• คนกุลา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : weraphan@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 289
  • จำนวนผู้ชม : 253433
  • ส่ง msg :
  • โหวต 294 คน
กุลาตำนานคนเดินทาง
บอกเล่าประสบการณ์ ความคิด ชีวิต และการเดินทาง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/konkula
วันพุธ ที่ 29 กันยายน 2553
Posted by คนกุลา , ผู้อ่าน : 1304 , 15:50:48 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน

๐ เสียงปืนดังหวังฟ้ารู้ว่าสู้แม้ไม่รู้ชัยชนะจะวันไหนถึงรู้ว่าวันหวังจะยังไกลแต่คำ"ไต"คือเสรีที่ติดตน๐ จะไม่ยอมค้อมหัวด้วยกลัวหงอจะไม่ย่านระย่อต่อหาวหนบนหนทางสร้างชาติอาจต้องทนฟื้นฟูชนเผ่า"ไต"ในตำนาน๐ รุ่นต่อรุ่นหนุนนำคำบอกเล่าบอกเรื่องเก่าก่อร่างสร้างถิ่นฐานจากไทยใหญ่สมัยหลังตั้งรัฐชานคือรบ"ม่าน"มุ่งหวังสร้าง"ชาติไต"๐ มือเหนียวหนับจับปืนขึ้นยืนหยัดประกาศชัดความจริงต้องยิ่งใหญ่ปวงหมู่ข้าจะทวงถามควา....

อ่านต่อ

วันจันทร์ ที่ 27 กันยายน 2553
Posted by คนกุลา , ผู้อ่าน : 1981 , 22:44:13 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน

  ๐ เห็นเขานั่งอยู่นานยามพานพบไม่ยอมสบตาใครหมายประสานเหมือนเหม่อลอยเลือนล่องจับท้องธารอาจวาดงานสานฝันตามครรลอง  ๐ ลมยามเย็นโลมไล้ล้อสายน้ำบอกเตือนย้ำคนเหงายิ่งเศร้าหมองส่งสายตาฝ่าไฟบ้านในคลองกระทบท้องธารน้ำที่ย้ำเงา  ๐ เขาก้าวข้ามแคมเรือเมื่อใกล้ออกท่าบ่งบอกอ่อนโยนเจือโทนเหงาแลเลยไปไกลตาฟากฟ้าเทาปานเพียงเขาดื่มด่ำเพียงลำพัง  ๐ ข้ามมาจากฟากข้างฝั่งขะโน้นใครปลอบโยนหัวใจพอให้หวังฝืนคำ....

อ่านต่อ

วันพุธ ที่ 8 กันยายน 2553
Posted by คนกุลา , ผู้อ่าน : 1386 , 22:22:29 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน

       ๐ พระอาทิตย์ทรงกรดจรดเหลี่ยมเขาไม้ทอดเงายืนร่างดั่งวางเฉยทุกทางเท้าก้าวผ่านปานเฉยเมยนราฯเอยไฟลามจนหวามใจ๐ ตั้งบังเกอร์เสมอหัวกลัวกระสุนใจละมุนกรุ่นกร้านเกินทานไหวเสียงระเบิดคุกคามลามทั่วไปโชติเปลวไฟในวันฝันลางเลือน๐ รั้วกั้นกางทางผ่านทุกย่านถิ่นน้ำตารินเลือดหลั่งยังคงเปื้อนหมดสิ้นหวังครั้งมีหลายปีเดือนชิวิตเพื่อนพี่น้องต้องปลิดปลง๐ ควันลอยบางจางเจือเหนือทิวไม้ใครบ้างได้สิ่งหวังตั้ง....

อ่านต่อ

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน 2553
Posted by คนกุลา , ผู้อ่าน : 1584 , 19:44:18 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

  ๐ เสียงปืนปังดังลั่นสนั่นป่าเลือดแดงทาคราซบลงทบฝันหากเป็นใครไม่กล้าเกินจาบัลย์ปลิดชีพนั้นพลันดับกับมือตน  ๐ หวังใดซึ่งจึงกล้ามาลาโลกปลิดดอกโศกเศร้าล้ำมานำหนเพื่อหวังสื่อสารนำย้ำผู้คนพลีค่าล้นตนมีชีวีเดียว  ๐ เคยคิดกันบ้างไหมให้ใครคิดคนทำผิดชนิดไหนใครเฉลียว“สืบ”ทอดร่างวางวายเพียงดายเดียวให้ธารเชี่ยวอนุรักษ์ได้ถักทอ  ๐ ครบวาระจะวนจนบรรจบเวียนมาครบคราใหม่มีไหมหนอจะสืบส....

อ่านต่อ

วันเสาร์ ที่ 4 กันยายน 2553
Posted by คนกุลา , ผู้อ่าน : 989 , 22:48:49 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

           ๏ เมฆมัวคลุมม่านฟ้า..........ดำหมอง  ท่านเอยยามก่อนโปรยละออง..........ดั่งย้ำไหลลงชุ่มเนืองนอง.........แสนชื่นเหมือนดั่งบอกหลังคล้ำ........ฟากฟ้าคืนใส...ฯ ๏ กาลเคยเป็นเช่นนั้น........จริงเจียว  น้องนาฝนพร่างพรำคราวเดียว........เลิกร้างสุรีย์ส่องลำเรียว........คืนสู่  โลกนาแสงฝ่าลอดเลยข้าง........หว่างคลุ้มเมฆฝน...ฯ๏ ฝนพรายแดดเช่นนี้........นานมาบรรสานที่กลางนภา........ถักรุ....

อ่านต่อ

Posted by คนกุลา , ผู้อ่าน : 6662 , 21:18:12 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

  สร้อยโคลง หรือ คำสร้อยสร้อยโคลง หรือ คำสร้อยซึ่งใช้ต่อท้ายโคลงสี่สุภาพในบาทที่ 1 และบาทที่ 3 นั้น จะใช้ต่อเมื่อเนื้อความในบาท หรือวรรคขาดความหมายหรือเนื้อความยังไม่สมบูรณ์ หากได้ใจความอยู่แล้วไม่ต้องใส่ เพราะจะทำให้โคลงเกิดการ "รกสร้อย"         สร้อยโคลง มักนิยมใช้คำที่มีความหมายได้เพียงคำเดียว ส่วนอีกคำจะเป็นสร้อยที่ไม่มีความหมาย เช่น นางเอย   ใจแฮ  นุชเฮย เปรียบนา ดังกล่าวแล้ว ดังนั้น สร้อ....

อ่านต่อ

Posted by คนกุลา , ผู้อ่าน : 1423 , 12:39:47 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โคลงสี่สุภาพ   ๐ ใครเปรยครากระโน้น.........ยังจำแฝงบ่งในน้ำคำ..........บอกถ้อยกรองพจน์กลั่นลำนำ.......เพียงพากษ์หวังฝากกลางหทัยน้อย.....ทุกครั้งคนึงฝัน..ฯกาพย์ราชิกา ๗   ๐ บางใครหนอ...........บอกรอเคียงขวัญคนึงกัน...........ทุกวันมิวาย   ๐ บางคำบอก.............มิหลอกลวงหมายวสันต์ปลาย...........ยิ่งคล้ายไคร่เจอ    ๐ รับเหมันต์................ใจฝันพร่ำเพ้อภักดิ์เพียงเธอ.........ละเมอใ....

อ่านต่อ

Posted by คนกุลา , ผู้อ่าน : 11606 , 11:58:30 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

การสัมผัสสัมผัสในบทสัมผัสประเภทแรก คือคำคล้องจอง ที่เป็นสัมผัสบังคับภายในบท  เรียกอีกอย่างว่า "สัมผัสนอก" หมายถึงสัมผัสที่กำหนดเป็นแบบแผนในการประพันธ์โคลง เป็นสัมผัสสระ คือมีเสียงสระและตัวสะกดมาตราเดียวกัน ดังนี้ อีกทั้งรูปวรรณยุกต์ ก็ต้องเป็นรูปเดียวกัน บาทแรก คำสุดท้ายของวรรคที่ 2 สัมผัสกับ คำสุดท้ายของวรรคแรก ในบาทที่ 2 และ 3 ซึ่งต้องเป็นคำสุภาพ คือคำที่มิได้กำหนดรูปวรรณยุกต์ ทั้....

อ่านต่อ

Posted by คนกุลา , ผู้อ่าน : 4377 , 11:09:25 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การประพันธ์โคลงสี่สุภาพ การประพันธ์โคลงสี่สุภาพเป็นประณีตศิลป์ชนิดหนึ่งที่ใช้ถ้อยคำตัวอักษรเป็นสื่อแสดงความคิดของผู้สรรค์สร้างงานโคลงขึ้น ซึ่งต้องการสะท้อนอารมณ์สะเทือนใจและก่อให้ผู้อ่านคล้อยตามไปด้วย ผู้อ่านต้องรับรู้ความงามด้วยใจโดยตรง ดังนั้นผู้สร้างสรรค์งานวรรณศิลป์จึงต้องช่างสังเกต รู้จักพินิจพิจารณามองเห็นจุดที่คนอื่นมองข้ามหรือคาดไม่ถึง และใช้ถ้อยคำที่ละเมียดละไม ผลงานนั้น....

อ่านต่อ

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน 2553
Posted by คนกุลา , ผู้อ่าน : 2284 , 20:14:19 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ความเป็นมาผมเขียนบทความนี้ในฐานะนักเรียน ที่กำลังสนใจเขียน "โคลง"นะครับ ผมเองนั้นฝึกเขียนโคลงมาสักระยะหนึ่งเห็นจะได้  ก็โดยการนำเอาความรู้ที่เคยเรียนมาสมัยมัธยม มาผสมผสานกับความรู้ที่ไปหาอ่านเอาตามเว็ปต่างๆที่มีให้ค้นคว้าอยู่ทั่วไป เขียนไป เขียนมา ก็เห็นว่า บทกวีประเภทโคลง ประเภทต่างๆนั้นมีอะไรน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ก็เลยไปพยายามค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อให้ทราบหลักการพื้นฐานในการพัฒนาการเขียนโคลงของตนเอง....

อ่านต่อ

Posted by คนกุลา , ผู้อ่าน : 3222 , 18:05:01 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

  ๏ มวลดาวคราวคร่ำฟ้า.....พายล   แม่เอยพรายพร่างกลางใจดล.......ห่อนร้างทอแสงแต่งหาวหน...........งามสุด  เอ่ยนา พราวพริบขานทางช้าง-....เผือกโพ้นสวรรค์สรวงฯ   ๏ นภาคราเมื่อไร้............ดวงเดือน  นางเอยความมืดพลันมาเยือน........แผ่นฟ้าดาวยังเด่นดังเหมือน..........เป็นคู่    เคียงแฮแสงส่องฤๅเคยล้า............หลีกเร้นลอยหายฯ  ๏ ดวงดาวใครว่าด้อย..........แสงพราย  แม่เฮยยามวับแววพรรณราย....

อ่านต่อ

Posted by คนกุลา , ผู้อ่าน : 1169 , 16:00:46 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

.   ๐ ฉันยังอยู่ที่นี่ที่เวิ้งฟ้าสบสายตากับตะวันอันสดใสแม้อาจปวดรวดร้าวหนาวทรวงในยังสุขใจกับฟากฟ้าดาราพราว  ๐ และยังไม่บินหวนทวนกลับหลังสถิตย์ยังห้วงนภาเวหาหาวอยู่ในทางช้างเผือกแห่งเทือกดาวชมวันคืนยืนยาวแห่งดาวดวง  ๐ จะรอเธออยู่นี่ที่ขอบฟ้ารอเวลาเธอผ่านสู่ม่านสรวงสร้างม่านทิพย์เพชรพราวร้อยราวรวงถักสร้อยสรวงเสริมแต่งด้วยแรงใจ  ๐ ยามอาทิตย์ชักรถบทจรก่อนลับเหลี่ยมสิงขรแม้นคราวไหนจะเป็น....

อ่านต่อ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กันยายน 2553
Posted by คนกุลา , ผู้อ่าน : 1014 , 11:21:17 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

        .   ๐ ในฟ้าค่ำดำเงียบยะเยียบฟ้าเจ็บปวดปร่าหนักร้าวกว่าคราวไหนเลือดจับเลอะเกรอะกรังรังนกไพรปีกข้างใดก็ขาดบาดแผลเต็ม   ๐ ทั่วร่างน่าตระหนกฟกช้ำเขียวหน้าซีดเซียวตาก่ำแดงช้ำเข้มเสลดข้นคาปากขากจนเค็มดุจดังเข็มทิ่มฝังไปทั้งตัว   ๐ รังหมุนวนโยนไกวเหมือนใครแกล้งพลิกตะแคงคว่ำหายคล้ายเวียนหัวโอ้กอาเจียนเวียนวิงยิ่งขุ่นมัวหรือขลาดกลัวหากตายเพียงดายเดียว  ๐ ปิดตาหลับกับรังก่อนหวังดับภวังค์....

อ่านต่อ

Posted by คนกุลา , ผู้อ่าน : 4768 , 01:01:11 น.  
หมวด : กีฬา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

     ๐  พาออกวิ่งเหยาะเหยาะเลาะชายหาดด้วยหวังวาดขาแกร่งหยัดแรงฝืนปรนน้ำท่ามารอก่อไฟฟืนแม้ดึกดื่นเฝ้าถนอมมิยอมรา   ๐ เขาโก่งงามวามวาวราวมีดแหลมสีโหนดแกมเหลืองเข้มเต็มหนอกหนาชนทุกครั้งชนะไปในทุกคราโคไหนหวาเกินแกร่งสู้แรงเพรียง   ๐ พรุ้งนี้เช้าเจ้าต้องสู้กู้หน้าถิ่นเขาเหยียบดินแอบหลบกลบชื่อเสียงงำเก่งกาจมาดแม้นแดนข้างเคียงมิกล้าเสี่ยงท้าชนจนรู้กัน  ๐ เมื่อโคดีนำมาหาถึงที่หรือมิมีโคใดใคร....

อ่านต่อ

วันพุธ ที่ 1 กันยายน 2553
Posted by คนกุลา , ผู้อ่าน : 1226 , 19:53:52 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

  ๐ ม่านสายหมอกหยอกล้อคลอภูเขาเมฆทึมเทาเย้าเอินกับเนินผาขาวรำไรไล่ลอยทะยอยมาราวกับว่าฟ้าราดสีวาดลง  ๐ หากว่าฟ้าคราคล้ำดำทั่วฟ้าแสงทองทาเริ่มแดงเรื่อแรงหลงดวงตะวันดั้นมาหาพ-วงราวซื่อตรงกับเพลาต้องมาเยือน  ๐ ย้อนคราวเก่าเยาว์วัยได้ขับขานหนุมานหาญกล้าหาใครเหมือนเข้ายื้อยุดหยุดหมายให้แชเชือนหวังบิดเบือนหน้าที่สุริยัน   ๐ อาทิตย์เจ้ากล่าวว่าหาทำได้เราต้องไปตามกำหนดกฎสวรรค์อรุณรุ่งต้องรั....

อ่านต่อ


/1
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]