• ฅนไทบ้าน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kon_thaiban@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-06
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 170397
  • ส่ง msg :
  • โหวต 41 คน
ฅนไทบ้าน
ฮักเฮือน ฮักฮีต ก่อไทบ้าน สร้างไทเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/konthaiban
วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม 2553
Posted by ฅนไทบ้าน , ผู้อ่าน : 6279 , 08:09:05 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน


                                              

                                   

                   โครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล กับ SEA ลวงโลก



แนวคิดครอบงำการจัดการน้ำ

 สูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมที่ครอบงำสังคมเราอยู่ปัจจุบันคือ การสร้างเขื่อน การสร้างระบบชลประทานขนาดใหญ่ โครงการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำต่างๆ ทั่วประเทศ ดังเช่นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณมหาศาลอย่างโครงการบริหารจัดการน้ำ โขง-เลย-ชีมูล โดยแรงโน้มถ่วงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่กำลังดำเนินการในปัจจุบันนี้

 การดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนดังกล่าวนี้จะต้องลงทุนลงแรงมหาศาล และเป็นเรื่องที่ประชาชนชาวบ้านทั่วๆ ไปเข้าไปมีส่วนอะไรได้ยากมาก เพราะเป็นเรื่องทางเทคนิควิศวกรรมแหล่งน้ำ ที่ผูกขาดอยู่ในกลุ่มนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายที่เติบโต ร่ำเรียน และทำงานอยู่กับเรื่องดังกล่าว คือ ศึกษา ออกแบบ วางแผน แล้วก็สร้างเขื่อน ฝาย อ่างเก็บน้ำ คลองส่ง คลองซอย หรือผันน้ำข้ามลุ่มน้ำ ฯลฯ ระเกะระกะเต็มไปหมดทุกสายน้ำ ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจเบื้องแรกของโครงการนี้คือ การใช้งบประมาณของรัฐทำการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาต่างๆ จัดทำรายงานการศึกษาเกี่ยวกับโครงการจัดการน้ำ ซึ่งแต่ละปีใช้เงินหลายพันล้านบาท เช่น การศึกษาความเหมาะสมของโครงการ (Feasibility Study) การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategy Environmental Assessment: SEA) ซึ่งเครื่องมืออย่างหลังนี้เป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทยที่น่าสนใจ และไม่ควรถูกนำมาใช้อย่างผิดๆ   

 

SEA คืออะไร

 หากอธิบายอย่างง่าย SEA หรือการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategy Environmental Assessment: SEA) น่าจะหมายถึง การศึกษาถึงยุทธศาสตร์ทางเลือกของการพัฒนาที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เหมาะสมที่สุด และยั่งยืนที่สุด โดยพยายามที่จะทำขั้นตอนกระบวนการให้เกิดความรอบคอบรอบด้านที่สุด มีส่วนร่วมกับทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด เมื่อได้ทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว จึงเอาแนวทางนี้ไปออกแบบโครงการ หลังจากนั้นจึงค่อยไปทำ EIA หรือ HIA จนดำเนินการโครงการต่อไป หรือหากได้ทางเลือกและแนวทางที่เหมาะสมที่ไม่ต้องทำโครงการขนาดใหญ่แล้ว อาจจะไม่ต้องทำ EIA ก็ได้ อาจจะทำแค่ IEE (การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น) ก็พอ เช่น สมมุติว่าโจทย์ของการแก้ไขปัญหา ฝนแล้ง น้ำท่วมในลุ่มน้ำยม น่าจะมีทางเลือกที่ดีที่สุดคืออะไร หากกระบวนการ SEA ทั้งหมดได้ข้อสรุปออกมาว่าต้องทำ ๓ เรื่อง คือ        ๑) การฟื้นฟูศักยภาพและเพิ่มพื้นที่ป่าต้นน้ำ        ๒) การทำแก้มลิงกระจายอยู่ตามที่ราบลุ่มน้ำยมตอนกลางและตอนล่าง และ   ๓) การจัดการระบบการผลิตให้สอดคล้องกับภูมินิเวศและอุทกวิทยาลุ่มน้ำ   ดังนั้น ทางเลือกจึงไม่ต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ก็ไม่ต้องมีโครงการขนาดใหญ่ ไม่ต้องเสียพื้นที่ป่าสักทอง ไม่ต้องเสี่ยงกับแผ่นดินไหวแล้วเขื่อนแตก ไม่ต้องอพยพคนท่าสะเอียบ ไม่ต้องทะเลาะกัน ไม่ต้องจัดม็อบมาตีกัน และไม่ต้องผูกขาดการจัดการเอาไว้ที่กรมชลประทาน เพราะเรื่องฟื้นฟูป่าต้นน้ำกรมชลประทานทำไม่เป็น และการปรับปรุงระบบการผลิตพืชผลที่เหมาะสมกับสภาพลุ่มน้ำกรมชลประทานก็ทำไม่เป็นอีก

 SEA จึงต้องมีเจ้าภาพหลายฝ่ายที่ทำงานูบูรณาการกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งทำในทุกเรื่อง (ทั้งเรื่องที่ตนเองถนัดและไม่ถนัด) อย่างนี้ล่ะเรียกว่า SEA จากนั้นค่อยไปออกแบบรายละเอียดในเรื่องยิบย่อยต่อไป หากทั้งหมดแล้วโครงการต่างๆ ในยุทธศาสตร์ทางเลือกที่กำหนดออกมาไม่ใช่โครงการอะไรที่ใหญ่โต หรือไม่มีผลกระทบอะไรมาก ก็ไม่ต้องไปเสียเงินเสียทองเสียเวลาทำ FS, EIA, HIA  ให้มันวุ่นวายก็ได้

 ดังนั้น  SEA  จึงเป็นกระบวนการที่ควรต้องทำก่อน FS และ EIA และโดยหลักการแล้วต้องคำนึงถึงข้อจำกัดและเงื่อนไขต่างๆ อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะนโยบาย กฎหมาย เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในลักษณะ ร่วมคิดร่วมทำ ไม่ใช่แค่มาร่วมเวทีเฉยๆ โดยอย่างน้อยต้องมีข้อตกลงหรือมีเป้าหมายร่วมกัน คือ ประโยชน์สูงสุด ความยั่งยืน และไม่สร้างปัญหาเรื่องอื่นให้ซ้ำซ้อนขึ้นมา     รวมถึงขึ้นอยู่กับ  Concept ของการพัฒนาด้วย  เช่น  หากต้องเน้นการพัฒนาในลักษณะโครงการที่ ถูก ง่าย ดี อะไรที่แพงๆ ยากๆ และสุ่มเสี่ยงต่อการทำให้เกิดปัญหาก็ต้องตัดออกไป  เป็นต้น

  

SEA ผันน้ำกับฅนอีสาน

 ฅนอีสานคงเคยได้ยินโครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล ในช่วงรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ความฝันของรัฐบาลสมัครตั้งใจจะสานต่อโครงการโขงชีมูลเดิม จนกระทั่งต่อมานายกสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้มีการผลักดันโครงการให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดย ครม. มีมติเห็นชอบให้ทำการศึกษาโครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล ในวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๒ จะใช้เวลาในการศึกษาประมาณ ๗๒๐ วัน (ตั้งแต่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๒ – ๕ กันยายน ๒๕๕๔) แต่ไม่มีการเปิดเผยจำนวนเงินในการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่ทำการศึกษาครั้งนี้ 

 รายละเอียดของการศึกษาครั้งนี้ จะมีการจัดทำรายงาน ๓ ฉบับคือ

๑) รายงานการประเมินยุทธศาสตร์ทางสิ่งแวดล้อม (SEA),

๒) รายงานการศึกษาความเหมาะสมของการผันน้ำโขงโดยแรงโน้มถ่วง (Feasibility Study)เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ,

๓) รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เสนอมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของแนวทางผันน้ำที่ปากแม่น้ำเลยมายังพื้นที่ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำโขงอีสาน,

๔) รายงานการประเมินผลกระทบด้านสังคม (SIA) และรายงานการผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) ตามแนวนโยบายของสำนักงานแผนและนโยบายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

 การศึกษาได้คืบหน้าอย่างเงียบๆ โดยบริษัทที่ปรึกษาจำนวน ๔ บริษัท ซึ่งเป็นบริษัเดิมๆ ที่เคยทำงานศึกษาโครงการต่างๆ ในอีสานมามากมาย เช่น บริษัทปัญญา คอนซัลเทนต์ และบริษัททีม คอนซัลเทนต์ เป็นต้นฯ

 งานศึกษาครั้งนี้ เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๒ จนถึงสิ้นกรกฎาคม  ๒๕๕๓   โดยขณะนี้รายงานการประเมินยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือ SEA กำลังจะ “แล้วเสร็จ”  ท่ามกลางความงุนงงสงสัยของคนอีสาน  ชุมชนที่อยู่ในเขตได้รับผลกระทบและได้รับประโยชน์ยังไม่เคย หรือรับรู้งานศึกษาครั้งนี้     แต่ผู้ศึกษาได้กำหนดเวทีการสัมมนาเพื่อเปิดเผยรายงานการศึกษาที่กำลังจะแล้วเสร็จ และเสนอทางเลือกให้ประชาชนในอีสานได้เลือกว่า จะเอาทางเลือกในการพัฒนาโครงการผันน้ำนี้อย่างไรบ้าง เส้นทางไหน พร้อมกับยกเหตุผลว่า เป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของโครงการตามรัฐธรรมนูญไทย ปี ๒๕๕๐ หมวดที่ สิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย ว่าด้วยเรื่องการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร, สิทธิชุมชน แนวนโยบายการมีส่วนร่วมของรัฐ การมีส่วนร่วมครั้งนี้จะใช้เวลาเพียงครึ่งวัน ใน ๔ เวที  ๔ วัน ๔ จังหวัด  คือ  ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี นครพนม และอุบลราชธานี  โดยจะมีตัวแทนจาก ๑๙ จังหวัดในภาคอีสานเข้าร่วม  ภาคประชาชนที่ติดตามสถานการณ์นโยบายการจัดการน้ำของภาคอีสานมาตลอดจึงมีคำถามว่า 

“ระยะเวลาเพียงครึ่งวันกับการตัดสินใจอนาคตของคนอีสาน เป็นเรื่องสมควรแล้วหรือ”

 

ทางเลือกที่ซ้ำรอยเก่า

 รายงานการศึกษาครั้งนี้ มีข้อสรุปทางเลือกที่จะนำเสนอให้กับภาคประชาชนได้เลือกนั้นมี ๓ ทางเลือกคือ

          ทางเลือกที่ ๑ การพัฒนาคลองส่งน้ำสายหลักความยาว ๕๓๐ กม. จะส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานเดิม ๑.๘๓ ล้านไร่

          ทางเลือกที่ ๒ พัฒนาคลองส่งน้ำสายหลักความยาว ๑,๑๙๕ กม.ส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานเปิดใหม่ จำนวน ๓๑.๒๔ ล้านไร่

          ทางเลือกที่ ๓ พัฒนาคลองส่งน้ำสายหลักให้เต็มศักยภาพ (ความยาวประมาณ ๒,๑๔๓ กม.) จะส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานเดิมและพื้นที่เปิดใหม่ จำนวน ๓๓.๐๗ ล้านไร่

 ชีวิตคนอีสานที่คนอื่นเลือกให้

 รายงานฉบับนี้มีการจัดเวทีเพื่อรับฟังความเห็นต่อการตัดสินใจมาแล้วใน ๓ ระดับคือ ระดับ นโยบาย คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ, เลขาธิการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และรองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ซึ่งคณะระดับนโยบายนี้ให้ความเห็นว่า 

“เป็นเรื่องจำเป็นเพื่อประโยชน์ของชาติ เพื่อคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทย”

ในส่วนของข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืนเมื่อปี ๒๕๓๘ ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า

  (๑)  โครงการนี้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การผันน้ำในฤดูน้ำมากและใช้น้ำภายในลุ่มน้ำ ซึ่งหากมีการพัฒนารัฐบาลไทยเพียงต้องแจ้งไปให้ประเทศภาคีทราบเท่านั้น และหากจะต้องผันน้ำในฤดูแล้งต้องหารือก่อน          (๒)  โครงการนี้จะไม่มีการก่อสร้างในแม่น้ำโขงทำให้ไทยสามารถตัดสินใจได้ตามลำพัง  (๓)  การสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงตอนบนของจีน ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในฤดูแล้งและลดปริมาณน้ำในฤดูฝนอันเป็นผลดีต่อท้ายน้ำของไทย 

 ส่วนการจัดเวทีการพิจารณาระดับภูมิภาค (กลุ่มจังหวัด) มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ควรเลือกทางเลือกที่ ๓ คือการพัฒนาเต็มศักยภาพจึงจะสามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้ครอบคลุมพื้นที่อีสานทั้งหมดได้ โดยการทำคลองส่งน้ำและอุโมงค์ผันน้ำเป็นองค์ประกอบ พร้อมกับมีข้อสรุปถึงผลประโยชน์ที่จะตามมาว่า

· มีปริมาณน้ำที่จะผันเข้ามาประมาณ ๑๕,๒๓๘ ล้านลูกบาศก์เมตร  เพื่อตอบสนองพื้นที่ชลประทานทั้งหมด ๓๓.๐๗ ล้านไร่ โดยเป็นพื้นที่ชลประทานเดิม  ๓๑. ๒๔ ล้านไร่ และพื้นที่ชลประทานใหม่ ๑.๘๓ ล้านไร่ 

 

· ครัวเรือนที่จะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นจำนวน ๑,๕๔๕,๓๒๗ ครัวเรือน หรือประมาณ ๕๔.๔๕ เปอร์เซ็นต์ และจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น ๑๐๓,๐๓๗ บาทต่อปี (รายได้เพิ่มขึ้น ๕๔ เปอร์เซ็นต์/ปี)

 

 

· ครัวเรือนที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ ๒,๒๘๑ ครัวเรือน  พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการประมาณ ๒๘๓,๕๕๒.๗๕ ไร่  โดยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้างรองลงมา 

 

· แนวผันน้ำนี้จะตัดผ่านแนวดินเค็มเพียง ๒๕๕ ไร่ และจะมีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ประมาณ ๑,๔๕๙,๘๓๑ ครัวเรือน โดยจะทำให้คนจนในอีสานที่มีอยู่ประมาณ ๒.๘ ล้านคน ลดลงประมาณ ๑.๙ ล้านคน และจะทำให้คนจนเหลือเพียง ๑.๒๙ ล้านคนเท่านั้นในภาคอีสาน โดยมีเพียงจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดชัยภูมิเท่านั้นที่อยู่นอกเหนือจากองค์ประกอบของแนวผันน้ำและคลองส่งน้ำหลักเดิมในพื้นที่ชลประทาน จึงทำให้โครงการนี้ครอบคลุมเพียง ๑๗ จังหวัดในภาคอีสาน

 นี่เป็นข้อสรุปเบื้องต้นที่มีการศึกษาผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากโครงการผันน้ำนี้ โดยยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า จะต้องส่งเสริมรูปแบบการผลิตให้กับชุมชนอย่างไร จะต้องเพาะปลูกหรือสร้างระบบเกษตรแบบใด จึงจะสามารถเพิ่มรายได้ให้มากถึง ๕๔ เปอร์เซ็นต์ต่อปีได้ และการนำน้ำปริมาณมหาศาลเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำท่าทั้งหมดต่อปีในภาคอีสานนั้น ปริมาณน้ำที่เหลือจากการเกษตรจะจัดการอย่างไร ลำพังเพียงฤดูน้ำหลากน้ำก็มากมายเพียงพอแล้ว

 หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า รายงานผลการศึกษาดังกล่าว “ไม่ใช่” ทางเลือกใหม่ในการจัดการทรัพยากรน้ำของภาคอีสาน และไม่อาจจะถือได้ว่าเป็นกระบวนการ SEA เป็นเพียงแนวทางพัฒนาโครงการแบบเดิมๆ ของกรมชลประทานที่อาศัยชื่อ SEAมาใช้ประโยชน์แบบสุกเอาเผากิน ไม่มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภาคอีสาน และผลที่ออกมาก็สะท้อนความคับแคบของบรรดาผู้เชี่ยวชาญ นักเทคนิควิศวกรรมทั้งหลายที่ไม่เข้าใจบริบทภูมินิเวศวัฒนธรรมของอีสานทั้งระบบ เป็น  SEA จอมปลอมลวงโลกที่ดูถูกภูมิปัญญาคนอีสานอย่างที่สุด เป็นการเสนอทางเลือกปัญญาอ่อนให้คนอีสานเลือกว่าจะเอาคลองยาวกี่กิโลเมตร SEA โครงการนี้ไม่ได้แสดงถึงภูมิปัญญาอะไรใหม่ๆ ที่บ่งชี้ถึงความชาญฉลาดของกรมชลประทานที่ก่อตั้งมากว่าร้อยปีเลย

 และที่สำคัญและน่าเจ็บปวดที่สุดก็คือมันเป็นทางเลือกที่ซ้ำซ้อนกับแนวคิดเดิมของ “โครงการโขงชีมูล” ตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ ที่ปัจจุบันสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในโครงการนี้ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ วิถีชีวิตและละเมิดสิทธิของชุมชนอีสานอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ในขณะนี้ปัญหาผลกระทบดังกล่าวก็ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามารับผิดชอบแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้ กรมชลประทานซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการโขงชีมูลในปัจจุบันน่าจะรู้ดี

 นอกจากนี้ สิ่งที่เสนอในทางเลือกยังบอกเอาไว้ว่า หากมีการผันน้ำเข้ามามากถึง ๑๕,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีนั้น ควรเป็นการใช้น้ำอย่างประหยัดตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ก็ไม่รู้ว่าการผันน้ำเข้ามาช่วยให้เกิดการใช้น้ำอย่างประหยัดได้อย่างไร เพราะแค่ต้นทุนการผันน้ำก็มีค่าใช้จ่ายมากมายแล้ว และก็ไม่แน่ว่าจะคุ้มค่าต่อการลงทุนหากเกษตรกรอาจจะต้องจ่ายค่าน้ำ โครงการนี้จึงน่าจะขัดกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงมากกว่า เพราะเศรษฐกิจพอเพียงเน้นการพึ่งตนเองและสร้างระบบการจัดการน้ำในระดับไร่นาเพื่อตอบสนองการผลิตในระดับครัวเรือน

 ดังนั้น ประชาชนอีสานทั้งหลายคงต้องร่วมกันเสนอความเห็นต่อการจัดการน้ำที่เหมาะสมสำหรับสภาพพื้นที่ภูมินิเวศและวัฒนธรรมการผลิตของคนอีสาน และข้อสำคัญ คือ การร่วมกันติดตามและตรวจสอบ “ธุรกิจการศึกษารายงานความเหมาะสม” ของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในอีสานต่างๆ ที่แต่ละปีมีรายงานในลักษณะนี้ออกมาเป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายโครงการและทางเลือกที่ไม่ควรจะเลือกมาตั้งแต่ต้นเหล่านี้ก็ไม่สามารถดำเนินโครงการได้ แต่ที่ได้แน่นอนคือ งบประมาณของรัฐที่ต้องจ่ายให้กับบริษัทที่ปรึกษาหลายแห่งทำการศึกษาในลักษณะนี้มันคือภาษีของประชาชนเป็นจำนวนมหาศาลซึ่งหากศึกษาให้ดีจะพบว่า มีการศึกษาซ้ำซ้อนกันหลายหน่วยงานมาก และก็มีไม่กี่บริษัทที่รับงานแบบนี้ไปทำ โดยที่กระบวนการศึกษาก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย คือ เป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญ และนักเทคนิคทางวิศวกรรมชลประทาน คนอื่นอย่าเข้ามายุ่ง  

  หากนับรวมงบประมาณที่จ้างบริษัทที่ปรึกษาเหล่านั้นไปทำการศึกษาความเหมาะสมของโครงการต่างๆ คงสามารถสร้างระบบจัดการน้ำที่เหมาะสมให้กับชุมชนอีสานได้อีกมากมายหลายรูปแบบ เช่น การพัฒนาระบบจัดการน้ำตามภูมินิเวศ การขุดสระน้ำในไร่นา หรือแม้แต่การปรับปรุงระบบชลประทานเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

คนอีสานอยากได้น้ำก็จริง แต่ไม่เอาโครงการผันน้ำ อยากเสนอทางเลือกเองบ้าง และไม่เอา SEA (ฉบับเลือกความยาวของคลอง) ฉบับนี้...

ฅนขอบคุณ

ฅนต้นเรื่อง :  ไพรินทร์ เสาะสาย  เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีสาน

] เอกสารประกอบการเขียน : เอกสารประกอบการประชุมหารือผู้ทรงคุณวุฒิ, โครงการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategy Environment Assessment : SEA) โครงการบริหารจัดการน้ำโขง-เลย-ชี-มูล โดยแรงโน้มถ่วง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, มิถุนายน ๒๕๕๓

 ] ข้อมูลชมรมนักข่าวสีเขียว ,มูลนิธีโลกสีเขียว  www.greenworld.or.th/greenworld 






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
รวงข้าวฯ วันที่ : 21/10/2010 เวลา : 04.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkao

คนเขาหวังดีกับประเทศนี้ ...เฮ้อ เศร้า

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
Uc_Daeng วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 10.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/uc-daeng

ขอบคุณมากสำหรับองค์ความรู้ที่นำเสนอ มีประโยชน์มากครับ พอดีผมทำงานเกี่ยวกับเรื่องน้ำในอีกมิติหนึ่ง แต่ก็ได้เดินทางไปตามจังหวัดต่าง ๆ ได้พบเห็นนเรื่องนี้ไม่เฉพาะแต่ในภาคอีสาน ในหลาย ๆ พื้นที่มีปัญหาเช่นกัน บางพื้นที่น้ำท่วม บางพื้นที่น้ำแล้ง คำถามคือผู้กำหนดนโยบายของประเทศคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ จะเอาจริงเอาจังแก้ปัญหานี้หรือไม่ หรือเอาแต่หาเสียงกันไปวัน ๆ อะไรที่ได้คะแนนเสียงได้ประโยชน์เข้าตัวก็ทำ อะไรที่ไม่ใช่ก็ไม่ทำทั้ง ๆ ที่เป็นปัญหา

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
T.GAng วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 09.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naturegang
ร่วมท่องเที่ยวแบบฮาๆ ตามประสา "เดอะแก๊งค์"   http://www.oknation.net/blog/tripbythegang


พักเรื่องเครียสๆ มากินข้าวก่อนอ้าย...
http://www.oknation.net/blog/naturegang/2010/10/16/entry-1

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ลุงวอ วันที่ : 16/10/2010 เวลา : 21.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

สวัสดีครับ
ขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล๊อก ครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ฅนไทบ้าน วันที่ : 16/10/2010 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konthaiban

เทพดารา +!

ถูกต้องครับ !
" เฮา ... เกิดบ่องนี่ เฮา ตายบ่องนี่ บ่หนีไปใส นี่คือเเผ่นดินไทย สิเกิดบ่องได๋ ก็ไท คือเก่า "ครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เทพดารา วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thdara

ผมอยู่โคราช ตอนไปร่วมสังเกตการณ์โครงการนี้ ยังไม่ค่อยเข้าใจกระบวนการเท่าไหร่นัก เพราะเขาพูดแต่หลักการ และหลักวิชาการ ชาวบ้านที่ไปฟัง ออกมางงกันเป็นแถว รู้แต่ว่าต้องใช้งบประมาณเป็นไม่ใช่แค่พันล้านบาท แต่เป็นล้านล้านบาทเลยทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ฅนไทบ้าน วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 00.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konthaiban

ระลึกถึง.. ครับ จ่าจินต์
วันนี้.. วันตำรวจไทย..โปรดถนอมสุขภาพด้วยการดื่มนม[witamaine]
ก่อนออก ว;10
ว;73 ครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

มาอ่านอีกรอบ..
ยามค่ำครับผม..

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

มาขอแจม..
เรื่องราว..
ที่กำลังศึกษา

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ฅนไทบ้าน วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 11.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konthaiban

ท่านฯ มัชฌิมาปกร
เนื้อหา กินใจ เร่งเร้า ครับ !

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
อาคม วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 11.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/akom

ขอเก็บเป็นข้อมูลนะครับ +1

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ฅนไทบ้าน วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konthaiban

ท่านฯ น.นิรนาม ฯ
แรง ! ชอบคับ
ถ้าจะเพื่อ ลูกหลานเฮา ในวันข้างหน้า มันน้อยไป
พอพวกเขา"รัดทะบาน"มาทีก็ออกโปเจ๊คที ...!
สิ้นเดือน กันยายน ก็ต้องรีบส่ง เงินคลังกลับ !
แต่ ส่วนกลาง กลับบอกว่า ..เฮ้ย เอาไปซำมะนา ซะแม้ !
ห่วย ... มันคือเป็นแนวนี่ !!

" เรื่องมันยาว คับ !"
ฅนอีสาน ...... ขอให้คุณ [นักการเมือง !]ทำเพื่อเขาจริงๆ
ไม่ต้องบอกรักหรอก .. เขาจะฝันถึงคุณ ชั่งชีวิต !"""

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ฅนไทบ้าน วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konthaiban

ท่านฯ สิบหมื่น เชิญตามสะดวก คับ พะน่ะ !
ที่จริง อยากจะทำหนังสือถึง พี่น้องที่เกี่ยวข้อง คับ
แต่ ตางค์ซื้อเหล้าเพื่อนยังเลี้ยงอยู่เลย ฮาๆๆๆๆๆๆๆ !!!

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลุงวอ วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 10.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

โครงการนี้เริ่มตั้งแต่ ๓๐ ปีที่แล้ว นึกว่ายุบไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 09.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


http://www.oknation.net/blog/kintaro3/2010/10/13/entry-1

ขอบคุณครับ ตามนายสิบหมื่นมา

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
น.นิรนาม วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 09.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/santhapong

กรุณา อย่าทำอีก แก้เรื่องน้ำแบบทุ่มเงิน
1.เปลืองเงินภาษี ศึกษาแล้วไม่ดีกว่าชาวบ้านคิด
2.ไม่มีส่วนร่วมของประชาชน ไม่เหมาะ อย่าคิดเองแตรัฐ ดู ภูมิเดิมชาวบ้านและงานรัฐที่เสียหายซ้ำซากๆ
3.ป่าไม้เอาคืนสู่เเผ่นดิน
4.เลิกทีกับชลประทานแบบคลองส่งน้ำ เดี๋ยวก็ฟัง สิ้นเปลืองไร้ประโยชน์ คลองไส้ไก่ไส้เป็ดนั่นเเหละ
5.คิดใหม่ดีเอาแบบนี้/
5.1 ลอกแม่น้ำให้ลึกแล้วทำฝายเก็บน้ำ กั้นขอบด้วยเนินดินถมปลูกหญ้าแฝกยึดกันทลาย กันน้ำท่วม
5.2 เเก้มลิง ก้ทำมันเสียทุกจังหวัดเหมือนที่หนองหาร สกลนคร เล็กบ้างใหญ่บ้างทุกจังหวัด จัดเป็นปหล่งท่องเที่ยวและประมงพื้นบ้าน
5.3 บ่อน้ำ-สระน้ำ ก็ควรใช้ยางแผ่นรมควันปูให้เก็บน้ำได้ดีไม่ซึมไปไหน
5.4 สร้างสถานีทดน้ำเป็นไฟฟ้าโซ่ล่าเซล ต้นทุนการสูบต่ำ ดึงน้ำจากแม่โขง ชี มูล และจากภาคเหนือมาช่วยได้อีก กับชลประทานทางท่อต่อไปให้ทั่วทุกที่ทำการเกษตร แม้แต่ที่สูง ที่แล้ง ฝนไม่ตกก็ทำนาได้ปลูกผักได้ ใช้ชลประทานทางท่อ น้ำหยดในที่สูง ส่งด้วยปัมน้ำไฟฟ้าแรงลม-เเดด ก็ทำให้เกษตรกรมีน้ำใช้ได้ทั้งปี
6.ระวังช่วงน้ำฝนมาก ต้องดูจังหวะการระบายจากเหนือไปกลาง อีสานและใต้ต้องสัมพันธ์กัน น้ำมากสูบออกทะเลเร็วๆ น้ำน้อยทดกลับคืนเขื่อน-ฝาย รับรองได้ผลดีกว่า SEA และอุโมงค์สองหมื่นล้านอีก

*********************น.นิรนาม*/13.10.53

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 08.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

ขอเอาเรื่องนี้ขึ้น FB เด้อครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]