• ฅนไทบ้าน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kon_thaiban@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-06
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 168385
  • ส่ง msg :
  • โหวต 41 คน
ฅนไทบ้าน
ฮักเฮือน ฮักฮีต ก่อไทบ้าน สร้างไทเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/konthaiban
วันจันทร์ ที่ 23 สิงหาคม 2553
Posted by ฅนไทบ้าน , ผู้อ่าน : 1451 , 23:59:08 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน








เซ ฯ  ยังไม่ตาย !



ผู้เขียนฯ มีโอกาสลงพื้นที่ในภาคเหนือ  ชายขอบประเทศไทย
อำเภอเล็กๆ ห่างจากเชียงใหม่ราวๆ สัก ร้อยกว่ากิโล
แต่ใช้เวลาเดินทางเกือบ สี่ ชั่วโมง (โดยสารรถตู้ประจำทาง_รถอย่างอื่นต้องใช้ความชำนาญเป็นพิเศษ)  เพราะเนื่องจากเส้นทางต้องลัดเลอะตามหุบเหวและไต่ตามสันเขา  อีกทั้งยังมีด่าน จนท คอยตรวจบัตรประชาชนตั้ง ๓ ด่าน

การเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึง อ.เวียงแหงกว่า 160 กิโลเมตร
ต้องใช้ทางหลวงหมายเลข 107  ผ่านอำเภอแม่ริม  อำเภอแม่แตง  และอำเภอเชียงดาว ก่อนจะแยกไปด้านซ้ายมือเข้าทางหลวงหมายเลข 1322  ที่คดเคี้ยวข้ามเทือกเขาสูง  มุ่งตรงไปยังอำเภอเวียงแหงและสิ้นสุดเส้นทางสายนี้ที่บ้านหลักแต่ง  ตำบลเปียงหลวง  
ซึ่งเป็นด่านเล็กๆ สู่ประเทศพม่า เส้นทางสายนี้แม้ระยะทางแค่ 160 กิโลเมตร  
ต้องใช้เวลาเดินทางถึง 3-4 ชั่วโมงผ่านเทือกเขาน้อยใหญ่ที่ทอดตัวขวางอยู่เบื้องหน้า   

อาจเรียกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นกำแพงปิดกั้นเวียงแหงกับโลกภายนอกก็ว่าได้    
ใช่ครับ ! , ผมกำลังพูดถึง อำเภอเวียงแหง  จังหวัดเชียงใหม่

จากสภาพพื้นที่ไกลปืนเที่ยงและผู้คนถูกกล่าวหาว่าเป็นคนชายขอบ ทำให้หน่วยงานรัฐหลายๆ หน่วยงานพยายามผลักดันให้ อ.เวียงแหงเป็นเมืองท่องเที่ยวด้วยการวาดโครงการพัฒนาสถานที่ต่างๆ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและมีการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาการท่องเที่ยว

อ.เวียงแหง นอกจากนี้ยังมีการผลักดันพันธุ์ไม้ที่ชื่อนางพญาเสือโคร่งให้เป็นไม้ประจำเมือง   ทั้งที่ชาวเวียงแหงเพิ่งเห็นต้นไม้ชนิดนี้เข้ามางอกงามที่นี่ได้ไม่นานมานี้เอง

แต่แล้ว แนวคิดการผลักดันเวียงแหงเป็นเมืองท่องเที่ยวก็ได้ถูกเก็บเข้าแฟ้มอย่างฉับพลันเมื่อการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟฝ.) ได้ค้นพบว่าพื้นที่อาณาบริเวณของ อ.เวียงแหงนั้น เต็มไปด้วยลิกไนต์จำนวนมหาศาลและอยู่ตื้นจนแทบไม่ต้องขุดเจาะ !!!

 ย้อนหลังไปในปี 2526-2530 กฟฝ.ร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี ได้เข้าไปสำรวจแหล่งถ่านหินเวียงแหงใน อ.เวียงแหง 

ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2531 ให้มอบพื้นที่แอ่งเวียงแหงให้กับ กฟฝ.เพื่อการพัฒนาผลิตกระแสไฟฟ้า 

ซึ่งผลการศึกษาทางธรณีวิทยาแหล่งถ่านหินพบว่ามีปริมาณสำรองรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 139 ล้านตัน และเป็นถ่านหินคุณภาพดีกว่าที่เหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง คือมีค่าความร้อน (Gross heating value) เฉลี่ยประมาณ 3,100 kcal / kg มีความชื้นเฉลี่ยประมาณ 32% ขี้เถ้าเฉลี่ยประมาณ 15% และกำมะถันเฉลี่ยประมาณ 1% โดยน้ำหนัก (As Received Basis) โดยคุณสมบัติดังกล่าวเหมาะที่จะนำไปผสมกับถ่านหินที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 300  กิโลเมตร

  

อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์และความต้องการของตลาดและผู้ใช้เวลานั้น (พ.ศ. 2530-2535) พบว่ายังไม่มีความจำเป็นในการพัฒนาเหมืองเวียงแหงและไม่คุ้มทุน 


ดังนั้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2535 ให้ กฟฝ. ส่งคืนแหล่งถ่านหินเวียงแหงให้แก่กรมทรัพยากรธรณีเพื่อนำไปเปิดประมูลใช้งานด้านอื่นต่อไป

 ต่อมาสถานการณ์และเงื่อนไขต่างๆ ได้เปลี่ยนไป ดังนั้น เมื่อต้นปี 2541 กฟฝ. จึงได้ทบทวนแผนการศึกษาความเหมาะสม และความเป็นไปได้ในการพัฒนาแห่งถ่านหินเวียงแหงเพื่อนำไป ใช้ประโยชน์ที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ โดยได้สำรวจข้อมูลเพิ่มเติมร่วมกับกรมทรัพยากรธรณีอีกครั้งหนึ่ง  

ซึ่งผลการสำรวจออกมาว่า  แหล่งถ่านหินเวียงแหงมีศักยภาพเหมาะสำหรับการพัฒนาเป็นเหมืองเปิด โดยมีปริมาณ สำรองสำหรับการทำเหมืองได้ประมาณ 15 ล้านตัน จะใช้เวลาในการผลิตทั้งสิ้นประมาณ 20 ปี

 ดังนั้น กฟฝ.จึงได้ยื่นเรื่องนำเสนอขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี และเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2544 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ได้มีมติอนุมัติข้อเสนอที่เห็นควรให้มีการยกเว้นการปฏิบัติ 

ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 10 มีนาคม 2535 เพื่อกันแหล่งถ่านหินเวียงแหงให้ กฟฝ. เข้าไปพัฒนาโดยไม่ต้องมีการประมูล ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2544 เห็นชอบตามมติ กพช.เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2544

 โดยมีเงื่อนไขกำหนดให้ กฟฝ.จัดทำรายงานศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เสนอให้กระทรวงทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาก่อน แล้วจึงนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อตัดสินใจอนุมัติให้ กฟฝ.เข้าไปพัฒนาต่อไป

 

" เรื่อง ...โรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนท์...  :  ซึ่งรัฐบาลกำลังปัดฝุ่นขึ้นมา
และบ้านแม่แพม เป็นหมู่บ้านเล็กๆ  

ท่ามกลางภูเขาล้อมรอบและเป็นอีกหมู่บ้านอีกแห่งซึ่งเป็น ...สถานที่ตั้งของ " โครงการเหมืองถ่านหินเวียงแหง"  อยู่ห่างจากตัวอำเภอเวียงแหงไปทางทิศเหนือประมาณ 7 กม. มีพื้นที่ประมาณ 9 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 8 หมู่บ้าน ในเขตพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ 

- บ้านกองลม ต.เมืองแหง 
- บ้านปางป๋อ บ้านม่วงป๊อก บ้านมหาธาตุ บ้านสามปู ต.แสนไห
 และบ้านจอง บ้านม่วงเครือ บ้านห้วยไคร้ ต.เปียงหลวง   โดยแบ่งเป็นพื้นที่ทิ้งดิน 3 แห่ง และพื้นที่ทำโครงการเหมืองถ่านหิน 
 
ผู้คนที่นี่ส่วนมากเป็นชาวไทยใหญ่ ปกากะญอ และคนเมือง 
แต่ถึงกระนั้น  ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ก็หาได้เป็นอุปสรรคในการอยู่ร่วมกันของชุมชนที่นี่ไม่ ความมีไมตรีจิตเอื้ออาทรนั่นต่างหาก ที่มีอิทธิพลเหนือสิ่งอื่นใด ยังผลให้หมู่บ้านในอำเภอเล็กๆ แห่งนี้ สงบเงียบมาโดยปราศจากความขัดแย้งมีประวัติศาสตร์ชุมชนอันยาวนาน !

พื้นที่ของโครงการบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บางส่วนอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติป่าเชียงดาว และป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง และเส้นทางการขนส่งส่วนที่ทิ้งหน้าดินและถ่านหิน 
 
เหมืองเวียงแหงหากเทียบกับเหมืองที่แม่เมาะแล้วจะมีขนาดเล็กกว่า
คือประมาณ 1 ใน 15 ของเหมืองแม่เมาะ  

ส่วนการทำเหมือนลิกไนต์เวียงแหงจะใช้วิธีการทำเหมืองเปิด (Open pit mining)  
โดยวิธีการขุดเปิดเปลือกดิน (Overburden) แล้วขนไปยังที่ทิ้งดิน (Dumping area) ที่กำหนดไว้แล้วจึงขุดตักถ่านหินขนส่งลำเลียงไปใช้ ในเบื้องต้นการทำเหมืองต้องใช้พื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 3,500 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเศรษฐกิจประมาณ 1,500 ไร่ 

ป่าเศรษฐกิจที่กรมป่าไม้มอบให้กองบัญชาการทหารสูงสุด จัดสรรให้ประชาชนทำกินประมาณ 500 ไร่ พื้นที่ป่าเศรษฐกิจที่ชาวบ้านเข้าไปทำกิน 1,000 ไร่ พื้นที่ที่มีโฉนด(น.ส.3ก.)อีกประมาณ 50 ไร่   

ซึ่งในรายงานการทำโครงการนี้อ้างว่าพื้นที่ทั้งหมดมีสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรม     ถูกชาวบ้านบุกรุกเข้าไปทำกิน และพื้นที่ทั้งหมดไม่มีชุมชนพักอาศัยจึงไม่เป็นปัญหาต่อการอพยพโยกย้าย 

ที่ผ่านมา กฟฝ.ได้ปฏิบัติการมวลชนสัมพันธ์โดยการเสนอภาพลักษณ์ของโครงการเหมืองเวียงแหงให้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน  

รวมทั้งการนำเสนอผลประโยชน์ต่างๆที่ชุมชนเวียงแหงจะได้รับจากเหมืองลิกไนท์

  

 นอกจากนี้ยังมีการพาชาวเวียงแหงไปดูงานที่เหมืองแม่เมาะด้วย ทว่าประเด็นปัญหาผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำเหมืองลิกไนต์นั้น กฟฝ.     กลับไม่ได้นำเสนอหรือชี้แจงให้ชาวเวียงแหงทราบแต่อย่างใด  
 

 

 การดำเนินการทำเหมืองถ่านหินเวียงแหง จะใช้วิธีทำเหมืองเปิด โดยการขุดเปิดเปลือกหน้าดิน แล้วขนไปยังที่ทิ้งดินที่กำหนดไว้ แล้วจึงขุดตักถ่านหินไปใช้ประโยชน์ 

ผลการศึกษาทางธรณีวิทยาพบว่า แหล่งถ่านหินที่เวียงแหงมีปริมาณสำรองรวมกันทั้งสิ้น ประมาณ 139 ล้านตัน ซึ่งมีปริมาณสำรองที่คุ้มทุนประมาณ 15 ล้านตัน

 จากการศึกษาข้อมูล “ถ่านหินลิกไนท์” ที่ขุดได้ถูกกำหนดให้ลำเลียงไปยังโรงงานไฟฟ้าแม่เมาะโดย 2 เส้นทางหลักพร้อมกัน คือ

  ๑. เส้นทางผ่าน อ.เชียงดาว - อ.แม่แตง - อ.แม่ริม ตัวเมืองเชียงใหม่ - จ.ลำพูน-ตัวเมืองลำปาง

 ระยะทาง 285 ก.ม.

 ๒. เส้นทางผ่าน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ - อ.เวียง ป่าเป้า จ.เชียงราย - อ.วังเหนือ อ.แจ้ห่ม และตัวเมืองลำปาง ระยะทาง 315 ก.ม.

 

การศึกษาผลกระทบทางสุขภาพจากโครงการพัฒนาเหมืองถ่านหินเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ที่เคยเกิดขึ้นจากการทำเหมืองที่มีลักษณะเดียวกันจากทั้งในและต่างประเทศมาผนวกกับผลการศึกษาวิถีชุมชน พบว่า ผลกระทบที่จะได้รับจากการทำเหมืองถ่านหินพบว่า

1. ก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงที่มาจากเครื่องจักร และเสียงระเบิด เนื่องจากทำงานตลอก 24 ชั่วโมง

2.   แรงสั่นสะเทือนจากเสียงระเบิดทำให้อาคารก่อสร้างแตกร้าว

3.  ในการทำเหมืองถ่านหิน ทำให้น้ำเสีย ไม่สามารถนำน้ำมาใช้ในการอุปโภคบริโภคได้

4.  ฝุ่นละอองที่เกิดจากการทำเหมืองส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างรุนแรง

5. กลิ่นเหม็นที่มาจากการลุกไหม้ ก่อให้เกิดสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์

 

 

ค่ำคืนที่แวะผ่านเราต่างแลกเปลี่ยนทั้งวิถีชีวิตทั้ง ฅนเมืองและฅนชายขอบ

ยังมีเรื่องเล่าในขวดน้ำสีอำพันอยู่อีกหลากเรื่องราว ..... !


พบเจอ.. สหายเพื่อนผู้นำเยาวชน  ชายหนุ่มผู้ละม้ายกับบุรุษผู้ร่างลับ เซ กู วา รา  ยิ่งนัก !


เขา -  ผู้ที่เป็นทั้งกวีปกากะญอ
และ ศิลปินพื้นบ้าน  ผู้ขับขานขับกล่อมผืนป่าไพร  บอกเล่าภาษาพื้นบ้านเป็น ภาษาปกากะญอ ถึงเรื่องราววิถีชนเผ่าผ่านบทเพลงถ่ายทอดค่ำคืนอันเย็นยะเยือก .... 


ภาษาเพลง ..แม้จะฟังไม่เข้าใจ 

 

แต่สัมผัสได้ ... จากน้ำเสียงท่วงทำนองที่ขับขานออกมาจากหัวใจของชายหนุ่มนักต่อสู้แห่งเวียงแหง !

 

โอ่ มึ โช เปอ  (ภาษาปกากะญอ  : แปลว่าสวัสดี )

 

 

ศรัทธา -  มั่นคง

กุลา   กุลี



ขอบคุณ : 
1] อานุภาพ นุ่นสง  สำนักข่าวประชาธรรม  
2] สังวร พะเกะ   ครูปกากะญอและครูศิลปินเยาวชนบ้านแม่แพม
3] สมชาย  ชิงะ    [ฅนที่ 3  : ซึ่งละม้าย ท่านฯ เซฯ ทั้งความคิดและอุดมการณ์ ]
ผู้นำเยาวชนบ้านแม่แพมและครอบครัวเพะกะฯให้สถานที่พักพิงอิ่มหลับนอนและหาข้อมูล      
3] ครูกระเทียม [ฅนที่แรกในภาพ] ครูดอยศิลปินบ้านป่าและเจ้าอาศรมของบ้านดินฯ สหายจากแดนอิสานใต้
4] ชาวบ้านแม่แพม ,ญาติมิตร Ngo”S  เชียงใหม่, พี่หมี, พี่แย้, เจี๊ยบ, ชัย ฯลฯ    
5] สถาบันนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม


 
และโปรดติดตามโดยพิสดารในตอนต่อไป
 !





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tatuk วันที่ : 25/08/2010 เวลา : 11.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

หวังว่าเชฯ จะช่วยปกป้องเวียงแหงจากการรุกรานของทุนสามานย์ได้นะครับ


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 24/08/2010 เวลา : 04.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

คิดถึงเวียงแหง..
ครับท่านเซ..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 24/08/2010 เวลา : 00.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

ขอร่วมตามประเด็นโครงการเหมืองถ่านหิน ..ณ เวียงแหง
แห่งนี้ด้วยคนครับ..เพราะเราท่านคือเพื่อนประชาชน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]