• สมคิด_สิงสง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 172509
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สมคิด สิงสง www.somkhitsin.net
กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า สารคดี ประสบการณ์ชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kongsongfang
วันอังคาร ที่ 1 มีนาคม 2554
Posted by สมคิด_สิงสง , ผู้อ่าน : 1445 , 08:31:11 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          ผมจำได้ดีว่าการออกจากฐานที่มั่นภูพานเข้ากรุงเทพฯ เมื่อกลางปี พ..๒๕๒๔ ไม่ได้ตั้งใจว่าจะไปยอมจำนน เพียงเปลี่ยนสมรภูมิสู้รบจากเขตป่าเขาไปสู่การเคลื่อนไหวในเมือง 

          ต้องจารึกไว้ให้เป็นที่ปรากฏว่า การเคลื่อนย้ายจากป่าเข้าเมืองคราวนั้น ผมได้รับการอนุเคราะห์ด้วยดีจาก พคท. ในการคุ้มกันการเดินทางจากภูพานเข้าสู่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งค่าใช้จ่ายบางส่วนเพื่อการยังชีพในเมือง เช่นค่าเช่าบ้าน เป็นต้น

          ที่บอกว่าได้รับการอนุเคราะห์จาก พคท. ก็เนื่องจากผมนั้นเป็นคนนอกของ พคท. สังกัดของผมคือ พสท. (พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย) ดังนั้นต้องขอขอบคุณสายในเมืองของ พคท. ที่ให้การช่วยเหลือผมและครอบครัวตามสมควร

          ผมกับภรรยาที่ตั้งครรภ์อ่อนๆ ได้ห้องเช่าแบบทาวน์เฮาส์ในซอยสุขุมวิท ๑๐๑/๑ ถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนจะชื่อซอยอุดมสุข อยู่กันอย่างปิดลับ คือไม่แสดงตัวต่อคนทั่วไปว่าเป็นใคร มาจากไหน มาทำอะไร?

          นอกจากคนในสายจัดตั้ง และเป้าหมายที่ผมต้องการติดต่อ!

          ผมเคลื่อนไหวลับๆ อยู่ในกรุงเทพฯ ได้ ๓-๔ เดือน ในที่สุดก็ถูกบีบให้เปิดเผยตัว เมื่อคุณศิลปเสริฐ โพธิ์แก้ว อดีตผู้นำองค์กรนักศึกษาครูหายตัวไป ไม่มาพบผมตามนัด ทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาทันทีว่าคงเกิดเหตุร้ายอะไรสักอย่างขึ้นกับเขาเป็นแน่ 

          แล้วก็เป็นจริงอย่างนั้นด้วยครับ ผมทราบในภายหลังว่าเขาถูกอุ้มตัว และเสียชีวิต ในระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง

          จำได้ว่าวันนั้นผมนัดคุณศิลปเสริฐ โพธิ์แก้ว ที่หน้าท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ ปกติพวกเราจะเคร่งครัดในเรื่องการรักษาเวลานัดหมายอย่างยิ่งยวด เมื่อไม่เห็นมาตามนัดต้องสันนิษฐานทันทีว่าต้องประสบเหตุร้ายเป็นแน่

          คุณศิลปเสริฐเป็นเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างผมกับเพื่อนมิตรอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อสะพานถูกทำลายการสื่อสารคมนาคมก็ล้มเหลวไปด้วย และอาจนำภัยมาถึงผมด้วยหากไม่มีมาตรการการเคลื่อนไหวที่ดีพอ

          ผมตัดสินใจเข้ารายงานตัวต่อทางราชการ โดยทำให้เป็นข่าวปรากฏทางหน้าหนังสือพิมพ์ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการถูกอุ้มไปสอบสวนลับๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับคุณศิลปเสริฐ

          ผมไปที่กรมตำรวจ (ในเวลานั้น) ถามหาห้องผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล และแจ้งกับนายเวรหน้าห้องว่าประสงค์จะเข้ารายงานตัว และได้รับการต้อนรับด้วยดี

          “อ้อ... มาแล้วรึผู้การสันติบาลเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มหนังสือในมือ “ดีแล้ว อยู่ในนั้นลำบากจะตาย ออกมาก็ดีแล้ว...”

          ผมจำไม่ได้แล้วว่าผู้การสันติบาลในเวลานั้น (..๒๕๒๔) ท่านชื่ออะไร แต่ดูเหมือนท่านจะรู้ล่วงหน้าแล้วว่าผมจะต้องเข้ารายงานตัว

          “เดี๋ยวไปคุยกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ซักถามเขาสักหน่อย”

          ผู้การสันติบาลบอกผมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หลังจากพูดคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบกันอยู่คราวหนึ่ง ผมก็เรียนท่านไปตามจริงว่าได้เข้ามากรุงเทพฯ ๓-๔ เดือนแล้ว แต่ยังไม่สบโอกาสที่จะเข้ารายงานตัวต่อทางราชการ

          หลังจากนั้นอีก ๒-๓ วัน ผมได้รับหนังสือจากศูนย์ซักถาม ขอให้ผมตอบคำถาม ๒-๓ ข้อ เท่าที่จำได้ข้อแรกถามถึงความขัดแย้งภายใน พคท. อีกข้อหนึ่งถามความคิดเห็นของผมต่อการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง

          ผมทำคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร และนำลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวันในวันที่ไปให้ถ้อยคำที่ศูนย์ซักถามด้วย

          จุดมุ่งหมายก็เพื่อทำให้การรายงานตัวของผมเป็นเรื่องเปิดเผย ให้ปรากฏแก่สายตาสาธารณชน เป็นการสร้างเงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยจากการใช้อำนาจแบบป่าเถื่อนที่หลายคนประสบมาแล้ว

          ผมเคยอ่านพบเรื่องราวของศูนย์ซักถาม หรือคุกมืดที่ถนนเศรษฐศิริสมัยจอมเผด็จการสฤษฎิ์ ธนะรัชต์เรืองอำนาจ

          เรื่องการสอบสวนอดีตสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ) อดีตสมเด็จพระสังฆราช ที่เราทราบกันในนามพระพิมลธรรมแห่งบ้านโต้น เมืองขอนแก่น ซึ่งเคยถูกสอบสวนและคุมขังคุกมืดที่นี่ในสมัยที่ท่านเป็นอธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุฯ

          หรือแม้แต่เรื่องราวของอดีตผู้นำทางการเมืองชาวอีสานที่ถูกจับกุมคุมขัง และถูกประหารชีวิตอย่างครูครอง จันดาวงศ์ ครูทองพันธ์ สุทธิมาศ ฯลฯ ได้ยินว่าเคยถูกสอบสวนที่นี่ด้วย

          ในเรื่องที่ถามถึงความขัดแย้งภายใน พคท. ผมตอบว่า “ขอรักษามารยาททางการเมือง เพราะผมไม่ใช่คนในพรรค พคท. อีกอย่างหนึ่งเข้าใจว่าผมจะมีข้อมูลน้อยกว่าทางราชการ เนื่องจากพลพรรคของ พคท. ที่เข้ามอบตัว ล้วนต้องมาให้ปากคำกับทางราชการ...”

          ส่วนเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ผมทำเป็นบทความตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวันในวันที่นำไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ซักถามที่ถนนเศรษฐศิริ

          จำได้ว่าเป็นปี พ..๒๕๒๔ ส่วนวันที่และเดือน จำไม่ได้เสียแล้ว...

          ที่จำได้แน่ชัดคือผมเสนอแนวคิดการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติ ว่าจะต้องให้กระบวนการทางเศรษฐกิจดำเนินไปอย่างมีสมดุล ระหว่าง () เศรษฐกิจของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ () เศรษฐกิจเสรีของระบอบทุนนิยม และ () เศรษฐกิจชุมชน

          ผมวิเคราะห์ว่าในเวลานั้นเศรษฐกิจเสรีของระบอบทุนนิยมอยู่ในฐานะครอบงำระบบเศรษฐกิจแห่งชาติ ในขณะที่เศรษฐกิจของรัฐและเศรษฐกิจชุมชนอยู่ในฐานะอ่อนแอ และเสียเปรียบในกระบวนการทางเศรษฐกิจในระบบเศรษฐกิจแห่งชาติ

          ผมเสนอเรื่อง “วิสาหกิจชุมชน” ขึ้นเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติ

          บทความชิ้นนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะปรากฏในนโยบายของรัฐบาล พ...ทักษิณ ชินวัตร เกือบ ๒ ทศวรรษ วันนี้ไม่มีต้นฉบับในมือผม แต่น่าจะค้นหาได้ที่หอสมุดแห่งชาติ

          เอาละ...ค่อยค้นหากัน!

          เราจะมาดูกันว่าภายหลังการรายงานตัวของผมแล้ว ชีวิตของผมต่อจากนั้นเป็นอย่างไร

          เป็นที่ทราบแล้วว่าการล่มสลายของการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธที่นำโดย พคท.มี สาเหตุจาก ๒ ด้าน ด้านหนึ่งคือสถานการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลงไป แต่ พคท. ไม่สามารถปรับแนวทาง นโยบาย และยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว อีกด้านหนึ่ง เป็นเพราะฝ่ายรัฐบาลได้นำแนวทางการเมืองนำการทหารมาใช้ เป็นยุทธศาสตร์หนามยอกเอาหนามบ่ง เนื่องจากแนวทางนี้ พคท. เคยใช้ได้ผลมาก่อน

          ชาวพรรค พคท.และกองกำลังติดอาวุธที่เข้ามอบตัว ทางราชการรับรองฐานะเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย บางส่วนได้รับจัดสรรที่ทำกินจนตั้งเป็นหมู่บ้าน อย่างเช่นบ้านน้อมเกล้าที่อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร และที่อื่นๆ รวมทั้งในเขตดงมูลที่ผมเคยร่วมเคลื่อนไหว หลายคนได้ที่ดินทำกิน และบ้างก็วิวาทบาดหมางกันด้วยเหตุแย่งชิงที่ดินภายใต้ฐานะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย

          ผมเองไม่สนใจผลประโยชน์เหล่านั้น และไม่เคยให้นิยามตนเองในฐานะผู้ร่วมพัฒนาชาติ... หรืออะไรทำนองนั้น!

          ปี พ..๒๕๒๔ หลังป่าแตก ภัยแล้งคุกคามรุนแรง ฝากความหวังไว้กับไร่นาไม่ได้ หนุ่มสาวในวัยทำงานพากันหลั่งไหลเข้าหางานทำในเมืองหลวง ทำให้ผมต้องขยับขยายจากห้องพักทาวน์เฮาส์ไปหาเช่าบ้านเป็นหลัง เพราะมีลูกหลานจากซับแดงไปอาศัยจำนวนมาก เพื่อหางานทำในกรุงเทพฯ

          ผมไปได้บ้านเช่าหลังหนึ่งในหมู่บ้านจัดสรรแถวถนนรามอินทรา กม.๒ เป็นบ้าน ๒ ชั้นในบริเวณรั้วรอบขอบชิด มีพื้นที่เพียงพอที่จะเพาะปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินในครัวเรือน

          ทำไมต้องทำสวนครัวในบ้านจัดสรร?

          ก็เพราะรายได้ของผมในเวลานั้นเริ่มชักหน้าไม่ถึงหลังสิครับ!

          ความจริงตอนนั้นผมมีรายได้มากขึ้น ถึงแม้ว่าหลังจากผมเข้ารายงานตัว จะไม่มีความช่วยเหลือจาก พคท.แล้วก็ตาม

          ผมได้งานประจำที่มูลนิธิพัฒนาประชากรฯ ของคุณมีชัย วีระไวทยะ และมีรายได้จากค่าลิขสิทธิ์หนังสือ ๓-๔ เล่มที่ทยอยตีพิมพ์วางตลาดหนังสือในช่วงนั้น เป็นรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำพอสมควร

          ทว่า... เชื่อไหมครับ ที่บ้านเช่าถนนรามอินทรา กม.๒ ข้าวสาร ๑ กระสอบ น้ำหนัก ๑๐๐ กิโลกรัม กินได้ไม่ถึงสัปดาห์

          รองเท้าแตะฟองน้ำที่หน้าบ้าน มีจำนวนไม่ต่างไปจากเวลามีงานบุญประจำปี

          ไหนจะค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายจิปาถะ... รายได้มากขึ้น แต่รายจ่ายยิ่งมากกว่า 

          กับอีกประการหนึ่ง ความที่เป็นพี่ใหญ่ เมื่อมีน้องนุ่งจากบ้านเกิดแถวตำบลหรืออำเภอเดียวกันมาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ ก็จำต้องดูแลกันตามสมควร ด้วยความมุ่งหวังว่าเขาเหล่านั้นจะกลับไปเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการดูแลบ้านเกิดเมืองนอน

          ๑๙ มกราคม ๒๕๒๕ ภรรยาผมคลอดบุตรคนแรกของเรา เป็นชายน้ำหนักกว่า ๓,๐๑๐ กรัม แข็งแรงทีเดียว ผมเอาชื่อจัดตั้งสมัยอยู่ในป่ามาตั้งชื่อเขาว่า “สุดเขต”

"สุดเขต" ในอ้อมแขนเพื่อนบ้าน แถว กม.๒ รามอินทรา ในวันที่เราอพยพกลับสู่บ้านเกิด "ซับแดง"

          เขาคลอดที่โรงพยาบาลราชวิถี บ้านหลังแรกที่เขาพำนักคือบ้านเช่า กม.๒ ถนนรามอินทรานี่แหละครับ

          สมัยที่ผมปลูกผักทำสวนครัวที่ กม.๒ เรามีเพื่อนมิตรในย่านถนนสายเดียวกันคือ พี่เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูล อยู่ซอยวัดคู้บอน กม.๘ คุณศรีศักดิ์ นพรัตน์ อยู่หมู่บ้านจัดสรร แห่งหนึ่งแถว กม.๑๑ และครอบครัวคุณอุดร ท้องน้อย อยู่ย่านเสนานิคม

          ผักสวนครัวของเราเหลือกิน ต้องแจกจ่ายไปให้พี่เนาว์บ้าง คุณศรีศักดิ์บ้าง แต่ว่าในที่สุดผมก็ไม่สามารถแบกรับภาระอันหนักหน่วงได้ไหว ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่มูลนิธิคุณมีชัย วีระไวทยะ บอกเลิกบ้านเช่าที่ถนนรามอินทรา กม....

          กลับสู่บ้านเกิด ไปเป็นผู้ใหญ่บ้านซับแดง!

จัดงานฉลองปริญญาให้น้องๆ ที่มีบ้านเกิดในถิ่นเดียวกัน หวังว่าพวกเขาจะกลับไปสร้างสรรค์บ้านเกิดเมืองนอน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เช่นนั้นเอง วันที่ : 04/03/2011 เวลา : 18.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kbd
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้, ใครจะรู้ความตาย แม้พรุ่งนี้

อยากให้ "สุดเขต" อ่านตอนนี้จริงๆ ส่วนบุคคลในภาพนั้นคงได้พบกันวันที่ ๑๒ - ๑๓ มีนาคมนี้นะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]