*/
  • ความทรงจำเก่าๆ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mr.tee20@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-06-02
  • จำนวนเรื่อง : 471
  • จำนวนผู้ชม : 1330917
  • จำนวนผู้โหวต : 587
  • ส่ง msg :
  • โหวต 587 คน
เต้นกันฝุ่นกระจาย

โครงการ ตามรอยครูซัน...สานฝันเด็กน้อย #2 สมทบทุนสร้างโรงอาหาร โรงเรียนสวนป่าแม่กะสี ต.แม่เปิน อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ ศ.6-อา.8 พย.2552

View All
<< ตุลาคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


ปกติคุณชอบฟังเพลงเพื่อชีวิตบ้างไหมครับ ?
ฟังสม่ำเสมอ เพราะมันอยู่ในสายเลือดแล้ว และเป็นบทเพลงที่มีเนื้อหาให้ความหมายดีๆ
236 คน
ได้ฟังบ้างในบางเพลงที่ชื่นชอบ
51 คน
ไม่ฟังเลย...ยี้..เพลงเพื่อชีวิต..ฟังแล้วง่วงนอน
6 คน

  โหวต 293 คน
วันเสาร์ ที่ 5 ตุลาคม 2556
Posted by ความทรงจำเก่าๆ , ผู้อ่าน : 12354 , 12:25:19 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน เกสรมาเฟีย , jonathan_seagull และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

 

เป็นเขยน่าน มีโอกาสท่องเที่ยวในป่าเขาน่านบ้าง

ภาพที่มักเห็นคือภูเขาแต่ละลูกหัวโล้นหมดแล้ว

ว่าจะเขียนเรื่องนี้อยู่หลายวัน

บังเอิญวันนี้เจอบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้

เขียนไว้ตรง และชัดเจนมาก

ขอนำมาให้อ่านครับจาก http://www.pua108.com/main/?p=316#.Uk93fGioqAQ.facebook

 

 

 

เขื่อนดัง ! กับเมืองปัว

ต.ค.. 05 วาไรตี้เมืองปัว ไม่ให้ใส่ความเห็น
 

Delight Moment 103 / สุมิตรา จันทร์เงา 

 

 

“น่าน ดินแดนในอ้อมกอดของขุนเขาด้านตะวันออกของภาคเหนือ อุดมด้วยธรรมชาติผืนป่า สายน้ำ ทะเลหมอก หล่อหลอมรวมกับวิถีวัฒนธรรมของผู้คนชาวไทยลื้อ ทำให้เสน่ห์ของน่านไม่ได้มีเพียงธรรมชาติอันพิสุทธิ์ แต่ยังมีศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ที่แฝงด้วยแรงศรัทธาในพุทธศาสนา และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

 

วิถีวัฒนธรรมไทลื้อคู่กับผืนป่าเมืองน่าน

เมืองน่านเริ่มก่อร่างสร้างเมืองมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ในชื่อเมืองปัว สมัยต่อมาได้กลายมาเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรล้านนา ต่อมาสมัยอยุธยา เมืองน่านทำศึกหนักกับพม่าและอยุธยาบ่อยครั้งจนพ่ายแพ้ ทำให้เมืองร้างผู้คนยาวนานหลายสิบปี จนเข้ายุคกรุงรัตนโกสินทร์จึงเริ่มมีการสร้างบ้านบูรณะเมืองขึ้นมาใหม่
ช่วงยุคลัทธิพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย น่านกลายที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์ในภาคเหนือ จนกลายเป็นพื้นที่สีชมพูที่เกิดการสู้รบปราบปรามอย่างรุนแรงปัจจุบันเมืองน่านยังคงดำเนินวิถีชีวิตอย่างสงบสุขและเรียบง่าย ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพิงเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก โดยมีแม่น้ำน่านซึ่งนับว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเมืองไหลหลั่งจากเทือกเขาหลวงพระบางและเทือกเขาผีปันน้ำ จนไปรวมกับแม่น้ำปิง วัง ยม เป็นแม่น้ำเจ้าพระยา เส้นเลือดหลักของประเทศ”
….
ทั้งหมดนั่นคือข้อความโฆษณาจังหวัดน่านในเว็บไซต์ของ ททท.http://thai.tourismthailand.org/ข้อมูลจังหวัด/น่าน/
หลับตานึกภาพตามคำบรรยาย หลายคนอาจจะฟินเสียจนอยากลางานสักอาทิตย์ขึ้นไปนอนห่มหมอก หยอกเย้ากับขุนเขา ผืนป่า สายน้ำ ให้มันสุดอารมณ์กันไปเลย
แต่ภาพในโฆษณาก็คือโฆษณาใช่ไหมคะ
“น่าน” บนหน้ากระดาษและตัวอักษรกับน่านในชีวิตจริงนั้นแสนจะห่างไกลกันนัก

 

ฉันผ่านทางไปที่น่านครั้งแรกเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนนั้นกำลังมีความพยายามที่จะเชื่อมให้น่านให้เป็นจังหวัดคู่แฝดของหลวงพระบาง และน่านในทศวรรษนั้นก็เริ่มสูญเสียความงามไปมากแล้ว
กลับไปเยือนน่านครั้งที่สองเมื่อต้นปีที่แล้ว ทำสารคดีเรื่องเครื่องเงินเมืองปัว เริ่มเห็นร่องรอยแหว่งวิ่นของขุนเขาสีเขียวหายไปมากมาย และครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ไปติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำ “น้ำปี้” ที่ชาวบ้านต้องการนักหนาและได้พบว่าหัวใจหล่นหายตลอดเส้นทางระหว่างน่านสู่พะเยา
ภูเขาสองข้างทางล้านเลี่ยนเตียนโล่ง ไม่ได้หายไปเป็นหย่อมๆเหมือนที่เคยเห็น มันมีแต่หน้าดินโล่งเวิ้งว้างแล้งร้อน รอคอยหยาดฝนเพื่อไถพรวนปลูกพืชฤดูใหม่

 

ป่าเขาที่เคยเป็นเสน่ห์ดั้งเดิมของเมืองน่านถูกบุกรุกทำลายสิ้น โดยฝีมือใครบ้างก็ไม่อาจทราบได้ แต่ต้นทางของเรื่องราวคือความต้องการพื้นที่ทำเกษตรมากมายมหาศาล
ปลูกอะไรหรือ? ปลูกข้าวโพดค่ะ
ชาวบ้านบอกฉันว่า ถ้าเป็น “ข้าวโพด” นายทุนพร้อมจะรับซื้อไม่อั้น เป็นแบบนี้หลายปีมาแล้ว
คนที่คิดว่าข้าวโพดจะนำความร่ำรวยมาให้ก็เลยลักลอบรื้อถางเผาทำลายป่า จากด้านในภูเขาลึกๆไล่ออกมาด้านนอกเรื่อยๆ จนถึงพื้นที่ริมถนนหลวง ละลานตาไปหมดด้วยภูเขาหัวโล้นทั้งสองฝั่งในยามนี้
ไม่มีใครสามารถไปห้ามปราม จับกุม หรือทำอะไรให้เป็นความผิดได้จริงจัง เพราะในท้ายที่สุดแล้วคนเหล่านั้นก็เป็นชาวบ้านตาดำๆ ที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้มีชีวิตรอดภายใต้กระแสทุนอันเชี่ยวกราก

 

 

ตัดไม้เผาป่ากันเหี้ยนเพื่อทำไร่ข้าวโพด

…..
แล้วเขื่อนแม่วงก์มันเกี่ยวอะไรกับป่าไม้เมืองน่าน?
เกี่ยวค่ะ ไม่ได้เกี่ยวในแง่กายภาพของพื้นที่ แต่เกี่ยวในประเด็นผลกระทบน้ำท่วมพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นหัวใจเศรษฐกิจของประเทศนี้ที่จะต้องปกป้องกันสุดชีวิตจิตใจ
ถ้าเรายึดเอาจังหวัดนครสวรรค์เป็นศูนย์กลางของแผ่นดินไทย เปรียบเสมือนสะดือของประเทศ เมื่อหันหน้าขึ้นสู่ทิศเหนือก็จะพบว่าพื้นที่เหนือจังหวัดนครสวรรค์ขึ้นไปทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก คือพื้นที่หัวขวานทั้งหมดนั้นเป็นเขตอุทยานแห่งชาติภาคเหนือซึ่งเป็นผืนป่าต้นน้ำลำธารสำคัญที่สุดของประเทศประกอบด้วย 58 อุทยานฯด้วยกัน
นับเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนอุทยานแห่งชาติมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกภาค สะท้อนถึงคุณค่าของผืนป่าที่เป็นแหล่งรับน้ำฝน แหล่งอาหารและสัตว์ป่าที่เกื้อกูลให้ระบบนิเวศดำรงอยู่อย่างยั่งยืน

 

ลักษณะภูมิประเทศของไทยเป็นพื้นที่ลาดเทจากเหนือลงใต้ ในฤดูฝนป่าเหนือจะเป็นพื้นที่รับน้ำสำคัญที่คอยดูดซับไม่ให้กระแสน้ำหลากหลั่งท่วมท้นทำความเสียหายต่อพื้นที่ราบลุ่มตอนล่าง

 

เมื่อเราตัดไม้ทำลายป่าไปเรื่อยในรอบร้อยกว่าปีที่ผ่านมา เราก็จำเป็นต้องมองหา “ตัวช่วย” เพื่อชะลอน้ำและเก็บน้ำไว้ใช้ในยามขาดแคลนหน้าแล้ง ตัวช่วยนั้นคือ “เขื่อน”
ป่าที่หายไปทำให้เกิดเขื่อนใหญ่ขึ้นมามากมาย แม้การสร้างเขื่อนจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ป่าไม้หายไปด้วย แต่ด้วยความจำเป็นในหลายพื้นที่ทำให้เราต้องยอมบาดเจ็บร่างกายบ้างเพื่อที่จะรักษาชีวิตเอาไว้ ไม่ใช่ว่ามีเขื่อนแล้วจะไม่ดีไปเสียหมด
ลองกางแผนที่ออกดูจะเห็นภาพว่าเรามีเขื่อนใหญ่มหึมาสองเขื่อนเป็นปีกรับน้ำเหนือไว้แล้ว ซ้ายมือทางฝั่งตะวันตก คือ “เขื่อนภูมิพล” กั้นลำน้ำปิงที่จังหวัดตาก ฝั่งขวามือเป็น “เขื่อนสิริกิติ์” กั้นลำน้ำน่านที่จังหวัดอุตรดิตถ์

 

สองเขื่อนนี้คือหัวใจของแหล่งน้ำต้นทุนที่มีคุณอนันต์ต่อประเทศชาติ ทั้งในแง่การชลประทาน การผลิตไฟฟ้า และป้องกันน้ำท่วม แต่หลายเขื่อนที่สร้างขึ้นภายหลังก็มิได้ทำประโยชน์สมบูรณ์สวยงามเช่นเดียวกับสองเขื่อนหลักนี้
เหนือจังหวัดตากขึ้นไปคือผืนป่าต้นน้ำจากแม่ฮ่องสอนไล่ลงมาเลียบชายแดนพม่า เหนืออุตรดิตถ์คือผืนป่าน่านที่กลายเป็นเขาหัวโล้นไปแล้วเพราะไร่ข้าวโพดในยามนี้
ยังมีแม่น้ำอีกสองสายสำคัญที่มาบรรจบกันที่จังหวัดนครสวรรค์ก่อนไหลรวมเป็นเจ้าพระยา นั่นคือ แม่น้ำวังกับแม่น้ำยมซึ่งตีโอบสุโขทัยกับพิษณุโลกอยู่
ต้นน้ำยมกับต้นน้ำวังล้วนมีสภาพของผืนป่าที่ถูกบุกรุกทำลายไปแทบไม่เหลือชิ้นดีเช่นเดียวกับต้นน้ำปิงและน้ำน่าน เว้นแต่ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติเท่านั้นที่ยังมีสีเขียวเข้มให้เห็นอยู่บ้าง

 

บ้านห้วยสะนาว เมืองปัว จังหวัดน่าน ที่ยังพอเหลือความงาม

ทั้งหมดนั่นคือคำตอบที่ว่าเหตุใด เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ จึงกลายเป็นพื้นที่น้ำท่วมรุนแรง จนกระทั่งถึงปีมหาอุทกภัย 2554 ที่สองเขื่อนใหญ่ภาคเหนือสุดจะรับน้ำไหวต้องปล่อยไหลลงมาท่วมกรุงเทพฯ อย่างสุดอั้น

 แค่อยากจะตั้งคำถามว่า “เขื่อนแม่วงก์” ที่ ปลอดประสพ สุรัสวดี ยืนยันกระต่ายขาเดียวว่าจำเป็นต้องสร้างนั้น แก้ปัญหาน้ำท่วมประเทศไทยได้จริงหรือ?
เอาเฉพาะกรณีที่เห็นหลักฐานกันจะจะอย่างจังหวัดน่านมาดูกันเล่นๆ
น่านมีเนื้อที่ป่าและภูเขาร้อยละ 85 ของพื้นที่ทั้งหมด ที่เหลือร้อยละ 15 เป็นที่ราบทำให้จังหวัดน่านมีพื้นที่ในการทำเกษตรกรรมน้อย แต่รัฐบาลกลับเน้นส่งเสริมการปลูกข้าวโพดในภาคเหนือด้วยข้ออ้างเรื่องความเหมาะสมกับพื้นที่ลาดเอียง ปลูกง่ายให้ผลผลิตที่ดี  จึงทำให้เกิดปัญหาการเผาป่าเพื่อนำพื้นที่ป่ามาทำกิน
ยิ่งส่งเสริมมากยิ่งเกิดการรุกป่ามาก

 

สุดท้ายการทำไร่ ไม่ว่าจะปลูกข้าวโพดหรือพืชอื่น ในรอบ 40 ปีที่ผ่านมาทำให้จังหวัดน่านมีพื้นที่เขาหัวโล้นและมลพิษที่เกิดจากการเผาป่าหนักขึ้นทุกปี ปริมาณป่าไม้ลดลงไปอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็ขาดป่าต้นน้ำเอาไว้ซับน้ำ เมื่อฝนตกลงมามากกว่าปกติในยุคที่ภูมิอากาศโลกวิปริตแปรปรวน น้ำย่อมไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างเป็นก้อนใหญ่อย่างรวดเร็ว
ผลก็คือน้ำป่าทะลักหลั่งทำลายระบบนิเวศในลำน้ำหลายแห่งที่ผ่านไป ก่อนที่จะท่วมพื้นที่ด้านล่างเสียหาย ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสร้างเขื่อน แก้มลิง หรือแหล่งรับน้ำใดๆ รองรับน้ำจำนวนมหาศาลที่ตกลงแล้วไม่มีการดูดซับไว้โดยพื้นดินต้นน้ำก่อนที่จะไหลลงสู่เบื้องล่าง

 

 

สภาพป่าต้นน้ำยมที่เสียความอุดมไปมากแล้ว

ย้อนกลับมาสู่เขื่อนแม่วงก์ ผืนป่าตะวันตกอันสมบูรณ์แห่งนี้  ไม่ต้องพูดถึงว่าการสร้างเขื่อนจะทำลายระบบนิเวศป่าต้นน้ำแหล่งพักพิงอาศัยของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อผืนป่ามรดก “ห้วยขาแข้ง”
ในด้านเศรษฐกิจและสังคมเขื่อนแม่วงก์ก็มีขนาดเล็กไม่คุ้มค่ากับการลงทุน และดูตามสภาพภูมิศาสตร์จากข้อมูลของกรมชลประทานเองยังพบว่าตัวเขื่อนแม่วงก์สามารถเก็บน้ำได้เพียง 250 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือราว 1% ของปริมาณน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ในฤดูน้ำหลากที่มีมากถึง 44,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และในบริเวณอำเภอลาดยาวพื้นที่เป้าหมายในการป้องกันน้ำท่วมนั้นยังมีลำน้ำอีกหลายสายที่ไหลมาบรรจบกันจนเป็นสาเหตุของน้ำท่วมในตัวเมือง

ฝ่ายที่สนับสนุนให้สร้างเขื่อนแม่วงก์อาจจะมองเฉพาะจุดที่เป็นความต้องการของคนในพื้นที่ โจมตีฝ่ายคัดค้านว่าเป็นการโหนกระแสบ้าแห่ไปตามสถานการณ์
แต่ข้อเท็จจริงที่เราต้องยอมรับก็คือ ต้นตอของปัญหาทั้งหมดมาจากแผนงานและการจัดการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระดับนโยบาย
ตราบเท่าที่กระทรวงเกษตรฯยังทำหน้าที่ไม่สอดประสานกันอย่างมีเอกภาพในองค์รวม คือ ด้านหนึ่งยังส่งเสริมการเกษตรแบบยั่วยุให้ชาวบ้านบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าเพื่อหาพื้นที่ทำกินที่ไม่เหมาะสมเพิ่มมิรู้จบโดยไม่สนใจประโยชน์ป่าต้นทางของมัน  กับอีกด้านหนึ่งเอาแต่สนับสนุนการสร้างเขื่อนแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่โดยไม่ได้ใส่ใจในผลกระทบภาพรวมที่จะได้รับ จนลืมไปว่าถ้าไม่มีป่าก็ย่อมไม่มีน้ำ เมื่อไม่มีน้ำแล้วจะมีเขื่อนได้อย่างไร

 

หากยังคิดกันแบบเดิมๆ ทำงานด้วยมุมมองของใครของมันในหน่วยงานตัวเองโดยไม่สนใจผลต่อเนื่องของมัน ก็อย่าหวังว่าการจัดการทรัพยากรป่าไม้และแหล่งน้ำจะยังประโยชน์สุขต่อประเทศชาติประชาชนอย่างถูกต้องและเป็นธรรมได้เลย

(Visited 186 times, 186 visits today)
 
 
...............................................
อ่านจบแล้วอยากบอกว่่า..
 
"มาปลูกป่าที่น่านเป็นที่แรกเลยดีกว่า..ป่าต้นน้ำ ไม่มีแล้วป่า มีแต่ภูเขาหัวโล้น
เมื่อต้นน้ำเก็บน้ำไม่อยู่ ข้างล่างก็เละอย่างที่เห็นๆๆกันอยู่
จะต้องสร้างกี่ร้อยเขื่อนถึงจะยับยั้งน้ำที่มาจากข้างบนอยู่..สร้างป่าดีกว่า..."
 
"โน้นเลย..ไปช่วย อ.สมบัติ วงดอนผีบิน ปลูกป่ากันที่ อ.ท่าวังผาhttp://www.phusan.net/index.php"
 
......................................
 
 
 
ขอบคุณบทความจาก สุมิตรา จันทร์เงา 
 
 
(@ยุทธ น่านทูเดย์) http://nan2day.com/

https://www.facebook.com/nan2daydotcom

 
 
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เกสรมาเฟีย วันที่ : 26/01/2014 เวลา : 22.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ipammo

น่านน่ะสิ ... ยังไม่เคยมีโอกาสไปน่านเลยค่ะ

แต่่ทุกคนที่ไป .. ต่างบอกว่า นานงดงาม และอยากกลับไปอีก

เรื่องป่าที่น่าน พออ่านเอนทรี่นี้แล้วได้ความรู้เยอะเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
jonathan_seagull วันที่ : 29/11/2013 เวลา : 10.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/seagull

น่านยังไม่เปลี่ยนแปลง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ฟ้าน่าน วันที่ : 18/10/2013 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamnanFanan

ขอบคุณครับ ที่ช่วยกันนำเสมอ กลับบ้านหน้าฝนกับหน้าแล้วง มันคนละบรรยากาศกันจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 06/10/2013 เวลา : 20.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...บรรยากาศ เตะบอลให้ได้บุญ สนับสนุนเด็กน้อยให้ได้เรียน#11 

คห.4 วรรณสุข ../...เป็นความจริงทั้งสองด้านครับ ทั้งไม่มีแล้วป่าโล่งเตียนหมดแล้ว และ พวกเราก็เป็นส่วนสนับสนุนการบริโภค.

ตอนนี้คงต้องเร่งปลูกป่าเพื่อลูกๆหลานๆในวันครั้งหน้าแล้วล่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 ความทรงจำเก่าๆ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วรรณสุข วันที่ : 06/10/2013 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

โอ้...เหี้ยนเตียนจนน่ากลัว ไม่มีป่าแล้วจะเอาอะไรซับน้ำเนี่ย
การบริโภคมากเกินของเราก็มีส่วนเร่งให้เขาผลิตเยอะเกินด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 05/10/2013 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...บรรยากาศ เตะบอลให้ได้บุญ สนับสนุนเด็กน้อยให้ได้เรียน#11 

ขอบคุณทั้ง 2 ครับ คห.1 แบล็คกี้ และ คห.2 ยามเสาร์

นี่คือความจริงที่เราต้องเปิดใจกัน ร่วมแก้ปัญหาร่วมกันครับ

ความคิดเห็นที่ 2 ฟ้าน่าน , วรรณสุข และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ยามเสาร์ วันที่ : 05/10/2013 เวลา : 14.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

..."มาปลูกป่าที่น่านเป็นที่แรกเลยดีกว่า..ป่าต้นน้ำ ไม่มีแล้วป่า มีแต่ภูเขาหัวโล้น
เมื่อต้นน้ำเก็บน้ำไม่อยู่ ข้างล่างก็เละอย่างที่เห็นๆๆกันอยู่
จะต้องสร้างกี่ร้อยเขื่อนถึงจะยับยั้งน้ำที่มาจากข้างบนอยู่..สร้างป่าดีกว่า..."...

...เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ...
ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่ในทางน้ำหลากก็ต้องปรับตัวเป็นอยู่อย่างเดิม คือ
บ้านเรือนต้องเผื่อน้ำท่วมชั้นล่าง และทำการเกษตรแบบปรับตัวรับสภาพน้ำท่วมได้ เป็นต้น

ความคิดเห็นที่ 1 ความทรงจำเก่าๆ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แบล็คกี้ วันที่ : 05/10/2013 เวลา : 14.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blacky

นี่คือปัญหาของประเทศไทย ที่ข้าราชการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการยับยั้งการบุกรุกทำลายป่าบนภูเขาต้นน้ำ ไม่ทำการยับยั้งแต่แรก ครั้นจะไปทำตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว ก็ปล่อยเลยตามเลย ทำให้เป็นปัญหาน้ำหลากท่วมทุกปี แก้ปัญหาด้วยการสร้างเขื่อนกั้นน้ำก็คงไม่สามารถกั้นได้ และจะทำให้เสียป่าไปอีกจำนวนมาก วิธีแก้ก็ต้องใช้ยาแรง ห้ามบุกรุกอีกต่อไป ห้ามปลูกข้าวโพดบนภูเขาที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ และต้องปลูกป่าทดแทนอย่างเร่งด่วน แต่เชื่อเถอะขืนใช้วิธีนี้เดี๋ยวก็มีม็อบมาปิดถนนอีกแน่นอน นี่คือปัญหาที่ไม่มีทางแก้ไขได้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน