• กอร์ปศักดิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ksabhavasu@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-27
  • จำนวนเรื่อง : 97
  • จำนวนผู้ชม : 236678
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
korbsak
ขอแจมด้วยคน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/korbsak
วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม 2551
Posted by กอร์ปศักดิ์ , ผู้อ่าน : 1446 , 14:43:45 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ไม่ใช่เรื่องที่ว่าท่านผู้ว่าการจะโดนย้ายหรือไม่     เพราะนั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของท่านผู้ว่า 

เรื่องที่สำคัญกว่า    คือ  มาตรการการใช้เงินบาทซื้อเงินดอลล่าร์สหรัฐ    

เป็นมาตรการที่ธนาคารชาติดำเนินการในการปกป้องค่าเงินบาท ไม่ให้เงินบาทแข็งค่าเกินกว่าเป้าหมายที่ธนาคารวางไว้ 

ผมคุยเรื่องนี้ให้ฟังไว้หลายครั้ง   หลายโอกาส     ส่วนหนึ่งก็ด้วยความเป็นห่วง     แต่ที่สำคัญกว่าคือต้องการให้ท่านผู้อ่านได้มีข้อมูลที่ครบถ้วน    

 ผมนำตัวเลขที่บ่งบอกแก่เราว่า  ธนาคารชาติได้นำเงินบาทมาซื้อเงินดอลล่าร์ สะสมไว้แล้วเป็นจำนวนเท่าใด      เป็นตัวเลขระหว่าง เดือน กันยายน  - เดือนมกราคม ของปี ๒๕๕๐   และ ๒๕๕๑     นำมาให้ดูเพื่อจะได้เปรียบเทียบให้ได้เห็นชัดๆว่า    การแทรกแซงค่าเงินในวันนี้   ไม่ปกติ   แตกต่างจากการแทรกแซงในอดีตอย่างสิ้นเชิง 

ตารางที่ ๑   ปี ๒๕๕๑    ดูจากบรรทัดสุดท้าย       ตัวเลขซื้อล่วงหน้าสะสม เกือบ  ๒๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ หรือประมาณ  ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท 

 

2008

 

International Reserves (Monthly) 1/

Sep

Oct

Nov

Dec

Jan

1

(Millions of US Dollars)

 

 

 

 

 

2

Gold

1,990.73

2,115.32

2,099.24

2,233.88

2,473.67

3

SDRs

0.90

0.91

0.19

0.19

2.59

4

Reserve position in the
    IMF

115.20

113.23

111.75

110.92

110.59

5

Foreign currency
    reserves

78,579.87

80,198.35

82,393.55

85,110.13

90,182.44

6

Total

80,686.71

82,427.82

84,604.74

87,455.12

92,769.29

7

Net Forward Position

12,854.40

16,722.10

18,348.70

19,085.65

21,944.40


ตารางที่ ๒
  ปี ๒๕๕๐  ดูจากบรรทัดสุดท้าย    ตัวเลขซื้อล่วงหน้าสะสม  ๗,๖๙๐ ล้านเหรียญ หรือ ประมาณ  ๒๖๐,๐๐๐ ล้านบาท   มากพอดู  แต่น้อยกว่าตารางที่ ๑

 

2007

 

International Reserves (Monthly) 1/

Sep

Oct

Nov

Dec

Jan

1

(Millions of US Dollars)

 

 

 

 

 

2

Gold

1,595.90

1,617.62

1,732.69

1,693.31

1,742.87

3

SDRs

0.89

0.87

0.88

0.88

0.87

4

Reserve position in the
    IMF

183.97

166.67

143.78

143.46

142.10

5

Foreign currency
    reserves

59,811.92

60,517.04

62,611.05

65,147.13

64,883.53

6

Total

61,592.68

62,302.19

64,488.40

66,984.78

66,769.37

7

Net Forward Position

3,985.00

5,291.00

8,536.00

6,941.00

7,690.00

สรุปได้ว่าใช้เงินมากกว่าที่เคยถึง ๓ เท่า   และก็ไม่ใช่สาเหตุจากการยกเลิกมาตรการ   ๓๐ เปอร์เซ็นต์    เพราะเป็นตัวเลขที่เกิดขึ้นก่อนมีรัฐบาลใหม่ 

เป็นการแทรกแซงโดยใช้เงินกว่า  ๘  แสนล้านบาทในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือน ( ตัวเลขไม่รวมที่ได้ซื้อดอลล่าร์สะสมไว้ก่อนหน้านี้ )  อยากรู้ว่าเงิน ๘ แสนล้านมากแค่ไหน   เปรียบเทียบได้ว่าเงินจำนวนนี้ใช้สร้างรถไฟฟ้าใต้ดินได้  ๑๐ สาย 

เงินกว่า ๘ แสนล้านนี้ธนาคารชาติต้องกู้มา      เสียค่าดอกเบี้ยเท่าไหร่ 

เงินกว่า ๘ แสนล้านนี้นำไปซื้อเงินดอลล่าร์ขณะที่  ๑ เหรียญดอลล่าร์มีค่าประมาณ  ๓๔ – ๓๕  บาท     วันนี้เงินเหรียญสหรัฐมีค่าเหลือเพียง  ๓๑-๓๒ บาท     ขาดทุนไปแล้วเท่าไหร่ 

น่าใจหายว่า ในวันหนึ่งข้างหน้า      ธนาคารชาติจะมีผลประกอบการที่ขาดทุนมหาศาล   ถ้าเป็นสถาบันการเงินธรรมดา   เจ็งสนิทไปแล้ว 

เมื่อถึงวันนั้นหนีไม่พ้นที่รัฐบาลจะต้องนำเงินภาษีที่เก็บจากพวกเราเข้าโอบอุ้มอีกครั้ง   

ที่ร้ายกว่านั้นก็คือหนี้เก่า๑.๓ ล้านล้านบาทที่เกิดจากการปกป้องค่าเงินครั้งรัฐบาลพ่อใหญ่ชวลิตยังคาราคาซัง   ไม่ได้มีการชำระคืนเงินต้น  ได้แต่เพียงให้กระทรวงการคลังใช้เงินภาษีชำระดอกเบี้ยไปก่อน

โล่งอกที่คนเก่งจากลอนดอนกลับมาแล้ว   หมอสุรพงษ์ควรจะรีบเข้าพบโดยด่วน    ตั้งคนเก่งให้เป็นที่ปรึกษากระทรวง      ช่วยแก้ปัญหาโดยเร็วครับผม 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
boran-new วันที่ : 09/03/2008 เวลา : 23.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tain

เราต้องเอาจริงๆกันครับ
อย่าให้ใครเขาว่าเราได้นะครับว่า เขาเตะหมูเข้าปากหมา อย่างให้ใครว่าเราคือหมานะครับถ้ามีโอกาสเราต้องร่วมมือกันนะครับ คุณกร์อปศักดิ์
ให้กำลังใจประชาธิปัตย์ครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
BaCon วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 08.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countonme

ขอบคุณครับ ... ที่กรุณาตอบ

ผมขออนุญาตนำไปกล่าวถึงในลิงก์นี้ของผมนะครับ ...

http://www.oknation.net/blog/countonme/2008/03/07/entry-1

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 09.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

น่าเป็นห่วงครับ ผู้ว่าฯออกมายอมรับเองเมื่อหกเดือนที่แล้ว ว่าเจ๊งอยู่สองแสนกว่าล้านบาท นี่ถ้าmark-to-market ทั้งก้อน(ว่าซื้อเข้ามาเท่าไร) ไม่อยากจะคิดครับ
มะกันเอาเปรียบชาวโลก สร้างปัญหาให้ตลอด สิบเอ็ดปีก่อนก็โจมตีค่าเงินบาท ทั้งที่ตัวเองขาดดุลการค้าและดุลงบประมาณมหาศาล เงินดอลล่าร์ไม่น่าจะแข็งกว่าเงินบาทได้ กลับพิมพ์ได้ไม่อั้นและไม่เสื่อมค่าลงซะอีก
นี่แห่เข้าตลาดน้ำมัน ตลาดทอง ตลาดโภคภัณฑ์ทั้งหลาย เราท่านกระอักกับราคาน้ำมันและราคาสินค้า (เงินเฟ้อ 4.7-7.5% ทั่วโลก) แต่ไม่ยอมให้โรงงานบ้านเราขึ้นราคาสินค้า ก็ต้องเจ๊งกันไป
อ้อ ยังไม่ได้ทวงแปดแสนล้านบาทจากเริงชัย ตามที่ศาลตัดสินหรือครับ? กรมบังคับคดีไม่ดำเนินการติดตาม?....

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กอร์ปศักดิ์ วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 09.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korbsak

ตอบได้ดังนี้ครับ

๑. net forward position เป็นเรื่องของธนาคารชาติทั้งหมดครับ
๒. เป็นคำถามที่ดีว่าไปแทรกแชงทำไม มีหลายความเห็นในเรื่องนี้ จีน ญี่ปุ่น แทรกแซงโดยการพิมพ์ธันบัตรจำนวนมากเช่นกัน แต่ฐานะทางการค้าระหว่างประเทศของเรากับจีนและญี่ปุ่นเทียบกันไมได้
๓. ผมได้แสดงความเห็นมาตลอดว่า สมัยนี้ใครคิดว่าปกป้องค่าเงินได้ เท่ากับเป็นการหลอกตัวเอง มีเวลาอ่านบทความที่ korbsak.com ได้ครับ
๔. ทุกครั้งที่ธนาคารแทรกแซง จำเป็นต้องดูดซับสภาพคล่อง ธนาคารชาติต้องออกพันธบัตรและต้องขออนุญาติกระทรวงการคลังทุกครั้งครับ ถึงวันนี้ถ้าจำไม่ผิด กว่า๒ ล้านล้านบาทแล้ว
๕. ถ้ารัฐบาลเร่งให้มีการนำเข้าเครื่องจักรและการลงทุนmega project รวมทั้งปล่อยให้เงินไหลอออกได้เสรีขึ้น จะช่วยได้มาก

เถียงไม่ได้หรอกครับว่าไม่ขาดทุน ถึงว้นนี้เป็นแสนล้านก็แล้วกัน
อีกไม่นานก็ต้องออกมารายงานแล้วว่าปีนี้ขาดทุนอีกเท่าไหร่
ไม่มีเจตนาปล่อยข่าวลือ เพราะไม่มีประโยชน์ใดๆ แต่ต้องการให้เราๆท่านๆที่สนใจได้ทราบ
ท่านเองอาจเข้าใจเรื่องการเงินได้ดีกว่าผมเสียด้วยซ้ำ
ขอบคุณครับที่สนใจและสอบถามมา

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
BaCon วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 08.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countonme

การที่คุณมาพุ่งประเด็นว่าแบงก์ชาติขาดทุนมหาศาล แล้วคาดหวังจะให้ผมอ่านแล้วเชื่อ ... ผมก็อยากจะขอทราบเหตุและผลที่ฟังแล้วน่าเชื่อถือด้วยครับ

เพราะอาจเป็นไปได้ว่า ... สิ่งที่ผมเข้าใจอาจจะไม่ถูก ก็อยากจะให้ช่วยพยายามอธิบายด้วยครับ ... ยากแค่ไหนท่านก็ควรจะต้อง"พยายาม"อธิบาย ...

มิฉะนั้นแล้ว การมาประกาศปาวปาวว่าแบงค์ชาติใกล้เจ๊งเช่นนี้ น่าจะถือเป็นการปล่อยข่าวลือได้นะครับ ......

สมัยก่อนมีข่าวลือว่าธนาคารพาณิชย์บางแห่งขาดสภาพคล่อง มีคนนำข่าวลือนี้ไปลงหนังสือพิมพ์ ประชาชนตกกะใจ แห่ไปถอน เพราะเชื่อสื่อ !!!

ปกติมีคนมาถอนเงินเฉลี่ยวันละกี่ร้อยล้านบาท
แต่ในช่วงข่าวลือ คนแห่มาถอนเงินวันละกี่พันล้านบาท
เท่านั้นแหละครับ ... ฉิบหายกันเป็นแถบบบบบบบ

ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสถาบันการเงินในประเทศ
ธนาคารของคนไทย ปัจจุบันกลายเป็นของต่างชาติเรียบ

*********************************


ผมจึงอยากจะให้ช่วยยืนยันคำถามนี้ด้วยครับ ...

ผมถามไว้ว่า ... " คำว่า Net Forward Position จะถือเป็นสถานะ FX ของแบงค์ชาติเพื่อการแทรกแซงเงินบาททั้งหมดเลยได้หรือไม่ ... หรือว่าเป็นตัวเลขที่รวบรวมจาก Forward Position ของธนาคารพาณิชย์ทั้งประเทศที่รายงานไปยังแบงค์ชาติ ??? "

เพราะอ่านดูแล้ว...เหมือนท่านกำลังจะบอกว่า ...
เงินสำรองรวม 1.1 แสนล้านบาทในเดือนมกรา 51
เป็นดุลการค้า 6 หมื่นล้านเหรียญ
อีก 5 หมื่นล้านเหรียญเป็นผลงานการเก็งกำไรของแบงก์ชาติ

อ่านแล้วเหมือนท่านกำลังจะบอกว่า Net Forward Position
เป็น Position ของแบงก์ชาติเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับธนาคารพาณิชย์ใด ๆ เลย

ใช่ไหมครับ ???

***********************************

การที่แบงก์ชาติทำ Buy SPOT แล้วเปิด SWAP Sell & Buy
ก็เท่ากับว่าแบงก์ชาติเปิด FX Position ...
เป้าหมายเพื่อแทรกแซงเงินทั้งหมด 5 หมื่นล้านเลยหรือครับ ???

ก็ถ้าสมมุติว่าเมื่อเดือนที่แล้วทำ SPOT ไว้ เดือนต่อมาก็คงจะเหลือแต่ SWAP ขาหลัง
ถ้าทำไว้เป็นเวลา 6 เดือน SWAP ขาหลังก็ควรปรากฏเป็น Net Forward Position อีก 5 เดือน
นั่นก็ไม่น่าจะรวมเป็น 5 หมื่นล้านเหรียญได้นะครับ
ก็ควรจะมองกันแค่ 2.2 หมื่นล้านเหรียญนั่นแหละ


แต่เหมือนท่านกำลังจะบอกว่า ...
ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีการกำหนดเพดาน Limit
สำหรับการเปิด Position เลยหรือครับ
ทั้ง ๆ ที่เคยมีประวัติเรื่องการแทรกแซงค่าเงินบาทมาก่อนในสมัยคุณเริงชัย


แล้วพอจะทราบไหมครับว่าแบงค์ชาติจะเปิด Position เช่นนั้นไปเพื่ออะไร ???


ก็ในเมื่อภาวะตลาดโลกเป็นที่ชัดเจนว่าค่าเงิน USD จะอ่อนตัวลง
เนื่องจากปัญหาสงครามตะวันออกที่เรื้อรังและกระทบต่อสหรัฐโดยตรง
รวมไปถึงปัญหา subprime ที่แม้แต้นักการเงินทั่วโลกก็ยังยกนิ้วให้ว่าปัญหานี้แรงจริงและแรงนาน
ซึ่งแปลง่าย ๆ ว่า ... ค่าเงิน USD ต้องอ่อนอีกยาว
และสำหรับค่าเงินบาทก็ชัดเจนว่าต้องแข็งตัวขึ้น
แล้วธนาคารแห่งประเทศไทยจะไปทวนกระแสเพื่ออะไรครับ
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแทรกแซงอะไรกันนักหนาครับ
เพราะภาวะค่าเงินที่มีทิศทางชัดเจนในช่วงหลายปีมานี้

แข็งมากหรือแข็งน้อย
แข็งช้าหรือแข็งเร็ว
ก็ชัดเจนว่าไปในทิศทางเดียวเท่านั้น ...คือ บาทแข็ง



สำหรับผู้ประกอบการส่งออกหรือนำเข้า ก็สามารถวิเคราะห์เองได้
แต่การจะตัดสินใจทำการค้า ก็ยังมีทางเลือกในการชำระเงินได้อีก
เช่น ... สำหรับผู้ส่งออกแทนที่จะตกลงกันเป็นเงิน usd ก็อาจจะเปลี่ยนไปเป็น euro แล้วทำ Hedging ไว้
แต่สำหรับผู้นำเข้า ก็อาจจะยืนยันที่จะค้าขายเป็นเงิน usd แล้วเปิด Position ไว้โดยไม่ทำ Hedging
แต่จริง ๆ แล้วอะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้นไม่ว่าจะนำเข้าหรือส่งออก ก็ควรทำ Hedging ไว้
เพราะการเปิด Position ถือเป็นการแบกความเสี่ยงสองทาง
ทางหนึ่งก็คือเก็งกำไรจากสินค้าที่เราเชี่ยวชาญ
อีกทางหนึ่งก็คือเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
การทำ Hedging ก็เป็นการเพิ่มต้นทุนในสินค้า
แต่ผู้ค้าก็ยังสามารถผลักภาระต้นทุนไปในราคาสินค้าได้
ซึ่งก็อาจจะทำให้ศักยภาพในการแข่งขันน้อยลงไปอีกหน่อย
แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้เจ๊งงงงงงงงงงงงเพราะค่าเงิน
เนื่องจากได้ปิดโอกาสขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้แล้วด้วยการทำ Hedging


*********************************

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
กอร์ปศักดิ์ วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 22.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korbsak

เงินสำรองมีมากกว่าแสนล้านเหรียญเกิดจากการแทรกแซงมากกว่าการค้าขายที่เกินดุลย์ครับ ค้าขายเกินดุลย์มีตัวเลขชัดเจนจากปี ๒๕๔๐ ถึงปัจจุบันประมาณ๖๐,๐๐๐ ล้าน อีก ๕๐,๐๐๐ ล้านเป็นผลจากการแทรกแซงทั้งสิ้น

เราไม่ได้เก่งจริงแบบที่คุยกันหรอกครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
กอร์ปศักดิ์ วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 22.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korbsak

อธิบายให้เข้าใจยากครับ
เวลาแทรกแซงตลาดต้องซื้อเงินดอลล่ห์ทันที เรียกว่า spot แล้ว ทำ swap ไว้ ทุกครั้ง รวมแล้วกลายเป็น forward position ที่แสดงไว้ ซึ่งมีการ unwind เป็นช่วงๆ ผมไม่ใช่ operator แต่ได้พยายามทำความเข้าใจมาตั่งแต่ติดตามการแทรกแซงค่าเงินสมัยต้มยำกุ้ง

ขาดทุนมากเพราะตอนซื้อดอลล่าห์ ค่าดอลล่าห์แพงกว่าปัจจุบัน และต้องดูดซับสภาพคล่องทำให้ต้องกู้เงินบาทจากตลาด เสียค่าดอกเบี้ยอีก ถ้าดอลล่าห์กลับมาแข็งค่าขึ้นในอนาคตก็จะถือว่าโชคดีไป

ดุลการค้าอาจไม่เกินมากในอนาคตข้างหน้าถ้ารัฐบาลทำได้ดี มีการลงทุนมากขึ้นแล้วเราจะเริ่มขาดดุลย์ ซึ่งจะช่วยให้เงินบาทอ่อนค่าลง

หว้งไว้อย่างนั้นครับ พวกเราจะได้ไม่เดือดร้อน

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BaCon วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countonme

เจ๊งยังไงครับ ??????????

คำว่า Net Forward Position จะถือเป็นสถานะ FX ของแบงค์ชาติเพื่อการแทรกแซงเงินบาททั้งหมดเลยได้หรือไม่ ... หรือว่าเป็นตัวเลขที่รวบรวมจาก Forward Position ของธนาคารพาณิชย์ทั้งประเทศที่รายงานไปยังแบงค์ชาติ ???

เชิญพิจารณาข้อมูลจากแบงก์ชาติ :
http://www.bot.or.th/bothomepage/databank/EconData/EconFinance/Download/Tab49.xls

ผมพบว่ารัฐบาลยุคขิงแก่ ... เป็นยุคที่ประเทศไทยมีเงินสำรองต่างประเทศสูงที่สุด

ยังจำได้ไหม ... ที่เฮียทั๊กคุยนักคุยหนาเรื่องเงินทุนสำรองสูงสุด ( ลองไปค้นข่าวเก่า ๆ ดูสิครับ )


ผมขออนุญาตอ้างถึงบทความจากเวบนี้ครับ เรื่องเกี่ยวกับ Net Forward Position ในรายงานของแบงก์ชาติ

**********************************

http://www.thaivi.com/webboard/viewtopic.php?=&p=245222

เงินสำรองระหว่างประเทศ ตอนที่ 2 : ประเทศเรามีเงินสำรองอยู่เท่าไรแน่ ?

แจงสี่เบี้ย : ดร.ทรงธรรม ปิ่นโต ผู้บริหารส่วน ส่วนดุลการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย
กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

..............

คราวก่อน กระผมได้พาท่านผู้อ่านไปทำความเข้าใจที่มาของเงินสำรองระหว่างประเทศ (International Reserves) ซึ่งถ้าหากท่านผู้อ่านสนใจอาจเข้า website ของ ธปท. www.bot.or.th แล้ว click ไปที่ Economic Data และ International Reserves (weekly) ก็จะเห็นข้อมูลดังกล่าว อาทิเช่น ณ 29 มิ.ย. 2550 เรามีเงินสำรองระหว่างประเทศจำนวน 72.9 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของหลักทรัพย์ และเงินตราต่างประเทศ (71.1 พันล้านดอลลาร์) นอกจากนี้ ก็เป็นทองคำและสิทธิพิเศษถอนเงินจาก IMF อีกนิดหน่อย

ในตารางยังมีข้อมูลที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งคือ Net Forward Position (ฐานะเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิ) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 9.5 พันล้านดอลลาร์ เครื่องหมายเป็นบวกหมายความว่าในอนาคตเรามีสิทธิที่จะได้รับเงินตราต่างประเทศอีก 9.5 พันล้านดอลลาร์ ในการวิเคราะห์จึงควรรวม Net Forward Position ด้วย สิ่งที่ควรระวังคือ Net Forward Position อาจเป็นลบได้ ในกรณีที่เรามีภาระต้องจ่ายคืนเงินตราต่างประเทศ

การดูแต่ข้อมูลเงินสำรองระหว่างประเทศอย่างเดียว โดยไม่ดูข้อมูล Net Forward Position ประกอบจึงอาจส่งผลให้ดูเสมือนว่า เงินสำรองระหว่างประเทศเราสูงหรือต่ำกว่าความเป็นจริง คำถามที่น่าสนใจคือ รายการ Net Forward Position มีความเป็นมาอย่างไร แสดงถึงความไม่โปร่งใสในการรายงานข้อมูลหรือไม่

ข้อเท็จจริงก็คือ Net Forward Position เกิดขึ้นจากการใช้เครื่องมือของ ธปท. ในการบริหารสภาพคล่องโดยปกติ การเพิ่มขึ้นของเงินสำรองระหว่างประเทศส่วนใหญ่มาจากการเข้าไปซื้อดอลลาร์ เมื่อ ธปท. เข้าไปซื้อดอลลาร์ ก็จะส่งมอบเงินบาทให้กับธนาคารพาณิชย์ (ธพ.) ส่งผลให้เงินบาทในระบบเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้า ธปท. ไม่ดูดซับเงินบาทกลับ ก็จะทำให้เงินบาทในระบบมีมากขึ้น ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดต่ำลง ทำให้อัตราดอกเบี้ย ไม่เป็นไปตามที่กำหนดโดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน ซึ่งจะใช้อัตราดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมเงินเฟ้อ ให้เป็นไปตามเป้าหมาย

เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่ ธปท. เข้าไปซื้อดอลลาร์จึงต้องมีเครื่องมือที่จะใช้ดูดสภาพคล่องเงินบาท เพื่อไม่ให้กระทบต่อดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่ง ธปท.อาจดูดเงินบาทออกจากระบบโดยออกพันธบัตรขายให้กับภาคเอกชน หรืออาจใช้วิธีขายดอลลาร์ในตลาดทันที (Spot) และซื้อดอลลาร์กลับในอนาคต (Forward) พร้อมๆ กัน หรือที่เรียกว่า การทำสัญญา Swap (ซึ่งการดูดสภาพคล่องแต่ละวิธีก็มีต้นทุนเกิดขึ้นที่แตกต่างกัน)

การขายดอลลาร์ในตลาดทันที จะทำให้ ธพ. ต้องส่งเงินบาทให้กับ ธปท. จึงเท่ากับว่าสภาพคล่องเงินบาทโดยรวมไม่เปลี่ยนแปลง เพราะจะไปหักล้างกับเงินบาทที่ ธพ.ได้ไปจากการที่ ธปท.เข้าไปแทรกแซงซื้อดอลลาร์ในตอนแรก และยอดที่ปรากฏเป็น Net Forward Position ก็คือยอดสัญญาซื้อดอลลาร์ในอนาคต (Forward) ดังกล่าวนั่นเอง ส่วนธนาคารพาณิชย์ ก็จะนำเงินดอลลาร์ที่ได้ไปลงทุนหรือฝากไว้ในต่างประเทศเสมือนกับมีเงินไหลออกช่วยลดเเรงกดดันจากดอลลาร์ ที่ไหลเข้ามาได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการลดเเรงกดดันต่อค่าเงินบาท ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยด้วย

และเมื่อถึงกำหนดตามสัญญาและ ธปท. ไม่ต่อสัญญา นั้น ธพ.ก็จะนำเงินดอลลาร์ที่ไปลงทุนนั้นกลับมาส่งมอบให้กับ ธปท. ทำให้ยอดเงินสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นเท่ากับยอด Net Forward Position ที่ลดลง

นี่เป็นเหตุผลว่าในการวิเคราะห์เราจึงต้องรวมยอดทั้ง International Reserve และ Net Forward Position เข้าด้วยกัน เเละเพื่อประโยชน์ และความโปร่งใส และสร้างความเข้าใจของสาธารณชน ธปท. ได้เผยแพร่ทั้ง 2 ยอดรายการดังกล่าวใน website ทุกๆ สัปดาห์มาตั้งแต่ปี 2542

**********************************


ผมอ่านบทความจากลิงค์นั้นดูแล้ว ก็เข้าใจว่า Net Forward Position คือสถานะเงินดอลล่าร์สุทธิที่จะได้รับในอนาคต ( LONG Position )

เมื่อผู้ส่งออก"แห่ขาย"ดอลล่าร์ล่วงหน้า
แบงก์พาณิชย์ที่เป็นคู่ค้าก็ต้องรับซื้อล่วงหน้า
เมื่อแบงก์พาณิชย์รับซื้อล่วงหน้า ก็ต้องทำ Hedging

ในการทำ Hedging อาจทำได้หลายวิธีเพื่อ Matching FX Position ธนาคารอาจเลือกทำ Swap Hedging ประเภท SELL & BUY หรืออาจจะเลือกทำ Hedging ด้วยการทำ SPOT + FORWARD + DEPOSIT ซึ่งในกรณีหลังนี้ การจะทราบกำไรขาดทุนแท้จริง ก็ควรทราบ DEPOSIT Position ของ Hedging Position แต่ละธุรกรรมด้วย

ยิ่งในภาวะที่มีข่าวว่าค่าเงินบาทจะแข็ง = ค่าเงิน USD จะอ่อนอีกยาวนาน ก็ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ส่งออกจะแห่ขาย USD ล่วงหน้า ( แต่จะสังเกตุว่าช่วงนี้ไม่เห็นพูดถึงข่าวของฝั่งผู้นำเข้า ) รายงาน Net Forward Position ช่วงนี้ก็ย่อมต้อง LONG คือเป็นบวกแน่นอน แต่รายงาน Forward Position ก็เป็นแค่เพียง Realized Gain or Loss ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน เพราะถึงแม้อัตราแลกเปลี่ยนจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง แม้ค่าเงินดอลล่าร์จะแข็งโป๊กหรืออ่อนยวบ แต่ถ้ายังไม่ถึงวัน Settlement Date ก็ยังไม่ใช่ผลกำไรขาดทุนแท้จริง จนกว่าธุรกรรม Forward นั้น ๆ ถึงกำหนดส่งมอบในอนาคต

อีกทั้งยังมีโอกาสที่ผู้ทำ Hedging อาจจะซื้อสัญญาล่วงหน้าคืนก่อนกำหนด หรืออาจจำเป็นต้องขยายระยะเวลาสัญญาไปอีกสักระยะ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงต่าง ๆ ย่อมส่งผลต่อกำไรขาดทุนในแต่ละครั้ง เนื่องจากต้องคำนึงถึงอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละช่วงเวลาด้วย

ถ้าจะดูแต่ Report นี้ของแบงก์ชาติ แล้วมาสรุปว่าขาดทุนกี่ล้านล้านบาทเช่นนี้ ... ผมว่ามันไม่น่าจะถูกต้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ... นะคร๊าบบบบบบบ

*******************************

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ฟ้าใสที่ปลายฟ้า วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 21.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/feasai
พรากมีวันพบ จากมีวันเจอ จากกันยามเป็นได้เห็นน้ำใจ จากกันยามตายได้เห็นน้ำตา

แจ้งข่าวการสูญเสียบล็อคเกอร์น้องเดือนอย่างไม่มีวันกลับค่ะ เชิญร่วมอำลาอาลัยที่บ้านฟ้าใสค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 14.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ข้อมูลที่นำมาเสนอ น่าวิตกแทนประเทศชาตินะครับคุณกอปศักดิ์

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 14.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

เรื่องใหญ่ใช่เรื่องเล่น
แค่คิดเป็นก็ไม่ไหว
ต้องช่วยด้วยจริงใจ
ทำ เพื่อไทยใช่ เพื่อพรรค

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เด็กชายก้อง วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jezt
หัวใจมีเหตุผลของมันเองที่สมองไม่มีวันจะเข้าใจ

เห็นจำนวนเงินแล้ว ไม่อยากคิดให้เสียวไส้เลยว่า มันจะมากมายสักเท่าใด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จี ทู จี ปลอม

คลิปสองนาที เข้าใจง่ายๆว่ารัฐบาลขายข้าวที่ซื้อมาจากชาวนาแบบ จี ทู จี พิศดารขนาดไหน

View All