• คนกุลา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : weraphan@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 289
  • จำนวนผู้ชม : 250130
  • ส่ง msg :
  • โหวต 294 คน
กุลาตำนานคนเดินทาง
บอกเล่าประสบการณ์ ความคิด ชีวิต และการเดินทาง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/konkula
วันเสาร์ ที่ 4 กันยายน 2553
Posted by คนกุลา , ผู้อ่าน : 11428 , 11:58:30 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ni_gul โหวตเรื่องนี้





การสัมผัส

สัมผัสในบท
สัมผัสประเภทแรก คือคำคล้องจอง ที่เป็นสัมผัสบังคับภายในบท  เรียกอีก
อย่างว่า "สัมผัสนอก" หมายถึงสัมผัสที่กำหนดเป็นแบบแผนในการประพันธ์
โคลง เป็นสัมผัสสระ คือมีเสียงสระและตัวสะกดมาตราเดียวกัน ดังนี้ อีกทั้ง
รูปวรรณยุกต์ ก็ต้องเป็นรูปเดียวกัน

บาทแรก คำสุดท้ายของวรรคที่ 2 สัมผัสกับ คำสุดท้ายของวรรคแรก ในบาท
ที่ 2 และ 3 ซึ่งต้องเป็นคำสุภาพ คือคำที่มิได้กำหนดรูปวรรณยุกต์ ทั้ง เอก
โท ตรีและจัตวา

บาทที่ 2 คำสุดท้ายของวรรคที่ 2 สัมผัสกับ คำสุดท้ายของวรรคแรก ในบาท
ที่ 4 ซึ่งต้อง

เป็นรูปวรรณยุกต์ โท จึงมักเรียกว่า เป็นคู่ โท ขนาดที่ นักแต่งโคลงบางท่าน
บอกว่า ก่อนแต่งโคลง ต้องหาคำมาจับคู่ โท นี้ให้ได้ ก่อน จึงเขียน ถึงขนาด
นั้น ก็มี

ในจินดามณี ฉบับพระโหราธิบดี อธิบายสัมผัสบังคับของโคลงสี่สุภาพไว้ว่า

  ๐  ให้ปลายบาทเอกนั้น      มาฟัด
ห้าที่บทสองวัจน์                 ชอบพร้อง
บทสามดุจเดียวทัด             ในที่ เบญจนา
ปลายแห่งบทสองต้อง         ที่ห้าบทหลัง

การประพันธ์ โคลงไม่บังคับ เรื่องสัมผัสใน หรือสัมผัสระหว่างคำที่อยู่ในวรรค
เดียวกัน

การสัมผัสระหว่างบท
สำหรับสัมผัสระหว่างบทนั้นการแต่งโคลงสี่สุภาพต่อกันหลายๆ บท เป็นเรื่อง
ราวอย่างโคลงนิราศ โคลงเฉลิมพระเกียรติ โคลงสุภาษิต หรือโคลงอธิบายเหตุการณ์ต่างๆ อาจทำได้ 2 ลักษณะ คือ

โคลงสุภาพชาตรี และ โคลงสุภาพลิลิต

โคลงสุภาพชาตรี ไม่มีสัมผัสระหว่างบท ส่วนใหญ่กวีนิพนธ์แบบเก่าจะนิยม
แบบนี้เป็นส่วนมาก

โคลงสุภาพลิลิต มีการร้อยสัมผัสระหว่างบท โดยคำสุดท้ายของบทต้นต้อง
ส่งสัมผัสสระ ไปยังคำที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 ในบทต่อไป เช่น

1. บุเรงนองนามราชเจ้า     จอมรา มัญเฮย
อกพยุหแสนยา                ยิ่งแก้ว
มอญผ่านประมวลมา        สามสิบ หมื่นแฮ
ถึงอยุธเยศแล้ว               หยุดใกล้นครา

2. พระมหาจักรพรรดิเผ้า    ภูวดล สยามเฮย
วางค่ายรายรี้พล              เพียบหล้า
ดำริจักใคร่ยล                  แรงศึก
ยกนิกรทัพกล้า                 ออกตั้งกลางสมร

3. บังอรอัคเรศผู้              พิศมัย ท่านนา
นามพระสุริโยทัย              ออกอ้าง
ทรงเครื่องยุทธพิไชย         เช่นอุปราชแฮ
เถลิงคชาธารคว้าง            ควบเข้าขบวนไคล

     จาก โคลงภาพเรื่องพระราชพงศาวดาร

การใช้คำเป็น คำตาย
         คำเป็น ได้แก่
         ๑. คำที่ประสมด้วยทีฆสระ ในแม่ ก กา (สระเสียงยาวไม่มี
ตัวสะกด) เช่น ว่า เรือ โต้ ชี้ รื้อ คู่ แล รวมถึงคำที่ประสมด้วย
สระ อำ ไอ ใอ เอา  เช่น ดำ ไป ใคร ใช้ เรา  
         ๒. คำที่มีตัวสะกดในมาตรา แม่ กง กน กม เกย เกอว    เช่น ดง คง
มุง ราญ ชาญ กัน เชื่อม ลุย  ชาว ร้าว    
        
         คำตาย ได้แก่
         ๑. คำที่ประสมด้วยรัสสระ ในแม่ ก กา (สระเสียงสั้น ไม่มี
ตัวสะกด)  ยกเว้น อำ ไอ ใอ เอา เช่น จะ ริ ครึ ลุ เกะกะ ทะลุ โต๊ะ เผียะ กะ ทิ สิ  ขรุ ขระ เละ เปรี๊ยะ เลอะ โป๊ะ ฯลฯ  
         ๒. คำที่มีตัวสะกดในมาตรา แม่ กก กด กบ เช่น มุข ลาภ
เชือด รบ เลข  วัด สารท โจทย์ วิทย์ ศิษย์ มาก โชค ลาภ ฯลฯ  
        
         ในการแต่งโคลงทุกชนิด ใช้คำตาย แทน เอก ได้

คำเอก  คำโท

คำเอก คำโท หมายถึงพยางค์ที่บังคับด้วย รูปวรรณยุกต์เอก และ
รูปวรรณยุกต์โท กำกับอยู่ในคำนั้น โดยมีลักษณะบังคับไว้ดังนี้

คำเอก ได้แก่ พยางค์ที่มีรูปวรรณยุกต์เอกบังคับ เช่น ล่า เก่า ก่อน น่า ว่าย
ไม่ ฯลฯ และให้รวมถึงคำตายทั้งหมดไม่ว่าจะมีเสียง
วรรณยุกต์ใดก็ตาม
เช่น ปะ พบ รึ ขัด ชิด
(ในโคลงใช้ คำตาย แทนคำเอกได้ ดังได้กล่าวไปแล้ว)

 คำโท ได้แก่ พยางค์ที่มีรูปวรรณยุกต์โทบังคับ ไม่ว่าจะเป็น
เสียงวรรณยุกต์ใด ก็ตามเช่น ข้า ล้ม เศร้า ค้าน  

การใช้ คำเอก คำโท ในการแต่ง "โคลง" ถือว่าเป็นข้อบังคับของ
ฉันทลักษณ์ที่สำคัญมาก ดังนั้นในกรณีที่ไม่สามารถหาพยางค์ที่มีรูป
วรรณยุกต์ตามต้องการได้ ให้ใช้ เอกโทษ และโทโทษ คือการยอมให้เอาคำ
ที่ไม่เคยใช้รูปเอก รูปโท แปลงมาใช้ เอก และ โท ได้ เช่น เล่น นำมาเขียน
ใช้เป็น เหล้น ได้ เรียกว่า "โทโทษ" และ ห้าม ข้อน นำมาเขียนเป็น ฮ่าม
ค่อน เรียกว่า "เอกโทษ"

เอกโทษและโทโทษ นำมาใช้แก้ปัญหาได้ ในการแต่งโคลงมาแต่สมัยก่อน
แต่ในปัจจุบันเท่าที่เห็นไม่ค่อยจะนิยมใช้เอกโทษและโทโทษ  กัน

เทคนิคการประพันธ์
เทคนิคการประพันธ์นี้ เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล แต่ที่ผมได้รับการแนะนำมา
และนำมาใช้เป็นตัวช่วยในการประพันธ์โคลงของตนเองมีขั้นตอนดังนี้ครับ

            ๑. วางโครงการเขียนทั้งเรื่องก่อนเป็นขั้นแรก
            ๒. ในแต่ละบทให้เขียนเป็นร้อยแก้วก่อนให้ได้ใจความครบในจำนวน
                 ๓๐ คำตามจำนวนคำในโคลง
            ๓. จับคำคู่โทให้ได้ก่อน เพราะจะเป็นหัวใจของการเขียนโคลง
            ๔. จับคำสัมผัสในแต่ละบาทหรือวรรคตามบังคับ
            ๕. จัดเรียงคำตามหลัก คำเอกคำ โท ตามบังคับฉันทลักษณ์
            ๖. ขัดเกลาคำให้ไพเราะสละสลวย เป็นสุดท้าย
  
ก็ เป็นการจบขั้นตอนการประพันธ์โคลง แต่เทคนิคนี้ก็แล้วแต่ แต่ละท่าน
นะครับ  แบบว่าเทคนิคใคร เทคนิคมัน ไม่มีการบังคับแต่อย่างใด ที่เขียนมา
ก็เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ผมใช้ตามที่ได้รับการถ่าย ทอดมา
อีกต่อหนึ่งครับ


คนกุลา  (เรียบเรียง)

ในเหมันต์


........................

ขอบคุณที่มา :

http://www.st.ac.th/thaidepart/poemt2.php#chan6
http://www.st.ac.th/bhatips/klong.htm
http://th.wikipedia.org/wiki
 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]