• คนหาดสองเเคว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : phicha.putted@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-09-01
  • จำนวนเรื่อง : 9
  • จำนวนผู้ชม : 27812
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
คนหาดสองเเคว
ของเก่า ดนตรี ศิลปะ หนังสือ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/konhardsongkwae
วันพฤหัสบดี ที่ 2 กันยายน 2553
Posted by คนหาดสองเเคว , ผู้อ่าน : 2260 , 11:56:13 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อุตรดิตถ์ในอดีต


วัดพระแท่น

การโจมตีทางอากาศสมัยสงครามโลก

ไฟไหม้อีกสองครั้ง พระเพลิงมาเยือนเมืองอุตรดิตถ์อีกสองครั้งคือในปี พ.ศ.2508 และอีกครั้งในปี พ.ศ.2526
ก่อให้เกิดความเสียหายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

พ.ศ.2466 เครื่องบินโชว์ตัวที่อุตรดิตถ์ คนอุตรดิตถ์อยากดูจึงร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสนามบินให้เครื่องบินลง 
หลังจากนั้นอีก 11 ปี ใน พ.ศ.2477 รัฐบาลคณะราษให้เครื่องบิน 3 ลำ เชิญรัฐธรรมนูญจำลองให้ชาวอุตรดิตถ์
ขณะเอาเครื่องลง เครื่องบินติดตามเกิดอุบัติเหตุ เสียการทรงตัว พุ่งเข้าใส่ฝูงชน มีผู้เสียชีวิต 8 รายบาดเจ็บอีก
นับร้อย
ในเดือนเมษายน  ปี 2478 กองทัพอากาศรับเป็นเจ้าภาพในพิธีฌาปนกิจ นำเครื่องบินลงสนามในวันงานรวม 9
 เครื่องมีการแสดงโชว์ทางอากาศ เป็นที่ชื่นชมของผู้คนเป็นอันว่าหมดเรื่องเครื่องบินกับชาวอุตรดิตถ์เพียงแค่นี้

สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง เส็ดจขึ้นเมืองอุตรดิตถ์ วันที่ 23 ต.ค. รัตนโกสินทร์ ศก 120(พ.ศ.2444)

สนามบินหน้าโรงเรียนเตรียมอุดมน้อมเกล้า(อุตรดิตถ์วิทยาเดิม)ใช้ตอนสร้างเขี่อนสิริกิติ์โดยวิศวกรสร้างเขื่อน
ใช้เดินทางในสมัยนั้น

สถานีสำคัญ
ความหมายของสถานีรถไฟอุตรดิตถ์
       จากอุตรดิตถ์มุ่งสู่ลำปางขึ้นเหนือนั้น จะเป็นการเปลี่ยนภูมิประเทศของการเดินทางโดยสิ้นเชิง นับแต่เขา
พลึงเป็นต้นไปการเดินรถไฟจะต้องผ่านพื้นที่สูงและลาดชันของภูเขาโดยตลอด สำหรับรถไฟสายเหนือทุก
สาย เมื่อมาถึงอุตรดิตถ์จึงจำเป็นต้องหยุดเพื่อเติมน้ำเติมฟืน หรือปลดขบวนให้มีจำนวนน้อยลง ในทางขาล่อง
ก็เช่นเดียวกันสถานีอุตรดิตถ์จึงเป็นสถานีใหญ่ สถานีสำคัญจนภายหลังจึงเปลี่ยนจุด ย้ายไปขยายตัวที่สถานี
ศิลาอาสน์
           ในช่วงการบุกเบิกวางรางรถไฟสายเหนือตั้งแต่อุตรดิตถ์ขึ้นไปถือว่าเป็นช่วงที่วิบากเป็นอย่างยิ่ง ไข้ป่าคือ
ศัตรูสำคัญ กรรมกรสร้างทางล้มตายกันเป็นจำนวนมาก ภาพหลังเส้นทางเสร็จจึงให้มีการรวบรวมอัฐิบรรจุไว้
เป็นอนุสรณ์สถาน ตั้งอยู่ริมทางรถไฟที่วัดคลองท่าเสา
ภาพเขาพลึงขณะบุกเบิกทางในครั้งนั้น เห็นภูมิประเทศเป็นการลำบากแก่การเดินรถเป็นอย่างยิ่ง ส่วนภาพด้าน
ขวาเป็นบริเวณบ้านปางต้นผึ้งขณะบุกเบิกเช่นเดียวกัน

อีกมุมหนึ่งของอุตรดิตถ์ครับน่าจะจำกันได้(น่าจะเป็นซอยที่ติดกับโรงเรียนอนุบาลถ้าผิดยังงัยก็ขออภัยด้วย)

อุตรดิตถ์สมัยที่ 6 อุตรดิตถ์ในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงประเทศ (แผ่นดินล้นเกล้ารัชการที่ 4- 5 พ.ศ.2393 ? 2453)
รถไฟมาอุตรดิตถ์
พัฒนาการรถไฟ .. เพื่อเชื่อมโยงแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงมีพระราโชบายสำคัญ
ต้องการทำนุบำรุงการรถไฟของประเทศอย่างเต็มที่ การรถไฟเท่านั้นที่จะรับหน้าที่เป็นโครงสร้างที่เชื่อมโยงแผ่น
ดินและผู้คนให้ผูกเข้าด้วยกันมีความหมายทั้งในเชิงเศรษฐกิจ และการบริการปกครองในปี พ.ศ.2448 -2459 กรมรถ
ไฟทำทางรถไฟมาทางสายเหนือ  แนวเส้นทางช่วงผ่านเมืองอุตรดิตถ์วิ่งตรงมายังวังเตาหม้อ (วัดท่าถนน) ผ่านป่า
ไผ่ที่เป็นป้าช้าเลยท่าเสา ผ่านป่าผ่านดงไปตลอดทาง
           ครั้นปี พ.ศ.21450 -2451 จึงได้วางรางมาตามแนวที่วางไว้ไปหยุดที่ท่าเสาและในปี พ.ศ. 2452-2453 สถานีรถ
ไฟอุตรดิตถ์ก็สร้างเสร็จและแล้วในปี พ.ศ.2454 รถไฟขบวนแรก็วิ่งมาถึงสถานีอุตรดิตถ์ ผลกระทบถึงขั้นย้าย
ตลาดถึงแม้กรมรถไฟจะทำทางรถไฟแยกไปหาตลาดหาดท่าอิฐแต่การคมนาคมชนิดใหม่นี้ก็ทำให้ทำเลและสภาพ
ของการติดต่อค้าขายแต่เดิมของหาดท่าอิฐและเมืองท่าเหนือ กระทบกระเทือนเปลี่ยนแปลงไปหมด บรรดาสินค้า
ที่เคยขึ้นลงเชื่อมโยงตามแนวเหนือใต้ โดยทางน้ำก็เปลี่ยนไป ตลาดหาดท่าอิฐก็ซวนเซบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเดิมต่างมี
ความเห็นพ้องกันว่า สมควรย้ายไปอยู่ใกล้สถานีอุตรดิตถ์และสถานีท่าเสา ตลาดหาดท่าอิฐสลายตัวลง พ่อค้าแม่ค้า
คนทำมาค้าขายแยกย้ายกันอพยพเปลี่ยนทำเลขึ้นไปอยู่ที่ท่าเสาและบางโพ ตั้งแต่นั้นมาบริเวณบางโพรอบวัดวังเตา
หม้อก็เป็นตลาดหนาแน่นเพิ่มขึ้นทุกที เช่นเดียวกับท่าเสา เป็นเช่นนี้หาดท่าอิฐก็เสื่อมลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หมด
สภาพไม่มีการค้าเหลืออยู่ต่อไปภาพสถานีรถไฟอุตรดิตถ์สองสมัย ภาพขวาเป็นอาคารที่สถาปนิกออกแบบเป็นตึก
ใหญ่สูงโอ่โถงสวยงาม บนหลังคาสร้างป้อมไว้เป็นที่สำหรับตากอากาศด้วย ด้ายซ้ายสังเกตได้ว่ายังเป็นอาคารเดิมที่
ถูกดัดแปลง ทุบป้อม ใส่หลังคา อย่างไรก็ตามสถานีรถไฟนี้ ถูกทิ้งระเบิดพังไปในคราวสงครามโลกครั้งที่ 2

อุตรดิตถ์สมัยที่ 6 อุตรดิตถ์ในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงประเทศ (แผ่นดินล้นเกล้ารัชการที่ 4- 5 พ.ศ.2393 - 2453)
การพัฒนาเมืองอุตรดิตถ์ตลาดบางโพใหม่เมื่อตลาดหากท่าอิฐปิดฉากลง ย่านพาณิยกรรมก็หันมาจับกลุ่มกับสถานที่
ราชการที่บริเวณบางโพตัวตลาดใหม่อยู่กับถนนเชื่อมโยงกับสถานีรถไฟพาตัวเข้าห้อมล้อมวัดวังเตาหม้อ นี่คือศูนย์
กลางใหม่ที่ปรับตัว
ตลาดที่หายไป
ตลาดท่าอิฐนั้นจากบันทึกที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่า มีทั้งตลาดบกและตลาดน้ำที่มีความคึกคักอย่างมาก ย่านการค้านี้รุ่งเรือง
ขึ้นมาอย่างรวดเร็วในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งเมือเดินรถไฟสายเหนือมาถึงในปี พ.ศ.2454 ก็ทำให้รูปแบบ
และกระบวนการค้าขายขนส่งเปลี่ยนไปหมด แม้ว่าจะมีการวางรางรถไฟเป็นกิ่งเล็กๆ ใปหาหาดท่าอิฐก็ช่วยอะไรไม่ได้
พ่อค้าวาณิชที่ตลาดท่าอิฐต้องยอมแพ้ สลายตัวโยกย้ายกันไปอยู่ทางท่าเสาบ้าง ที่บางโพรอบ ๆ วัดวังเตาหม้อบ้าง ตลาด
ท่าอิฐตลาดระดับภูมิภาคที่โตขึ้นมาจนจูงให้เกิดเมืองท่าเหนือก็ปิดฉากลง (ดูรูปแผนที่ข้างล่างประกอบครับเพื่อให้มอง
เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น)
สายน้ำที่สะบัดตัว
มีคำถามที่ต้องช่วยกันหาคำตอบต่อไปว่า ทุกวันนี้ตำแหน่งหาดท่าอิฐนั้นอยู่ตรงไหน เพราะจากหลักฐานภาพถ่ายทาง
อากาศนั้นเชื่อว่าบริเวณโค้งแม่น้ำหน้าเมืองอุตรดิตถ์นั้นได้สะบัดตัวรุกคืบขึ้นมาทางเหนือจนถึงบริเวณคอวัง ซึ่งหมาย
ความว่า ทางน้ำเดิมนี้เคยมีหาดท่าอิฐอยู่ได้กลายเป็นที่งอก ที่น้ำไหลทรายมูลไปหมดแล้ว
เมืองอุตรดิตถ์ และปริมณฑล
 เมืองอุตรดิตถ์ในวันช้างหน้าจะขยายตัวเชื่องโยงเกี่ยวข้องกับพื้นที่รอยๆ ใกล้เคียงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในครั้งล่นเกล้ารัชการ
ที่ 5 เสด็จประพาสอุตรดิตถ์นั้น ถนนสาธารณะเชื่อมระหว่างอุตรดิตถ์และลับแลก็เกิดขึ้น พระราชทานนามว่า ?ถนน
อินใจมี? (รูปที่แสดงดูเป็นรูปการค้าขายบริเวณโค้งน้ำน่านแถวอนุสาวรีย์ ร.5)

อุตรดิตถ์สมัยที่ 6 อุตรดิตถ์ในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงประเทศ (แผ่นดินล้นเกล้ารัชการที่ 4- 5 พ.ศ.2393 ? 2453)
ความหลากหลายที่งดงามของของท้องถิ่น
         จากความแตกต่างของภูมิประเทศในท้องถิ่นเมื่อพบกับชะตากรรมความเคลื่อนไหวระดับอาณาจักรที่เข้าเคลื่อน
ย้ายผู้คน ไปมาหาสู่เป็นหลายครั้ง ..วันเวลาผ่านไปในที่สุดท้องถิ่นนี้ ก็เต็มไปด้วยความแตกต่างหลากหลายที่สวยงาม

     
        ในภาพ เห็นสาวลับแลจับกลุ่มอยู่ริมน้ำ Karl Doehring   สถาปนิกนักท่องโลกชาวเยอรมันมาพบเห็นและบันทึก
ไว้เมื่อร่วมร้อยปีก่อน บรรยายภาพไว้ว่า   ?Laotian woman resting near Uttaradit


ในหลวง พระราชินีเสด็จมาเยี่ยมโรงงานน้ำตาลวังกระพี้

ประกวดนางงาม

อุตรดิตถ์ในอดีต
สนามบินแรกของอุตรดิตถ์อยู่กลางเมืองเรานี้เอง ตั้งแต่ศาลไปถึงโรงเรียนจังหวัดชาย มีถนนตัดกลางคือถนน
พาดสนามบินนั่นไง
ไม่เคยเห็นรูปเหมือนกัน   เคยเห็นแต่ชิงช้าสวรรค์อันนึงอยู่หลัง โรงงานน้ำตาลวังกะพี้ครับ

อุตรดิตถ์ในอดีต
มีรูปชิงช้าสวรรค์ถ่ายไว้ พ.ศ.2546 (เดี๋ยวนี้ยังมีอยู่หรือเปล่าไม่รู้) ขนาดใหญ่กว่าของงานวัดธรรมดา มีใว้งานฤดู
หนาว ไม่ทราบว่าอันเดียวกันหรือเปล่ากับรูปของ

ขออนุญาตแก้ไข ชื่อสถานที่สร้างสถูปบรรจุอัษฐิกรรมการผู้สร้างทางรถไฟสายเหนือที่เสียชีวิต จำนวนกว่า 4,000
คนเศษ แก้ชื่อสถานที่เป็น "วัดดอยท่าเสา" พร้อมภาพประกอบนะครับ

ขออนุญาตเพิ่มเติม ถัดจากสถานที่บรรจุอัษฐิ ฯ ไปเล็กน้อย มีรูปปั้นควาย จำนวน 4 ตัว
มีประวัติคือ ควายฝูงนี้ถูกรถไฟชนตายทั้งฝูง ไม่ทราบหน่วยงานใดสร้าง น่าจะเป็นเทศบาล หรืออาจจะเป็นทางการ
รถไฟสร้าง จำนวน 4 ตัวในอิริยาบทต่าง ๆ ดูเหมือนมีชีวิตมาก อยู่คนละฝั่งทางรถไฟกับสถูปบรรจุอัษฐิ

มีข้อสังเกตคือ เทศบาลจัดทำพื้นที่ริมทางรถไฟเป็นสวนสาธารณะ มีรูปปั้นสัตว์นานาชนิด แต่ปรากฎว่า เด็ก ๆ ไป
เล่นกันหักเสียหายหมด แต่มียกเว้น คือ ความ 4 ตัวนี้ กลับไม่มีใครกล้าขึ้นไปขี่เล่น แถมยังมีคนเอาถังน้ำไปเลี้ยงควาย
 พร้อมทั้งยังมีพวงมาลัยไปคล้องคออยู่เสมอ ๆ

หมายเหตุ
1. เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับภาพในอดีตของจังหวัดอุตรดิตถ์นะครับ เป็นพื้นที่ติดกัน และน่าสนใจเลยนำมาฝากเพื่อนสมาชิก
ด้วย
2. หากไม่เป็นการสมควรลบได้เลยนะครับ

     ปล.  อัพรูปนี้รูปนั้นหาย อัพรูปนั้นรูปนี้หาย บัดเดี๋ยวนี้ผมกำลังพยามทำความเข้าใจกะบล็อกอยู่ ต้องขออภัยจริงๆ  ระหว่างนี้เข้าไปชมรูปภาพได้ที่ photo gallery หรือ video clip นะครับ (เหนื่อยจายยยย..)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เคียงดิน วันที่ : 04/09/2010 เวลา : 21.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

เรื่องน่าสนใจมากค่ะ แต่ว่าตัวหนังสือติดเป็นพืดเลย ลองพิม์ใน notepad ดุค่ะมันจะไม่ค่อยเพี้ยน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 04/09/2010 เวลา : 09.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนสี่โมงเช้าครับ แวะมาเยี่ยมและมารับสมาชิกใหม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มะอึก วันที่ : 02/09/2010 เวลา : 15.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

อยากชมภาพ..แต่ไม่เห็นภาพ
การ COPY ภาพจากที่อื่นมาวาง ภาพจะไม่ขึ้น
ท่านต้องใส่ภาพในกล่องของโอเคเนชั่นก่อนนะครับ
ชมขั้นตอนการใส่ภาพที่นี่ครับ
http://www.oknation.net/blog/manual/2007/02/07/entry-1
.
สู้ ๆ
.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 02/09/2010 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ฟ้าน่าน วันที่ : 02/09/2010 เวลา : 12.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamnanFanan

สวัสดีครับ ชวนไปแอ่วเมืองน่านครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน