*/
  • ความทรงจำเก่าๆ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mr.tee20@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-06-02
  • จำนวนเรื่อง : 471
  • จำนวนผู้ชม : 1334125
  • จำนวนผู้โหวต : 587
  • ส่ง msg :
  • โหวต 587 คน
เต้นกันฝุ่นกระจาย

โครงการ ตามรอยครูซัน...สานฝันเด็กน้อย #2 สมทบทุนสร้างโรงอาหาร โรงเรียนสวนป่าแม่กะสี ต.แม่เปิน อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ ศ.6-อา.8 พย.2552

View All
<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


ปกติคุณชอบฟังเพลงเพื่อชีวิตบ้างไหมครับ ?
ฟังสม่ำเสมอ เพราะมันอยู่ในสายเลือดแล้ว และเป็นบทเพลงที่มีเนื้อหาให้ความหมายดีๆ
236 คน
ได้ฟังบ้างในบางเพลงที่ชื่นชอบ
51 คน
ไม่ฟังเลย...ยี้..เพลงเพื่อชีวิต..ฟังแล้วง่วงนอน
6 คน

  โหวต 293 คน
วันพุธ ที่ 23 มิถุนายน 2553
Posted by ความทรงจำเก่าๆ , ผู้อ่าน : 2622 , 11:52:42 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หลายเดือนก่อนผมเคยแนะนำหนังสือเล่มหนึ่งไว้...ในเอนทรี่....
v
v
วันอังคารที่ 30 มีค..2553
งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 38 นี้...ผมขอแนะนำหนังสือสักเล่ม..."รอยแผลของสายพิณ"

http://www.oknation.net/blog/kontummadha/2010/03/30/entry-2

.

.

@...มาวันนี้..ผมได้รับหนังสือเล่มนี้จากน้าสาคร...ผมนั้งอ่าน...นอนอ่าน...ไม่กี่วันก็จบ

ผมอยากวิจารณ์  อยากบอกเล่าให้ใครต่อใครฟังถึงเนื้อหาเรื่องนี้...

แต่ผมสุดปัญญาอันน้อยนิดของผมจริงๆ...

@...เมื่อผมไม่สามารถวิเคราะห์วิจารณ์ หรือบอกเล่าหนังสือเล่มนี้ได้...

ผมต้องหันไปซื้อหนังสิอนิตยสาร " สีสัน "  ซึ่งก่อนหน้านี้  เพื่อนน้าสาคร บอกกล่าวน้ามาว่า

มีคนเขียนถึงหนังสือเรื่อง "รอยแผลของสายพิณ" ไว้ในหนังสือนิตยสาร " สีสัน "

ฉบับที่ 9  ปีที่ 21 . 2553 .  ซึ่งน้าซื้อมาอ่านแล้ว...วันนั้นผมหยิบอ่านผ่านๆ...

แต่วันนี้ขอซื้อ  อ่านอย่างจริงจัง  และขอคัดลอกบทความนี้ทั้งหมดแล้วกัน...

เพื่อให้ผู้สนใจหนังสือเล่มนี้  ตัดสินใจง่ายขึ้น เวลาเดินเข้าร้านหนังสือ

แล้วเห็น หนังสิอนิยายเรื่อง "รอยแผลของสายพิณ" จะได้ตัดสินใจง่ายขึ้น...

@... การชมหนัง หรืออ่านหนังสือสักเล่ม  จะสนุกถูกใจใครหรือไม่ นั้นขึ้นอยู่กับรสนิยมแต่ละบุคคล

สิ่งที่เราชอบ  เราว่าดี...อาจไม่ใช่สำหรับคนอื่น....อันนี้ก็ต้องพิสูจน์กันเอง...

แต่เรื่องย่อ  หรือ บทวิจารณ์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เรารู้จักภาพยนต์ หรือ หนังสือเล่มนั้นๆง่ายขึ้น

และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยตัดสินใจ...

@...สำหรับผมแล้ว...ผมอ่านหนังสือของน้าสาครเกือบทุกเรื่อง  อาจด้วยความรู้จักกัน

และผมก็ได้รับความเอื้อเฟื้อจากน้ามอบหนังสือนั้นๆให้มาอ่าน...

ทุกครั้งที่อ่านแต่ละเรื่อง...เมื่อหันกลับไปมองน้าสาคร  คนที่รู้จักกัน 

ทำให้ประหลาดใจในความสามารถที่เราไม่สามารถรับรู้จากเปลือกภายนอกได้เลย

มันถูกกลั่นกรองออกมาจากจิตวิญาณของคนที่เรียกว่า "นักเขียน" จริงๆ

@... ณ  วันนี้  น้าสาคร  อาจได้รางวัลมากมาย การันตีความสามารถ 

แต่สำหรับคนอ่านทั่วไปก็ยังถือว่าเป็นหน้าใหม่ของวงการ....

อาจจะมีแฟนคลับที่คอยติดตามอยู่..ก็น่าพอจะมี...

@...นักเขียนแต่ละท่านย่อมมีเอกลักษณ์ของตนเอง

น้าสาครเองก็เช่นกัน...บางครั้งก็ถูกแนะนำ ให้ตัดลด  หรือ เติมตรงนั้นนิด ตรงนั้นหน่อย

หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงเกินไป..ก็จะเห็นการปรับบ้างใน "บาดแผลของสายพิณ"

โดนเฉพาะบทเลิฟซีน ..ลดไปบ้าง แต่ยังคงความดิบวิถีชีวิตของความเป็นวิถีชีวิต

@... ผมมีเรื่องเล่าจากน้าสาครสักนิดก่อนเข้าเรื่องกัน...

น้าเล่าให้ฟังว่า....

มีคนอ่านหนังสือ "รอยแผลของสายพิณ" อยู่ 2 ท่าน...

ท่านแรกเป็นนักเขียนเช่นกัน อีกท่านเป็นทั้งนักเขียน นักร้อง ( หากเอ่ยชื่อ  หลายๆท่านย่อมรู้จัก )

และทั้ง 2 ท่านนี้ ได้อ่านถึงบทที่ 4 เหมือนกัน

ท่านแรกบอกว่า...สงสัยเขาเข้าไม่ถึง  อ่านไม่เข้าใจ  ไม่อ่านต่อ  ขอจบแค่นั้น...วางหนังสือเลย...

อีกท่านหนึ่งบอกว่า...พออ่านถึงบทที่ 4  รีบหาเบอร์โทรหา  บอกว่าถ้าอ่านจบจะขอที่อยู่

แล้วจะเขียนมาวิจารณ์... ( ลักษณะเหมือนชื่นชอบ )

.

.

พอผมได้รับการเล่ามาเช่นนั้น..เมื่อเริ่มอ่านบทแรกๆ ผมก็พยายามอ่านทุกตัวอักษร  ตีบท ตีความหมาย  แต่ละวรรค แต่ประโยคให้เข้าใจ  เพราะน้าเล่นเปรียบเทียบแทบทุกๆบรรทัด

เปรียบเสมือนการขับรถขึ้นเขา...ใครชอบลุย ผจญภัย  ก็ชื่นชอบ  เฮฮา...

หากใครไม่ชอบเส้นทางแบบนี้  เจอโค้งมากๆก็อาจอ๊วกได้...เลยถอยกลับดีกว่า...

แต่ "รอยแผลของสายพิณ" ใช่ว่าเส้นทางจะโหดเกินไปถึงจุดหมายปลายทาง

ผมไม่ใช่หนอนหนังสือ.ผมก็สามารถไปถึงจุดนั้นได้  แล้วอยากบอกกล่าวให้ใครได้สัมผัส และไปถึงเช่นกัน....

.

.

@...ดังนั้น...ขอเชิญอ่านบทวิจารณ์ " แรงเขย่าของมือที่มองไม่เห็น"

จากคุณจรูญพร  ปรปักษ์ประลัย  นักวิจารณ์ นักอ่านหนังสือตัวจริง

น่าจะช่วยอธิบายถึงเนื้อหางานเขียน และเนื้อเรื่อง ชัดเจนกว่าผม

ขอเชิญอ่านได้เลยครับ...

( ก่อนอื่นขอแนะนำลงไปเปิดคลิปเพลง "คนเช็ดเงา " - วงมาลีฮวนน่า  ท้ายเอนทรี่นี้

ประกอบการอ่าน หรือ อ่านจบแล้วค่อยเปิดฟังก็ได้ครับ  ตามสะดวกแต่ละท่าน...)

v

v

@...หนังสือบางเล่มเหมือนประตูที่เปิดให้แสงสว่างและอากาศบริสุทธิ์โรยรายเข้ามาในชีวิต

             แต่หนังสือบางเล่มกลับตรงกันข้าม เป็นเหมือนฆ้อนปอนด์ที่แพ่นใส่กบาลอย่างไม่บันยะบันยัง ทุบ ทุบ ทุบ ให้กระโหลกแตกระเอียดแบบไม่ปราณีปราศรัย แล้วกระชากทั้งหมดที่เรามีในชีวิตออกไปจนไม่เหลือหรอ

                   

             สำหรับผม "รอยแผลของสายพิณ" นวนิยายเรื่องล่าสุดของ สาคร  พูลสุข อยู่ตรงกลางระหว่างหนังสือสองแบบบ ไม่ได้เปิดประตูรับแสงสว่าง และไม่ได้ทุบหัวใครให้แหลกเละ ความรู้สึกที่ปรากฏหลังจากที่อ่านคือนิ่งอึ้ง พร้อมคำถามก้องในหัว "แค่นี้หรือชีวิต? สุดท้ายเราทั้งหมดก็เดินไปสู่จุดนั้น...เท่านี้เองเหรอ?"

                            

            สาคร  พูลสุข นักเขียนผู้อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมของตัวละครใน "รอยแผลของสายพิณ" เป็นนักเขียนลูกทะเลที่มีผลงานเรื่องสั้นมาตั้งแต่ปี 2532 ก่อนที่จะเว้นวรรคไปพักใหญ่ แล้วจึงกลับมาเขียนอย่างเข้มข้นอีกครั้งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเขียนทั้งนวนิยาย วรรณกรรมเยาวชน และเรื่องสั้น เขาเคยได้รับรางวัลวรรณกรรมมาแล้วหลายรางวัล ทั้งรางวัลเรื่องสั้นเดือนตุลาคม , รางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ , รางวัลพานแว่นฟ้า , รางวัลนายอินทร์อะวอร์ด และได้รับการประดับช่อการะเกด จากนิตยสารเรื่องสั้น "ช่อการะเกด"

            ผลงานที่ทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักคือ "รังเลือด" นวนิยายที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากเวที นายอินทร์อะวอร์ด เมื่อปี 2549 และได้รับการพิมพ์ออกมาถึง 2 ครั้ง 2 ครา

                                                       

            ในฐานะนักเขียนที่ใช้ชีวิตแนบชิดติดทะเลมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก สาคร  พูลสุข มักใช้ชุมชนริมทะเลเป็นฉากในงานเขียนของเขาเสมอ ในเรื่อง "รังเลือด" เหตุการณ์ส่วนใหญ่เกิดบนเกาะกลางทะเล ซึ่งเป็นที่อยู่ของนกนางแอ่น และผู้คนที่มีอาชีพเก็บรังนกและดูแลรักษารังนกเหล่านั้น เรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบเข้มข้นด้วยการปะทะระหว่างตัวละคร ทั้งทางอารมณ์ที่โชนด้วยโสะและราคะ คารมที่เฉือดเฉือนคมคาย รวมถึงการสังสรรค์ทางกาย ที่สะท้อนถึงกามารมณ์อันพุ่งพล่าน จิตใจที่ถูกกักขังด้วยความละโมบ และการใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องตัดสินปัญหา

                   

                                                ( สำนักพิมพ์ : แพรว, สนพ. )

           เมื่อมาถึง "รอยแผลของสายพิณ" สาคร  พูลสุข ก็ยังคงเล่นล้อกับสันดานด้านมือของมนุษย์ ความหลงติดในอำนาจแห่งกิเลส คือมือที่ฉุดกระชากลากถูตัวละคร ให้กระเจิดกระเจิง เร่าร้อน ทุกข์ทรมาน ชนิดไม่มีวันพบความสงบสุข

              คุณนายทองตุก, ทองเขียว, ลำแพง และสายพิณ คือผู้หญิงสี่คนที่เชื่อมโยงกันด้วยสายสัมพันธ์อันแข็งแกร่ง เกี่ยวพ้นกันจนไม่อาจแยกขาด ความทุกข์ของคนหนึ่ง ส่งต่อถึงอีกคนหนึ่ง และต่อเนื่องจนครบทั้งสี่คน เรื่องราวของพวกเธอช่างหม่นหมองคลุมครอบด้วยเงามืดอันกว้างใหญ่ อบอวลไปด้วยกลิ่นแห่งความชั่วร้าย ความสูญเสียที่อุบัติขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ความสุขสมชั่วข้ามคืนที่สร้างความทุกข์ไปชั่วชีวิต

              เหมือนชีวิตพวกเธอต้องคำสาป หากแต่ใครกันล่ะที่สาปพวกเธอ ให้ต้องจมอยู่กับเรื่องร้ายๆไปตลอดเช่นนี้

@...จุดเริ่มต้นของจุดจบ

              หากมองจากรูปกาย มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีลำตัวตั้งตรง มีสองขา สองแขน หนึ่งศรีษะ แต่หากมองในแง่ของคุณสมบัติมนุษย์เป็นการภาชนะที่ใส่สิ่งต่างๆลงไปได้ไม่สิ้นสุด แม้จะมีอะไรต่อมิอะไรอยู่มากมายแล้ว ทว่าก็ยังรู้สึกว่าตัวเองขาดพร่องบางอย่างอยู่เสมอ ปัญหาทั้งหลายของมนุษย์เริ่มจากความรู้สึกนี้เอง

               เมื่อมองจากภายนอก คุณนายทองตุกเป็นคหบดี เจ้าของธุรกิจกระเบื้องโบราณ ที่ร่ำรวยด้วยฐานะการเงิน และเรือนร่างโค้งเว้าดึงดูดบุรุษเพศ เธอน่าจะมีชีวิตที่บรมสุข แต่ตรงกันข้าม ความต้องการทางกายที่เร่าร้อน และไม่ได้รับการตอบสนองจากสามี ทำให้เธอไม่เคยรู้สึกอิ่มพอกับชีวิต และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

                  คุณนายทองตุก หันไปมีความสัมพันธ์แบบ "หญิง-หญิง" กับ ทองเขียวหญิงรับใช้ในบ้าน แม่ช้า ความสุขสมก็ค่อยๆจืดจางลง หลังจากที่ คุณนายทองตุกจับได้ว่า ทองเขียว ไม่ได้เพลิดไปกับความสัมพันธ์แบบนี้อีกแล้ว เธอก็ทดแทนคุณความดีของ ทองเขียว โดยการเป็นธุระจัดหาผู้ชายแท้ๆให้ แล้ว นวม คนงานหนุ่มที่แข็งแรงเหมือนโคถึก ก็เป็นตัวเลือกที่ คุณนายทองตุก มอบให้กับ ทองเขียว

                  คืนที่ ทองเขียว กับ นวม หลับนอนกัน เป็นคืนเดียวกับที่มีกลุ่มโจรบุกเข้าบ้าน คุณนายทองตุก นวม คว้าปืนเข้าต่อสู้ปกป้องอาณาจักรแห่งนี้ แต่แล้วเขาก็ต้องพลาดท่า จนวิญญาณถูกพรากออกจากร่างทิ้งไว้แต่ความทรงจำในใจ ทองเขียว และลูกน้อยที่ก่อเกิดในครรภ์ของเธอ

                  ทองเขียว เลี้ยง ลำแพง ลูกที่เธอทำคลอดด้วยตัวเองตามลำพัง ในลักษณะของคนที่จมอยู่ในห้วงทุกข์ เก็บตัวเองกับลูกไว้ในห้องแคบๆปิดทึบ และมักอ่านหนังสือฆาตกรรมสยดสยองเรื่อง "ทองสุ้น ฆ่าลูก" ให้ ลำเพง ฟังเป็นประจำ

                   หลังความตายของ นวม คุณนายทองตุก คิดว่า สิ่งเดียวที่จะขจัดความหมองเศร้าในใจ ทองเขียว ได้ก็คือผู้ชาย ดังนั้นเมื่อคณะหนังตลุงชื่อ เสียงเพลินมาจัดแสดงที่บ้านของเธอ เธอจึงเป็นแม่สื่อแม่ชักให้ ทองเขียว กับ หนังเจต เสียงเพลิน ได้พบเจอและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน ทว่าหลังค่ำคืนที่ทั้งคู่หลับนอนกัน หนังเจต เสียงเพลิน ก็ลาไปตามทางของเขา ทิ้งทองเขียว ใว้กับลูกในท้องอีกคน และหัวใจที่แตกสลายในกายเธอ

                    อีกครั้งที่ ทองเขียว คลอด สายพิณ ลูกสาวคนที่สองด้วยตัวเองตามลำพัง หลังจากวันนั้น เธอยังอยู่ในลักษณะของคนที่จมอยู่ในห้วงทุกข์ เก็บตัวเองกับลูกไว้ในห้องและมักอ่านหนังสือฆาตกรรมเรื่อง "ทองสุ้นฆ่าลูก" ให้ลูกๆฟัง จนลูกทั้งสองจดจำเรื่องชวนขนหัวลุกนี้ได้ขึ้นใจ

                     สิ่งที่แตกต่างจากคราวที่แล้วก็คือ นับจากนี้ ทองเขียว จะไม่มีหัวใจให้ใครอีกต่อไป เธอกลายเป็นเหมือนคนที่เหลืออยู่แต่ร่าง ทว่ากลับไร้ชีวิตจิตใจ

                     เรื่องราวที่ตามมา เกี่ยวพันกับลูกทั้งสองของ ทองเขียว เด็กหญิงที่ค่อยๆเติบโตเป็นหญิงสาว พวกเธอมีแม่คนเดียวกัน แต่มีสายเลือดพ่อที่แตกต่าง พ่อของ ลำแพง เป็นนักสู้ไม่กลัวคน ส่วนพ่อของ สายพิณ เป็นศิลปินที่อ่อนไหว โครโมโซนจากฝั่งพ่อนี่เอง ที่ทำให้ ลำแพง และ สายพิณ ต่างกันแบบคนละขั้ว เหมือนสีดำกับสีขาว มืดกับสว่าง แข็งแกร่งกับอ่อนนุ่ม

                     สายพิณ ใฝ่ฝันจะเป็นนักเขียน ในขณะที่ ลำแพง เตลิดเข้าไปในแสงสีเจิดจ้ายามราตรี ในฐานะนางระบำ ที่เต้นอวดสายตาผู้ชายหื่นกาม ในย่านที่อุดมด้วยร้านเหล้าและซ่องโสเภณี สถานที่ที่จัดจ้านไปด้วยความเมามาย และกามตัณหาอันสุดโต่ง

                      คำถามก็คือ ทั้งหมดนี้ก็คือชะตาชีวิตที่ขีดไว้ หรือเกิดจากการเลือกเฟ้นของตัวละครเอง?

@...แสงสีและใยแมงมุม

                       บางคนบอก เรื่องชั่วๆมักน่าสนุกและมีเสน่ห์ดึงดูดแรงกล้ากว่าเรื่องดีๆ เพราะเหตุนี้ หลายคนจึงเผลอเข้าไปบนเส้นทางอันชั่วร้าย กว่าจะรู้สึกตัว ก็กลับออกจากเส้นทางนั้นไม่ได้เสียแล้ว

                       สาคร  พูลสุข  ใช้ภาพแมลงติดใยแมงมุม เป็นสัญลักษณ์สื่อความหมายนี้ แมลงเล่นไฟนีออน ไฟสีชมพูหน้าซ่องโสเภณี  ไฟแดงหน้าสุราสถาน จากนั้นแมลงก็ติดเข้ากับใยแมงมุมที่ซ่อนอยู่ มันพยายามดิ้นแต่ดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุด สุดท้าย มันก็หมดแรงและค่อยๆแห้งตายอยู่ตรงนั้น

                      ตัวละครอย่าง ลำแพง ก็ไม่ต่างจากแมลงที่ชอบเล่นกับไฟ เธอมักทำในสิ่งตรงข้ามที่ผู้ใหญ่บอก ไปในสถานที่ต้องห้ามกล้าที่จะเดินบนเส้นทางอันตราย สิ่งที่เธอเป็นอาจทำให้ผู้คนมองเธอด้วยความนับถือ แต่ในท้ายสุด การแสดงความกล้าเช่นนี้ ก็ต้องได้รับผลที่สาสมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

                     เมื่อครั้งที่ ลำแพง ตัดสินใจจะเป็นนางเต้น สายพิณ ตั้งคำถามกับเธอว่า "...พี่คิดดีแล้วหรือ บางทีชีวิตในแหล่งพระรามอาจจะมีอะไรมากกว่านั้น มากกว่าไฟสีแดง สีชมพู บางทีอาจจะมีการข่มขืนผู้หญิง อาจมีผู้หญิงหากินอดตาย และสักวันพี่จะเบื่อ แต่หาทางออกไม่ได้ มันจะมัดพี่ไว้แน่น..."  (หน้า 161 )

                      แต่คำทัดทานของ สายพิณ ก็ไม่มีผลใดๆกับพี่สาว ไม่มีใครหรืออะไรมาเปลี่ยนความตั้งใจของลำแพงได้ เมื่อเธอคิด ที่จะทำสิ่งใด เธอจะกระโจนเข้าไปทำโดย ไม่ลังเลด้วยความเชื่อมั่นว่า นั่นคือหนทางที่ถูกต้อง

                      ลำแพง-ชื่อของเธอมีที่มาจากต้นไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งออกลูกห้อยหัวลง คล้ายคนที่ผูกคอตาย การใช้ชีวิตของตัวละครอย่าง ลำแพง ก็เป็นเช่นนั้น เหมือนคนที่คว้าเชือกคล้องคอตัวเอง และกระโดดลงมาอย่างไม่ไยดีชีวิต

                      ดูเหมือนไม่ได้มีแต่ ลำแพง เท่านั้น ที่ใช้ชีวิตอยู่เหมือนคนที่ฆ่าตัวตาย สาคร  พูลสุข เปรียบตัวละครหลักทั้งสี่ไว้เช่นนี้ โดยให้พวกเธอทุกคนต่างมีต้นลำแพงประจำตัว ทั้งหมดเป็นเช่นต้นลำแพง ที่รอวันตายช้าๆ มีชีวิตอยู่ แต่เหมือนตายไปแล้วทั้งเป็น อยู่เพียงเพื่อรอลมหายใจสุดท้ายเท่านั้น

                      น่าสนในที่  สาคร  พูลสุข ให้ผู้หญิงทั้งสี่คนมีชีวิตที่แตกต่างกัน ทว่า สุดท้ายคำตอบที่พวกเธอได้รับกลับไม่ผิดแผกกัน

                      คุณนายทองตุก อยู่กับอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ ที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรือง แต่เมื่อวันเวลาเปลี่ยน ความนิยมในกระเบื้องโบราณก็ลดลง บ้านอันใหญ่โตเสื่อมโทรมลง เช่นเดียวกับเธอที่กลายเป็นแค่หญิงชราเจ้าเนื้อ ผู้ใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบเหงา ไม่มีอำนาจที่จะควบคุมสั่งการใครได้อีก

                      ทองเขียว จมอยู่กับการสูญเสียตลอดชีวิต ผลจากการที่ต้องเสียชายที่มีสัมพันธ์สวาทด้วย และเสียลูกสาวที่ออกจากบ้านไปเรียนต่อ ทำให้ ทองเขียว เป็นเหมือนคนที่ล้มแล้วไม่เคยลุกขึ้นอีก เธอเอาแต่โทษคนอื่น ว่าทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ โดยเฉพาะ คุณนายทองตุก ที่ชักนำให้เธอได้รู้จักกับผู้ชายทั้งสอง จนทำให้เกิดรอยแผลขึ้นมาในชีวิตเธอ ทว่าคนที่เธอกลับไม่เคยนึกโทษเลยแม้สักนิด ก็คือตัวเธอเอง ทั้งๆที่เธอนั่นแหละ คือคนที่ทำร้ายตัวเอง และคนรอบข้างยิ่งกว่าใครๆ

                     ลำแพง คือคนที่ไปไกลที่สุด เธอใช้ชีวิตอย่างไม่พรั่นต่อสิ่งใดๆ เธอเข้มแข็งอดทนต่อทุกอย่างที่โถมเข้าใส่ โดยตั้งใจจะเอาชนะโลกอันโหดร้ายนี้ให้ได้ แทนที่จะยอมศิโรราบเหมือนเช่นที่แม่ของเธอเป็น ลำแพงกลับทำในสิ่งตรงข้าม นั่นก็คือสู้และเย้ยหยันมันให้ถึงที่สุด บนปลายทางของชีวิต เธอได้ในสิ่งที่ต้องการ ทว่าพอถึงจุดนั้น สิ่งที่ได้รับกลับไม่ได้มีค่าความหมายแต่อย่างใดเลย

                     สายพิณ ใช้ชีวิตต่างจากพี่สาวอย่างสิ้นเชิง เธอไม่ได้โต้เถียงและคิดแย้งตามแบบลำแพง ว่าทั้งหมดที่ผู้ใหญ่สอนคือการโกหก เธอเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่ผู้ใหญ่บอก ไม่ทายท้าต่อความเป็นไปต่างๆ และไม่พาตัวเองเข้าไปสู่จุดที่มีอันตราย ถ้าสิ่งที่ ลำแพง ทำเป็นเหมือนปลาที่ว่ายทวนน้ำ สายพิณ ก็คงเป็นปลาที่ว่ายตามน้ำอย่างไม่ดื้อรั้น

                   คิดตามหลักตรรกะ ชีวิตที่เดินบนทางที่ถูกที่ควรแบบ สายพิณ น่าจะไปสู่จุดหมายแห่งความสุข แต่ชีวิตไม่ใช่สูตรคณิตศาสตร์ ที่จะคิดคำนวณได้ง่ายดายเช่นนั้น เพราะแม้ สายพิณ จะใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังเพียงใด เธอก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความสูญเสียไปได้ คนรักคนแรกของเธอลอยหายไปกับสายน้ำ ส่วนคนต่อมาก็หนีภัยการเมือง เข้าป่าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 นี่ยังไม่นับรวมพี่สาวที่ออกไปใช้ชีวิตแบบท้าทาย แม่ที่วันๆเอาแต่จมอยู่กับความผิดพลาดที่ผ่านมา และพ่อที่ทิ้งเธอไปตั้งแต่ยังเด็กด้วยเงื่อนไขของการงาน

                    สาคร  พูลสุข  เปรียบสิ่งต่างๆที่เข้ามาในชีวิตคนเรา เป็นเหมือนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่มีใครรู้ล่วงหน้า อยู่ๆมันก็มา แล้วทิ้งรอยแผลไว้บนเรือนร่างของเรา

                    " รอยแผลของสายพิณ " ที่เป็นชื่อของนวนิยาย กินความหมายนี้ไว้อย่างลึกซึ้งในเชิงรูปธรรม มันหมายถึงแผลบนร่างสายพิณ ที่ยาวตั้งแต่ไหล่ลงไปถึงฐานนม แผลซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุในความมืด ในคืนที่ผู้ร้ายบุกขึ้นมาบนบ้าน และ ลำแพง ใช้มีดพร้าเป็นอาวุธป้องกันตัว แต่ดันพลาดไปฟันโดนน้องสาวเข้า

                     ในเชิงสัญลักษณ์ มันหมายถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างไร้ที่มาที่ไป ความผิดพลาดที่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของใคร แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ผลลัพธ์ก็ไม่อาจเลือนหายไปง่ายๆ มันจะฝังรอยติดตรึงอยู่เช่นนั้น

                      แผลที่เกิดขึ้นกับคนเรามีอยู่ 2 แบบ แผลที่ร่างกาย และแผลที่จิตใจ การแพทย์สมัยใหม่อาจลบรอยแผลบนร่างกายได้ด้วยการทำสัญกรรม แต่รอยแผลในจิตใจ วิธีเดียวที่จะลบมันได้คือ "ทำใจ"

                       ถึงที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเลือกใช้ชีวิตอย่างไร เราก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการพลัดพรากสูญเสีย สิ่งที่เราต้องทำจึงเป็นการเลือก ว่าจะวางตัวอย่างไรต่อการพลัดพลาดสูญเสียนั้น ยืนอยู่เหนือมัน หรือยอมให้มันขยี้จมดิน

                        สุดท้าย สิ่งที่ทุกคนต้องเจอก็คือ ชีวิตเป็นแค่ความว่างเปล่า เพียงแค่เราไม่ยึดติด เราก็จะผ่านพ้นเรื่องร้ายๆที่เข้ามาในชีวิตได้ เราก็จะผ่านพ้นเรื่องร้ายๆที่เข้ามาในชีวิตได้ แต่หากไม่ยอมปล่อยมัน เราก็ติดอยู่กับอดีตที่ไม่อาจย้อนคืนไปตลอด

                        ต้นลำแพงที่ห้อยหัว อาจเปรียบได้กับชีวิตบางคน แต่คงไม่ใช่ทุกคน เพราะชีวิตที่ไม่อาจควบคุมได้ของคนเรานั้น จะสุขหรือเศร้า ล้วนขึ้นอยู่กับเราแต่ละคน ว่าจะมองมันด้วยสายตาเช่นไร ?

                        นี่คือสิ่งที่ทุกคนสามารถเลือกได้

(ผู้เขียน : สาคร พูลสุข)

@...ปริศนาในนิยาย

                         เสน่ห์ในนวนิยายของ สาคร  พูลสุข นอกเหนือจากการสร้างตัวละครที่มีมิติลึกซึ้ง วรรณศิลป์ที่เล่นกับความเปรียบไม่หยุดหย่อน และสำบัดสำนวนที่เสียดลึกถึงอารมณ์แล้ว ความคลุมเคลือเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่ง ที่สร้างเสน่ห์ให้กับ " รอยแผลของสายพิณ"

                         เรื่องเล่าของตัวละครทั้งหมด สามารถตีความได้หลายแบบ มองได้หลายมุม และนำไปสู่คำตอบในแบบต่างๆตามแต่ทรรศนะของผู้อ่านแต่ละคน

                         นวนิยายเช่นนี้สนุกที่อ่าน สนุกที่จะคิด และสนุกที่จะได้สัมผัสกับเรื่องราวของตัวละคร ซึ่งยากที่จะตัดสินถูกผิดดีเลว

                         สาคร  พูลสุข  เองก็ไม่ได้ตัดสินตัวละครของเขา เขาเพียงปล่อยให้ทั้งหมดดำเนินชีวิตไป โดยไม่ชี้ถูกชี้ผิด ไม่ให้รางวัลและไม่ลงโทษทัณฑ์ ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุและปัจจัย เป็นไปตามกรรมที่แต่ละคนก่อขึ้นกับตัวเอง

                         ถ้าหน้ากระดาษนี้ส่งเสียงได้ ขอส่งเสียงปรบมือดังๆด้วยความชื่นชมไปสู่ สาคร  พูลสุข  สำหรับนวนิยายสุดลึกล้ำเรื่องนี้ @

       จรูญพร  ปรปักษ์ประลัย

                  วิจารณ์

( ผู้เขียนบทภาพยนต์เรื่อง ก้านกล้วย )

            

.........................................................

 @...ท้ายนี้ขอบอกว่าน้าสาครได้อ่านบทความนี้แล้ว...ขอขอบคุณมากๆครับ...

หลายๆครั้งคำวิจารณ์จากบางท่านทำให้น้าสาครรู้สึกลอย...บางคำวิจารณ์เหมือนถูกกระแทก

ทุกๆคำวิจารณ์น้าสาครรับฟัง  นำมาปรับปรุงผลงานเสมอ...

@...ในปลายปีนี้ (2553 )ผมจะทำกิจกรรมนำอุปกรณ์การศึกษาไปมอบให้เด็กนักเรียนที่ จ.แพร่ และ จ.น่าน

( ข้อมูลคร่าวๆ  http://www.oknation.net/blog/kontummadha/2010/06/18/entry-1 )

และจะไปโรงเรียนที่น้าสาครสอนอยู่ด้วย...ที่ อ.ปัว จ.น่าน

แฟนๆงานเขียนของน้าสาครท่านไหนสนใจไปสัมผัส  พูดคุยนักเขียนที่ท่านอยากรู้จักยิ่งขึ้น

และร่วมการกุศลเพื่อเยาวชน เพื่อการศึกษาร่วมกัน  ก็เตรียมๆไว้ครับ

และคอยติดตามข่าวสารได้ทางบล็อกหลังนี้แหละครับ...หรือเมล์มาสอบถามผมได้ที่

mr.tee20@yahoo.co.th

ขอบคุณครับ...

ตี๋ - ความทรงจำเก่าๆ

.

.

***

เพลง คนเช็ดเงา

ฟังเพลง | เนื้อเพลง | เกมส์

..........................................................

@...ขอขอบคุณข้อความบทวิจารณ์จากหนังสือ " สีสัน " ฉบับ ปีที่ 21 ฉบับที่ 9 (2553)

และคุณจรูญพร  ปรปักษ์ประลัย เจ้าของคอลั่ม " หนังสือ BOOKS "

- บทเพลง คนเช็ดเงา : มาลีฮวนน่า

...........................................................

@...ข้อมูลเก่าๆที่ผมเคยขีดเขียนไว้..

v

v

-นักเขียน..บ้านนอก ...สาคร พูลสุข ..ตอนที่ 1 ..รังเลือด

http://www.oknation.net/blog/kontummadha/2007/09/09/entry-3

-นักเขียนบ้านนอก..สาคร พูลสุข (ตอนที่ 2) กับผลงานเขียนที่ผ่านมา

http://www.oknation.net/blog/kontummadha/2007/09/14/entry-2

-งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 38 นี้...ผมขอแนะนำหนังสือสักเล่ม..."รอยแผลของสายพิณ"

http://www.oknation.net/blog/kontummadha/2010/03/30/entry-2

            

............................

หมายเหตุ : เพิ่มเติม

คัดมาจากส่วนหนึ่งในบทความ...

" คลื่นคนวรรณกรรม-นามานุกรมนักเขียน-นักแปล-บรรณาธิการ "

จาก คม ชัด ลึก 13 มิย 53

v
v

0หลังจากที่เขียนเรื่อง “รังเลือด” ออกมาจนได้รับการต้อนรับจากแฟนๆ วรรณกรรมไทยอย่างอบอุ่น ล่าสุด “สาคร พูลสุข” ครูหนุ่มใหญ่ ชาวหัวไทร เมืองนครศรีธรรมราช เจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมนายอินทร์อะวอร์ด ปี 2549 ครูสอนภาษาอังกฤษอยู่ที่โรงเรียนป่ากลางมิตรภาพที่ 166 อ.ปัว จ.น่าน ล่าสุดก็ปล่อยผลงานใหม่เรื่อง “รอยแผลของสายพิณ” ออกมาให้นักอ่านทั้งหลายได้ลิ้มลอง...อ่านแล้ว อยากเห็น “เจ้ย อภิชาติพงษ์” เอาไปทำหนังจริงๆ...ผ่าสิ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 07/07/2010 เวลา : 12.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...บรรยากาศ เตะบอลให้ได้บุญ สนับสนุนเด็กน้อยให้ได้เรียน#11 

คัดมาจากส่วนหนึ่งในบทความ...

" คลื่นคนวรรณกรรม-นามานุกรมนักเขียน-นักแปล-บรรณาธิการ "

จาก คม ชัด ลึก 13 มิย 53

v
v

0หลังจากที่เขียนเรื่อง “รังเลือด” ออกมาจนได้รับการต้อนรับจากแฟนๆ วรรณกรรมไทยอย่างอบอุ่น ล่าสุด “สาคร พูลสุข” ครูหนุ่มใหญ่ ชาวหัวไทร เมืองนครศรีธรรมราช เจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมนายอินทร์อะวอร์ด ปี 2549 ครูสอนภาษาอังกฤษอยู่ที่โรงเรียนป่ากลางมิตรภาพที่ 166 อ.ปัว จ.น่าน ล่าสุดก็ปล่อยผลงานใหม่เรื่อง “รอยแผลของสายพิณ” ออกมาให้นักอ่านทั้งหลายได้ลิ้มลอง...อ่านแล้ว อยากเห็น “เจ้ย อภิชาติพงษ์” เอาไปทำหนังจริงๆ...ผ่าสิ


ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ครูสบเมย_แม่ฮ่องสอน วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 10.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krubaantong
ครบรอบ  ๒๐  ปี พอดี...

พอมาอ่านบทวิจารย์แล้วทำให้เข้าใจนวนิยายมากขึ้นครับ...( ตอนแอบไปอ่านในร้าน ก็ไม่เข้าใจอะไรเท่าไหร่......) สงสัยต้องเก็บเอาไว้เป็นเข้าของเสียแล้ว..น้าสาคร...ปลายปีพบกันครับ..

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 24/06/2010 เวลา : 11.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...บรรยากาศ เตะบอลให้ได้บุญ สนับสนุนเด็กน้อยให้ได้เรียน#11 

ขอบคุณทุกๆท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านเนื้อหากัน...

.
.
อันนี้ที่แนะนำไม่ใช่อะไรหรอก..เผื่อใครเดินเข้าร้านหนังสือนายอินทร์ แล้วเจอะเจอหนังสือเล่มนี้...อย่างน้อยก็เคยรู้จักกัน...รู้เนื้อหาพอประมาณ...ก็ขึ้นอยู่ที่การตัดสินใจของแต่ละท่านครับ..

.
.

และใครเคยอ่านงานเขียนของน้าสาคร ไม่ว่าจะเรื่องไหน..จะวิจารณ์ ติ-ชม ผ่านตรงนี้ได้เลยนะครับ
น้าสาครมีโอกาสแวะเวียนมาอ่านผ่านตรงนี้...
ซึ่งเป็นโอกาสดีที่นักเขียนจะได้รับทราบข้อมูลจากคำติ-ชม จะได้พัฒนางานเขียนในโอกาสต่อไปยิ่งๆขึ้นครับ...

ขอบคุณครับ....


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 24/06/2010 เวลา : 11.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...บรรยากาศ เตะบอลให้ได้บุญ สนับสนุนเด็กน้อยให้ได้เรียน#11 

อ่าน "รังเลือด"อยู่หรือพี่จ่า...ดีจัง...อ่านจบวิจารณ์แรงๆได้เลย...ผ่านตรงนี้เลย...น้าสาครคงเปิดชมอยู่ที่ อ.ปัว จ.น่าน..หรือปลายปีจ่าจะไปน่านด้วยกัน....


ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 24/06/2010 เวลา : 11.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...บรรยากาศ เตะบอลให้ได้บุญ สนับสนุนเด็กน้อยให้ได้เรียน#11 


น้องหนิง...นี่ไง....



แฮะๆๆๆๆหลานชายพึ่งคลอดมาเมื่อ 15 มิย.53

ส่วนของพี่...ยังจ้า....คงช่วงที่หนิงรับปริญญามั้ง...


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
nuning วันที่ : 24/06/2010 เวลา : 00.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/openning

น่าอ่านนะลุง
พี่อ้อมจะออกน้องยังอะ
ลุ้นหลานง่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 24/06/2010 เวลา : 00.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

จ่าอ่านรังเลือด..
แต่ยังค้างเติ่งอยู่เลย..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 23/06/2010 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...บรรยากาศ เตะบอลให้ได้บุญ สนับสนุนเด็กน้อยให้ได้เรียน#11 

ไม่มีอะไรน่ากลัวครับพี่ชาลี....
เรื่องคนธรรมดาๆในสังคมเราๆนี่เอง...
ตามซอกมุม อีกหลายๆมุม
ที่เราสัมผัสบ้าง ไม่ได้สัมผัสบ้าง

ในรูปแบบภาษาศิลป์....


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 23/06/2010 เวลา : 16.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อ่านข้อเขียนในบล็อกนี้แล้วอยากหามาอ่านบ้าง
แต่กล้า ๆ กลัว ๆ ยังไงไม่รู้ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
roselobster วันที่ : 23/06/2010 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

ต้องไปหามาอ่านก่อนล่ะค่ะพี่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนเลวที่แสนดี วันที่ : 23/06/2010 เวลา : 11.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natentertain
รับรู้ไว้ในใจแต่สิ่งดีงาม

ว่างๆ ต้องไปหามาอ่านบ้างแล้วค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน