• ฅนไทบ้าน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kon_thaiban@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-06
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 168366
  • ส่ง msg :
  • โหวต 41 คน
ฅนไทบ้าน
ฮักเฮือน ฮักฮีต ก่อไทบ้าน สร้างไทเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/konthaiban
วันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม 2550
Posted by ฅนไทบ้าน , ผู้อ่าน : 2090 , 18:42:09 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ฅ.  ฅนสิทธิมนุษยชน



 

วันที่  ๑๐   ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นทั้งวันรัฐธรรมนูญของไทย และวันสิทธิมนุษยชนสากล จึงเปรียบเสมือนเหรียญสองด้านของเหรียญอันเดียวกัน ด้านหนึ่งเป็นการเฉพาะของประเทศไทย ซึ่งมีด้านทั่วไปของหลักสิทธิมนุษยชนสากลอยู่ด้วย   

            ในแง่มุมหนึ่ง   บนใบหน้าประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้เพื่อพิทักษ์สิทธิของตนเอง   เพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรม   มีนักสิทธิมนุษยชนเสียชีวิตไปมากมาย

            การหยิบยกประเด็นเกี่ยวกับการ  “ เสียชีวิตของนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน  ”  จึงเป็น บทเรียนหรือประสบการณ์สามารถที่เป็นแรงบันดาลใจเป็นกำลังใจและเป็นแบบอย่างให้บุคคลอื่นในสังคมได้  โดยมีผลต่อความเข้าใจสิทธิมนุษยชนในสังคมไทยมากขึ้น

            นับตั้งแต่เหตุการณ์   ๑๔  ตุลาคม   ๒๕๑๖  จนถึงเดือนตุลาคม ปัจจุบัน  มีการบันทึกไว้ว่า ท่ามกลางการลุกขึ้นมาของประชาชนในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพนั้น มีการสูญเสียชีวิตไปเป็นจำนวนไม่น้อย  สถิติที่มีการบันทึกไว้ มีจำนวนไม่น้อยกว่า 120 ราย เฉลี่ยแล้ว ผู้นำภาคประชาชนและผู้เข้าร่วมหรือเกี่ยวข้อง ถูกสังหารเสียชีวิตเฉลี่ยถึงปีละ      คน [ สถิติที่ไม่ใช่ทางการ]

            หากย้อนกลับไปยังประวัติศาสตร์ของภาคประชาชน  การฆาตกรรมผู้ที่ยืนหยัดอยู่ข้างประชาชนสามารถมองย้อนไปกลับตั้งแต่ช่วงปี  ๒๕๐๔  ระบอบการปกครองแบบอำนาจนิยมของสฤษดิ์  ธนะรัชต์   ได้รับการต่อต้านอย่างแหลมคมของแนวคิดสังคมนิยม 

         ผู้นำประชาชนคนสำคัญที่ถูกลอบสังหารคือ  จิตร ภูมิศักดิ์  ในปี  ๒๕๐๙  สามปีต่อมา คือ ปี  ๒๕๐๒  โกมล   คีมทองถูกลอบยิงเสียชีวิตที่ จ.สุราษฎร์ธานี

ยุคแรกของการลอบสังหารผู้นำประชาชน  เป็นความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ที่ค่อนข้างโดดเด่น

            ต่อมาเหตุการณ์  ๑๔  ตุลาคม  ๒๕๑๖  ได้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย  ศูนย์ประสานงานกรรมกรแห่งชาติ  การสร้างหน่วยทางสังคมของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสเป็นเสมือนการกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงทางสังคมขึ้น

            การปรากฎตัวตนของกลุ่มผู้โอกาสในพื้นที่สาธารณะ กลายเป็น “เป้าหมาย” ที่ชัดเจนจองศัตรูทางอำนาจชัดเจนขึ้น จากความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ที่ชัดเจน ได้เปลี่ยนเป็นความรุนแรงทางสังคม มีการใช้กลไกรัฐในระดับท้องถิ่นเป็นผู้ลงมือกระทำการ  หรือเป็นการปล่อยให้อิทธิเถื่อนท้องถิ่นเป็นผู้จัดการภายใต้การอุปถัมป์ของรัฐ

            หลังจากปี   ๒๕๓๑  ความขัดแย้งในเชิงสิ่งแวดล้อมมีความรุนแรงขึ้น ขบวนการคลื่อนไหวของภาคประชาชนจึงขบวนการด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ นโยบาย และแนวคิดการพัฒนาของรัฐและกลุ่มผลประโยชน์ ในหลายกรณีความขัดแย้งดังกล่าวแปรสภาพเป็นความรุนแรง และรัฐไม่สามารถจัดการแก้ไข หรือคลี่คลายความขัดแย้งดังกล่าวลงไปได้ แม้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในชนบท แต่ผู้เข้าร่วมในภาคประชาชนในความขัดแย้งมาจากกลุ่มคนทุกชนชั้นในสังคม

            จะเห็นได้ว่าผู้ที่ถูกลอบฆ่านับตั้งตั้งแต่ปี  ๒๕๓๒ มีทั้งผู้นำประชาชนที่มีการศึกษา หรือมีอาชีพนอกภาคการเกษตร แต่คลุกคลีอยู่กับปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ เป็นแกนนำในการเรียกร้อง และปกป้องสิทธิของตนเอง  และของชุมชน ซึ่งมีลักษณะเกาะติดกับปัญหา และอาศัยอยู่ในพื้นที่ของความขัดแย้ง รวมทั้งเป็นแกนนำในการคัดค้านความไม่เป็นธรรมต่างๆ ซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องในเชิงผลประโยชน์ทั้งทางตรง และทางอ้อมระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ท้องถิ่นและกลุ่มการเมืองระดับชาติ การคัดค้านความไม่เป็นธรรม 


            ในความสัมพันธ์ของเครือข่ายผลประโยชน์ กลุ่มผลประโยชน์ในท้องถิ่นต่างสร้างความสัมพันธ์ไม่ทางตรงก็ทางอ้อมสู่กลุ่มอำนาจทางการเมืองระดับชาติ   

            ความสัมพันธ์ของนักการเมืองระดับชาติต่อกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นทั้งในเชิงผลประโยชน์    การใช้เส้นสายในวงการรัฐบาลหาผลประโยชน์จากโครงการก่อสร้าง หรือจากนโยบายของรัฐ และการขูดรีดทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างไม่ถูกต้องเพื่อลดต้นทุนใรการก่อสร้าง  หรือในเชิงความสัมพันธ์ของเครือข่ายหัวคะแนนนักการเมืองระดับชาติ และระดับท้องถิ่นก็กลายเป็นการอุปถัมป์ช่วยเหลือโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องใดๆ ต่างหวังเพียงคะแนนเสียงที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการเลือกตั้งแต่ละครั้ง

          แม้ว่ากลุ่มการเมืองระดับชาติจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือกระทำเอง แต่ด้วยความสัมพันธ์ดังกล่าวอาจมีผลต่อการคลี่คลายคดีของการคลี่คลายคดี บางคดีที่จับมือปืนที่ลงมือ “  ฆ่า ” ได้     ก็กลายเป็นตัวเล็ก  และมีหลายคดีที่ปิดตัวไปเพราะไม่สามารถหาพยานมาชี้ตัวได้

             ต่อไปนี้  คือบันทึกเลือดจากปากกระบอกปืน เพื่อ การต่อสู้ของนักสิทธิประชาชน  นักเคลื่อนไหว นักอนุรักษ์ ... ที่สูญเสียชีวิต  เลือดเนื้อ  โดยไม่นับรวมถึงการข่มขู่ด้วยระเบิด , การทำร้ายร่างกาย  และ การลอบยิงให้ได้รับบาดเจ็บ

 

 [๑] ยุค    หลังรัฐประหารตั้งแต่ ปี  ๒๕๓๕  เป็นต้นมา

 

 ปี ๒๕๓๗

            * นางสุชาดา     คำฟูบุตร     ผู้คัดค้านโรงงานอุตสาหกรรม  จ. ลำปาง

ถูกอุ้มหายตัวไป

 

 ปี ๒๕๓๘

            * อ.บุญทวี    อุปการะกุล     ผู้นำการรณรงค์คัดค้านมลพิษจากนิคมอุตสาหกรรม  จ. ลำพูน    ถูกทำร้ายตกรถไฟเสียชีวิต

            * ครูประเวียน   บุญหนัก      ผู้นำการคัดค้านโรงโม่หิน  จ. เลย 

ถูกยิงเสียชีวิต   ในปีเดียวกันนั้นเอง

            * นายวินัย     จันทมโน     นักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติชุมชน ผู้คัดค้านนายทุนตัดไม้ทำลายป่า    บ้านน้ำหรา อ.ควนกาหลง จ.สตูล ถูกลอบสังหารเสียชีวิต เมื่อวันที่    ตุลาคม  ๒๕๓๘ 

    

 

 ปี  ๒๕๓๙ 

            * นายทองอินทร์   แก้ววัตตา    แกนนำผู้คัดค้านการสร้างโรงงานกำจัดกากสารอุตสาหกรรมของบริษัทบริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  (เจนโก้) จ.ระยอง   ถูกลอบสังหารเสียชีวิต เมื่อวันที่  ๑๘  มกราคม  ๒๕๓๙  

            * นายทุนหรือจุน   บุญขุนทด      ผู้นำสมัชชาคนจน กรรมการบ้านห้วยทับนาย อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภุมิ    แกนนำการคัดค้านการสร้างเขื่อนโป่งขุนเพชร จ.ชัยภูมิ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภอ.หนองบัวระเหว    จ.ชัยภูมิ ใช้อาวุธปืน. ๓๘  ยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่  ๒๒ กรกฎาคม  ๒๕๓๙ 

  

 

[ ๒]  ยุค    รัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน  ปี ๒๕๔๐

            รัฐธรรมนูญ  ที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อ การต่อสู้และการผลักดันของประชาชน ในประวัติศาสตร์การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างสูงสุด    ต่อจากนั้น การเข่นฆ่าประชาชน  นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยนอย่างต่อเนื่องและยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น

 

ปี ๒๕๔๒

            * กำนันทองม้วน  คำแจ่ม      ผู้นำการคัดค้านการให้สัมปทานโรงโม่หินจ.หนองบัวลำภู    ถูกยิงเสียชีวิต  (พร้อมกับนายสมฯ ) ในปีเดียวกัน

            * นายสม   หอมพรหม    ถูกยิงเสียชีวิตพร้อมกำนันทองม้วน ฯ ขณะนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ไปกับ กำนันทองม้วน ฯ   

            * นายอารีย์   สงเคราะห์      ผู้นำการต่อต้านการบุรุกป่าและรณรงค์ร่วมกับชาวบ้านปกป้องผืนป่า  ต้นน้ำคลองคราม   จ.สุราษฎร์ธานี     ถูกยิงเสียชีวิต

    

  

ปี ๒๕๔๔    มีนักอนุรักษ์    ๕ คน     ถูกยิงเสียชีวิต 

    

            * นายจุรินทร์  ราชพล       ผู้นำการรณรงค์ ปกป้องป่าชายเลนชุมชนบ้านป่าคลอก ๔๐๐ ไร่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต   มิให้ถูกนายทุนนากุ้งบุกรุก โดยกลุ่มนายทุนนากุ้งพยายามที่จะย้ายหมุดออกจากป่าชายเลน  โดยการเป็นผู้นำตัวแทนชมรมผู้เลี้ยงกุ้งยื่นหนังสือคัดค้านการรังวัดสอบเขตป่าชายเลนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด     ถูกยิงเสียชีวิตในวัย ๕๐ ปี    เมื่อวันที่   ๓๐  มกราคม 

   

            * นายนรินทร์ โพธิ์แดง    ผู้นำการคัดค้านการระเบิดหินเขาชะอางกลางทุ่ง กิ่ง อ.ชะเมา จ.ระยอง  ได้เข้ามาช่วยเหลือกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่เขาชะอางกลางทุ่ง ท่ามกลางความขัดแย้งกับ อบต.ห้วยทับมอญ  ที่ให้ความเห็นชอบในเรื่องการตั้งโรงโม่หิน ที่มีความไม่ชอบมาพากลในการพิจารณา และการไม่รับฟังความเห็นของประชาชน รวมถึงผลกระทบจากโรงโม่หินซึ่งมีนักการเมืองท้องถิ่น และนักการเมืองระดับประเทศ ถูกยิงเสียชีวิตอยู่ที่หน้าบ้านตัวเอง            เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม                                    

                                                                                     

             * นายพิทักษ์   โตนวุธ     ผู้นำคัดค้านโรงโม่หินบริษัทร็อค แอนด์  สโตน  โรงโม่หินบริษัทอนุมัติการศิลา  และ ได้ร้องเรียนให้ตรวจสอบ ส.ค.๑  ของโรงโม่หินในภูเขาแดงรังกาย  บ้านชมภู  อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก  พื้นที่ติดต่ออุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง  ถูก ยิงเสียชีวิตขณะขับขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านแยกเข้าบ้านชมภูฯ หลังที่พิทักษ์ฯ กลับจากการประชุมร่วมกับคณะตรวจสอบของทางอำเภอเพื่อรับทราบความคืบหน้าฯ  เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม     ศาลชั้นต้นยกฟ้อง และกลุ่มชาวบ้านกำลังดำเนินการอุทธรณ์

                                                                                                 

            *  นายสุวัฒน์   ปิยะสถิตย์    ผู้นำการคัดค้านบ่อฝังกลบขยะราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ของ  หจก.ไพโรจน์สมพงษ์พาณิชย์   เนื่องจากส่งกลิ่นเหม็นสร้างมลพิษรบกวนชุมชนในแถบ  ต.ราชาเทวะ    ถูกยิงเสียชีวิตขณะนั่งร่วมปรึกษาหารือกับกลุ่ม บริเวณร้านค้ากลางชุมชน ในหมู่บ้านจามจุรี ม.๑๕ต.ราชาเทวะ     เมื่อวันที่   ๒๖   มิถุนายน         

            ศาลชั้นต้นพิพากษา ประหารชีวิตผู้จ้างวานจำคุกตลอดชีวิตมือปืนและผู้ที่เกี่ยวข้อง

 

            *  นายสมพร  ชนะพล   แกนนำอนุรักษ์ป่าต้นน้ำคลองกระแดะ  พื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในภาคใต้ และสามารถรอดพ้นจากการสร้างเขื่อนในพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์   จ.สุราษฎร์ธานี     ถูกยิงเสียชีวิต  ขณะนั่งเขียนรายงานข้อมูลของชุมชนอยู่ที่บ้าน  

 

            ในปีเดียวกันนี้   * นางฉวีวรรณ    ปึกสูงเนิน     ผู้นำการต่อต้านการทุจริตในองค์การบริหารส่วนตำบลนากลาง   อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา  ประเด็นการต่อต้านอันเนื่องมาจาก การประมูลงานรับเหมาก่อสร้างในเขต อบต. นากลาง และ  การที่ผู้ตายเป็นแกนนำขับไล่ประธาน อบต. และการทุจริตอื่นๆ    ถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านพักตัวเอง        เมื่อวันที่ ๑  สิงหาคม   ยังจับกุมคนร้ายไม่ได้

 

ปี  ๒๕๔๕

            * นายแก้ว     ปินปันมา   สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือและแกนนำชาวบ้านที่เข้าไปใช้ที่ดินในพื้นที่ กิ่ง อ.ดอย หล่อ จ.เชียงใหม่ ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่  ๒๓  มิถุนายน   ๒๕๔๕

            เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก      ปี

 

            * นายบุญสม    นิ่มน้อย       ผู้นำคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงกลั่นปิโตรเคมีขนาดใหญ่ ของ บริษัทสยามกัลฟ์ โม่หินบริษัทร็อค แอนด์  สโตน ปิโตรเคมีคอล  จำกัด ถูกยิงเสียชีวิต    เมื่อวันที่    กันยายน พ.ศ.  ๒๕๔๕

            ผู้ต้องหามอบตัว    ราย     แต่ศาลยกฟ้องเพราะไม่มีใครกล้าเป็นพยาน เนื่องจากการถูกข่มขู่และกลัวถูกสังหารโหดเช่นเดียวกับ  นายบุญสม ฯ

 

            * นายปรีชา   ทองแป้น   สารวัตรกำนันตำบลควนกรด อ.ทุ่งสง แกนนำเรียกร้องสิทธิชุมชนจากโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียเทศบาลตำบลปากแพรก อำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช      ถูกลอบสังหารเสียชีวิต  เมื่อวันที่   ๒๗ กันยายน  ๒๕๔๕  เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้     ราย แต่ให้การปฏิเสธ          

             

             * นายบุญฤทธิ์   ชาญณรงค์   ผู้นำการตรวจสอบการทำไม้เถื่อนในพื้นที่ป่าชนะ  โดยได้รวบรวมหลักฐานการลักลอบทำไม้เถื่อนของกลุ่มนายทุนและข้าราชการบางกลุ่มเข้าร่วมด้วยและเป็นแกนนำการเรียกร้องการแก้ไข  กรณีอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง  ประการเขตอุทยานทับที่ดินทำกินของชาวบ้านฯ

            ต่อมา ได้ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ๔ คน ร่วมกันล้อมสังหารอย่างเหี้ยมโหดที่ชายป่า  ขณะกำลังถางหญ้าบนพื้นที่ทำกินของตนเอง  [เจ้าหน้าที่ป่าไม้  ทั้ง ๔ ตัว] อ้างว่าต้องยิงป้องกัน  โดยอ้างว่า พ่อผู้เฒ่าจะเอามีดฟัน  เมื่อวันที่   ๑๕  ธันวาคม ๒๕๔๕   บริเวณสวนยางพาราและสวนกาแฟ ต.คลองพา อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี


            ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล   เจ้าหน้าที่ป่าไม้ของอุทยานจำนวน     คน และอนุมัติให้ประกันตัวไปแล้ว        

             

            * นายบุญยงค์   อินตะวงศ์    ผู้นำคัดค้านโรงโม่หินดอยแม่ออกรู อ.เวียงชัย จ.เชียงราย  ของบริษัทเวียงชัยผางาม ก่อสร้าง จำกัด  ถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านพักตัวเองถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่  ๒๐  ธันวาคม   ๒๕๔๕

  

ปี  ๒๕๔๖

            * พ่อหลวงคำปัน   สุกใส     ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑  ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่  อดีตรองประธานเครือข่ายป่าชุมชนลุ่มน้ำปิงตอนบน   ป่าชุมชนพื้นที่อำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์มีจำนวนทั้งสิ้น  ๕๔  ป่าชุมชน  รวมพื้นที่ทั้งสิ้น  ๓๘๐,๐๐๐ไร่ โดย   นายคำปัน   มาเป็นผู้ใหญ่บ้านก็เอาจริงเอาจังกับการดูแลรักษาป่าชุมชนเป็นอย่างมาก  มีการจัดทำป้ายแนวเขตพื้นที่ป่าชุมชน ตรวจลาดตระเวณและตั้งคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านป่าบงขึ้นมา

            อนึ่ง  นายคำปัน ฯ และคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านป่าบงได้จับกุมนายจันทร์แก้ว จันทร์แดง    เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาวข้อหาบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าเมื่อวันที่    ๑๙ มิ.ย.  ๔๔    โดยในการจับกุมครั้งนั้นแม้ว่านายจันทร์แก้ว ฯ ได้ยอมรับผิดและเสียค่าปรับเป็นเงิน  ๒๕,๐๐๐ บาท  ในเรื่องนี้ได้สร้างความโกรธแค้นให้กับนายจันทร์แก้ว ฯ เป็นอันมาก

            ต่อมา  พ่อหลวงคำปันฯ ก็ถูก  จนท.คนนี้บุกยิงเสียชีวิต  เมื่อวันที่    กุมภาพันธ์   ๒๕๔๖ 

             ศาลได้พิพากษาตัดสินนายจันทร์แก้วฯ จนท.หน่วยพิทักษ์ป่า ฯ ปืนโหดเป็นเวลา   ๒๕  ปี

 

            *   นายชวน   ชำนาญกิจ     ชาวบ้านผู้มีใจพิทักษ์ชุมชน  เพื่อนำสันติสู่วิถีชุมชนต่อต้านการค้ายาเสพติด  ร่วมกับตำรวจชุมชนสัมพันธ์  สภอ.ฉวาง  จ.จ.นครศรีธรรมราชถูกคนร้านบุกยิงเสียชีวิตในบ้านของตนเอง   เมื่อวันที่    กุมภาพันธ์  ๒๕๔๖

 

            *  นายสำเนา   ศรีสงคราม   ประธานชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูลำน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ที่ร่วมกันเคลื่อนไหวต่อสู้กับชาวบ้านในพื้นที่ เรื่องผลกระทบจากลำน้ำพองเน่าเสียจากโรงงาน ฟีนิกซ์ พัลพ แอนด์ เปเปอร์ จำกัด   โรงงานผลิตเยื่อกระดาษโครงการส่งเสริมการร่วมทุนระดับชาติโครงการแรกในพื้นที่ภาคอีสาน   จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน [ ก่อตั้งในปี ๒๕๑๘]    โรงงานอภิโปรเจกนิรันกาลนี้ได้ปล่อยน้ำเสียลงในลำน้ำพอง สายน้ำแห่งชีวิตของชาวขอนแก่น  จนเน่าเสียตั้งแต่ปี  ๒๕๓๖   จนถึงปัจจุบัน

            นักอนุรักษ์เลือดลำน้ำพองผู้นี้  ได้ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมที่เถียงนาใกล้บ้าน ที่บ้านคำบงพัฒนา ต.โคกสูง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น     เมื่อวันที่  ๒๕  พฤษภาคม   ๒๔๔๖  

            ภายหลังจากนั้นไม่กี่วัน  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกุม นายสมบัติ ทองสมัคร มือปืนผู้ลงมือฆ่านายสำเนา ฯ และได้ให้การซัดทอดถึงนาย สมพงษ์   นารี กำนันในตำบลโคกสูง  อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น   ว่าเป็นผู้จ้างวานฆ่า

            ศาลชั้นต้นได้พิพากษาตัดสินให้จำคุกตลอดมือปืนโหด    เมื่อวันที่ ๑๙ พ.ย.  ๒๕๔๗   และ ศาลให้ปล่อยตัวผู้จ้างวานไปในภายหลังเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ  

           

ปี  ๒๕๔๗

            * นายสมชาย   นีละไพจิตร   ทนายความนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับ เมื่อวันที่  ๑๒  มี.ค. ๒๕๔๗   ในช่วงสมัยรัฐบาลทักษิณ 

            ทนายสมชายฯ  ทำคดีด้านสิทธิมนุษยชน  เช่น คดีที่ชาวบ้านถูกกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในภาคใต้  คดีคนพม่าลี้ภัยการเมือง  คดีชาวอิหร่านที่ถูกจับในข้อหาเป็นผู้วางระเบิดสถานทูตอิสราเอลในประเทศไทย

            ทนายสมชายเคยมีบทบาทร่วมกับองค์กรมุสลิมต่าง ๆ ในประเทศไทย  เสนอแนวทางในการแก้ปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และได้เรียกร้องขอความเป็นธรรม ในการสอบสวน 5 ผู้ต้องหา ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายมูจาฮีดีน  ซึ่งทนายสมชายฯ ได้ยืนยันว่าได้พบกับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน  ได้ความว่า ทั้งหมดไม่ได้กระทำความผิด แต่จำต้องรับสารภาพ เนื่องจากถูกตำรวจขู่เข็ญทำทารุณกรรม ซึ่งกรณีนี้สร้างความอับอายให้กับกระบวนการสืบสวนสอบสวนของรัฐเป็นอันมาก

            ในเดือนเมษายน พ.ศ.  ๒๕๔๗  ได้มีการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ    นาย ประกอบด้วย พ.ต.ต.เงิน ทองสุก, พ.ต.ท.สินชัย  นิ่มปุญญกำพงษ์, จ.ส.ต.ชัยเวง พาด้วง, ส.ต.อ.รันดร สิทธิเขต และ พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน ตำรวจกองปราบปราม ตกเป็นจำเลยที่  –  ฐานร่วมกันปล้นทรัพย์  และข่มขืนใจผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย แต่ไม่สามารถตั้งข้อหาฆาตกรรมหรือข้อหาอื่นที่หนักกว่าได้เนื่องจากยังไม่พบศพหรือหลักฐานที่บ่งชี้ว่าทนายสมชายตายแล้ว

             ๑๒  มกราคม พ.ศ.  ๒๕๔๙   ศาลตัดสินจำคุก พ. ต. ต. เงิน ทองสุก ในข้อหาขืนใจ ทำให้สูญเสียอิสรภาพและระบุว่าเกิดจากการกระทำของร่วมกันกับบุคคล  ๓ -๕ คน  ผู้ต้องหาซึ่งเป็นตำรวจอีก     นาย  ยกฟ้อง  เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ

 

             * นายสุพล    ศิริจันทร์       ผู้นำการพิทักษ์ผืนป่าและชุมชน แกนนำคัดค้านขบวนการค้าไม้เถื่อนในลุ่มน้ำแม่มอก อ.เถิน จ.ลำปาง   ต่อสู้คัดค้านกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และระดับชาติ   ซึ่งนำไปสู่การจับกุมในหลายครั้ง   แม้จะถูกข่มขู่สารพัดวิธี พ่อหลวงนักอนุรักษ์  ก็ไม่เคยหวาดหวั่นแม้แต่น้อย 

            โศกนาฎกรรม สะเทือนขวัญ เย้ยอำนาจรัฐ  เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.ของวันที่  ๑๑  สิงหาคม  ๒๕๔๗   กลุ่มมือปืนผู้มีอิทธิพลมืดในท้องถิ่นภายใต้ขบวนการค้าไม้เถื่อน  ได้ลอบสังหารผู้ใหญ่บ้านนักอนุรักษ์  ภายหลังจากเหตุการณ์ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและป่าไม้บุกจับขบวนการค้าไม้เถื่อนผ่านไปเพียง ๑๕  ชั่วโมงเศษ

 

            *  นายเจริญ  วัดอักษร     ประธานกลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก   จ.ประจงบคีรีขันธุ์ อายุ  ๓๖  ปี   แกนนำต่อสู้คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและเคลื่อนไหวให้มีการตรวจสอบการใช้พื้นที่สาธารณะของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ โดยเปิดเผยตัวเต็มที่และได้ยื่นข้อเรียกร้องท้าทายอำนาจรัฐ     ข้อ  คือ

            ๑.    ขอให้ยกเลิกการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในทันที 

๒.    ถ้าไม่เข้าใจให้กลับไปดู ข้อ ๑.

            ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อเวลา  ๒๑.๓๐  นาฬิกา   วันที่  ๒๑   มิถุนายน  ๒๕๔๗   ด้วยอาวุธปืนกว่า  ๑๐  นัด   ภายหลังลงจากรถโดยสารที่เพิ่งเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ในการมาพบคณะอนุกรรมการปราบปรามการทุจริต วุฒิสภา เรื่องข้อพิพาทที่ดินสาธารณะ

            เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้     ราย แต่ไม่สามารถ   ขยายผลไปสู่กลุ่มผู้จ้างวานที่ลงขันฆ่านายเจริญฯ ได้  ขณะนี้คดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล

            *  นางพักตร์วิภา     เฉลิมกลิ่น     แม่บ้านอนุรักษ์ปกป้องชุมชนจากท่าทราย จ.อ่างทอง  ในฐานะรองประธานชุมชนบ้านหัวกระบือ ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เป็นแกนนำคัดค้านการก่อสร้างท่าเทียบเรือขนทรายของนายทุนผู้ประกอบการบ่อทรายจากกรุงเทพฯ ซึ่งมีภรรยานักการเมืองดังของจังหวัดคอยหนุนหลัง  ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่  ๑๔   ตุลาคม  ๒๕๔๗ 

 

            *   พระสุพจน์    สุวโจ   อายุ ๓๙ ปี   (อายุพรรษาการบวช  ๑๓  พรรษา)  พระนักพัฒนาและอนุรักษ์ลุ่มน้ำฝาง  ผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนาและรักษาสิ่งแวดล้อม จ.เชียงใหม่   เดิมท่านสังกัดวัดชลประทานรังสฤษฏ์   อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ทุกวันนี้พื้นที่ลุ่มน้ำแม่ฝางมีสวนส้มอยู่ถึง   ๒๐๐,๐๐๐ ไร่   แต่ครึ่งหนึ่งของสวนส้มเป็นพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก   โดยกฎหมายเอื้อมมือไปไม่ถึง

        ที่ผ่านมาบุคคลเหล่านี้ได้ใช้กำลังเข้าไปตัดฟันต้นไม้ แผ้วถางทำลายป่าบางส่วนในสวนเมตตาธรรม และยึดเอาไปขายให้กับคนนอกพื้นที่เพื่อปลูกสวนส้มอย่างหน้าตาเฉย
         พระสุพจน์และกลุ่มพุทธทาสศึกษาได้พยายามปกป้องผืนป่าจากการถูกบุกทำลายหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ หลายครั้งที่พระไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีกับผู้บุกรุก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้คนเหล่านี้ไม่ได้ มิหนำซ้ำยังเหิมเกริมส่งนักเลงบุกเข้ามารุมกระทืบผู้ดูแลสถานปฏิบัติธรรมจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

 

            ท่านฯ ถูกฆาตกรรมอย่างโหดร้ายทารุณ  ด้วยของมีคมไม่ทราบชนิดและขนาด   จากคนร้ายไม่ทราบจำนวน  มีบาดแผลฉกรรจ์กว่า  ๒๐  แผล ทั้งที่ ศีรษะ ใบหน้า  ลำคอ  มือ  แขน  และลำตัว  กระทั่งถึงแก่มรณภาพ   บริเวณที่เกิดเหตุห่างจากกุฏิที่พักกว่า  ๓๐๐ เมตร  ในเขตสถานปฏิบัติธรรม “ สวนเมตตาธรรม ”  บ้านห้วยงูใน ต.สันทราย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่  บนผืนดินของสวนเมตตาธรรมอันเป็นพื้นที่ป่า  ๗๐๐ ไร่ กลับเป็นที่หมายปองของบรรดาผู้มีอิทธิพล บุคคลในเครื่องแบบและญาตินักการเมืองที่พยายามทำทุกวิถีทางที่จะบุกรุกป่าผืนนั้น เพื่อหวังจะครอบครองเปลี่ยนให้เป็นสวนส้ม หากขับไล่พระกลุ่มนี้ออกไปได้สำเร็จ 

 

[๓]  ยุค  ( รัฐประหาร  คมชฯ )  หลังปี  ๒๕๕๐

            ทิศทางสิทธิมนุษยชน กับ ความในรัฐธรรมนูญ  ฉบับที่  ๑๗ 

    

            ได้มีการ * ขยายสิทธิชุมชน  โดย การเพิ่มสิทธิของชุมชนและท้องถิ่น เพื่อจะดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ จะต้องจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อน (  มาตรา ๖๖ วรรค ๒ )

 

            * ชุมชนมีสิทธิที่จะฟ้ององค์กรของรัฐ  หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น   เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติรับรองสิทธิชุมชนไว้ได้    (  มาตรา ๖๖ วรรค    )

 

            * ให้ประชาชนมีสิทธิฟ้องศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง  ในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิและเสรีภาพที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ได้ (  มาตรา  ๒๐๘   )

            * ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน  ฟ้องชุมชนมีสิทธิที่จะฟ้องศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองได้โดยตรง  ในกรณที่กฏหมาย  กฎ  คำสั่ง  หรือการกระทำใดที่ขัดต่อ รัฐธรรมนูญ และเป็นผู้เสียหายแทนประชาชน เพื่อฟ้องศาลได้ในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน    (  มาตรา  ๒๔๘ (๑),(๒)  )

 

            นับต่อนี้ไป ...    เราคงต้องเฝ้ามองสถานการณ์การต่อสู้ของ“ นักสิทธิมนุษยชน ”    ว่า :      สิทธิเสรีภาพ   ..... จักได้มาด้วยหยาดหยดเลือดเนื้อ   ชีวิตที่ลับหายจากปลายกระบอกปืนด้วยอำนาจรัฐและนายทุนการเมือง ....  อีกละหรือ ! 

            * ด้วยกระบวนทัศน์แห่งการพัฒนาที่ต้องเผชิญหน้ากับอำนาจรัฐและทุนนิยมสมัยใหม่  ในกระแสยุคโลกาภิวัฒน์อันเชี่ยวกรากทำให้ประเทศไทย   กำลังเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง  สลับซับซ้อนและท้าทายมากยิ่งขึ้น        อันเนื่องมาจากการผูกขาดระบอบอำนาจและความโน้มเอียงทางด้านอำนาจนิยม

            สถานการณ์แห่งความขัดแย้งเหล่านี้ได้กลั่นกรองและได้สร้างแบบการต่อสู้ของ “ นักสิทธิมนุษยชน ”   ยืนอยู่แถวหน้าสุดแห่งขบวนการต่อสู้ภาคประชาชน

ฤา ... ตายอีกกี่สิบจึงจะเกิดแสน... ?      

ฤา จะเป็นเฉก  เช่น : ใบหน้าประวัติศาสตร์เก่าๆ  ที่เราจดจำมาตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมา ... !

           

บทเรียน  .. ประสบการณ์ .. วิธีคิด .. วีการทำงาน ของ“ นักสิทธิมนุษยชน ” 

เป็นเรื่องราวชวนให้ก่อเกิดศรัทธาและเกิดกรณีศึกษาและก่อผลสะท้านสะเทือนอันทรงคุณค่าต่อแผ่นดิน  เป็นพลังการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของบ้านเมือง

            วีรภาพแห่งการต่อสู้ที่ไม่ยอมก้มหัวให้อำนาจอธรรม  ทำให้“นักสิทธิมนุษยชน ”    ได้รับความความเจ็บปวด  ครอบครัวยากลำบาก   และแม้กระทั่งต้องสังเวยด้วยเลือดเนื้อและชีวิต

            ท่านฯ เหล่านี้     จากพวกเราไป   ก็เพียงแต่ร่างกาย   แต่จิตวิญญาณและอุดมการณ์ ของ “ นักสิทธิมนุษยชน ”   ที่ท่านทั้งหลายได้จุดประกายไว้ในแผ่นดินนี้   จะยืนยงสถิตย์คงมั่นในใจ ของ  ผู้แน่วแน่ในการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมสืบไปตลอดกาล  


บันทึก  :  ความรุนแรงกับการคุกคามนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน
ตายอีกกี่สิบจึงจะเกิดแสน...

·  ฅนขอบคุณ  ·

 

 [ ] คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

 

*   เวทีสัมมนา  “  ทิศทางสิทธิมนุษยชน ภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐  ”            

*   หนังสือ  ๒๑  นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน  สืบสานเจตนารมณ์ ฯ                         

*   หนังสือรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน  ปี ๒๕๓๕ ถึง ๒๕๔๘

*   หนังสือบันทึกคำนำ    ทนายหนุ่มรุ่นใหม่ ฯ   

            *   ภาพประกอบ   www.stormy.org / www.anti-war.net    

 

[  ]  ขออนุญาต ต่อ ญาติมิตรผู้เป็นที่รัก ของ นักสิทธิมนุษยชนผู้ล่วงลับ

ด้วยการนำประวัติศาสตร์ต่อสู้เพื่อเป็นอนุสาวรีย์คารวะในการเผยแพร่และเพื่อการสืบต่อฯ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ณชาติหนึ่ง วันที่ : 21/12/2007 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nnnnnn
จอมยุทธไพร หัวใจพอเพียง


กลับมาอีกที
คราวนี้เอารอยยิ้มมาฝาก
ขอส่งความสุขให้ท่านพี่ก่อนปีใหม่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ณชาติหนึ่ง วันที่ : 19/12/2007 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nnnnnn
จอมยุทธไพร หัวใจพอเพียง

สิ่งที่เกิดขึ้นช่างเป็นเรื่องยากที่คนรุ่นหลังอย่างข้าพเจ้ายากจะเข้าใจเหลือเกินค่ะ

การได้มาซึ่งความเป็นมนุษยชน และมีสิทธิเสรีภาพอย่างเต็มรูปแบบต้องแลกมาด้วยชีวิตเท่านั้นหรือ

ทุกชีวิตที่จากไปจักได้สิ่งเหล่านั้นจริงหรือเปล่าก็ไม่อาจรู้

กระทั่งวันนี้ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอย่างแท้จริงเลย

ข้าพเจ้าขอร่วมไว้อาลัยให้กับนักต่อสู้เพื่อมนุษยชนทุกท่านด้วยจิตคารวะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สายธาร วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 19.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cyberfrogy
 http://www.facebook.com/groups/dhammayatrahttps://www.facebook.com/BAAN.RAI.SAITHARN http://www.oknation.net/blog/DigitalTour


ไม่ค่อยได้พบเช...จึงรีบเฮมาเยี่ยมเยียน

ขอบคุณครับ....สำหรับสิ่งดีๆที่มีให้

+++++++++++++++++++++++++++++++
อย่าลืมแวะไปเยี่ยมกันบ่อยๆนะถ้ามีเวลา

เก็บมาฝาก http://www.oknation.net/blog/DigitalTour

เกมส์บริหารสมอง http://www.oknation.net/blog/rushour

ร้อยเรื่องราว http://www.oknation.net/blog/cyberfrogy
+++++++++++++++++++++++++++++++

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 14.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

ยกมือขึ้นและเอาประชาธิปไตย คุณมา

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 12/12/2007 เวลา : 19.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guide007
ฉันถอดเสื้อสีแล้ว!!!! คุยกับฉันได้ไหมเพื่อนมนุษย์!!!!

ผมรอคนมาเขียนเรื่อง สิทธิมนุษยชนอยู่
ไม่เห็นมีใครเขียนเลยนะสหายคนไทบ้าน
ดีนะท่านยังเสียสละมาโพสต์

ภาพบรรยากาศผมมีอยู่
ถ้าจะเขียนน่าจะบอกจะได้ส่งรูปให้
ไม่เป็นไรนะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
หนาแป้นปีก วันที่ : 12/12/2007 เวลา : 07.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hanpanpeek

ประเทศไทยมีกฎหมายไว้ให้เลี่ยง

ยังไม่มั่นใจอยู่ดี ครับท่าน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]