• อาโกตี๋
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : b_kosol@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-08
  • จำนวนเรื่อง : 62
  • จำนวนผู้ชม : 151254
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
KOSOL BLOG
ความเห็นในเรื่องเศรษฐกิจสังคม เหตุการณ์บ้านเมือง และการดำเนินชีวิตในยุคทุนนิยม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/koson
วันอาทิตย์ ที่ 15 มิถุนายน 2551
Posted by อาโกตี๋ , ผู้อ่าน : 17624 , 10:56:07 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                 ความรับผิดของผู้ค้ำประกัน 

      ช่วยค้ำประกันให้หน่อย..จะกู้เงินมาซื้อรถ ช่วยค้ำประกันให้หน่อย..จะกู้เงินมาซื้อบ้าน ช่วยค้ำประกันให้หน่อย..จะกู้เงินมาซื้ออะไรต่างๆนานา เชื่อว่าคุณคงเคยเจอกับตัวเองมาบ้าง เมื่อเจ้าเพื่อตัวดีของคุณเกิดอยากจะได้อะไรขึ้นมาซักอย่าง แต่เงินไม่มี จึงต้องกู้ยืม และทางเจ้าหนี้เค้าก็ให้กู้ แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องมีคนค้ำประกัน และคนนั้นจะเป็นใครไปได้ล่ะครับ นอกใจคนขี้ใจอ่อนอย่างคุณ

 

      แล้วเคยได้ยินสำนวนไทยมั้ยครับ ที่บอกว่า อยากเป็นเจ้าให้เป็นนายหน้า อยากเป็นขี้ข้าให้เป็นคนค้ำประกัน สำนวนนี้ผมอาจจะจำมาไม่ถูกต้องนัก แต่มันโดนใจ 100 % เต็ม เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริงๆครับ มันเป็นเรื่องของคนที่เรียกว่า เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แต่เอากระดูกมาแขวนคอนั่นเอง

        แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะครับ ในเมื่อคนเราต้องมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น บางคนอาจเป็นคนขี้เกรงใจ ขี้ใจอ่อน ใครมาขอให้ช่วยอะไรก็ได้เสมอ โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า ตัวเองจะต้องโดนอะไรบ้างหากคนที่มาขอให้ช่วยไม่รับผิดชอบในสิ่งที่เค้าทำไว้ มีเยอะแยะไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องกันแท้ หรือเพื่อนที่สนิทกันมากก็ตาม บทเค้าจะเบี้ยวแล้วโยนภาระทั้งหมดมาให้เรา เค้าก็ทำได้หน้าตาเฉย และก็หายเข้ากลีบเมฆอย่างลอยนวล ปล่อยให้เราต้องชดใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อขึ้นอย่างเดียวดายและขมขื่น

        เอาล่ะครับ โม้มามากแล้ว ที่จะบอกวันนี้ก็คือ ก่อนจะลงนามค้ำประกันอะไรให้กับใครก็ตาม สิ่งที่คุณจะต้องรู้ก็คือ โดยมากแล้วสัญญาค้ำประกันจะทำโดยเจ้าหนี้ และมักจะระบุให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม หมายความว่าอย่างไร ก็หมายความว่า เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ เค้าไม่ต้องวิ่งไปหาลูกหนี้ให้เมื่อยตุ้ม แต่มาทวงเอาจากผู้ค้ำประกันได้โดยตรง และส่วนใหญ่ก็จะไม่กำหนดวงเงินค้ำประกันไว้ หรือกำหนดไว้ก็เท่ากับจำนวนเงินที่กู้นั่นเอง ซึ่งมันก็ไม่ต่างจากลูกหนี้ตรงไหน

ทั้งนี้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์มาตรา  691  ที่ไปสละสิทธิของลูกหนี้ตามมาตรา 688,689 และ  690   เสียจนหมดสิ้นนั้นเอง    มาดูไปพร้อมๆกันเลยดีกว่า

มาตรา 688 เมื่อเจ้าหนี้ทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ ผู้ค้ำประกัน จะขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนก็ได้ เว้นแต่ลูกหนี้จะถูกศาลพิพากษา ให้เป็นคนล้มละลายเสียแล้ว หรือไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่แห่งใดใน พระราชอาณาเขต

            มาตรา 689 ถึงแม้จะได้เรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ดั่งกล่าวมาใน มาตรา ก่อนนั้นแล้วก็ตาม ถ้าผู้ค้ำประกันพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้นั้นมีทาง ที่จะชำระหนี้ได้และการที่จะบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้นั้นจะไม่เป็นการ ยากไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องบังคับการชำระหนี้รายนั้นเอาจาก ทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อน

 มาตรา 690 ถ้าเจ้าหนี้มีทรัพย์ของลูกหนี้ยึดไว้เป็นประกันไซร้ เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องให้ชำระหนี้เอาจาก ทรัพย์ซึ่งเป็นประกันนั้นก่อน

            มาตรา 691 ถ้าผู้ค้ำประกันต้องรับผิดร่วมกันกับลูกหนี้ ท่านว่า ผู้ค้ำประกันย่อมไม่มีสิทธิดั่งกล่าวไว้ใน มาตรา 688,689และ 690

             นอกจากนั้นแล้ว ความรับผิดยังไม่ได้หยุดอยู่แค่วงเงินที่กู้เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายอย่างอื่น ค่าเสียหายที่เกิดจากการที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ด้วย เช่น ค่าทนายความ ค่าใช้จ่ายในการทวงถาม ค่าดำเนินการ ซึ่งก็หมายความว่า ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดอย่างไม่จำกัดวงเงินนั่นเอง และส่วนมากก็ยังมีเงื่อนไขไม่ให้ผู้ค้ำประกันเลิกสัญญาก่อน หมายความว่า อยากยกเลิกการเป็นผู้ค้ำประกัน ก็เลิกไม่ได้นั่นเอง

            มาตรา 683 อันค้ำประกันอย่างไม่มีจำกัดนั้นย่อมคุ้มถึงดอกเบี้ย และค่าสินไหมทดแทนซึ่งลูกหนี้ค้างชำระ ตลอดจนค่าภารติดพันอัน เป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นด้วย

          ในบางกรณี เจ้าหนี้ยังอาจกำหนดเงื่อนไขอื่นๆไว้เช่น ยอมให้บริษัทของผู้ค้ำประกันหักเงินเดือนเพื่อชดใช้หนี้ ในกรณีที่บริษัทคุณให้ความร่วมมือ กับเจ้าหนี้ ทั้งนี้ สัญญาค้ำประกันเป็นสัญญามาตรฐานซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ ถ้าคุณลงนามไปแล้วก็มีหน้าที่รับผิดอย่างเดียว ที่สำคัญ สคบ.(สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค) ก็ไม่ได้สนใจที่จะคุ้มครองผู้ค้ำประกันในกรณีที่ไปทำสัญญาค้ำประกันที่เอาเปรียบแต่อย่างใด สรุปว่า คุณพึงใครไม่ได้นั่นเอง

          ถึงตรงนี้แล้ว คงจะเข้าใจว่า ผู้ค้ำประกันมีความรับผิดตามกฎหมายอย่างไรบ้าง ทางที่ดี หากต้องลงนามค้ำประกันให้ใคร ก็ขอให้เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างที่สุดจริงๆ และอยู่ในขอบเขตที่เราสามารถรับผิดชอบได้ด้วย เพื่อจะไม่เกิดปัญหาในภายหลัง บางครั้ง การปฏิเสธอย่างนุ่มนวลก็เป็นทางออกที่ดีสำหรับคุณครับ

                ประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ว่าด้วยการค้ำประกัน

มาตรา 680 อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอก คนหนึ่งเรียกว่าผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น

            อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใด อย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้ บังคับคดีหาได้ไม่

 มาตรา 681 อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์

 หนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไข จะประกันไว้เพื่อเหตุการณ์ซึ่งหนี้ นั้นอาจเป็นผลได้จริง ก็ประกันได้

 หนี้อันเกิดแต่สัญญาซึ่งไม่ผูกพันลูกหนี้ เพราะทำด้วยความสำคัญผิด หรือเพราะเป็นผู้ไร้ความสามารถนั้น ก็อาจจะมีประกันอย่างสมบูรณ์ได้ ถ้าหากว่าผู้ค้ำประกันรู้เหตุสำคัญผิดหรือไร้ความสามารถนั้นในขณะที่ เข้าทำสัญญาผูกพันตน

            มาตรา 682 ท่านว่าบุคคลจะยอมเข้าเป็นผู้รับเรือน คือเป็นประกัน ของผู้ค้ำประกันอีกชั้นหนึ่ง ก็เป็นได้

 ถ้าบุคคลหลายคน ยอมตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกัน ไซร้ท่านว่าผู้ค้ำประกันเหล่านั้นมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกัน แม้ถึงว่ามิได้เข้ารับค้ำประกันรวมกัน

            มาตรา 683 อันค้ำประกันอย่างไม่มีจำกัดนั้นย่อมคุ้มถึงดอกเบี้ย และค่าสินไหมทดแทนซึ่งลูกหนี้ค้างชำระ ตลอดจนค่าภารติดพันอัน เป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นด้วย

 มาตรา 684 ผู้ค้ำประกันย่อมรับผิดเพื่อค่าฤชาธรรมเนียมความซึ่ง ลูกหนี้จะต้องใช้ให้แก่เจ้าหนี้ แต่ถ้าโจทก์ฟ้องคดีโดยมิได้เรียกให้ผู้ค้ำ ประกันชำระหนี้นั้นก่อนไซร้ ท่านว่าผู้ค้ำประกันหาต้องรับผิดเพื่อใช้ ค่าฤชาธรรมเนียมเช่นนั้นไม่

 มาตรา 685 ถ้าเมื่อบังคับตามสัญญาค้ำประกันนั้น ผู้ค้ำประกันไม่ ชำระหนี้ทั้งหมดของลูกหนี้ รวมทั้งดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน และ อุปกรณ์ด้วยไซร้หนี้ยังเหลืออยู่เท่าใด ท่านว่าลูกหนี้ยังคงรับผิดต่อ เจ้าหนี้ในส่วนที่เหลือนั้น

                 หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้

 มาตรา 686 ลูกหนี้ผิดนัดลงเมื่อใด ท่านว่าเจ้าหนี้ชอบที่จะเรียก ให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้แต่นั้น

 มาตรา 687 ผู้ค้ำประกันไม่จำต้องชำระหนี้ก่อนถึงเวลากำหนดที่ จะชำระ แม้ถึงว่าลูกหนี้ จะไม่อาจถือเอาซึ่งประโยชน์แห่งเงื่อนเวลา เริ่มต้นหรือเวลาสุดสิ้นได้ต่อไปแล้ว

 มาตรา 688 เมื่อเจ้าหนี้ทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ ผู้ค้ำประกัน จะขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนก็ได้ เว้นแต่ลูกหนี้จะถูกศาลพิพากษา ให้เป็นคนล้มละลายเสียแล้ว หรือไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่แห่งใดใน พระราชอาณาเขต

 มาตรา 689 ถึงแม้จะได้เรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ดั่งกล่าวมาใน มาตรา ก่อนนั้นแล้วก็ตาม ถ้าผู้ค้ำประกันพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้นั้นมีทาง ที่จะชำระหนี้ได้และการที่จะบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้นั้นจะไม่เป็นการ ยากไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องบังคับการชำระหนี้รายนั้นเอาจาก ทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อน

            มาตรา 690 ถ้าเจ้าหนี้มีทรัพย์ของลูกหนี้ยึดไว้เป็นประกันไซร้ เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องให้ชำระหนี้เอาจาก ทรัพย์ซึ่งเป็นประกันนั้นก่อน

            มาตรา 691 ถ้าผู้ค้ำประกันต้องรับผิดร่วมกันกับลูกหนี้ ท่านว่า ผู้ค้ำประกันย่อมไม่มีสิทธิดั่งกล่าวไว้ใน มาตรา 688,689และ 690

            มาตรา 692 อายุความสะดุดหยุดลงเป็นโทษแก่ลูกหนี้นั้น ย่อม เป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันด้วย

อ้างอิง  :  โกวิท  ทาตะรัตน์ “ผลของการเป็นผู้ค้ำประกัน” ,[URL]  : Http://www.lawyerthai.com

                ประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์

 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]