต้เขื่อนอุบลรัตน์ ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นแถวๆ บ้านบะแต้ บ้านคำหญ้าแดง ท้องที่อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น เพื่อที่จะเดินทางบนสันภูพานคำ จนลงสู่โคกหินฮาว ซึ่งเป็นสภาพป่าโปร่งตามแนวราวหินทรายที่ทอดยาวมาจากภูพานคำ ขนานไปกับเทือกเขาภูเม็ง โดยหน่วยจรยุทธจะต้องอาศัยความมืดตอนกลางคืนข้ามเส้นทางสายมะลิวัลย์ แถวๆ ดอนโมง มุ่งหน้าขึ้นป่าดงดิบบนหัวภูเม็ง

          ช่วงระหว่างหินฮาวไปหัวภูเม็งจะต้องผ่านที่ราบ และส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ทำไร่ทำนาของชาวบ้านแถบนั้น ถ้าเป็นหน้านาจะต้องพักพลหลบซ่อนอยู่แถวหินฮาวก่อน เพื่อรอเวลามืดค่ำอีกครั้ง ก่อนที่จะลัดเลาะไปตามคันนาโดยหลีกเลี่ยงการเหยียบย่ำนาข้าวโดยเด็ดขาด

          การละเมิดทรัพย์สินและผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นข้อห้ามสำหรับกองป่า ถือเสมือนเป็นวินัยเหล็กอีกข้อหนึ่ง “ไม่เอาสิ่งของของประชาชนโดยพลการ แม้แต่ข้าวเม็ดหักผักเส้นหนึ่ง

          ถึงแม้ในเป้หลังจะมีแต่พริกแห้งกับเกลือ หากในระหว่างการเดินทางพบเห็นปลาดุกปลาช่อนกำลังติดเบ็ด หรือไม่ก็ดิ้นพล่านๆ อยู่ในไหที่ชาวบ้านเขาฝังไว้ตามคันนาเพื่อดักปลาในหน้าปลาลงสู่วังน้ำลึกปลายฤดูฝน พวกเราก็ได้แต่กลืนน้ำลาย ไม่สามารถฉกฉวยเอามาเป็นเสบียงอาหารในยามขาดแคลนได้เลย

          วินัยเหล็กข้อนี้สามารถสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้แก่ประชาชนเป็นอย่างดียิ่ง หลังจากนั้นเมื่อมวลชนรู้ว่าคนป่าเขามีระเบียบวินัยเคร่งครัด “ชิ้น (เนื้อสัตว์) ต่อนหนา ปลาตัวใหญ่” ต้องนำไปหยิบยื่นให้ลูกหลานกองป่าให้จงได้

          การสร้างเส้นทางและเขตงานใหม่เป็นงานละเอียดอ่อน ไม่เพียงแต่ต้องใช้เวลายาวนานแรมปี ด้านงบประมาณก็ต้องใช้ไปนับแสนบาท

          เริ่มจากขั้นตอนเพาะเป้าสร้างแกน ด้วยการส่งสหายกองป่าที่ไว้วางใจได้ อำพรางตัวเป็นชาวบ้าน เพื่อเข้าไปพบปะกับเป้าหมายบุคคลที่กำหนดให้ ซึ่งจำเป็นต้องนำแกนเหล่านั้นเข้าไปให้การศึกษาทฤษฎีการเมืองและปลูกฝังความคิดจิตสำนึกที่ปฏิวัติ ผ่านการทดสอบหล่อหลอมจนเป็นที่เชื่อมั่นได้แล้ว จึงจะมอบหมายภารกิจให้ไปทำ

          ซึ่งก็หนีไม่พ้นการขยายมวลชนพื้นฐานในระบบ ๑ จับ ๒ เพื่อสร้างหน่วยมวลนพื้นฐานการเมืองที่ปฏิวัติหน่วยละ ๓ คน แล้วค่อยแตกตัวขยายจำนวนไปเรื่อยๆ แบบไฟลามทุ่ง เนื่องจากมีเกณฑ์ปฏิบัติกันว่าปริมาณคนในกองป่า ๑ คน จะต้องรองรับด้วยมวลชนพื้นฐานในหมู่บ้านอย่างน้อย ๓ คน

          ระบบการจัดตั้งใช้หลักสัมพันธ์ด้านลึก ห้ามสัมพันธ์ทางขวางเด็ดขาด เพราะจะทำให้สูญเสียความลับ ภาษาในป่าเรียกว่า “เสียลับ” การรักษาความลับเป็นหัวใจของการเคลื่อนไหวงานใต้ดิน

          การปรึกษาการงานหรือการสั่งการใดๆ ขององค์การจัดตั้ง ล้วนต้องกระทำอย่างเป็นความลับ รับรู้ได้เฉพาะผู้เกี่ยวข้อง เปิดเผยได้เฉพาะผู้มีหน้าที่รับรู้เท่านั้น

          ผมจดจำได้เป็นอย่างดีว่า  หลังจากตระเตรียมงานอยู่ราวปีเศษ พวกเราได้เคลื่อนหน่วยงานจรยุทธหน่วยแรกเดินทางไปเขตปากน้ำโพ ช่วงนั้นน่าจะเป็นปลายปี พ..๒๕๒๓ ต่อต้นปี ๒๕๒๔

          ในเช้าของวันที่เราเตรียมพร้อมจะออกเดินทาง มีการตระเตรียมเสบียงอาหารกันเป็นการใหญ่ บังเอิญเช้านั้นสหายอ้ายน้องทับทหารหลักเขาได้กวางป่าตัวหนึ่ง มันทะเร่อทะร่ามาติดยนต์ที่สหายกะว่าจะดักหมูป่า      พอเสียงปืนดังขึ้นกลายเป็นกวางป่าตัวใหญ่ ล้มทับสายยนต์อยู่ กระสุนปืน ปลยบ.๘๘ เจาะเข้าตรงขมับพอดิบพอดี ไม่มีโอกาสดิ้นรนแม้แต่น้อย

          อ๋อ...ยนต์ที่ว่านี้มันคืออะไรหรือครับ?

          คำว่ายนต์ หรือการดักยนต์นี่มันเป็นอย่างนี้... เวลาที่สหายเขาไปพบร่องรอยของหมูป่าลงมาเล่นน้ำตามน้ำซับน้ำซึม หรือน้ำคำในป่าดงดิบ มันจะเอาลำตัวไปสีกับต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ แหล่งน้ำนั้น อาจจะมีตัวเห็บตัวเหาทำความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผิวหนังของมัน หลังจากลงเล่นและกินน้ำจนเป็นที่พอใจแล้ว มันจะพากันไปสีต้นไม้ต้นหนึ่ง ทิ้งคราบโคลนดินไว้ให้เป็นที่สังเกต

          ดูจากระดับต่ำสูงของคราบโคลนดินบนโคนต้นไม้ สหายเขาจะรู้ทันทีว่าหมูป่าฝูงนี้ ตัวเล็กใหญ่ขนาดไหน สิบกำหรือยี่สิบกำกันแน่? การวัดขนาดเป็นกำนี่ก็คือกำมือของคนเรานี่แหละ เวลาได้หมูป่าเขาจะเอาเชือกวัดรอบตัวของมัน แล้วก็ใช้มือกำเชือกว่าสั้นยาวกี่กำมือ?

          วิธีดักยนต์เขาจะใช้ปืนเล็กยาว หรือไรเฟิ้ล ปลยบ.๘๘ ซึ่งเป็นปืนเล็กยาวที่กองทหารฝ่ายสัมพันธมิตรใช้ในสมัยสงครามโลกโน่นล่ะครับ ในกองป่าส่วนใหญ่เขาจะให้นักรบใหม่ฝึกถือไว้ป้องกันตัว เป็นปืนที่บรรจุกระสุนและยิงได้เฉพาะระบบซิงเกิ้ล คือขึ้นนกและเหนี่ยวไกลั่นกระสุนได้ทีละนัด

          ถ้าเป็นของโซเวียต หรือของจีนจะมีน้ำหนักเบากว่า เรียกว่าปืนเซกาเซ (CKC) ดังนั้น ปลยบ.๘๘ ด้วยความล้าสมัยของมันจึงมักถูกเก็บเข้ากรุ อย่างมากก็นำออกมาใช้ดักสัตว์ หรือดักศัตรูผู้มาเยือนโดยมิได้บอกกล่าวหรือรับเชื้อเชิญ

          วิธีการก็คือ มัดปืนไว้กับต้นไม้อีกต้นให้มั่น โดยเล็งปลายกระบอกปืนไปยังจุดเป้าหมายที่จะยิง ซึ่งก็คือรอยคราบโคลนดินที่โคนต้นไม้ต้นนั้น ใช้เชือกไนล่อนสีเขียวเส้นเล็กๆ ผูกไกปืนเกี้ยวต้นไม้ที่มัดปืนนั้น แล้วโยงไปยังโคนต้นไม้ที่สัตว์จะเข้าไปสี ขึ้นนกปืนง้างไว้ เป็นอันแล้วเสร็จกระบวนการดักยนต์

          เมื่อสัตว์เข้าไปสีต้นไม้ จะพานเชือกลั่นไกปืนโดยอัตโนมัติ

          “มีกำลังขนได้เท่าไหร่ เอาไปได้เลย...”

          สหายผู้บังคับบัญชากองทหารบอกพวกผม ดูเหมือนหน่วยเดินทางไปเขตงานใหม่เที่ยวนั้นจะมีกำลังพล ๑๒ คนด้วยกัน ทั้งชำแหละเป็นเนื้อสด และปรุงเป็นส้มต่อน สัมฟัก กะว่าทำทุกวิถีทางที่จะสะสมเสบียงอาหารไปกินระหว่างเดินทางให้ได้มากที่สุด

          แต่ละคนบรรจุเนื้อกวางจนเต็มพิกัด ปรากฏว่าเอาไปได้แค่ขาเดียว ถึงกระนั้นก็กินตั้งแต่ดงมูลจนถึงภูพานน้อยก็ยังไม่หมด!

          ข่าวเรื่องสถานการณ์ปฏิวัติถดถอยมีมาละลอกแล้วละลอกเล่า มันลอยมาตามสายลมหนาวช่วงปี ๒๕๒๓-๒๔ ในขณะที่พวกผมกำลังพยายามขยายเขตงานใหม่ ซึ่งก็ดำเนินไปด้วยดีโดยที่ไม่ทราบว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในขบวนปฏิวัติของประชาชนไทยที่นำโดย พคท.

          ที่เขตงาน ๖๖๖ พวกผมตกลงกันจัดตั้งองค์การปกครองร่วมกันในระดับเขตงานคณะกรรมการจังหวัด ในทำนององค์การแนวร่วมที่ประกอบด้วยพรรคฝ่ายต่างๆ ที่มีตัวแทนอยู่ในเขตงาน ดูเหมือนว่าเรื่องนี้คณะกรรมการจังหวัดถูกตำหนิมาจากศูนย์กลาง จนถึงขั้นตัดงบประมาณ สร้างความยากลำบากให้กับเขตดงมูลอย่างยิ่ง

          ตามปกติแล้ว สหายอ้ายน้องแต่ละคนจะมีอัตราใช้จ่ายส่วนตัวคนละ ๑๕ บาทต่อเดือน เพื่อซื้อสบู่ ยาสีฟัน ฯลฯ กระนั้นปรากฏว่าหลายคนมีเงินเก็บจนได้ซื้อนาฬิกาข้อมือ บางคนซื้อวิทยุเล็กๆ เอาไว้ฟัง สปท. (สถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย) และฟังวิทยุคลื่นสั้นสถานีต่างๆ เพื่อติดตามข่าวสาร

          นอกนั้นจะเป็นค่าใช้จ่ายส่วนรวม เช่นข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องเวชภัณฑ์ น้ำตาล นม เป็นต้น เฉลี่ยแล้วจะตกประมาณ ๔๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน

          ผมกะเอาเองว่าเวลานั้นเขตงานดงมูลมีจำนวนพลนับพัน อย่างน้อยต้องใช้เงินราว 4 แสนบาทต่อเดือน เมื่อถูกตัดงบประมาณ จำเป็นต้องพึ่งตนเอง... เรื่องนี้คงต้องให้สหายผู้รับผิดชอบเขตงานเป็นคนเล่า ผมเองไม่เหมาะที่จะเล่า

          ความยากลำบากเที่ยวนั้นทำให้เราต้องกินข้าวต้มแทนข้าวสวย หรือไม่ก็หุงข้าวสวยผสมหัวมันสำปะหลัง หรือผสมข้าวโพดต้ม จนบางครั้งกองทหารป่าต้องปะทะกับกองกำลังฝ่ายบ้านเมืองเพื่อแย่งชิงหัวมันสำปะหลังที่เราซื้อจากประชาชน

          เอาเป็นว่าในขณะที่เขตงานเก่าประสบความยากลำบากอยู่นั้น เขตงานใหม่กลับขยายออกไปด้วยดี

          “...ขณะกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการขยายเขตงานใหม่ พลันก็ได้รับคำสั่งให้เดินทางอีกแล้ว คราวนี้ให้เดินทางกลับขึ้นไปฐานที่มั่นภูพานอีกครั้ง ถ้าจำไม่ผิดเห็นจะเป็นการไปประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย (พสท.) พร้อมกับเปิดโรงเรียนนักข่าวนักเขียน

          ไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็นคราวเดียวกันหรือไม่นะครับ แต่ที่แน่ใจคือเมื่อไปถึงฐานที่มั่น ผมถูกจัดให้ไปพักที่สำนัก ๗๔ ที่มีวัฒน์ วรรลยางกูร ล้วน เขจรศาสตร์ ธัญญา ชุณชฎาธารและวิสา คัญทัพ ทำงานอยู่ที่นั่น และที่นี่...ภารกิจหลักของสำนัก ๗๔ คือผลิตวารสาร "ธงปฏิวัติ" รายเดือน ส่งไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั่วภาคอีสานเหนือ...

          ขึ้นไปฐานที่มั่นภูพานคราวนี้ ผมได้พบสหายอ้ายน้องกลุ่มปัญญาชนค่อนข้างมาก ท่ามกลางข่าวลือหนาหูว่าภายในขบวนปฏิวัติประชาชาติประชาธิปไตยไทยที่นำโดย พคท. กำลังเกิดกระแสความขัดแย้งทางแนวความคิดทฤษฎีการปฏิวัติ ขณะที่ในทางสากลได้เกิดสถานการณ์เช่นนั้นมาก่อนหน้านี้ เริ่มจากอดีตสหภาพสังคมนิยมโซเวียตรัสเซียแตกหักกับจีน ตามด้วยจีนทำสงครามสั่งสอนเวียดนาม เมื่อเวียดนามกรีฑาทัพเข้าจัดการกัมพูชา... และ พคท. เองกับพรรคประชาชนปฏิวัติลาวก็ไม่สู้จะลงรอยกันในด้านความคิดทฤษฎี

          บรรยากาศทั่วใปที่ฐานที่มั่นภูพาน ถึงแม้ว่าโดยภาพรวมจะยังคึกคักมีชีวิตชีวา แต่ลึกๆ ลงไปในความคิดจิตสำนึก หลายคนชักจะไม่แน่ใจ และเริ่มมีข่าวการออกไปยอมจำนนของสหายอ้ายน้องบางส่วนบางคน ทั้งที่เป็นสหายชาวไร่ชาวนาและปัญญาชนที่มาจากในเมือง

          เขตงานเก่าชักจะมีปัญหา... แต่เขตงานบุกเบิกใหม่กลับขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว เป็นสองภาพที่ซ้อนทับกันอย่างไม่ลงตัว...”

          ที่ยกมานี่เป็นข้อความตอนหนึ่งที่ผมเขียนให้โครงการบันทึกและเผยแพร่ประวัติศาสตร์งานเพลงปฏิวัติ และตีพิมพ์ในหนังสือที่ชื่อ “สายลมเปลี่ยนทิศ แต่ดวงจิตมิได้เปลี่ยนเลย ผลึกแห่งชีวิตและเสียงเพลงปฏิวัติไทย” ตีพิมพ์เมื่อปี พ..๒๕๔๖

          “...พวกที่แต่งเรื่อง เขียนโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน แต่งละคร แต่งกลอนลำ หรือแต่งเพลง เขาจะสำนึกอยู่เสมอว่ากำลังทำการสู้รบอยู่ในแนวรบด้านศิลปวัฒนธรรม

          คนพวกนี้อาจไม่จำเป็นต้องสังกัดอยู่ในกองทหาร หรืออาจไม่จำเป็นต้องเป็นพลพรรคของ พคท. แต่อาจเป็นคนนอกพรรคที่เรียกว่า "แนวร่วม" อย่างพวกผมนี่ก็ได้

          แต่ว่าอยู่ในป่า เราไม่รู้ดอกครับว่าใครเป็นพลพรรคหรือไม่ได้เป็น เพราะทุกอย่างเป็นความลับ การแต่งตัวก็เหมือนกันหมด ไม่มีขีดไม่มีขั้นหรือเครื่องหมายบอกยศบอกตำแหน่ง ทุกคนคือ "สหาย" ที่อาจมีภาระหน้าที่แตกต่างกันไป ที่พอสังเกตได้บ้างว่าผู้ใดเป็นสหายผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบระดับสูงก็จะดูตรงที่ว่ามี "ทหารพิทักษ์" คอยติดตามหรือเปล่า?

          ผมเองก็มีทหารพิทักษ์เหมือนกัน แต่แทนที่จะแบกภาระหน้าที่ในการอารักขา ให้ความปลอดภัยเป็นพิเศษ กลับมีหน้าที่เป้เครื่องพิมพ์ดีดกับกระดาษจนหลังแอ่น

          ในความรู้สึกของผม... ยังไม่รู้เลยว่าอะไรเป็นอะไร หรือว่าใครเป็นใครในขบวนคนป่า... เดินไปเดินมา ๔-๕ ปี เขียนหนังสือได้ ๒-๓ เล่ม แต่งเพลงได้ ๒-๓ เพลง ก็หมดเวลาเสียแล้ว...” 

สหายไทที่ภูหินร่องกล้า ลองทายซิครับ "เขาคือใคร"





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เช่นนั้นเอง วันที่ : 05/02/2011 เวลา : 09.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kbd
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้, ใครจะรู้ความตาย แม้พรุ่งนี้

14 ตุลา 2516 รีบกลับมาเกิดแล้ว แต่ยังจำอะไรไม่ได้เลยค่ะ เข้ามารายงานตัวและขอหลบเข้าป่ากลับบ้านทุ่งสัก 2 - 3 วัน ไปนอนกินลมชมทุ่ง สีไวโอลินให้ชื่นใจ หายเหนื่อย แล้วพบกันวันที่ 12 ก.พ. นะคะลุง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ChaiManU วันที่ : 05/02/2011 เวลา : 09.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

สหายไท เขาคือใคร

นึกไม่ออกครับ(เกิดไม่ทัน) ไว้กลับมาอ่านเฉลยนะครับลุง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28          

[ Add to my favorite ] [ X ]