• ฅนไทบ้าน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kon_thaiban@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-06
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 168547
  • ส่ง msg :
  • โหวต 41 คน
ฅนไทบ้าน
ฮักเฮือน ฮักฮีต ก่อไทบ้าน สร้างไทเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/konthaiban
วันเสาร์ ที่ 22 ธันวาคม 2550
Posted by ฅนไทบ้าน , ผู้อ่าน : 5131 , 10:25:04 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ย้อนรอย 30 ปี

ต้นตำรับตำนาน  “   โรคร้อยเอ็”    !!!



นับตั้งแต่   ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบ “  สมบูรณาญาสิทธิราชย์  ”  มาเป็น “ ระบอบประชาธิปไตย ” เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475

“  ประเทศไทย ”  มีการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปทั้งสิ้น  24  ครั้ง

 

ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อ   วันที่ 15 พฤศจิกายน 2476    และครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549

 

และในปลายปีนี้การเลือกตั้งครั้งที่ 25 จะเกิดขึ้นวันที่ 23 ธันวาคม 2550 

ตลอดเวลา 75 ปีทีผ่านมา ประวัติศาสตร์จารึกว่าเส้นทางประชาธิปไตย

ฉบับ  “  เมืองสยาม  ”   ผ่านอุปสรรคหลายรูปแบบ  การเลือกตั้งบางครั้งผู้คนตื่นตัว 

 “ เข้าคูหา- กาเบอร์ ”  ชนิดถล่มทลาย 

 บางจังหวะผู้คนนอนหลับทับสิทธิ์ชนิดไม่อายฟ้าดิน  ขณะที่บางอารมณ์ต้องจารึกว่าเป็นการเลือกตั้งที่...



            “   โคตรโกง  ”   !!! 

 

กล่าวถึงปฐมบทแห่งการ “ ทุ่มแหลกแจกไม่อั้น ” กรณีศึกษาที่ “ คลาสสิค ” ที่สุดเกิดขึ้น ณ ดินแดนที่ราบสูงในจังหวัดเกินร้อย  นาม “ร้อยเอ็ด”

 

ในราวปี   2500   มี ส.ส. คนหนึ่งทุ่มเงินซื้อเสียงชาวบ้านคนละ  1 บาท  

ท้ายสุดแล้ว  ส.ส. คนนั้นได้รับได้การเลือกตั้งเข้าไปนั่งในสภา ฯ

 

ต่อมาในปี  2524  พบว่าการเลือกตั้งที่จังหวัดเกินร้อยแห่งนี้

มีการทุ่มเงินซื้อเสียงกันมาก....

..มากจน  ผู้คนสมัยนั้นเปรียบเปรยให้เป็นโรคระบาดชนิดร้ายแรง ชื่อ “ โรคร้อยเอ็ด ” 

 

สมัยนั้นชาวบ้านมีคำขวัญประจำใจว่า

“   เงินไม่มีหนีไปนา  เงินไม่มาไปนาดีกว่า เงินไม่มากาไม่เป็น  ”  !!!



อาจารย์ประสพ  วงศ์หนองหว้า    รองผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิ์ชัยชนูปถัมภ์ อ.โพธิ์ชัย จ. ร้อยเอ็ด ได้ทำข้อศึกษาเกี่ยวกับ   “ โรคร้อยเอ็ด   ”

บันทึกเป็นประวัติศาสตร์ว่า  การเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดร้อยเอ็ดเมื่อราว 30 ปีก่อน

บรรดา  ส.ส. จากพรรคการเมืองต่างๆ  ระดมทั้ง “กำลังคน” และ “กำลังเงิน” อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

 

บรรยากาศจังหวัดร้อยเอ็ด เสมือนงานเฉลิมฉลอง อย่างยิ่งใหญ่ เข้าไปในหมู่บ้านไหน ตำบลใด  ล้วนพบกับการฉายหนังกลางแปลงไม่เว้นแต่ละวัน

 

นักการเมืองใหญ่จากกรุงเทพฯ   หิ้วกระเป๋าไปสมัครที่ร้อยเอ็ด



ประวัติการณ์ครั้งนั้น

            [1] “ นางสุนีรัตน์ เตลาน ”   เศรษฐีนีทุ่มเงินหาเสียง จัดงานบุญงานกุศล ขุดน้ำบ่อ  ก่อศาลา  สร้างสะพาน  แจกไม่อั้น  ไม่กลัวหมดเปลือง  ทุ่มเงินอย่างมหาศาล คาดว่ามีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท  

            [2]  “นายฉันท์ จันทร์ชุม”   ผู้สมัครจาก “ พรรคสหประชาไทย” แจกเงิน ให้สามล้อมปั่นติดใบปลิวของตนคันละ  5 -10  บาท  รถยนต์แจกคันละ  50 บาท  

 แต่การเลือกตั้งครั้งนั้น  “ ธรรมะย่อมชนะอธรรม”  ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งคือ

 “ นายชวินทร์ สระคำ ”   หรือ   “  อดีตพระมหาชวินทร์  ”  

เล่ากันว่า “อดีตพระมหาชวินทร์ ”  ไม่สนการแจกเงิน  หากแต่แจก  “เข็มเย็บผ้าและยาแก้ปวด”  แทน!!! 



ประวัติการณ์ครั้งต่อมา 

การเลือกตั้งครั้งอื้อฉาวที่สุดใน จ.ร้อยเอ็ด    เกิดขึ้นในปี 2524

เมื่อ ส.ส.ร้อยเอ็ด “ นายสมพร  จุรีมาศ ” รองหัวหน้าพรรคสยามประชาธิปไตย เสียชีวิตลง

 

            ในครั้งนั้นมีผู้สมัครชิงชัยตำแหน่ง ส.ส. ที่ว่างลง  14  คน แต่รายที่น่าสนใจ คือ

 “ พล.อ.เกรียงศักดิ์  ชมะนันท์ ” หัวหน้าพรรคชาติประชาธิปไตย อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย   และ “ พ.ต.ท.บุญเลิศ   เลิศปรีชา  ”   รองหัวหน้าพรรคกิจสังคม  อดีต รมช.มหาดไทย

            เล่ากันว่า  ทีมงานหาเสียงของ “ ท่านฯ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ฯ ” ประกาศท้าทายว่า

 “ นายพลแพ้ไม่ได้ ”  มีการระดมกระสุนเงินตราจำนวนกว่า  30  ล้านบาทใช้หาเสียง แบ่งเป็นค่าโฆษณามากถึง  7  ล้านบาท  ค่าที่พัก 4  แสนบาท ค่าเช่ายานพาหนะ 1.65 ล้านบาท   ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 4.5 แสนบาท  ค่าใช้จ่ายหัวคะแนน 4.75 ล้านบาท ฯลฯ และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตร็ดอีกนับไม่ถ้วน 



            ขณะที่ “ท่าน พ.ต.ท.บุญเลิศฯ ” มีกองหนุนชั้นเยี่ยมอย่าง “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ”  หัวหน้าพรรคกิจสังคม   เดินทางมาช่วยหาเสียง  ใช้นโยบายประชานิยมเป็นจุดขาย เดินสายลุยทุกหมู่บ้าน  ใช้เทคนิค “ ทัวร์นกขมิ้นค่ำไหนนอนนั่น ”

 

ครั้งนั้น  คาดว่าพรรคกิจสังคมใช้เงินลุยหาเสียงไม่ต่ำกว่า   20  ล้านบาท

 ขณะที่ผู้สมัครเลือกตั้งคนอื่นๆก็ใช้กลยุทธ์ลดแลกแจกแถมตามกำลัง “ ทรัพย์”ของแต่ละคน ประมาณว่าการเลือกตั้งครั้งนั้น จ. ร้อยเอ็ดมีเม็ดเงินสะพัดมากถึง... 



           
“ 80 ล้านบาท  ขอรับ  ” !!! 

 

            บทบันทึกกรณีศึกษาเกี่ยวกับ “ โรคร้อยเอ็ด ”  ของท่านฯ  อาจารย์ประสพฯ ยังได้ระบุไว้อีกว่า  ว่า การเลือกตั้งครั้งนั้นส่งผลให้เศรษฐกิจของเมืองร้อยเอ็ด ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  อาทิ เป็นต้นว่า   :

            โรงแรมมีคนพักเต็มทุกวันส่งผลให้ราคาห้องพักสูงขึ้นจาก 80 บาท เป็น 240 บาท กองทัพสื่อมวลชนเดินทางมาทำข่าวกันชนิดไม่ขาดสาย

            รถโดยสารเต็มทุกเที่ยว รถสามล้อต้องคิดค่าบริการเพิ่มจาก  5  บาทเป็น 10 บาท   ตลอดถึง  ชาวบ้านมีอาชีพเสริมจากการรับจ้างปิดใบปลิว 


            นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า“ พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 ”   ไม่มีความหมาย

             แม้จะได้มีการกำหนดไว้ว่า “....ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งให้ไม่เกิน 3.5 แสนบาทต่อคน และห้ามใช้วิธีให้ทรัพย์หรือผลประโยชน์อื่นใดโดยทางตรงหรือทางอ้อม .... ”  ก็ตาม แต่ก็ยังมีการทุ่มเงินซื้อเสียงกันชนิด... 



           
“ ไม่อายฟ้าดิน ”!!!

ท้ายสุดแล้วประวัติการณ์ครั้งนี้    เมื่อเปิดหีบนับคะแนน  ผลปรากฎว่า

 “  ท่านฯ  พล.อ.เกรียงศักด์ฯ ”  ชนะเลือกตั้งชนิด “ ถล่มทลาย ”   ไปด้วยคะแนนเสียง   70,812  คะแนน     ขณะที่  “ พ.ต.ท.บุญเลิศ ”    ได้   42,084   คะแนน 


            ครั้งนั้น  “ พล.อ.เกรียงศักดิ์ฯ ” ได้  ทิ้งร่องรอยอนุสาวรีย์การพัฒนาให้ชาวร้อยเอ็ดไว้ดูต่างหน้าคือ การขุดลอก“ บึงพลาญชัย ”และ“ขุดลอกคลองคูเมือง ” 

       ขณะที่ “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์” ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า...


           
“ เราแพ้โรคร้อยเอ็ดจริงๆ ”!!!

            คำเปรียบเปรย  “ โรคร้อยเอ็ด ”  นับเป็นความเจ็บปวดของชาวจังหวัดเกินร้อย นับจากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมาเกือบ 30 ปี

 

             “ การซื้อสิทธิ์  การขายเสียง  ”  ยังถ่วงความเจริญและกัดกินฐานราก

 “ ประชาธิปไตย ”  เมืองไทยอย่างต่อเนื่อง

 

              * ข่าวการซื้อเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศในครั้งนี้  คาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 2 หมื่นล้านบาท  โดยซื้อเสียงเสียงละ  200-1,000  บาทนั้น  จะเกิดขึ้นในช่วงที่วันจะมีการรับสมัครผู้แทนราษฎรและการเลือกตั้ง  23  ธันวาคม  2550  (คืนสุนัขเห่าหอน) 

            และต่อไปนี้   คือ    ลักษณะพฤติกรรม...อาการเกิด และการติดต่อที่เป็นเบื้องต้นหรือรุนแรงหรืออาจจะถึงขั้นเฉียบพลันของ “ โรคร้อยเอ็ด ” ที่นำมาเผยแพร่เชื้อเป็นยุทธวิธีให้ที่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใช้เพื่อเอาชนะ  การเลือกตั้ง  ในทุกครั้ง                      

            1.การซื้อเสียงโดยงบประมาณของรัฐ ที่ทำกันต่อเนื่องและในฤดูกาลการเลือกตั้ง ตั้งแต่การนำโครงการที่มีเงินเข้าไปสู่ชุมชน/หมู่บ้าน จนถึงคนแต่ละคน การแจกพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ ขุดสระแจกน้ำเชื้อพ่อพันธุ์วัว ฯลฯ การซื้อเสียงจึงไม่ใช่แค่ช่วงมีกฤษฎีการเลือกตั้งแล้วเท่านั้น มันมากกว่าที่พวกเราคิดและเป็นระบบต่อเนื่อง


            2.การพาไปศึกษาดูงานต่างประเทศและแถมเงินช็อปปิ้ง โดยใช้เงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานรัฐต่างๆ ซึ่งทำกันทุกปีและมีความผูกพันต่อเนื่องกับหัวคะแนน
            3.การใช้เงินคืนบัตรเครดิตและซื้อบัตรเติมเงินให้ คนละ 200-300 บาท วิธีนี้ไม่รู้ว่ากฎหมายและมาตรการต่างๆ จะไล่จับทันอย่างไร? ว่าเขาพากันจ่ายเงินกันตอนไหน? ที่ไหน?

 

            4.การบริการรถรับ-ส่งพร้อมน้ำดื่ม ตลอดเวลา สำหรับไปโรงพยาบาลยามเจ็บป่วย ไปวัดงานศพ ไปงานเลี้ยงวันเกิด ไปทำบุญบ้าน ฯลฯ

            5.การซื้อหวยใต้ดินโดยไม่ต้องจ่ายเงิน เมื่อไม่ถูกเลขก็ไม่ต้องจ่ายหรือมีคนไปจ่ายให้ภายหลัง

            6.การอุปถัมภ์ โดยการฝากลูกเข้าโรงเรียนหรือทำงานใน อบต.เทศบาล อบจ.หน่วยงานต่างๆ และบริษัทเอกชน           

            7.การจ่ายเงินนอกพื้นที่ เขตเลือกตั้ง/ข้ามจังหวัดหรือไม่จ่ายเงินกันในชายแดนต่างประเทศลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม           

            8.การจ่ายเงินภายหลัง การเลือกตั้งสิ้นสุดและรู้ผลคะแนนว่าเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่?

            9.การขนคนกลับ โดยรถแท็กซี่หรือรถตู้ โดยจ่ายค่าโดยสารหรือค่าเหมารถให้พร้อมค่าอาหารระหว่างทาง ผู้มีสิทธิในชนบทส่วนใหญ่เป็นคนอพยพออกไปทำงานนอกหมู่บ้าน

             การที่พวกเขาจะกลับบ้านมาเลือกตั้งเพียงวันเดียว  ต้องมีค่าใช้จ่ายเกิน 1,000 บาทขึ้นไป  คนหาเช้ากินค่ำ  นอกจากจะไม่ได้หาเงิน/ค่าแรงในวันเลือกตั้งแล้ว ยังต้องเสียเงินจำนวนมาก   

            ยิ่ง กกต.ต้องการให้คนไปใช้สิทธิ 70% ขึ้นไป  แสดงว่าต้องมีคนกลับบ้านไม่น้อยกว่า  30%   โดยเฉพาะชาวอีสาน  เพราะในยามปกติมีแต่คนแก่และเด็กน้อยอยู่ในหมู่บ้านราว  40%  ที่มีสิทธิเลือกตั้ง     ในอดีต         “ โรคร้อยเอ็ด ” ก็มีการขนคนไปเลือกตั้งแบบนี้จำนวนมาก และประสบชัยชนะด้วย

  

          และยังมีเอกสารทางวิชาการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อสรุปลักษณะพฤติกรรมที่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใช้เพื่อเอาชนะการเลือกตั้ง

มาให้พิจารณาลักษณะพฤติกรรม... เพิ่มเติม   คือ  …….


          1. ระบบขายตรง หัวคะแนนจัดหาคนมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค อาจมีการทำบัตรสมาชิกที่มีรูปนักการเมืองติดอยู่

          2. โรคร้อยเอ็ดการใช้เงินแจกจ่ายเพื่อสร้างคะแนนนิยมในตัวผู้สมัคร

          3. ท่อลำเลียง หัวหน้าพื้นที่หาเสียงจะพิจารณาว่าผู้ใดมีศักยภาพพอจะได้รับเลือก ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้หัวหน้าพรรคเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มจะดำเนินการชักนำให้คนผู้นั้นลงสมัครรับเลือกตั้งในนาม ของพรรคตน ในสภาพดังกล่าวมีการจัดทีมงานบริหารทรัพยากรเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของผู้ สมัครเพื่อให้ผู้สมัครได้รับเลือกตั้ง 

         4. เบิกกระสุน ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย (ท่อลำเลียง) จ่ายให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งผ่านคณะเสนาธิการ จากนั้นจะทำการเช็คคะแนนเสียง เรียกว่า  " เช็คหัว  "

          5. เช็คหัว พฤติกรรมของหัวคะแนนหรือผู้นำชุมชน (ในหลายกรณีเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ครู เจ้าหน้าที่องค์การพัฒนาเอกชน) ที่จะทำการสอบนับคะแนนเสียง ภายหลังจากแจกเงินให้กับประชาชนเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้กับผู้สมัคร

         6. หัวย่อย ประเภทของหัวคะแนนที่แยกเป็นหัวตำบล หัวหมู่บ้าน หัวอำเภอ และหัวย่อย (มักเป็นชาวบ้านทั่วๆ ไป) หัวย่อยจะทำหน้าที่คุมคะแนนเสียงในแต่ละระดับที่ตนเองกำกับคะแนนอยู่ อัตราค่าตอบแทนระดับหัวหมู่บ้านและอำเภออยู่ที่ 500,000 บาท (เมื่อปี พ.ศ.2543) หัวย่อยมีอัตรา 10,000 บาท ในบางกรณีมีการตอบแทนเป็นรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ

         7. สอบซ่อม จ่ายซ่อม หากหัวคะแนนไม่เข้มแข็งพอที่จะกุมคะแนนเสียงได้ก็จะมีการทุ่มราคาหรือ รับรองว่าจะมีการตอบแทนในรูปของสาธารณูปโภคหรือผลประโยชน์ตอบแทนอื่นๆ หรือการที่พรรคใดพรรคหนึ่งถูกแย่งหัวคะแนนไป จึงต้องหาหัวคะแนนมาทดแทนโดยการจ่ายค่าตอบแทนที่สูงกว่าเดิม

          8. เป้ายิง ผู้ดำเนินงานพรรคการเมืองพิจารณาว่าจะใช้เงินจำนวนเท่าใดในพื้นที่ต่างๆ โดยพิจารณาจากรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ฐานเสียง อัตราการแข่งขัน ทั้งนี้ ในปี พ.ศ.2544 มีอัตราที่หัวละ 100-500 บาท ตั้งแต่เริ่มก็จะประเมินค่าใช้จ่ายรายหัวเป็นกระสุน หากจ่ายไปแล้วไม่ได้ผล (กระสุนด้าน) ก็จะจ่ายใหม่หรือเรียกว่าการยิงซ้ำ

            และหากผู้สมัครรายใดมีโอกาสมากกว่าคนอื่นในกรณีการเลือกแบบพวง ก็จะเลือกจ่ายเงินจูงใจให้ประชาชนเลือกผู้สมัครเพียงรายเดียว เรียกว่ายิงโดดในระยะ 7 วันก่อนวันลงคะแนน, กรณีจำเป็นอาจมีการจ่ายหน้าคูหาเรียกว่า ยิงหน้าหน่วย จะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายในการนี้อาจสูงถึง 1,000-5,000 บาทต่อครัวเรือน

          9. วางเรือใบ การปิดกั้นไม่ให้พรรคคู่แข่งเข้าถึงหมู่บ้านที่เป็นฐานคะแนนเสียงของคน จึงต้องกีดกันโดยการนำเอาบัตรประชาชนมาเก็บรวบรวมไว้

          10. ยิงเสือเหลือง ขอร้องให้พระสงฆ์เป็นหัวคะแนนหรือผู้สนับสนุน

          11. การเวียนเทียนพลร่ม การใช้บัตรประชาชนมาเวียนลงคะแนนอีก หรือชักชวนคนมาลงคะแนนตามหน่วยต่างๆ

          12. ไพ่ไฟ การใช้กรรมการหน่วยหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง กาบัตรลงคะแนนเลือกตั้งแทนคนที่ไม่มาใช้สิทธิ มักทำก่อนเวลาลงคะแนนหรือหลังปิดหีบลงคะแนน

          13. หวย ส.ส หวยผู้แทน หวยการเมือง การหักเหพฤติกรรมการเลือกตั้งโดยใช้การพนันเพื่อสร้างแรงจูงใจในการพลิกผัน คะแนนเสียง โดยเฉพาะการทุ่มพนันขันต่อให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในกรณีนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้ามือหวยใต้ดิน

          14. บัตรเดียว 100 คะแนน การลักลอบนำบัตรออกจากหน่วยเลือกตั้งแล้วนำไปให้ประชาชนที่รับเงินจากหัว คะแนนนำไปหย่อนลงหีบลงคะแนน ทั้งนี้ ผู้จ่ายเงินจะกาหมายเลขไว้แล้วเพื่อประกันว่ามีคะแนนสนับสนุนฝ่ายตน ในขณะที่บัตรเลือกตั้งใหม่ที่ได้รับก็ต้องนำออกมาคืนให้กับหัวคะแนน

          15. การจัดทัศนศึกษา การใช้งบฯส่วนตัว หรืองบฯทางราชการจัดดูงานหรือทัศนศึกษาเพื่อให้ประชาชนและหัวคะแนนได้สร้าง ความคุ้นเคยกับฐานเสียงและสร้างความมั่นใจว่าฐานเสียงจะไม่เอนเอียงไปทาง ฝ่ายอื่น และลงคะแนนให้เป็นการตอบแทน มักกระทำผ่านกลุ่มสตรี กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มอาชีพ

         16. การเล่นการพนัน การสร้างการต่อรองพนันขันต่อเพื่อหักเหคะแนนเสียงโดยใช้หัวคะแนนไปท้าพนัน

          17. แชร์ลูกโซ่ การเสนอค่าตอบแทนนอกหนือจากการซื้อเสียงปกติ โดยเสนอเงินให้กับผู้ที่สามารถหาคะแนนเสียงเพิ่มเติมได้เป็นรายหัว เช่น ปกติจะได้รับ 100 บาท แล้วถ้าสามารถหาสมาชิกที่รับรองว่าจะลงคะแนนให้อีกได้ 5 คน ก็จะได้รับ ค่าตอบแทนอีกหัวละ 100 บาท รวมมูลค่าที่หัวคะแนนรายนี้จะได้คือ 600 บาท

         18. เกมเศรษฐี การตั้งคำถามง่ายๆ ระหว่างการปราศรัยหรือพบประชาชนเพื่อจงใจแจกสิ่งของตอบแทน หรือจัดการขายสินค้าราคาถูกโดยให้พรรคพวกฝ่ายตนเป็นผู้ขายหรือลดราคาถูกจน เกินจริง

         19. การปูพรมล่วงหน้า การจ่ายเงินให้ชาวบ้านล่วงหน้า เช่นการจ่ายเงินแลกกับการสมัครเป็นสมาชิกพรรค

          20. การทำสัญญาเงินกู้ การจัดทำสัญญาเงินกู้เทียมเพื่อปล่อยกู้ให้กับกลุ่มหรือองค์กรทางสังคมหาก ผู้สมัครชนะเลือกตั้งก็จะฉีกสัญญาทิ้ง เป็นการประกันว่าตนเองจะได้รับเลือกตั้งหากไม่ได้รับเลือกตั้งก็จะทำให้ กลุ่มคนดังกล่าวตกเป็นลูกหนี้

          21. การซื้อยกหมู่บ้าน การจ่ายเงินก้อนให้กับชุมชน เพื่อแจกแกนนำชาวบ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเพื่อสร้างคะแนนนิยม หรือการให้เงินสนับสนุนกลุ่มสตรีหรือกลุ่มทางสังคมอื่นๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจและคะแนนนิยมในตัวผู้สมัคร

          22. การทำสัญญาซื้อขาย การทำสัญญาซื้อขายทรัพย์สินโดยการวางมัดจำ เช่น การวางมัดจำซื้อที่ดิน เมื่อไม่มีการจ่ายเงินที่เหลือคู่สัญญาก็สามารถริบมัดจำ จึงเท่ากับเป็นการจ่ายเงินโดยเลี่ยงกฎหมาย

         23. การสร้างหลักฐานเท็จหรือพฤติการณ์ที่ให้ร้ายแก่ฝ่ายตรงข้าม เพื่อใส่ร้ายคู่ต่อสู้ทางการเมืองเช่น การรับเอาบัตรเผยแพร่ของพรรคฝ่ายตรงข้ามแล้วในไปปิดผนึกหน้าบ้านของประชาชน ด้วยกาวแป้งเปียก ทำให้บริเวณดังกล่าวสกปรกยากต่อการทำความสะอาด เพื่อให้ประชาชนเกลียดชัง

         24. การสร้างเอกสารเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามยุติการหาเสียง การสร้างเอกสารปลอมหรือจงใจให้มีลักษณะคล้ายหนังสือราชการจากหน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งส่งไปแจ้งให้ฝ่ายตรงข้ามยุติการหาเสียง

         25. การจ้างคู่แข่งขันให้ยุติการหาเสียง หรือล้มมวย  พบมากในภาคกลาง

         26. การสร้างข่าวลือสร้างสถานการณ์เท็จ หรือข่าวลือเพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิด เช่น ปล่อยข่าวว่าพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามจะแจกเงิน ให้ไปรอรับ ณ จุดนัดหมาย แต่เมื่อประชาชนไปถึงไม่มีผู้ใดจ่ายเงิน (กรุงเทพฯ), การปล่อยข่าวว่าคู่แข่งถูกถอนสิทธิ (กรุงเทพฯ) หรือข่าวว่าคู่แข่งป่วย อายุมาก หรือใกล้เสียชีวิต หรือถึงแก่ความตายด้วยอุบัติเหตุ (พิษณุโลก)

         27. การข่มขู่หัวคะแนนของผู้สมัครรายอื่น จนถึงการฆาตกรรม เพื่อให้ยุติการหาเสียง เช่น การฆาตกรรมหัวคะแนนคู่แข่ง

             ข้อมูลการเลือกตั้ง ของ จังหวัดร้อยเอ็ด  ประกาศแบ่งเขต  3  เขต      มีจำนวน ส.ส. 8  คน จาก 20  อำเภอ      [ อัตราเฉลี่ย ส.ส.1คน ต่อประชากร  163,756.88  คน ] 

 

          เขตเลือกตั้งที่  1.  มี ส.ส.ได้ 3  คน   อำเภอเมืองร้อยเอ็ด  154,080 คน  อาจสามารถ 74,903 คน ธวัชบุรี 68,327 คน โพธิ์ชัย 57,039 คน จังหาร 47,645 คน ศรีสมเด็จ 37,072 คน เชียงขวัญ 27,795 คน และอำเภอทุ่งเขาหลวง 24,086 คน  

รวม 8  อำเภอ    จำนวนประชากร   490,947   คน

           เขตเลือกตั้งที่ 2.  มี ส.ส.ได้ 3 คน   อำเภอสุวรรณภูมิ 116,899 คน เกษตรวิสัย  99,014  คน พนมไพร 74,967 คน ปทุมรัตต์ 52,826 คน โพนทราย 27,561 คน หนองฮี 25,657 คนและอำเภอเมืองสรวง 23,604 คน

รวม  8  อำเภอ     จำนวนประชากร   501,991  คน

 

          เขตเลือกตั้งที่ 3.  มี ส.ส.ได้ 2 คน     อำเภอเสลภูมิ 121,650 คน โพนทอง 108,229  คน  หนองพอก 64,732 คน  และอำเภอเมยวดี  22,498  คน                   รวมในเขตนี้    4   อำเภอ    จำนวนประชากร 317,109  คน   

 

            รวมประชากรในจังหวัดร้อยเอ็ด   ทั้ง   20   อำเภอ  จำนวนประชากร  1,310,047  คน

             จังหวัดร้อยเอ็ด  มีอดีตนักการเมืองที่ถูกตุลาการรัฐธรรมนูญ  ตัดสิทธิการเมือง  (111)   2  คน   คือนายระวี  หิรัญโชติ   กับ  นายเอกภาพ  พลซื่อ 

              ถึงเวลาที่พี่น้องชาวร้อยเอ็ด  1.3 ล้านคน  ตื่นจากฝันร้าย  และอาการปวดเจ็บจากแผลดวงใจที่ร้าวลึกมายาวนาน  จะต้องกู่ประกาศอิสระภาพจาก “  โรคร้อยเอ็ด  ” ให้หายขาดเสียที

 

            ตลอดชั่วระยะ 30 ปี  ที่ผ่านมา .....  ในนามแห่งสายเลือดเนื้อเชื้อไข ของ ลูกหลานชาวร้อยเอ็ดฯ  โดยการเกิดทั้งกายและใจ  ที่ได้เกิดมาด้วยความภาคภูมิใจสายเลือดแผ่นดินแม่ฯ  ณ. อาณาจักรข้าวหอมมะลิโลก  กระเพาะอาหารของคนโลก  และ ด้วยความเป็นกระดูกสันหลังของชนชาติสยามประเทศนี้ฯ

            แม้พาหนะ  ....  อันเป็นที่มาของเชื้อโรคร้ายอันโสมมนี้  ยังมี  DNA ที่ฝังรากลึกสู่เผ่าพันธ์นักการเมืองรุ่นลุก/หลาน    ของพวกพ่อค้าและศักดินาเต็มเมืองร้อยเอ็ดและเต็มสยามประเทศนี้    

 

               “   บนแผ่นดินแม่บังเกิดเกล้าฯ .. ของ ข้าพเจ้า และ ของเราทั้งหลาย   ”

 

วันที่  23  ธันวาคม  2550   นี้ ฯ

จรดปลายปากาเลือกฅนที่เลวน้อยที่สุด    ไปทำหน้าที่แทนเรา  กันเถอะครับ !


ฅนขอบคุณ  

          1.]  กกต. ร้อยเอ็ด   โทรศัพท์หมายเลข   043-522816-7  

          2.] วัชรินทร์  เขจรวงศ์  บทความข้อมูลจากนสพ  แนวหน้า (สกู๊ปพิเศษ)

               เลือกตั้ง '50  

          3.]  ภาพจาก     www.pwa.co.th /province 

          4.]  ข้อมูลวิจัย   อาจารย์ประสพ  วงศ์หนองหว้า





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

101 102 103 104 105 106 107 108 109(หัวลำโพง-มีนบุรี)

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ฅนไทบ้าน วันที่ : 25/12/2007 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konthaiban

จ. ร้อยเอ็ด
มีจำนวน ผู้สมัคร 101 เป็นมงคลดีแท้ !

และที่น่าตกใจ .. ก็คือ มีพี่น้องมารักษาโรคเพียง 40.05 เปอร์เซ็น ของผู้มีสิทธิ์ทั้งจังหวัด

เป็นอันดับที่ 5 ของประเทศที่มีผู้มาใช้สิทธิน้อยที่สุด ในสยามประเทศของเรานี้ฯ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ฅนไทบ้าน วันที่ : 23/12/2007 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konthaiban

23 ธันว์ 50 ระฆังเริ่มแล้ว !
คิดแบบขำ ๆ นักการเมืองแบบฉบับ “ นักฝึกยุทธ” ของคุณ ? เป็นแบบไหนล่ะ

๑. เสี่ยวเอ้อ/คนรับใช้
๐ คุณจะเริ่มงานตั้งแต่อายุประมาณสิบหก
๐ คุณจะถูกนายจ้างของคุณกดขี่ไปเรื่อยๆ
๐ เมื่ออายุประมาณยี่สิบคุณจะตกเหว
๐ ถ้าคุณไม่ตกเหว คุณก็จะเป็นเสี่ยวเอ้อไปจนตาย
๐ ถ้าคุณตกเหวแล้วไม่เจอคัมภีร์คุณจะต้องตาย
๐ ถ้าคุณตกเหวแล้วเจอคัมภีร์ คุณจะกลายเป็นจอมยุทธ
๐ คุณจะกลับมาข่มนายจ้างเก่าของคุณ
๐ เมื่อผาดโผนยุทธจักรไปได้สักปีสองปี คุณจะได้อาวุธวิเศษ
๐ เมื่อผาดโผนยุทธจักรไปได้อีกสักปีสองปี คุณจะมีชื่อเสียงไปทั่ว
๐ เมื่อมีเชื่อเสียงคุณจะได้ฆ่าจอมมารของยุทธจักรหรือประกอบวีรกรรมบางอย่าง
๐ คุณจะได้แต่งงานกับลูกสาวของคนใหญ่คนโต
๐ ถ้าคุณไม่ออกไปอยู่อย่างสันโดษตามป่าเขาก่อนคุณจะเป็นเจ้ายุทธภพ

๒. ศิษย์สำนักยุทธ
๐ คุณจะถูกอาจารย์เก็บมาเลี้ยงเมื่ออายุน้อยๆ
๐ เมื่อผ่านไปสักสิบปี ถ้าคุณฝึกซ้อมวิชาได้ดีคุณจะได้เป็นศิษย์คนหนึ่ง
๐ เมื่อผ่านไปอีกสักสิบปี ถ้าคุณฝึกซ้อมวิชาได้ดีอีก คุณจะได้เป็นศิษย์เอก
๐ เมื่อผ่านไปอีกสักสิบปี ถ้าคุณฝึกซ้อมวิชาได้ดีเสมอต้นเสมอปลาย คุณจะได้เป็นศิษย์พี่ใหญ่
๐ เมื่อผ่านไปอีกสักสิบปี ถ้าอาจารย์คุณเผอิญตาย และคุณยังฝึกซ้อมวิชาได้ดีกว่าคนอื่นในสำนัก คุณจะได้เป็นเจ้าสำนัก ตอนนี้คุณจะอายุสักสี่สิบห้าสิบปีแล้ว
๐ คุณอาจจะรักกับศิษย์น้องของคุณ ซึ่งเป็นลูกสาวของอาจารย์
๐ แต่ต่อให้ฝึกซ้อมวิชาของสำนักได้ดีไปจนตาย คุณก็จะหยุดอยู่แค่เจ้าสำนักธรรมดาๆนั่นแหละ ส่วนศิษย์น้องของคุณถูกเสี่ยวเอ้อข้างบนคาบไป dax ตั้งนานแล้ว

๓. จอมมาร
๐ ตั้งแต่เกิดชีวิตคุณจะบัดซบ บ้านแตกสาแหรกขาด สังคมจะทำร้ายคุณ ทำให้คุณเป็นเด็กมีปัญหาเก็บกด
๐ เมื่ออายุได้ประมาณห้าขวบ คุณจะเริ่มอาชีพโดยการลักเล็กขโมยน้อย
๐ จากนั้นสิบปี ถ้าคุณยังเลวอยู่ คุณจะเป็นจอมโจร
๐ จากนั้นสิบปี ถ้าคุณยังเลวอยู่ คุณจะได้เป็นเจ้าสำนักโจร
๐ จากนั้นสิบปี ถ้าคุณยังเลวมากขึ้นเรื่อยๆ คุณอาจเปลี่ยนสำนักโจรเป็นพรรคมารได้
๐ จากนั้นสิบปี ถ้าคุณเลวสุดๆ คุณจะมีอำนาจพอยึดครองยุทธจักรมาเป็นของคุณ
๐ แต่เสียใจ คุณไม่มีทางเป็นเจ้ายุทธภพได้ เพราะเสี่ยวเอ้อข้างบนจะมาปราบคุณและเป็นเจ้ายุทธภพแทน นอกจากนั้นลูกสาวของคุณยังจะเนรคุณคุณและไปเป็นเมียมันอีกต่างหาก

๔. สาวงาม
๐ ถ้าคุณเป็นสาวงามคุณจะสวย
๐ และคุณจะไปเป็นเมียของเสี่ยวเอ้อข้างบน

๕. พระ
๐ ถ้าคุณเป็นหลวงจีน คุณจะชอบกินเหล้าและเนื้อสุนัข
๐ ถ้าคุณไม่กินเหล้าและเนื้อสุนัขคุณจะชอบฆ่าคน
๐ ถ้าคุณไม่ผิดศีลอะไรเลย จะไม่มีใครนับถือคุณ และชีวิตคุณก็จบลงด้วยการนั่งเอาไม้ตีป๊อกๆหน้าพระพุทธรูปไปจนตาย

ขอให้คุณๆ ประสบโชคดี กับ” ฅน” ที่คุณๆ “เลือก” หรือ “ ลาก” เข้ามา โดยทั่วหน้ากัน

สวัสดี

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 23/12/2007 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baan-koo-kai
หัวใจ...ของฉัน..เป็นนักเดินทาง..อักษรของฉัน...เป็นนักเดินทาง หัวใจของฉัน...ไร้ซึ่งพันธนาการอักษรของฉันถูกพันธนาการด้วยหัวใจฉันเอง

สุขสันต์วันเลือกตั้ง
อากาศวันนี้สดชื่นรื่นรมย์
เพราะเราทุกคนมีสิทธิเท่ากัน
อย่าลืมไปใช้สิทธิกันทุกคนนะคะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
หนาแป้นปีก วันที่ : 23/12/2007 เวลา : 06.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hanpanpeek

เมื่อวานที่ขอนแก่นหมาไม่มีสิทธิ์หอน เขายิงกันกลางวันแสกๆเลยครับท่าน

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ทิดคำเมอรอน วันที่ : 23/12/2007 เวลา : 00.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamerone14
เมืองไทยในสายธารวัฒนธรรม 

...ยุทธภพมีกลโกงหลากหลายรูปแบบ แปรเปลี่ยนฉับพลัน จู่โจมเฉียบขาด คาดไม่ถึงสำนัก ๑๐๑ กลับใช้วิชาสามานย์ กระทั่ง "ยิงเสือเหลือง" ยังหาญกล้าลงมือ
เช่นนี้..การอวดอ้างเป็นตัวแทนชาวยุทธ์ ไม่เรียกว่าไร้ยางอาย สมควรเรียกเช่นไร?

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 23.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

โอ้ มันโกงสมบุรณ์แบบจริงๆ นะ
ทุกทาง ทุกอย่าง

โคตรโกงจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
pen วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 14.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pen
ปากกาคืออาวุธ จับประยุทธ์เพื่อสัจจะธรรม ความจริงคือคำมั่น พันธเกียรติเพื่อปวงชน

ถึงฅนไทบ้าน

จรดปลายปากาเลือกฅนที่เลวน้อยที่สุด ไปทำหน้าที่แทนเรา กันเถอะครับ !

เจ้าเรือนชอบ คำขวัญ ท่านเหลือเกินครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
tanatach วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 14.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant


.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 12.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guide007
ฉันถอดเสื้อสีแล้ว!!!! คุยกับฉันได้ไหมเพื่อนมนุษย์!!!!

คนไทบ้าน
คนร้อยเอ็ดนี่นับว่าเป็นตำนานการเมืองไทยนะครับ
และหนึ่งในโมเดลการพัฒนาหมู่บ้าน
ของอดีตนายกฯ ที่ผ่านมา ก็เคยใช้ที่ อำเภออาจสามารถ
เป็นที่ขับเคลื่อน ทั้งกำลังพล เสียง และคะแนนนิยม


ร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดที่น่าศึกษามากครับ
ที่แน่นอนสาวร้อยเอ็ดน่ารัก ทุกคน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 11.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

มันไม่ยอมตายครับ โรคนี้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Supawan วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวีสดีวันเสาร์ค่ะ ...

ขอบคุณสำหรับบทความ.. ได้เรียนรู้ว่ามีวิธีมากมายที่ใช้ในการได้มาซึ่งเสียง...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
feng_shui วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 10.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ร้อยแปดวิธีเลย

สวัสดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เกลือจืด วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 10.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/salt

โอ้โฮ.....หลากหลายวิธีเลยนะ แวะมาเยี่ยมชวนไปฟังหมาพูดบ้าง ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]