• ฅนไทบ้าน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kon_thaiban@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-06
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 172064
  • ส่ง msg :
  • โหวต 41 คน
ฅนไทบ้าน
ฮักเฮือน ฮักฮีต ก่อไทบ้าน สร้างไทเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/konthaiban
วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม 2552
Posted by ฅนไทบ้าน , ผู้อ่าน : 1430 , 22:46:09 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

  “  สวัสดี ..... เมืองปาย ”  


4dca0a85.jpg picture by sunnstory


แรกเริ่มที่ได้ยินชื่อ อำเภอเมืองปายเมืองเล็ก ๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

เท่าที่ทราบมา ...

ถนนสายนี้รัฐบาลญี่ปุ่นสร้างผ่านป่าและภูเขา  เพื่อนำกองทัพเข้าสู่พม่า ใน พ..2485 (..1942)

ต่อมาเมื่อ พ..2522 (..1979)  รัฐบาลก็ได้เริ่มบูรณะถนนปาย-แม่มาลัย

(เชื่อมระหว่างจังหวัด แม่ฮ่องสอน – เชียงใหม่) 

 

เมื่อภูเขาถูกฝ่าตัดแล้ว  รถราขนาดเล็กแล่นสะดวกไปมาหาสู่กันได้

 

 จากนั้นบรรดาเพื่อนจากโลกฝั่งทิศตะวันตก “ ฝรั่ง”  ก็ได้เดินทางเข้าสู่หมู่บ้านต่าง ๆ ของกลุ่มชาติพันธุ์  เช่น  กะเหรี่ยง  ละฮูร์  ลีซู  ม้ง ฯลฯ  ในเขตจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน  ตลอดถึงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆอีก ฯลฯ

 

ในปัจจุบัน  เขตชุมชนอำเภอปาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ ของ “ฝรั่ง”  รวมถึงหนุ่มสาวจากแดนอาทิย์อุทัยที่มาตามรอยทางอดีตของบรรพชนผู้บุกเบิกเส้นทางนี้

เพื่อเข้ามาเดินป่าและผจญภัย ฯลฯ  

 

เมืองปายมีเรือนพักแรมขนาดเล็ก (GuestHouse) ประมาณ 44 หลัง
มีจำนวนห้องพัก  450  ห้อง   ราคาห้องพัก ตกคืนละ 60 – 500 บาท

ชาวบ้านแบ่งบ้านพักให้นักท่องเที่ยวเช่าพักตั้งแต่ 5 – 10 หลัง

หรือสร้างโรงแรมขนาดเล็ก ตั้งแต่ 10 – 20 ห้อง

นอกจากนี้ชาวบ้านยังขายของที่ระลึก อาหาร และจัดนำเที่ยว  ฯลฯ

รายได้จากการท่องเที่ยวขนาดเล็กของชาวบ้านมาจากค่าเช่าที่พัก,อาหาร และการจัดนำเที่ยวประมาณเดือนละ 12,000 – 20,000 บาทต่อเดือน

  

ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เหมือนกับชาวบ้านแหล่งท่องเที่ยวที่อื่นในสยามประเทศนี้ เช่น เกาะสมุย  เกาะพงัน   เกาะภูเก็ต  ที่มีรายได้จากการท่องเที่ยว ควบคู่กับการเกษตรและการประมง

 

แต่อย่างไรก็ตามก็มีชาวบ้านส่วนหนึ่งที่ได้รับข้อเสนอเงินก้อนโตจากนายทุนเพื่อก่อสร้างโรงแรมขนาดใหญ่ หวังกำไรจากการกลืนกิน “เมืองปาย ... ให้อิ่มหนำสำราญใจ

 

 

ประเทศไทยของผมและคุณ  มีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวเป็นอันดับที่ 18 ของโลก   

ข้อมูลจาก tat.or.th บ่งชี้ว่า ในปี พ..2551 (..2008) มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวมากถึง 20.08 ล้านคน (ในขณะญี่ปุ่น ไม่ติดอันดับ 1 – 20 ของโลก )

 

การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศในอัตราทวีคูณดังกล่าวแล้ว ทำให้เกิดการขยายพื้นที่ การท่องเที่ยวจากเมืองออกสู่ชนบทอย่างรวดเร็ว

 

 

ดังนั้น   แผ่นดินแม่สำหรับการโหยหาของ  “ มิตรจากโพ้นทะเล ”  ที่สำคัญในเมืองใหญ่

เช่น กรุงเทพมหานคร ชลบุรี  ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี  เชียงใหม่   กาญจนบุรี  แม่ฮ่องสอน  และเมืองที่เป็นขอบเขตบริวารต่างๆ เช่น หมู่เกาะใกล้เคียงพื้นที่บริเวณเชิงเขาและที่ราบบริเวณที่ใกล้แม่น้ำ จึงได้ถูกบุกรุกจากนายทุนข้ามชาติ และนายทุนในประเทศ

เพื่อประกอบธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจข้ามชาติ   

 

การบุกรุกจากนักกินเมืองระดับชาติและท้องถิ่น ได้ถูกนายทุนต่างเมือง  กว้านซื้อที่ดินที่ติดกับแหล่งท่องเที่ยวจากชาวบ้าน  

 

ทำให้วิถีดั้งเดิมชาวบ้านซึ่งเคยทำไร่  ทำนา ทำการเกษตร  การประมง  เพื่อเลี้ยงปากท้องตัวเอง  ต้องสูญเสียผืนแผ่นดิน ไร้ที่อยู่ บางส่วนก็เข้าป่าเมือง บางรายก็เริ่มต้นบุกรุกป่าสงวนที่แห่งใหม่   

หรือที่เป็นเศรษฐีเพียงข้ามเดือนแล้วตกยากก็กลายพันธ์  เปลี่ยนสถานภาพเป็น

 “ ลูกจ้าง ขายแรงงาน   ”   

 

 

 

ในอดีตสังคมไทยส่วนใหญ่ยังเป็นชนบทหรือเมืองเล็กๆที่วิถีชีวิตขึ้นอยู่กับการเกษตรและหัตถกรรมแบบพึ่งพากันและกันในท้องถิ่น รวมทั้งพึ่งพาสิ่งมีชีวิตทั้งหลายและธรรมชาติทั้งหมด

คนในชุมชนขนาดเล็ก เฉกเช่น  “ เมืองปาย ” ก็จะรู้จักกันและสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด

ความงดงามที่เป็นเสน่ห์ของที่นี่  เช่น การเพาะปลูก การทำไร่ และการทำหัตถกรรม    จึงเป็นการผสมผสานที่จะมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและต่อคนในชุมชนเป็นอย่างมาก  

การอยู่ร่วมกันของคนในสังคมแบบชนบท   ทำให้วิถีชีวิตสอดคล้องกับการอยู่ร่วมกันกับวิถีธรรมชาติตามแบบวิถีของชาวพุทธที่ดีและมีความสุข
       
 แต่เมื่อเศรษฐกิจเปลี่ยนเป็นระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่เน้นการพึ่งทุนและการผลิตขนานใหญ่แบบอุตสาหกรรมเพื่อขายกำไรในตลาดแบบโลกธุรกิจ

ชีวิตประจำวันข้างหน้าของ “ เมืองปาย ”    ต้องพึ่งพากลไกลโลกแบบใหม่ที่ถูกสร้างโดยคนกลุ่มหนึ่ง (มิใช่ชาวบ้านในชุมชนพื้นบ้านดั้งเดิม ) แทนที่จะเป็นวิถีการผลิตเพื่อเลี้ยงชีพในระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงพึ่งตนเองของชุมชน
       
       ในระบบเศรษฐกิจทุนนิยมอุตสาหกรรมสมัยใหม่เราต่างคนต่างเป็นผู้ผลิตสินค้าและบริการในระบบอุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่ เพียงเพื่อผลกำไรและเงินของใครบางคนบางกลุ่ม  ตามวิถีทางของระบบการผลิตแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมที่เข้ามาย่ำยีชุมชนแบบพื้นบ้านดั้งเดิม
       
       ในกระบวนการดังกล่าวนี้ เกษตรกรผู้เคยวางแผนเอง ซึ่งเคยอิสระ ทำทุกอย่างด้วยตนเอง รวมทั้งควบคุมการผลิตและชีวิตของตัวเองได้ กลายเป็นลูกหนี้หรือลูกจ้างในระบบเกษตรแบบอุตสาหกรรม ที่ต้องขึ้นต่อการใช้ทุน การใช้เครื่องจักรที่กินน้ำมัน การใช้ปุ๋ย ใช้สารเคมีมากขึ้น การเพาะปลูกพืชที่เป็นอาหารหลากหลาย เพื่อการบริโภคของชุมชนในท้องถิ่นและการบริการแก่นักท่องเที่ยวผู้มาเยือน   
       
        ความจริงของโลกก็คือ  ทรัพยากรมีจำกัด เสื่อมสลาย เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เกิดมลภาวะ/ภาวะโลกร้อน และสรรพสิ่งทั้งหลายไม่มีความยั่งยืนถาวร จะต้องสิ้นอายุสูญสลายไปในวันหนึ่ง

       ขณะที่พุทธศาสนาเสนอว่าทางออกจากการพ้นทุกข์คือการส่งเสริมให้มนุษย์เรียนรู้จักควบคุมแรงจูงใจทางธรรมชาติในการไขว่คว้าที่มีตัวเองเป็นศูนย์กลาง

พวกนายทุนกลับใช้จุดอ่อนความอยากได้อยากมีของมนุษย์ ที่จะเพิ่มการผลิตและการขายสินค้าและบริการเพื่อเพิ่มกำไรส่วนตัวของพวกเขาแต่โลกที่เป็นจริงคือตลาดที่มีการผูกขาดกลุ่มโดยนายทุนขนาดใหญ่ ที่เน้นหากำไรส่วนตัว  มากกว่าที่จะแบ่งปันให้คนชั้นกลางและชุมชนชางบ้านได้บริโภคบ้าง
       

    

ทำให้หวลนึกถึง ฉากหนังในเรื่อง  “สะบายดีหลวงพะบาง” ( สะกดแบบรากเหง้าภาษาเดิมของภาษาลาว)    

 

ความเป็นเมืองท่องเที่ยวไม่ได้ทำให้ “หลวงพระบาง” เติบโตก้าวกระโดดจนหลงทิศทาง การเคยอยู่ภายใต้ข้อจำกัดและเงื่อนไขแบบสังคมนิยมช่วยทัดทานความเป็นทุนนิยมได้เป็นอย่างดี

คนท้องถิ่นยังมีบทบาทในการทำธุรกิจในพื้นที่  ไม่หวือหวาแต่ไม่ขัดสน ผสมผสานความสะดวกสบายแบบตะวันตกท่ามกลางความเรียบง่ายแบบตะวันออกอย่างพอดี

โดยมีสถาปัตยกรรมแบบล้านช้างและตึกเก่าแบบตะวันตกที่ตกทอดมาจากยุคอาณานิคมเป็นฉากของเมือง

ความเป็น “หลวงพระบาง” ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน คือจุดขายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือนแบบยั่งยืน

ที่น่าผมเสียดาย เมือง “ ปาย ”  ของเราที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยฝีมือของนายทุนต่างถิ่น ที่ชำเรา “ปาย” อย่างเมามัน จนแทบไม่เหลือ “ความพิเศษ” ที่เป็นเอกลักษณ์เรียบง่ายแบบวิถีชาวบ้านให้เห็นแล้ว

 

 “ หลวงพระบาง ”  กับ “ ปาย ”  มีความคล้ายหลายๆ อย่างในศักยภาพเมืองท่องเที่ยวจากธรรมชาติและวัฒนธรรม แต่แตกต่างลิบลับในด้านการบริหารจัดการ

บางครั้ง “ การปรุงแต่ง ”  ก็เป็นการตลาดที่เบาปัญญาได้เหมือนกัน หากไม่สามารถผ่านบททดสอบการค้นพบ “ตัวตน” หรือ “จุดขาย” ที่แท้จริงในสินค้าและบริการของตัวเอง

แต่ก็เชื่อว่า ในวันนี้ “หลวงพระบาง” ก็ไม่ต่างจากเมืองท่องเที่ยวเมืองอื่นๆ ทั่วโลก ที่กำลังทดสอบ “ความหนักแน่น” ของอำนาจทุนนิยมที่ถั่งโถมมาพร้อมกับรายได้จากนักท่องเที่ยว ยั่วความตะกรามที่ให้เร่งกอบโกย

  

 ธรรมชาติ วิถีผู้คน และวัฒนธรรม คือศักยภาพทาง การท่องเที่ยวของ “หลวงพระบาง” ที่มีมนต์ขลังในการสร้างความหลงใหล ถ้าเป็นภาษาการตลาด ก็ต้องบอกว่าเกิด brand loyalty สูงมาก ถือเป็นเมืองที่ใครไปแล้วอยากจะไปอีก


ทางออกอย่างหนึ่งที่จะทำให้ “ เมืองปาย ” ไม่เจ็บป่วยไข้  คือ การนำทฤษฎีใหม่และแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเผยแพร่แก่ชาวบ้าน

ให้สร้างเกาะป้องกัน “ ระบบทุนนิยมผูกขาด ” แบบรู้เท่าทันและความกล้าหาญในการไปวิเคราะห์ให้เห็นถึงความจริงว่า ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาด ก่อให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ และการทำลายล้างทั้งสภาพแวดล้อมและสังคมวัฒนธรรม ทำให้สังคมแตกแยกเป็นเสี่ยงๆ เกิดความไม่เสมอภาค

 

ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของเราทั้งหมด ที่จะต้องหาทางเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจชนิดนี้ ให้เป็นระบบเศรษฐกิจแบบสหกรณ์และผู้ผลิตขนาดกลางขนาดย่อม ในชุมชนขนาดเล็ก ผลิตสินค้าและบริการที่จำเป็นโดยใช้เทคโนโลยีทางเลือกที่เหมาะสม

 

( เคยตั้งข้อสงสัยกันไหม ! ประเทศญี่ปุ่น ถูกสหรัฐทิ้งอะตอมิกบอมบ์จนเมืองเหี้ยนเตียน จนต้องปิดฉากสงครามโลกครั้งที่สองได้สิ้นลง    แต่เหตุไฉนคนญี่ปุ่นถึงเปิดใจอ้าอ้อมแขนรับเอาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไว้ในอ้อมกอดได้เร็วกว่าชาติอื่นในเอเชีย )  

  

 

และยังปรารถนาว่า  เมื่อกลับไปสู่อ้อมกอดของ “เมืองปาย ” ท่ามกลางแมกไม้

และสายหมอก ภูเขา ธารน้ำใสอีกคราครั้ง

ก็ยังตั้งความหวังแรงใจว่าไปคราวหน้า

  “ เมืองปาย ” ก็จะยังสบายดี

 


บทข้อเขียนนี้ เป็นการวิพากษณ์เชิงสังเคราะร่วมกันด้วยการผสาน

กับแนวความคิดของหลายท่านผู้รู้ที่ได้บรรยายไว้และเพื่อการแลกเปลี่ยนทัศนะ

มิได้มุ่งหวังผลในด้านใดด้านหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่อย่างใดไม่

 

ด้วยจิตคารวะอย่างสูงยิ่ง

 

ฅนขอบคุณ

 

] บทความ  “ ทฤษฎีใหม่ ปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียง

กับการปรับตัวของชาวบ้านในด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ผศ.ชูสิทธิ์  ชูชาติ

 

] บทความ ..“ หลวงพระบาง...สบายดี ?  ข้อมูลสยามธุรกิจ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ณชาติหนึ่ง วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 15.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nnnnnn
จอมยุทธไพร หัวใจพอเพียง

เกือบ 2 เดือนแล้วซินะเรา ที่ไม่มีโอกาสได้กลับเข้าบ้านโอเคเนชั่นเลย
สหายหลายท่านมาฝากความคิดถึงพร้อมคำอวยพรกันถ้วนทั่ว
ข้าพเจ้ารู้สึกขอบพระคุณเป็นยิ่งนัก ทั้งยังปลาบปลื้มหัวใจเป็นล้นพ้น
ขอถือโอกาสขอบคุณเหล่าชาวยุทธผู้ซึ่งฝากข้อความไว้ ณ เพลานี้ก่อนนะเจ้าคะ

ความคิดเห็นที่ 50 ฅนไทบ้าน ...
ท่านพี่สหายสุราที่คิดถึง...
ทุกหนแห่งขัอข้องไปเสียทั้งสิ้น
ณ ถิ่นกันดารข้าพเจ้าไม่เคยข้องขัดแต่ประการใด
มีเพียงหัวใจที่มิอาจเติมเต็ม แม้ไม่เมามายก็โหยหา... ช่างน่าอาย
วางจอกไว้เรือนข้าเถิด กลับมาเมื่อใดจักได้ร่วมตำ จอก.... อีกคราว

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
เคียงดิน วันที่ : 17/03/2009 เวลา : 23.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

@มุกดาหาร เพลานี้ง่วงนอน

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
เคียงดิน วันที่ : 12/03/2009 เวลา : 21.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

นาฎกรรมเมือง โศก
.......

ที่นี่สถานีมุกดาหาร สถานีหน้า นครพนม สถานนีถัดไป

อุดรธานี สถานีอนาคตสงขลา สวัสดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 22.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

ขอติดรถมาเที่ยวด้วยคนนะคะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 16.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

สวัสดีครับพ่อใหญ่
ปายยังเป็นเมืองในจินตนาการของผมครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
feng_shui วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 16.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

มาสวัสดีปาย ค่ะ


งามมากๆค่ะ
.

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

ที่ดินก็กลายเป็นทองคำแล้วครับ ที่ปาย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Canary วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajhara

บทความน่าสนใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

อยากไปเที่ยวปายสักครั้งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลานเทวา วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 15.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........



ปาย ปาย สบาย สบาย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

การบุกรุกจากนักกินเมืองระดับชาติและท้องถิ่น ได้ถูกนายทุนต่างเมือง กว้านซื้อที่ดินที่ติดกับแหล่งท่องเที่ยวจากชาวบ้าน ทำให้วิถีดั้งเดิมชาวบ้านซึ่งเคยทำไร่ ทำนา ทำการเกษตร การประมง เพื่อเลี้ยงปากท้องตัวเอง ต้องสูญเสียผืนแผ่นดิน ไร้ที่อยู่ บางส่วนก็เข้าป่าเมือง บางรายก็เริ่มต้นบุกรุกป่าสงวนที่แห่งใหม่
หรือที่เป็นเศรษฐีเพียงข้ามเดือนแล้วตกยากก็กลายพันธ์ เปลี่ยนสถานภาพเป็น “ ลูกจ้าง ขายแรงงาน ”

เป็นข้อสรุปที่ชัดเจนครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Supawan วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 07.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ใครq ก็ไป ปาย ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มานิตย์_สุวนิตย์ วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 01.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaison

เป่าขลุ่ยเปิดหมวก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แพรจารุ วันที่ : 08/03/2009 เวลา : 23.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/parjaru
มาช่วยกันไล่เซฟรอนออกจากทะเล

เพิ่งกลับมาจากปายเหมือนกันค่ะ ปายเปลี่ยนไปมากจริง ๆ ถ้าเทียบกับสิบปีที่แล้ว แต่ก็ยังมีเสน่ห์อยู่ เพื่อนที่ปายบอกว่านักท่องเที่ยวที่ปายก็เปลี่ยนไปด้วย เดี๋ยวนี้คนไทยมาเที่ยวกันเยอะ ฝรั่งเริ่มถอยออก

แต่ยังไม่มีตึกสูงให้เห็น เราว่า น่าจะมีคนดูแลเรื่องการสร้างอาคารบ้านเรือนให้กลมกลืนกับธรรมชาติ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เขียวน้อย วันที่ : 08/03/2009 เวลา : 22.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LittleGreen

น่าสนใจดีคะ ชอบๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]