• หน่อผุด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-06-09
  • จำนวนเรื่อง : 273
  • จำนวนผู้ชม : 763223
  • ส่ง msg :
  • โหวต 459 คน
หน่อไม้ในกอไผ่
ไม่มีหน่อไม้ ไผ่ไม่เป็นกอ กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
วันพฤหัสบดี ที่ 30 กันยายน 2553
Posted by หน่อผุด , ผู้อ่าน : 5011 , 19:16:24 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน

ละคร...สอนเด็กเป็นกะเทยมั้ย?

จากเอนทรี่ที่แล้ว "อยากเห็น...จุดเปลี่ยนวงการทีวีไทย" มีความเห็นจากเพื่อนบล็อกเกอร์อย่างน้อยสองท่านว่า บทบาทกะเทยซึ่งมีอยู่ในละครไทยแทบทุกเรื่องนั้น อาจเป็นการยัดเยียดให้เด็กชายกลายพันธ์เป็นกะเทย เป็นประเด็นน่าสนใจ หยิบมาเปิดเอนทรี่ใหม่ซะเลย

ส่วนตัวดิฉันไม่ติดใจบทกะเทยในละคร ถ้าบทนั้นมันสมจริงหรืออาจเว่อร์ไปนิดประสาละคร ถ้าสะท้อนชีวิตให้คนดูได้ขบคิดบางเรื่องราว เช่นบทพี่อ๊อฟพงพัฒน์ใน "พระจันทร์สีรุ้ง"

อันที่จริง เพื่อนฝูงที่รายล้อมรอบตัวเราเป็นกะเทยเยอะแยะ เขาเป็นเพื่อนร่วมสังคมเป็นปกติ แต่ที่รู้สึกเกินพอดี ตรงที่กะเทยในละคร ถูกสร้างบทมาให้เป็นตัวตลกในสายตาคนดู แร่ดสุดฤทธิ์ กินผู้ชายเป็นอาหาร ที่หลายท่านเป็นห่วง และกลัวลูกหลานจะกลายเป็นกะเทย ถ้าดูอยู่ทุกวี่ทุกวัน ในละครแทบทุกเรื่อง

เท่าที่เรียนรู้จากครูบาอาจารย์ อ่านหนังสือจิตวิทยาเด็กหลายเล่ม เก็บมาจากบทความของจิตแพทย์บางท่านที่เผยแพร่ผ่านเว็บ และเคยจัดเวทีเสวนาสาธารณะโดยทีม "ป๊ะกั๋นยามแลง" เป็นครั้งแรกในลำปางที่หยิบยกเอาเรื่องเพศที่ 3 มาคุยกันจริงจังในที่สาธารณะ บนเวทีมีชาวสีม่วงมาร่วมเสวนา มีชายจริงหญิงแท้เพียง 2 ท่าน คือคุณหมอโกมล ภัทรฤทธิกุล พิธีกร และคุณหมอวชิราภรณ์ อรุโณทอง จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น มาร่วมเสวนาด้วย โดยมี เก้ง กวาง ชะนี ทอม ดี้ ฯลฯ มีคุณแม่มากับลูกสาวประเภทสอง มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กันด้วย

ประเด็นนึงที่เราพูดถึง...ลูกชายเห็นกะเทยในละคร จะทำให้เด็กอยากเป็นกะเทยมั้ย?

แต่เดี๋ยวขอเล่าอะไรนิดนึงก่อนค่ะ

ดิฉันรู้จักครอบครัวนึง คุณแม่มาทำงานให้ที่บ้าน มีลูกชายหน้าตาดีแต่รักสวยรักงาม เรียบร้อย ชอบทำอาหาร เป็นเด็กดีค่ะ ดิฉันเห็นมาตั้งแต่เด็ก โตขึ้นไปทำงานในคาบาเร่ต์แห่งนึงในพัทยา คุณแม่เห็นแววตุ้งติ้งมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ แต่ปฏิเสธกับตัวเองมาตลอดว่า "ลูกเราไม่ใช่" วันนึงลูกกลับบ้านตัดสินใจบอกแม่ว่า "อยากแปลงเพศ" คุณแม่แทบสลบ มาปรึกษา ดิฉันไม่อาจก้าวก่ายการตัดสินใจ จึงบอกว่าการแปลงเพศคงต้องคุยกันในครอบครัว แต่ก่อนอื่นนั้น ดิฉันอยากให้คุณแม่ยอมรับในความเป็นตัวเขา ให้เขาเป็นตัวเองอย่างมีความสุขในสังคม แต่ที่สุด คุณแม่ยอมรับไม่ได้ ยื่นคำขาดว่า ถ้าแปลงเพศเป็นอันขาดแม่ขาดลูกกันไป

น้องเขาเลยไม่แปลงเพศ และพยายามเป็นชายให้แม่เห็น แต่งงานกับสาวฮ่องกงและมีลูก

คุณคิดว่า...น้องคนนี้ เขาแมนจริงมั้ย?

อีกรายค่ะ...อันนี้น้องในชมรมรักร่วมเพศที่มาร่วมเวทีเสวนาเล่าให้ฟังถึงรุ่นพี่ของเขาว่า ตอนเด็กพ่อแม่ไม่ยอมรับความอยากเป็นหญิงของลูกชายเช่นเดียวกัน บังคับให้ดูฟุตบอล เล่นฟุตบอล ซื้อของเล่นปืนผาหน้าไม้มาให้เล่น เขาก็เล่นค่ะ เก่งด้วย โตมาเขาก็แต่งงานกับหญิงและมีลูกอย่างที่พ่อแม่ต้องการ มีลูกด้วยกัน แต่ทนทุกข์กับการปิดบังตัวเองมานานจนอายุ 50 กว่า จึงตัดสินใจเป็นตัวของตัวเอง และปัจจุบันเป็นกะเทยคนหนึ่ง

เด็กกะเทย...ให้เขาเล่นกีฬาห้าวหาญชาญชัย เล่นปืนผาหน้าไม้ ถ้าเขาเป็นกะเทย เขาก็เป็น

กลับกันค่ะ

เด็กชายแท้...ให้เขาดูละครกะเทยทุกวัน มันก็ไม่ทำให้เขาอยากเปลี่ยน เพราะสิ่งที่เขาเป็นอยู่นั้นมันดีอยู่แล้ว เอาตุ๊กตาบาร์บี้มาให้เล่น เขาก็เป็นชายอยู่ดี

แล้วเราจะกลัวอะไร? ละครมีบทกะเทยแร่ดสุดฤทธิ์ กินผู้ชายเป็นอาหาร มีมันทุกเรื่องเลยยังได้

มันไม่ได้ทำให้เด็กชายอยากเป็นกะเทย แต่ทำให้เด็กที่ลังเลสับสนอยู่ หรือแอบจิตอยู่นั้น เขามั่นใจที่จะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ซึ่งอันนี้ดิฉันว่าดีนะ ดีกว่าต้องมีผู้หญิงซวยแต่งงานกับชายที่แท้จริงแล้วเขารักเพศเดียวกันมากกว่า ครอบครัวแตกภายหลัง อย่างกรณีที่ยกตัวอย่าง

อีกหนึ่ง...มันทำให้ภาพพจน์ของกะเทยที่มีอยู่หลากหลายในสังคม ถูกมองไปในทางเดียวกันว่า พวกเธอแร่ด เห็นผู้ชายแล้วน้ำลายสอ ทั้งที่จริงแล้ว กะเทยเรียบร้อยก็มี กะเทยนักกิจกรรมก็มี กะเทยนักพัฒนาชุมชนก็มี...

แหม หน่อผุดเป็นกะเทยหรือไง ทำไมพูดแทนเขา ว้ายยยย...ไม่ใช่นะยะ

ดิฉันรับฟังมาจากน้องกะเทยในเวทีเสวนาค่ะ เมื่อดิฉันถามว่า เคยคิดบ้างมั้ยว่า ทำไมสังคมจึงมองกะเทยอย่างรังเกียจเย้ยหยัน พวกเธอบอกว่า "สังคมจะมองเรายังไง มันขึ้นอยู่กับการประพฤติ ปฏิบัติของกะเทยด้วย เว่อร์เกินพอดีไปมั้ย รู้กาลเทศะหรือเปล่า" บทกะเทยแร่ดในละครทำให้สังคมมองพวกเธออย่างนั้น และมันอาจทำให้เด็กกะเทยมีพฤติกรรมเลียนแบบกะเทยในละครได้

เอ่อ...แต่ถ้าผู้จัดละครจะบอกว่า ละครเลียนแบบกะเทยแร่ดในสังคมจริงต่างหาก ไม่ใช่กะเทยจริงมาแร่ดตามกะเทยในละครหรอก...ใครเลียนแบบใคร?...อืมม์

มีผลการศึกษาเรื่องพฤติกรรมเลียนแบบตัวละครในโทรทัศน์ แต่อันนี้เป็นเรื่องความรุนแรงค่ะ ลองเอามาเทียบเคียงน่ะ

การศึกษาของสมาคมนักจิตวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (American Psycological Association) พบว่าภาพยนตร์ที่ฉายทางโทรทัศน์นั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความก้าวร้าวรุนแรง และผู้ที่กระทำความรุนแรงมักไม่ได้รับการลงโทษ (เช่น เขาได้รับบทพระเอกน่ะสิ พระเอกทำอไรก็เท่ห์ - หน่อผุดหยิบมาจากเม้นท์คุณพี่เป๊บซี่ในเอนทรี่ที่แล้ว) กล่าวง่ายๆคือ ผู้ร้ายหลบหนีไปได้นั่นเอง (เหมือนไอ้กี้ร์-หน่อผุด) การที่ความก้าวร้าวรุนแรงไม่ได้รับการลงโทษทำให้เด็กคิดว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นทางเลือกที่ดี และเด็กจะใช้วิธีนี้ในการแก้ปัญหาไปเรื่อยๆ ( บรรทัดฐานใหม่อันจะเกิดจาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของบางพรรคการเมือง-หน่อผุด)

นอกวงเล็บวรรคข้างบนนี้..มาจากหนังสือ สร้าง EQ ให้ลูกคุณ ศ.พ.ญ.อุมาพร ตรังคสมบัติ

ส่วนบางความเห็นว่า ที่ละครไทยไม่พัฒนา เพราะละครไทยอยู่ในกำมือกะเทยไม่กี่คนนั้น ดิฉันไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ดีกว่าเพราะไม่มีข้อมูลค่ะ แต่เผื่อว่าจะมีคนในวงการผ่านเข้ามาอ่าน ฝากไปหาคำตอบกันเองนะคะว่าจริงมั้ย?

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง รู้จักเพศที่ 3 มากขึ้น จากเวทีเสวนา "ป๊ะกั๋นยามแลง"  http://lampangtalk.blogspot.com/2009/03/blog-post_01.html




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
แม่ยายมากับตามี วันที่ : 06/12/2010 เวลา : 17.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/domyasalob
บ้านเล็กบ้านน้อยอีกหลังหนึ่ง http://www.oknation.net/blog/jankapor

สวัสดีค่ะ
ได้ฟังเสียงอ่านบทอาศิรวาท ถวายพระพรในบล็อก http://www.oknation.net/blog/talkwithOKNation/2010/12/01/entry-1 แล้ว
แม่ยายมาฯ อยากมาบอกด้วยความชื่นชม ปนเขินอายว่า..เพียงวันแรกที่ได้ฟัง..กลางคืนนอนฝันว่า ได้คุย ได้พบตัวเป็นๆ ด้วยนะคะ ทั้งๆ ที่ไม่เคยมาบ้านนี้เลย

ชื่นชมค่ะ ชื่นชมและก็เซฟบทอาศิรวาทนั้นไว้ฟังด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 03/12/2010 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

เพื่อนเด็กผู้ชายของหลาน ๆ ไม่น่าเชื่อเป็นตุ๊ดไปหมดแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
feng_shui วันที่ : 25/11/2010 เวลา : 13.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ป๊ะกั๋น ยามเกือบแลงค่ะ


กะเทย ปัญหาที่อาจมองไม่ใช่ปัญหาก็ได้เนอะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 10/11/2010 เวลา : 07.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

สังคมทำให้เด็กๆเปลียนไป

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
mookie วันที่ : 03/11/2010 เวลา : 13.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

"และกำลังคิดจะเปลี่ยนแปลงโลกโดยการขี่จักรยานไปทำงานใช้มั้ย"


ก็ว่าจะอยากเป็นอย่างง้าน แต่ว่ายังไม่ได้ไปถอยจักรยานที่มีตะกร้าเลยอ่ะคับพี่หน่อผุด

ทำไมชีวิตมันวุ่นวายหนอ อยู่ไม่เป็นที่เป็นทางซักทีหนอ

ใกล้แระๆ ความพยายามอยู่ที่ไหน .... เอ่อ... นั่นจิ ความพยายามของมุกกี้อยู่ที่ไหนอ่ะคับพี่หน่อผุด ช่วยบอกเค้าหน่อย

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
เจ้าหมีน้อย วันที่ : 31/10/2010 เวลา : 12.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yakogoro

ผมก็ดูละครกับคุณแม่ครับ แต่ไม่เป็นแน่นอนครับ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
มะอึก วันที่ : 29/10/2010 เวลา : 09.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

เชิญชวนลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

http://www.oknation.net/blog/charlee/2010/10/28/entry-1

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
แม่หมี วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มาอ่านเอ็นทรี่นี้ คอมเม้นท์มากมาย ได้เห็นแง่คิดต่างๆ ดีใจนะคะ ที่ทุกคนเป็นกังวลกับเรื่องราวแบบนี้ ชื่นชมที่คนเรายังห่วงใย ใส่ใจกัน ไม่ว่าจะแง่มุมใด จะชอบหรือไม่ชอบก็นำมาพูดคุยกัน แต่ถ้าในครอบครัวใดมีลูกหลานที่เบี่ยงเบนทางเพศ คงต้องทำใจยอมรับ และประคับประคองความสัมพันธ์ ความรัก ความเข้าใจ....
อะไรที่มันมากเกินไป มันก็ดูไม่งาม บางทีผู้จัดละครคงจะต้องคำนึงเรื่องนี้บ้างก็ดีนะคะ คนที่เบี่ยงเบนแต่ดูเรียบร้อยน่ารักก็มีนะ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 15.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

นอกจากในละครแล้ว ยังมีให้เห็นในรายการต่างๆทางทีวีด้วยครับ ผมเองมีหลานชาย 6 - 7 ขวบ บอกตามตรงว่าไม่สบายเหมือนกัน เพราะเพื่อนๆในโรงเรียนก็มีเด็กแบบนั้นด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
หน่อผุด วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 07.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

ฮี่ ฮี่ แอบทิ้งบ้านไปหลายวัน แควนตรึม

ขอบคุณทุกท่านค่ะ ที่แวะมาเยือน

น้องจายนายครก
ปี้เอื้อยก่อว่าอั้น เปิ้นก่อคน เฮาก่อคน เนาะ
ถ้าเป๋นคนดี มีคุณค่าเท่ากั๋น
อิน้อง คห. 32 เปิ้นว่า วันนี้อ้ายครกมีแก่นสารสาระ เปิ้นชมก๊ะว่าเปิ้นด่าบ่ฮู้นิ

น้องมุกกี้
กำลังคิดถึงอยู่พอดีเลย
ขี่จักรยานไปไถนาละยัง
พี่กะลังจะซื้อจักรยาน อยากได้แบบที่มุกกี้ใช้ที่อาลัมภางค์อ่ะ
ฟิตร่างกายหน่อย เผื่อได้เดินขึ้นดอยขึ้นภูกะเค้ามั่ง

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
mookie วันที่ : 06/10/2010 เวลา : 11.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

เอิ่ม นานๆ ที อีตาลุง คห.30 แกจะคอมเมนท์ดีมีคุณภาพ

หรือว่าแกกำลังสร้างภาพ

ครอบครัวของเพื่อนมุกกี้แกก็เป็นเพศที่ 3 (เรียกถูกหรือเปล่า) กันหลายเจนเนอร์เรชั่นเลยอ่ะคับ มุกกี้ก็นึกว่ามันถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ !

ครอบครัวนี้ ผู้ชายก็เป็นตุ๊ด เป็นเกย์ ผู้หญิงก็เป็นทอม เป็นดี้ เป็นกันแบบจริงๆ จังๆ มีแฟนกันออกหน้าออกตา ตุ๊ดก็มีผัว (อุ๊ย! ไม่สุภาพ มีสามี) ทอมก็มีเมีย

แต่ก็เป็นครอบครัวที่ดี ไม่ได้เป็นปัญหาสังคม

ส่วนพฤติกรรมเลียนแบบนั้น ก็คิดเห็นตามพี่หน่อผุดนะคับ ถ้าใจมันไม่ใช่ตั้งแต่ต้น มันก็น่าจะไม่ใช่ เราเชื่อเช่นนั้น


ความคิดเห็นที่ 31 (0)
bon09 วันที่ : 06/10/2010 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

เข้ามาอ่านข้อมูลที่แตกต่างค่ะ







ฟังเพลงย้อนยุคที่
http://www.onehitwondercenter.com/

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
นายครก วันที่ : 06/10/2010 เวลา : 09.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naykrok
เมื่อมั่งมีมากมายมิตรหมายมอง  เมื่อมัวหมองมิตรมองเหมือนหมูหมา  เมื่อไม่มีมิตรเมินไม่มองมา  เมื่อมอดม้วยแม้หมูหมาไม่มามอง

น้องบ่าวตี้บ้าน (ลูกอา) ก็เบี่ยงเบนตางเพศแต่น่อย

บ่าเดี่ยวนี้เป๋นดาราอยู่ในคาบาเร่ต์โชว์ ส่งเงินเลี้ยงดูป้อแม่ สุขสบายกว่าลูกบ่าวตี้เป๋นแมนแฮ๋ม...

"สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ" แต้เนาะปี้เอื้อย


ความคิดเห็นที่ 29 (0)
BlueHill วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 15.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เรื่องนี้ไ่ม่แน่ใจเหมือนกันครับ
ความจริงในหนังทีวีไทย ก็มีตัวละครมากหน้่าหลายตา ให้เด็ก ๆได้ดูพฤติกรรม

แต่ผมไม่อยากให้เด็กเรียนแบบพฤติกรรมในทีวีเลยครัีบ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

มาขอบคุณที่ไปให้กำลังใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ปฐมนิเทศกระเพาะ วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunfah

แต่งบทละคร จนเกินความเป็นจริง...เด็กดูก็ เอาไปเลียนแบบ เฮ้อ....

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
หน่อผุด วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

เพื่อป้องกันการสับสนว่า "กระเทย" หรือ "กะเทย" เลยไปค้นมาค่ะ

กะเทย เป็นคำยืมมาจากภาษาเขมร คำว่า เขฺทิย อ่านว่า ขฺเตย และในกฎหมายตราสามดวง บันทึกการเขียนไว้ว่า "กระเทย" แต่พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 และ 2542 ใช้คำว่า กะเทย ซึ่งมีความหมายว่า “คนที่มีอวัยวะเพศทั้งชายและหญิง, คนที่มีจิตใจและกิริยาตรงข้ามกับเพศของตนเอง

แต่ที่เขมรเอง ดิฉันสัมภาษณ์คนเขมรมาเมื่อหลายเดือนก่อนเรื่องทัศนคติเกี่ยวกับกะเทย
เพราะสังเกตว่า ไม่เห็นกะเทยบนท้องถนนเหมือนบ้านเราเลย
เขาบอกว่า สังคมเขมร ยังไม่ยอมรับกะเทย กะเทยมี แต่ต้องแอบ
และบางทีก็จะเห็นมีบ้างตอนกลางคืน ตามสถานเริงรมย์ แต่ไม่รู้เหมือนกันค่ะ
ว่าละครเขมร จะมีบทกะเทยบ้างหรือเปล่า?

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
หน่อผุด วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

สวัสดีค่ะคุณsupersup
ดิฉันเห็นด้วยทั้งกับคุณปรัตยาและคุณSupersup นะคะ
ว่าบทบาทของกะเทยในทีวี ทั้งในละคร และในรายการอื่นด้วยที่คุณว่า
ถ้าจะใช้คำพูดสุภาพแบบเกรงใจสุดสุด ก็ " เกินงาม" ไปมาก
หรือถ้าจะพูดแบบภาษาชาวบ้านก็ ทุเรศมาก หมั่นไส้โว้ย อะไรประมาณนั้นเลย

ถึงอยากสื่อไปถึงผู้จัดละครว่า พิจารณาลดบทกะเทยบ้างเถอะ
จะมีบ้างไม่ว่า แต่อย่าเว่อร์เกินพิกัด การขายความแร่ดของกะเทย
แล้วให้คนดูตลกขบขันนั้น มันทำให้เด็กกะเทยดีดี มี "พฤติกรรมแร่ด"ตามแบบละคร
เหมือนห่วง เด็กเลียนแบบพฤติกรรมรุนแรง
เด็กผู้หญิงเลียนแบบพฤติกรรมเสื่อมศีลธรรม ตามบทนังอิจฉานั่นแหละเนาะ

ขอบคุณค่ะ อุตส่าห์แวะร้านเน็ตแย่งเด็กมาเม้นท์

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
supersup วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 15.00 น.

เห็นเมนท์ตั้งแต่เช้าแล้วหระ พอดีขับรถทางไกลอยู่ ทนไม่ไหวแวะร้านอินเตอร์เน็ตแย่งเด็กมันเล่นเกมส์ เห็นด้วยกับคุณปรัตยา ที่ว่าบทกระเทยในละครทีวีไทย มันเป็นวิธีเรียกร้องความมีอยู่ของพวกกระเทยวิธีหนึ่ง ปัญหาว่า ขอบเขตมันอยู่ตรงไหน กระเทยอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน รูปเขียนตามผนังวัด ตัวตลกในลิเก ตลกคาเฟ่ ทอล์คโชว์ และในที่สุดในละคร (น้ำเน่า) จนคนไทยเคยชินและยอมรับมันเป็นส่วนหนึ่งของสังคม จนปัจจุบันก็ยังไม่แน่ใจว่าจะกำหนดกระเทยคืออะไร เป็นโรค หรืออาการผิดปกติ ติดเชื้อหรือกามพันธ์ แต่ไม่ใช่เพศที่3 (ผมเกลียดคำนี้.. มั่ว) เด็กถ้ามันจะเป็นกระเทยก็แก้ไขยาก พอมีทางแต่ได้ผลน้อย เห็นมีบาททฤษฎีว่า เขาถูกกำหนดมาตั้งแต่ตั้งครรภ์ จาก X chromosome ที่รับมาจากแม่ เจ้า gay gene ตัวนี้มาแผลงฤิทธิ์เอาตอนหลังจากสองขวบครึ่ง ตอนที่พัฒนาการเด็กเริ่มรู้จักแยกแยะเพศหญิงชาย ช่วงนี้ถ้าได้เห็นพฤติกรรมในทีวีทุกๆวันเข้า ก็โป๊ะเชะเลย ส่วนมันจะไปกระตุ้นต่อมอะไรหรือเปล่าจะไม่รู้จริงๆ ขนาดดูไอ้มดเอกซ์ยังจะกระโดดตึกตามไอ้มดเอกซ์เสียให้ได้ ผู้ใหญ่อาจจะดูแล้วขบขัน แต่เด็กไม่ได้คิดอย่างนั้น และไม่เฉพาะละครน้ำเน่าอย่างเดียว แต่มันลุกลามไปรายการอื่นๆ เช่น พวก reality show ดูพวกกรรมการ(ที่เป็นกระเทญ) ตัดสินร้องเพลง ตัดสินการออกแบบ ออกมาสำราก (ขอโทษหาคำอื่นไม่ได้) แสดงอำนาจ ชี้เป็นชี้ตาย จนรายการที่จะเข้าข่ายโกอินเตอร์กลายเป็นถังขยะในชั่วพริบตา ว่าเด็ก12ขวบเห็นแล้วรู้สึกอย่างไร เขาอาจจะบอกว่า บ้า หรือ oh! my hero เด็กที่จะมีแนวโน้ม พวกจิตอ่อนไหว ไม่เชื่อมั่นตัวเอง หรือ พวกมองเห็นอาชีพในอนาคต บางทีเขาอาจตัดสินใจได้เลย ไม่รู้ว่าความคิดความอ่าน (ระดับศีลธรรม) ของพวกกระเทยบางคนเป็นอย่างไร แต่มันอันตรายที่ปล่อยให้มีการนำเสนอต่อสาธารณะ ด้วยทัศนะคติของตนเอง โดยไม่มีการควบคุมกลั่นกรอง

แถมนิด ขำๆ จากพวกคริสเตียนที่อเมริกา เขาว่า God made 'Adam and Eve', not 'Adam and Steve'

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
หน่อผุด วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 14.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

โอ้..คุณลุงหนอน ตีแผ่แฉละครได้ดั่งใจ โหวตได้โหวตแล้ว

ว่ากันเรื่องกะเทย คนมีเครื่องเพศทั้งสอง คือจุ๊ดจู๋ กะ นู๋จิ๋ม ในร่างเดียวกัน
ภาษาแพทย์เรียกว่า กะเทยแท้(Hermaphrodite) แล้วอย่างนี้จะเป็นหญิงหรือชายล่ะ
ดูจากอวัยวะสืบพันธุ์ข้างในค่ะ ถ้ามีมดลูก ถือว่าเป็นเพศหญิง

ยังมีแบบว่า ตัวเองเกิดมาผิดเพศ อยากแปลงเพศ อันนี้เรียกว่าTranssexualism
ที่ดิฉันพูดถึงว่า เขาคิดว่าเป็นผู้หญิงร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งที่พ่อให้มานั้นมันเป็นส่วนเกิน

กะเทยลักเพศ (Transvestitism) บอกว่า ฉันคือกะเทย แต่ไม่อยากแปลงเพศหรอก แอบสวยนิดหน่อยเท่านั้น บางคนก็รักใคร่เพศตรงข้ามได้ บางทีก็หันมาสนคนเพศเดียวกัน

รักร่วมเพศ (Homosexuality) นี่เป็นกลุ่มรักเพศเดียวกัน ชายรักชาย หญิงรักหญิง
แต่เขาไม่ชอบคำว่า "รักร่วมเพศ" นะคะ เพราะมันทำให้คนอื่นคิดว่า พวกเขาหมกมุ่นครุ่นคิดแต่เรื่องการร่วมเพศ

กะเทย 4 กลุ่มหลัก แต่ยังมีแยกย่อยอีกมากมาย จนฟังแล้วงงนะคะบางที
.................
รออ่านเม้นท์คุณมัชฌิมาปกร อยู่นะคะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
เคียงดิน วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

แต่แปลกน้องเก้าชอบมีเพื่อนเปนกระเทย และทอม เค้าน่ารักและเฮฮามากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
driftworm วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ที่ว่า กะเทย ในสมัยพุทธกาลนั้น หมายถึงคนที่เกิดมามีเครื่องเพศของสองเพศ
ติดตัวมาด้วย เรียก บัณเฑาะก์ (มี ก ไก่ ทัณฑฆาต อ่านบัน-เดาะ ส่วนบัณเฑาะว์
เป็นเครื่องตี)
ท่านว่าเป็นวิบากมาจากกรรมเก่า พวกแสวงหาความสุขทางเพศแบบโลดโผน
เพิ่มขีดเผาร้อนเท่าไหร่ไม่พอ
ผมวิเคราะห์ของผมเองว่า เพราะแสวงหาแบบนั้น ปรุงแต่งจิตแบบนั้นจนมักคุ้น
มันก็มีผลต่อ สัญญาจำได้หมายรู้ การปรุงแต่งเพศรสให้โลดโผนมันย่อมเป็น
การดัดแปลงยักเยื้องวิธีปกติให้ผิดเพี้ยน สนองใจอยาก สัญญาจำได้หมายรู้ก็
ย่อมจดจำฝังไว้เรื่องที่ผิดเพี้ยนนั้น
สัญญาที่ผิดเพี้ยนจะคอยขวาง (ขวาง บาลีว่า มาร) กับการที่ใจจะตรอง จะรวมลง
สมาธิ มันคอยชักยักเยื้องออกไปใน”แง่นั้น” = ทึบ
จึงว่า โอกาสการประพฤติธรรมถูกปิด ในอัตภาพร่างนี้ ต้องรอเกิดชาติหน้า
ผมยังอ่านไม่พบที่กล่าวถึงบุคคลมีใจกับกายภาพเบี่ยงกัน ในเรื่องสมัยพุทธกาล
นักค้นคว้าบางคนยังกล่าวด้วยซ้ำว่าสมัยโน้นมันมีแบบโต้งๆที่กล่าวข้างบน แต่
ไอ้แบบเบี่ยงเบนนี่เพิ่งเริ่มมีในชั้นหลัง เนื่องจากดำริ ริ อุตริ แบบผิดทางกันมากขึ้น

เอ แต่หลวงพ่อจรัญท่านเคยเมตตาให้โอกาสกับหนุ่มที่เบี่ยงเบนท่านหนึ่ง และเขียน
เล่าไว้ว่าสงบขึ้น พัฒนาในทางดีมากขึ้น แต่ไม่หาย แต่หลังๆนี้ไม่ทราบว่ามีเล่าถึง
อีกหรือเปล่า
.

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
driftworm วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 12.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

[แต่ถ้าผู้จัดละครจะบอกว่า ละครเลียนแบบกะเทยแร่ดในสังคมจริงต่างหาก
ไม่ใช่กะเทยจริงมาแร่ดตามกะเทยในละครหรอก...ใครเลียนแบบใคร?.]

ข้อความบนกระดาดำข้างบนนั้น เอาแปรงลบให้เกลี้ยงเลย แล้วเอาช้อล์ค
ขีดเส้นยาวจากขอบซ้ายไปจรดขวา แบ่งครึ่งบน-ล่าง
ข้างบนเส้นเขียนว่า อยากให้สังคม ชุมชน ดี สงบ เจริญจิตใจ
ข้างล่าง ใต้เส้นเขียนว่า อยากให้สังคม ชุมชนหลักลอยถอยต่ำ

ประโยคว่านิยายสะท้อนชีวิตจริงนั้น เริ่มจากคำขวัญโฆษณาจากนักเขียนยุค
โน้น ทำซ้ำบนนิตยสารยุคโน้นๆ กลายเป็นค่านิยมว่าต้องทำให้สมจริง ต้องทำ
ให้ถึง ให้ถึงแล้วไง มันไม่พอแข่ง ไม่เริ่ด .. จะให้เริ่ดกว่าใครก็ต้องเพิ่มขีดระดับ
ตะแล็ดแต๊ดแต๋ = กลายเป็นเรื่องความสะใจ (เว่อร์ over-acting, over-script)
.. ณ ตรงนี้ ประโยคว่าเพื่อความสมจริง สะท้อนชีวิตจริง มันกลายเป็นคาถา
ป้องตัวเอง อำพรางเป้าหมายขายความสะใจ เก็บโภคผลจากเหรตติ้งเปลี่ยน
เป็นเงินเข้ากระเป๋า เจ้าของช่องสถานีก็กดดันผู้ผลิต เอาให้สะใจ ใครวิจารณ์
ก็ตอแหลเข้าไว้สิ(วะ) ผู้ผลิตก็จำยอมสมอ้าง หนักเข้าก็ต่างแถไปแบบกำปั้นทุบ
ดินว่าก็คนดูอยากเสพย์แบบนั้น
... นักเคลื่อนไหวแบบคุณหน่อผุดก็ต้องทุบโต๊ะเปรี้ยงว่า อย่าตีฝีปากแบบไก่กับ
ไข่ เราย้อนไปดูที่จุดเริ่มต้นก็จะเห็นเองว่าเราต้องมาร่วมมือกันตั้งหลักใหม่

ข้อพิสูจน์ว่าเป็นการขายความสะใจ (=โหมไฟกิเลสในสังคมให้จมปลัก) คือ
ดูละครจากญี่ปุ่น เกาหลี ที่ติดเหรตติ้งทะลุ เขาขายความสะใจหรือ ความรู้สึก
เชิงโรแมนติก หรือเชิงสังวาส(อีโรติก) เขาก็แฝงบทไว้เนียนๆ
อย่างหนังชุดเกาหลี ขายประวัติศาสตร์ ตำนานตัวเอง ทำไมเราติดได้
อย่างหนังชุดญี่ปุ่นที่เพิ่งจบไปทางช่องทีฯ เขาขายความคิดเรื่องความเปลี่ยน
แปลงเป็น metropolis ฉายภาพอดีต/ปัจจุบันที่ซ้อนบนตำแหน่งเดียวกัน ขาย
ความคิดเรื่อง เวลามีผลต่อเกณฑ์จริยธรรมมั้ย เขาก็พลิกแพลงลงในการเขียนบท
อย่างแนบเนียน เอาคติธรรมชาติมาตอบปัญหาจริยธรรม ทั้งฉากโรแมนติกก็
ทำอย่างมีลำดับพัฒนาทีละคืบ เนียน ฉากอีโรติกแบบเกือบๆเขาก็ซ่อนเนียน
มีบทรักสามเส้า ที่เส้าหนึ่งเป็นนางโลมด้วยซ้ำ คนสร้างก็ไม่หลอกตัวเองว่าเฮ้ย
ต้องมีบทตบตีเว้ย (คนดูอยากเสพย์?) ทำไปทำมา เขากลับได้โอกาสทำความเข้า
ใจต่อโลกว่า อาชีพนางโลมแบบสังคมญี่ปุ่นเดิมนั้นผูกพันกับเกียรติของคนนะ

ยังมีอีกหลายเรื่องที่ซ่อนกำบังบทบาทฝ่ายต่ำ แต่ไม่ปกปิดได้ไม่เสียความสมจริง
แต่กลับติดเหนตติ้งสูง นี่เท่ากับนักธุรกิจสื่อโทรทัศน์เองที่หากินแบบสุกเอาเผา
กิน ที่ไม่ให้เกียรติคนดู ซ้ำเติมคนในสังคม
เมืองนอกเริ่มมีชมรมคนเขียนบทนอกแถวแล้วนะ

นี่เพื่อนชวนดูช่อง Voice TV นานแล้ว ดูแค่แป๊บๆ เป็นบางเรื่อง ลิ้งค์หลุด
โทรทัศน์ผ่านเหน็ตนี่ เราก็ต้องนั่งจุมปุ๊กกะมันกว่าจะจบเรื่อง ไม่หวาย....

[เห็นว่า ที่ละครไทยไม่พัฒนา เพราะละครไทยอยู่ในกำมือกะเทยไม่กี่คนนั้น]

ละครโทรทัศน์บ้านเราเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ก่อนยุคที่ "แต๋ว" จะเฟื่องเสียอีก
.

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
หน่อผุด วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 11.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

แหม...อ่านเม้นท์พี่ลูกเสือแล้วเกิดอาการคันมือ

ละครซิทคอมเรื่องนั้น ที่ขายความเป็นกะเทยจนน่าเกลียด
ดิฉันก็ ทุเรศ มาก เหมือนกันค่ะ

ไปจริงๆละค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
หน่อผุด วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

ขออภัยนะคะที่ดิฉันไม่ได้ตอบคอมเม้นท์ครบทุกท่าน
แต่ได้อ่านแล้ว ขอบคุณอย่างยิ่งค่ะ
ขอตัวไปปฏิบัติภารกิจก่อนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมคนหนึ่งที่เคยคิดว่า...ดารามันไม่น่าจะมีผลให้เลียนแบบมากขนาดนั้น
แต่ถึงวันนี้ก็ยอมรับว่า มันก็"จูงใจ"ได้
ไม่งั้นสหประชาชาติก็คงไม่ดึงดารามาเป็นทูตล่ะนะ

เอาล่ะ ที่ผมเห็นอย่างหนึ่งก็คือ ทุกวันนี้ ทีวี(หลายช่อง)ขอใช้คำว่า"ทุเรศ"มาก กับการให้เวทีกะเทยมากมาย
อย่างซิทคอมบางเรื่อง...ดูเหมือนเชิดชู"กะเทย"ที่เป็นคนใช้จนเกินบท ประมาณว่า มันทำอะไรน่ารักไปหมด

แต่สำหรับผม...ทุเรศมาก

แต่นั่นแหละนะ เจ้าของค่ายเขาเป็นแบบนั้น เราทำอะไรได้

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 11.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

ว่าจะแสดงความคิดเห็น
ปรากฎว่า เขียนไปเขียนมา ได้ 1 หน้ากระดาษเอ 4 แถมขึ้นหน้า 2 อีก เลยไม่กล้า ทำสำเนาแล้วเอามาวาง ขอไปตรวจสอบความถูกต้องและเหมาะสมของบทความที่เพิ่งเขียนก่อน เผื่อว่าจะลงเป็นเอ็นทรี่อ้างอิงกันไปครับ หรืออาจจะไม่ลงก็ได้

สรุปแล้ว ที่จะแสดงความคิดเห็น เลยยังติดอยู่ในความห่วงหาของตัวเอง อิๆๆ


ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
หน่อผุด วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 11.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

โอ๊ะโอ๋...คุณพี่ปรัตยามาแว้วววว

เปล่าว่า คุณปรัตยารังเกียจกะเทยน้า
ดิฉันหยิบเอาความเห็นที่ว่านี้
"ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีกระเทยอยู่ในละคร จะบทอะไรก็ได้แต่ต้องมี ละครพวกนี้นอกจากจะมอมเมาคนไทยแล้ว ยังยัดเยียดเพศที่ 3 ให้กับคนไทย สร้างค่านิยมผิดเพศวิปริตให้กับเยาวชน"
ซึ่งอาจตีความผิดต้องขออภัย

และอีกความเห็นของคุณ Supersup
" เด็กไทยโชคดี มีชั่วโมงสอนเป็นกระเทยถึงบ้านเลย อีกสิบปีเมืองไทยก็จะมีกระเทยมากที่สุดในโลก เป็นวิธีลดอัตราเกิดที่ชาญฉลาด"

รวมถึงความกังวลของคนเป็นพ่อแม่ ที่ห่วงใยในเรื่องนี้อีกจำนวนมากในสังคมไทยด้วยค่ะ
เน้นประเด็นไปที่ "เด็กดูกะเทยในละคร แล้วทำให้เขาเลียนแบบเป็นกะเทยมั้ย"

แต่ก่อนอื่น...ขอทำความเข้าใจนิดนึงค่ะ ทางการแพทย์เมื่อก่อนโน้นเรียกคนไม่ใช่ชายจริงหญิงแท้ ว่าพวกเขา"เบี่ยงเบนทางเพศ"มานาน จนสังคมก็มองว่าเป็นความเบี่ยงเบน คือผิดปกติ
ปัจจุบันวงการแพทย์เลิกใช้คำอย่างนั้นแล้วค่ะ และไม่เป็นความวิปริตแต่ประการใด
ความวิปริตทางเพศ จะหมายถึงการแสดงออกทางเพศที่ทำให้ชาวบ้านเขาเดือดร้อน เช่นพวกชอบแจกของ โชว์ของลับ ถ้ำมอง ลักกางเกงใน กระทำรุนแรงทางเพศ อะไรอย่างนี้เป็นต้น
ส่วนคนเพศที่ 3 ถือเป็นเพศหนึ่ง นอกจากชาย หญิง และมีแยกหลายกลุ่มมากเลย จนอรรถาธิบายลงในกระดาษเอสี่ไม่พอแล้วล่ะ ดิฉันฟังมาจำแทบไม่หมด
นอกจากชายรักชาย หญิงรักหญิง ไบเซ็กชวล กะเทยเองก็มีอีกหลายแบบนะคะ
กะเทยที่แต่งกายเป็นหญิงเลย ไม่ชอบให้เรียกว่ากะเทย มองตนเองเป็นผู้หญิง สิ่งที่พ่อให้มานั้นมันเป็นส่วนเกิน อยากเอามันออก อยากแปลงเพศ
มีกะเทยที่ไม่ต้องการแปลงเพศ ไม่แต่งหญิง ไม่แต่งหน้าจัด แต่ฉันก็คือกะเทย
ยังมีกะเทยรักกับทอม ดี้หันมารักกับเกย์ เดี๋ยวนี้มีแบบนี้ด้วยค่ะ เชื่อนะ หน่อผุดรู้ลึก

ส่วนเหตุของการเป็นกะเทย ที่คุณปรัตยาว่ามานั้นคือการเลี้ยงดูของพ่อแม่ ที่เด็กชายใกล้ชิดทางจิตใจกับแม่ มีพ่ออ่อนแอ ฯลฯ เป็นเหตุที่นักจิตวิทยาวิเคราะห์ เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นค่ะ

การวิเคราะห์ทาง Biological บอกว่า สาเหตุจากสมอง จากฮอร์โมน จากยีนส์หรือกรรมพันธ์
ด้านสิ่งแวดล้อมยังไม่มีใครฟันธงอย่างนั้นค่ะ ว่าทำให้คนเป็นชายอยากกลายเป็นหญิง
โดยไม่มีความต้องการมาก่อน แต่มาคลุกคลี เล่นของเล่น หรือ ดูกะเทยในโทรทัศน์แล้วอยากเป็น
แต่เด็กที่เป็นกะเทยมาแต่ต้น จะเริ่มรู้สึกถึงความไม่เหมือนเพื่อนชายคนอื่นๆ
จะประมาณสัก 4-5 ขวบ และชอบเล่นกับเพื่อนผู้หญิง คลุกคลีอยู่กับกลุ่มเพื่อนหญิง

ดิฉันรู้จักครอบครัว (อีกละ) อย่างน้อย 2 ครอบครัวที่มีลูกเป็นกะเทย
ครอบครัวหนึ่ง ลูกชายสามคน เป็นกะเทยทั้งหมด
อีกครอบครัวมีลูกทั้งหญิงชาย แต่ลูกชาย 2 คน เป็นกะเทย

ประเทศไทยเรายังไม่เคยมีรายงานว่า มีกะเทย หรือชายรักชาย
หายจากความต้องการตรงนี้ แล้วกลับมาเป็นชายได้ นอกจากเขาตัดสินใจปกปิดเท่านั้น
ส่วนหญิงรักหญิง มีค่ะ

ความสับสน ที่ดิฉันพูดถึงนั้น หมายถึงสับสนลังเลว่า จะเปิดดีหรือจะปิดดี
ไม่ใช่จะเป็นดี หรือไม่เป็นดีค่ะ

เรื่องสลับซับซ้อน ละเอียดอ่อน อนาคตทางการแพทย์อาจมีรายงานใหม่ๆ
ความรู้ทางการแพทย์ไม่ตาย สิ่งที่เคยคิดว่าใช่ อาจไม่ใช่ในภายหลัง มักมีการค้นพบใหม่เสมอ

ส่วนว่า ละครไทยมีกะเทยมากไป และก็ "เยอะ"เกินพอดีไป ดิฉันเห็นด้วย
อยากให้ผู้จัดละครพิจารณาความเห็นของชาวบ้านชาวช่อง

ลิงค์ที่คุณหมอก๊วยแปะมาในเม้นท์ ก็น่าอ่านนคะ เรื่องชายรักชาย

นอกนั้นเข้าใจตรงกันเนอะ คิดต่างมาแลกเปลี่ยนกัน สนุกดีออก

ปล. อาหารเย็น ยังบ่ลืมเน้อเจ้า

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
buasawan วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 11.15 น.

เดี๋ยวนี้มีละครไทยเรื่องไหนไม่มีบทกระเทยบ้าง..ทั้งที่ไม่จำเป็นเลย
เด็กทำท่ากระเทยเล่นผู้ใหญ่ก็หัวเราะชอบใจ แล้วจะโทษใคร

เชื่อว่าคนที่สับสนทางเพศ กลายเป็นกระเทยนั้นมีที่มาแต่กรรมเก่าค่ะ กระเทยมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว เคยอ่านพบว่าประตูสวรรค์ปิดสำหรับกระเทย ยังไงก็ยังเชื่อว่าการเป็นกระเทยนั้นไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดาค่ะ ถ้าแก้ได้แต่เด็กก็แก้เถอะ แม้สังคมจะพัฒนาเรื่องนี้ไปไกลแล้วก็ตาม

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
หมูสนาม วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 10.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/attawut08

ผมมีเพื่อนเป็นกระเทยหลายคน
ตอนเรียนอยู่เป็นผู้ชาย
ตอนเลี้ยงรุ่นกลายเป็นผู้หญิงซะแล้ว
แต่ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร
อยู่ที่คนเลี้ยง กับคนถูกเลี้ยงครับ
บทนี้เขียนได้ดีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ปรัตยา วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

แก้คำผิด เจตตา เป็น เจตนา



ความคิดเห็นที่ 11 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

เมื่อคืน ไปงานเลี้ยงปลดเกษียณ มา
พวกดำเนินรายการบนเวที ผู้ชาย
ที่เป็นพ่อพันธ์ไม่ได้กระตุ้งกระติ้ง
น่าสงสารพ่อแม่เขาจัง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 09.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay


เห็นด้วยค่ะ
บ้านเราควรมองคนกลุ่มนี้ให้เข้าใจและยอมรับสนับสนุนในด้านดี


"ละครบ้านเรา ไม่พูดถึงดีกว่า มีอีกหลายด้านที่สร้างค่านิยมผิดๆ ผู้หญิงก็แป๋นๆเหลือเกิน ...."
เห็นนุ่งสั้น ใส่สายเดี่ยวถ่ายทำในวัดบ่อย ๆ ไม่แน่ใจว่าเด็กเอาตามละครหรือเปล่า

ถ้าสนใจอ่านเรื่องชายรักชาย แวะไปที่

http://www.oknation.net/blog/lakthai

เรื่อง
ชายรักชาย Men Have Sex With Men

หรือ

http://www.esnips.com/doc/c14db9fa-da05-4236-9997-d7c5f458916c/MSMinPhuket_LThaikruea
เผื่อจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
lilit วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 09.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panprateep
SOUTHERN MAN 

ไม่อยากเมนท์อะไรมาก ..อะไรถ้ามากเกินไปมันก็ไม่ดีแน่..เด็กที่ยังลังเล มันจะเขวเอาได้ ..โดยเฉพาะบางช่อง เน้นกะเทยจนเกินงาม


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
จิตราภรณ์ วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jitrapon
ครั้นว่าได้ฮัก.....ฮักแล้วบ่ขืน....ครั้นว่าได้ลืน....บ่คืนออกได้....หมายถึง....รักแล้วรักเลย...ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด

มารายงานตัวค่ะ
หายเปื่อยแล้วค่ะ

เรื่องนี้.....ยุ่งนะคะ
โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบเลยค่ะ
เพราะเขาใส่บทกระเทยให้ดูประหลาด
เน้นกระแดะเกินไป
ความจริงที่เคยเห็น
เป็นคนเรียบร้อย นิ่ง ๆ ก็มีเยอะนะคะ

บางคนเป็นเด็กก็จะออกจริตมากหน่อย
แต่พอโตขึ้น....เขาก็เลือกได้เองว่า
จะเลือกเป็นแบบไหน
แบบเรียบร้อย.....หรือแบบในละคร

แต่น้องก็วิตกเหมือนกันนะคะ
เพราะคิดเอาเองว่า
พอเด็กที่ก้ำกึ่งอยู่
พอเห็นแบบนี้ก็เอนไปเพราะคิดว่า
ใคร ๆ ก็ทำกัน
มีคนยอมรับ.....มีที่ยืนในสังคม

ละเอียดอ่อนนะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ปรัตยา วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

บ๊ะ เขียนจริงหยั่งคำโฆษณาวุ้ย เขียนจริงก็เมนต์จริง 555


ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนนะครับ ว่าผมไม่ใช่กระเทย (ฮา - จขบ. ยังออกตัวเล้ยยยย) ผมเองก็มีเพื่อนที่เป็นกระเทยครับ โดยส่วนตัวแล้วก็ไม่ใช่คนที่รังเกียจกระเทย ไม่มีความรู้สึกอยากทำร้ายร่างกายกระเทยโดยไม่มีเหตุผล

ที่ผมเมนต์ในเอนทรีที่แล้วว่า

"ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีกระเทยอยู่ในละคร จะบทอะไรก็ได้แต่ต้องมี ละครพวกนี้นอกจากจะมอมเมาคนไทยแล้ว ยังยัดเยียดเพศที่ 3 ให้กับคนไทย สร้างค่านิยมผิดเพศวิปริตให้กับเยาวชน"

ทำให้คุณหน่อผุดเข้าใจว่า ผมต้องการจะสื่อว่า เด็กผู้ชายดูละครที่กระเทยเล่นแล้วจะอยากเป็นกระเทย ซึ่งอันที่จริงแล้วคำว่า "สร้างค่านิยมผิดเพศวิปริตให้กับเยาวชน" ของผมไม่ได้แปลว่าทำให้เด็กผู้ชายอยากเป็นกระเทยครับ


เราต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่ง ว่า เพศที่ 3 เป็นความผิดปกติ เป็นสิ่งที่ธรรมชาติไม่ได้ออกแบบให้เป็นอย่างนั้น ผู้ชายที่หัวใจเป็นผู้หญิง ผู้หญิงที่หัวใจเป็นผู้ชาย เป็นความผิดปกติทางจิตอย่างหนึ่ง (ไม่ได้แปลว่าโรคจิตนะครับ) เท่าที่ผมศึกษามา ความผิดปกตินี้เกิดมาจากประสบการณ์ในวัยเด็กที่ผิดปกติ ซึ่งมีอยู่หลายแบบ แบบที่พบเห็นได้เยอะที่สุดก็คือ พฤติกรรมการเลียนแบบที่ผิดพลาด มักเกิดกับครอบครัวที่ "พ่อ" อ่อนแอกว่าแม่

ตามปกติแล้ว "พ่อ" จะมีบทบาทการเป็นผู้นำ เด็กผู้ชายจะเลียนแบบพ่อ เพื่อให้แม่รัก เด็กผู้หญิงจะเลียนแบบแม่ เพื่อให้พ่อรัก แต่ในครอบครัวที่ "แม่" เข้มแข็งกว่าพ่อ แม่จึงมีบทบาทเป็นผู้นำครอบครัวแทนพ่อ เด็กจะสับสน กลายเป็น เด็กผู้ชายเลียนแบบแม่ เพื่อให้พ่อรัก เด็กผู้หญิงเลียนแบบพ่อ เพื่อให้แม่รัก สลับกัน

การเลียนแบบที่ผิดพลาด เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นกระเทย เด็กจะพัฒนาการไปเป็นกระเทยหรือไม่นั้นยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายอย่างครับ เช่นสภาพสังคมที่เด็กอยู่ เพื่อนในวัยเด็ก ญาติพี่น้อง


ต่อคำถามที่ว่า กระเทยในละครทีวี ทำให้เด็กผู้ชายอยากเป็นกระเทยหรือไม่ ผมเห็นด้วยกับคุณหนุ่อผุดครับ ว่า ไม่

"มันไม่ได้ทำให้เด็กชายอยากเป็นกะเทย แต่ทำให้เด็กที่ลังเลสับสนอยู่ หรือแอบจิตอยู่นั้น เขามั่นใจที่จะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ซึ่งอันนี้ดิฉันว่าดีนะ"


ผมว่าไม่ดีครับ ตรงนี้เห็นต่าง มันเป็นความผิดปกติทางจิต ที่รักษาให้หายได้ ปรับแก้ได้ กระเทยหลายคนอาจจะบอกว่า พวกเขาไม่ได้เดือดร้อนที่เป็นกระเทย ภูมิใจที่เป็นกระเทย ดีใจที่เป็นกระเทย ฯลฯ ซึ่งผมคิดว่าคำพูดและความคิดเหล่านี้เป็นเพียงเหตุผลที่พยายามอธิบายความผิดพลาด ผิดปกติของตัวเองของกระเทยเหล่านั้น เป็นกลไกป้องกันตัวอย่างหนึ่งของมนุษย์

ผมคิดแบบนั้น เพราะจุดเริ่มต้นของพวกเขา คือ อยากเป็นเพศหญิง ไม่ได้อยากเป็นครึ่ง ๆ กลาง ๆ ระหว่างชายกับหญิง และจุดสุดท้ายของกระเทยที่มั่นใจในการเลือกเพศของตน คือการผ่าตัดแปลงเพศให้กลายเป็นหญิงอย่างแท้จริงกันทุกคน

การทำนม การแปลงเพศ การใส่วิก การกินฮอโมนเพศหญิง การดัดเสียง ฯลฯ มันสื่อให้เห็นอย่างชัดเจนในตัวอยู่แล้วว่าความต้องการที่แท้จริงของกระเทย คือการได้เป็นผู้หญิง ไม่ต้องการติดอยู่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนั้น พูดให้ชัดกันไปเลยก็คือ กระเทยไม่ได้อยากเป็นกระเทย แต่อยากเป็นผู้หญิง ครับ


เท่าที่ผมได้รู้จากกระเทยมา ชีวิตของกระเทย เป็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ (ความจริงผมอยากใช้คำว่า "น่าสงสาร" นะ แต่กระเทยเค้าไม่ชอบ) คนเราเกิดมาล้วนอยากจะรัก และถูกรัก อยากได้รับการยอมรับ แต่ชีวิตของกระเทย แทบจะหาสิ่งเหล่านี้ไม่เจอ ความรักของกระเทย อายุสั้น ไม่ยั่งยืนเหมือนกับความรักของชายจริงหญิงแท้ กระเทยเปลี่ยนคู่บ่อยมาก และกระเทยก็ไม่ได้อยากได้คู่เป็นกระเทยด้วยกัน พวกเขามองหาผู้ชายที่ยอมรับความเป็นกระเทยได้ (ก็ชายรักชายนั่นแหละ) ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่หายากเช่นกัน (ชายรักชาย ก็เป็นความผิดปกติทางจิตอย่างหนึ่ง)

กระเทยบางคู่ (ซึ่งมีน้อยมากในโลก) สามารถครองรักกันยั่งยืน แต่ก็ประสบกับปัญหาอื่น เช่นไม่สามารถให้กำเนิดบุตร แม้จะสามารถหาเด็กมาอุปการะเป็นบุตรบุญธรรมได้ แต่ความสัมพันธ์ในครอบครัว ย่อมไม่เหมือนกับครอบครัวธรรมดาที่แม่เป็นผู้ให้กำเนิดบุตร

ในสังคมปัจจุบัน แม้แต่ในประเทศตะวันตก ที่เปิดกว้างเรื่องเพศที่ 3 กระเทยก็ไม่ได้เป็นที่ยอมรับของสังคม ไม่ว่าสังคมไหนในโลก กระเทยเป็นสิ่งผิดปกติ การเปิดกว้างเป็นเพียงแต่การยอมรับในสิทธิส่วนบุคคลเพียงเท่านั้น กระเทยจึงพยายามอย่างหนัก เพื่อให้สังคมยอมรับ เช่นพยายามเก่งในด้านต่าง ๆ เพราะสังคมจะยอมรับเพียงกระเทยที่เก่ง (กระเทยไม่มีพรสวรรค์อะไรหรอก แต่พวกเขาพยายาม)


ย้อนกลับมาตรงที่

"มันไม่ได้ทำให้เด็กชายอยากเป็นกะเทย แต่ทำให้เด็กที่ลังเลสับสนอยู่ หรือแอบจิตอยู่นั้น เขามั่นใจที่จะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ซึ่งอันนี้ดิฉันว่าดีนะ"


เราควรจะทำให้เด็กหายสับสน ไม่ใช่สนับสนุนให้เขาสับสนต่อไป แต่การทำแบบนั้นต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง การปรับแก้ความผิดปกติทางจิต ไม่สามารถทำได้ด้วยการให้ลูกเล่นกีฬา เล่นปืน หรือยื่นคำขาด ตัดแม่ตัดลูก แต่ต้องหารากของปัญหาให้เจอ ซึ่งส่วนใหญ่ถ้า "แม่" ไปส่องกระจก ก็จะเจอกันทุกคน (ฮา)

แม่ ๆ ทั้งหลาย คงจะแก้ให้พ่อเฮงซวย เอ้ย พ่ออ่อนแอ มาเข้มแข็งกว่าตนไม่ได้ แต่การกำหนดบทบาททางเพศของตนให้ชัดเจน เป็นสิ่งที่แม่สามารถทำได้ เด็กที่โตมาในครอบครัวที่ขาดพ่อ มักไม่เป็นกระเทย เพราะแม่กำหนดบทบาทของตัวเองเป็นทั้งแม่และพ่อ โดยมีความเป็นแม่อยู่สูง ต่างจากครอบครัวกระเทย ที่แม่มักจะมีบทบาทเป็น "พ่อ"


กลับไปที่ละครทีวี

ผมเห็นว่า กระเทยที่มีอิทธิพลในวงการนี้ พยายามยัดบทกระเทยลงไปในละคร จะเป็นบทอะไรก็ได้ เพื่อให้สังคมเกิดการรับรู้การคงอยู่ของเพศที่ 3 ซึ่งผมคิดว่าเป็นการยัดเยียดค่านิยมที่ผิด ๆ ให้กับสังคม ค่านิยมที่ว่า

"กระเทย เป็นเรื่องธรรมดา กระเทย ไม่ใช่ความผิดปกติของสังคม"

ผมเข้าใจครับ ว่าพวกเขาพยายามหาที่ยืนให้กับเพศของตัวเอง แต่ผมคิดว่าการยัดเยียดแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มันทำให้เด็ก ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้ชายแท้ ๆ เด็กผู้หญิง เด็กที่สับสนทางเพศ ได้รับค่านิยมผิด ๆ ว่า สิ่งที่เห็นเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่ความผิดปกติ

มันเป็นการสร้างข้อเท็จจริงปลอม ๆ ขึ้นมา ว่า สังคมยอมรับเพศที่ 3 สำหรับเด็กชาย เด็กหญิง คงไม่มีผลอะไร แต่เด็กที่สับสนทางเพศ เขาจะเติบโตขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ สุดท้ายก็จะกลายเป็นคนที่ไม่สามารถมีชีวิตที่สมบูรณ์ได้

ถ้าละครเรื่องนั้น จำเป็นต้องมีกระเทย ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธ เหมือนกับละครที่ดีมากเรื่อง "พระจันทร์สีรุ้ง" ซึ่งผมได้พูดไปแล้วว่า เป็นบทกระเทยที่ดีที่สุด ตั้งแต่มีกระเทยมาในละครไทย เลยทีเดียว มันต่างจาก บทกระเทยคนใช้ บทกระเทยเพื่อนตัวอิจฉา บทกระเทยผู้ร้าย ซึ่งมันไม่จำเป็นต้องมี และส่วนใหญ่ไม่มีในวรรณกรรมที่เอามาดัดแปลง ผมเรียกการเพิ่มบทกระเทยเข้าไปในละครเหล่านี้ว่ามันคือการ "ยัดเยียด" โดยไม่จำเป็น เป็นเจตตา เป็นความจงใจ ที่จะสร้างความสับสน สร้างค่านิยมที่ผิด ๆ ให้กับเด็กครับ


การสร้างความรู้ให้กับสังคม เป็นสิ่งที่กระเทยควรทำมากกว่าการ "ยัดเยียด" เช่น ถ้าเลือกได้ ก็ไม่ควรให้ลูกต้องกลายเป็นกระเทย แต่ถ้าเลือกไม่ได้ ลูกเป็นกระเทยไปแล้ว ก็ควรที่จะเข้าใจและให้โอกาสลูก เป็นต้น


เขียนยาวกว่า จขบ. แล้ว เกรงว่าจะโดนเคือง ไปดีกว่า


สวัสดีครับ




ปล. ลบอันข้างล่างให้ด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลุงวอ วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 08.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Ae^ วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 07.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

มันคงขึ้นอยู่กับสภาพสิ่งแวดล้อมรอบตัว+ผลข้างเคียงจากสารหรือโคโมโซมจากร่างกาย+ภาวะทางจิตส่วนลึกๆด้วยมั้งค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เบดูอิน วันที่ : 30/09/2010 เวลา : 20.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somdej

เห็นด้วยกับบันทึกนี้อย่างที่สุด โหวตครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
หน่อผุด วันที่ : 30/09/2010 เวลา : 20.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

สวัสดีค่ะคุณผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน
การสนใจเรื่องเพศ เป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกผู้ทุกนามอยู่แล้วค่ะ
แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่การแสดงออกมากกว่าว่า เหมาะสมหรือไม่อย่างไร
ขอบคุณที่กรุณามาเจิมให้ค่ะ

สวัสดีค่ะคุณครูรวงข้าวฯ
แลกเปลี่ยนกันด้วยเหตุด้วยผล ไม่มีผิด ไม่มีถูกหรอกค่ะคุณครู คุยกันสนุกออก
แต่แวะมาอ่านก็ขอบคุณแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 30/09/2010 เวลา : 20.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

รับทราบ และเข้าใจ ในอารมณ์ ของบ้าน นะคะ ...

แต่ว่าประเด็นนี้ คอมมเนท์ยากค่ะ ในกรณีที่ไม่เห็นหน้ากัน และท่ามกลางโลกไร้พรมแดน เกรงว่า คอมเมนท์อะไรผิดพลาดไป เดี๋ยว จะเข้าใจผิดกันค่ะ

ขอเป็นผู้อ่านอย่างเดียวดีกว่านะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 30/09/2010 เวลา : 20.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

คิดว่า คนเป็นผลลัพธ์ของประสบการณ์มากกว่า ถ้าไม่เปิดตัวต่อพฤติกรรมกะเทย ก็คงโตแบบปกติ หรือไม่สนใจเรื่องเพศเลย ซึ่งก็ยังดีกว่าสนใจในสิ่งที่ผิดธรรมชาติ
ละครบ้านเรา ไม่พูดถึงดีกว่า มีอีกหลายด้านที่สร้างค่านิยมผิดๆ ผู้หญิงก็แป๋นๆเหลือเกิน ผู้ชายก็เรียบร้อยจนน่าชก...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]