• อาโกตี๋
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : b_kosol@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-08
  • จำนวนเรื่อง : 62
  • จำนวนผู้ชม : 151254
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
KOSOL BLOG
ความเห็นในเรื่องเศรษฐกิจสังคม เหตุการณ์บ้านเมือง และการดำเนินชีวิตในยุคทุนนิยม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/koson
วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม 2551
Posted by อาโกตี๋ , ผู้อ่าน : 2894 , 14:54:03 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

a

               ซีรูเลียม...พืชคลุมดินตระกูลถั่วที่มีอายุข้ามปี ในช่วงฤดูฝนสามารถตัดต้นและใบทิ้งให้เหลือตอเพื่อให้แตกกิ่งและใบใหม่ก็สามารถเก็บผลผลิตเมล็ดได้อีกโดยไม่ต้องปลูกใหม่ พืชชนิดนี้จะมีปมที่รากที่ให้ธาตุไนโตรเจน ซึ่งเป็นธาตุอาหารหลักที่พืชทุกชนิดต้องการช่วยสร้างลำต้นให้เจริญเติบโตเร็ว เป็นพืชที่ปลูกได้ในดินแบบทุกชนิด โดยเฉพาะในสวนยางที่ศูนย์เรียนรู้ยางพาราฯ เชียงใหม่ จะปลูกซีรูเลียมคลุมพื้นที่สวนยางทำให้ต้นยางเติบโตเร็วและเปิดกรีดได้เร็วขึ้น เกษตรกรสามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้ เพื่อนำไปปฏิบัติในสวนยางของตนได้

               
นายสุขุม วงษ์เอก ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า เกษตรกรที่ปลูกยางใหม่ ยังมีพื้นที่ว่างระหว่างแถวยาง ขอแนะนำให้ปลูกซีรูเลียม พืชคลุมดินตระกูลถั่วที่ให้ประโยชน์มากมายให้ธาตุไนโตรเจนแก่พืช ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้ทางหนึ่งแล้ว ยังช่วยรักษาความชื้นในดิน ปรับปรุงโครงสร้างของดินทำให้ดินร่วนซุย ที่สำคัญสามารถควบคุมวัชพืชช่วยลดการใช้สารเคมี ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ดินและน้ำป้องกันการชะล้างหน้าดินไม่ให้ไหลลงสู่เบื้องล่างรวดเร็ว

               
การปลูกซีรูเลียม เกษตรกรจะปลูกไปพร้อมๆ กับยาพาราหรือหลังจากปลูกยาง 1 ปี ก็ได้ เพราะพืชชนิดนี้ต้องการแสงเต็มที่เพื่อการออกดอกติดฝักและเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกในปีต่อไป แต่ไม่ควรปลูกก่อนยางโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ปลูกยางใหม่เพราะรากของพืชคลุมที่เจริญเต็มที่จะแย่งน้ำและธาตุอาหารของยางที่ปลูกทีหลังได้ และเนื่องจากเป็นเมล็ดที่มีเปลือกหุ้มหนา ถ้านำไปปลูกเลยจะทำให้งอกช้าหรือมีเปอร์เซ็นต์การงอกน้อย ดังนั้นเพื่อให้เมล็ดงอกได้ดียิ่งขึ้น ควรปฏิบัติดังนี้               

               1.
เตรียมเมล็ดก่อนปลูก นำเมล็ดมาคลุกเคล้ากับกรดซัลฟูริคเข้มข้น 60 ซีซีต่อเมล็ด 1 กิโลกรัมทิ้งไว้สัก 30 นาที นำมาล้างน้ำหลายๆ ครั้งให้กรดที่เคลือบผิวเมล็ดออกให้หมด ก็จะทำให้เมล็ดงอกได้ง่ายขึ้น เมล็ดที่คลุกเคล้าด้วยกรดแล้วยังเก็บไว้ได้นานหลายเดือน หรือจะใช้น้ำร้อน 1 ส่วนผสมน้ำธรรมดา 1 ส่วน แช่ค้างคืน 1 คืน หรือใช้วิธีขัดเมล็ดด้วยกระดาษทรายก็ได้เหมือนกัน

               2.
เตรียมต้นกล้าในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะใช้วิธีเพาะเมล็ดหรือใช้ส่วนของลำต้นปักชำก็ได้ ต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ด โดยนำเมล็ดมาเพาะในถุงพลาสติก หรือเพาะในถาดหลุมที่มีดินผสมหรือดินผสมขี้เถ้าแกลบแล้ววางในที่ร่ม ดูแลรดน้ำให้ดี พอต้นกล้าอายุได้ 14-20 วัน จึงนำลงปลูกในแปลงได้ ส่วนอีกวิธี ตัดส่วนของลำต้นให้ติดราก 1-2 ข้อ มีใบ 1-2 ใบ (3-6 ใบย่อย) มาปักชำในถุงพลาสติก พอเห็นว่าแตกใบใหม่ก็นำลงปลูกในแปลง

               
ช่วงปลูกที่เหมาะสมควรเป็นช่วงต้นฤดูฝน ถ้าเป็นภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ควรปลูกเกินเดือนกรกฎาคม ภาคใต้และภาคกลางไม่ควรปลูกเกินเดือนสิงหาคม เพราะการปลูกล่าช้าจะทำให้ได้ผลผลิตเมล็ดต่ำ หรืออาจไม่ออกดอกเลย พืชคลุมมีอายุ 4 เดือนก่อนออกดอก ดังนั้นเพื่อให้พืชคลุมออกดอกได้ง่ายขึ้น จึงควรฉีดพ่นด้วยสารพาโคลบิวทราโซล

               3.
วิธีปลูกเตรียมดินโดยไถดินให้ลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 50 เซนติเมตร ระยะระหว่างแถว 60 เซนติเมตร ขุดหลุมโดยรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหินฟอสเฟตสูตร 0-3-0 อัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ จากนั้นนำต้นกล้าลงปลูก 1 ต้นต่อหลุม เกษตรกรจะปลูกแบบทำค้าง หรือไม่ทำค้างก็ได้ ถ้าปลูกแบบทำค้าง หลังจากปลูกได้ 3-5 สัปดาห์ให้ทำค้างโดยเว้นระยะระหว่างกระโจม 1 เมตร ปักไม้ค้างสูงประมาณ 1.5 เมตร ใช้เชือกฟางผูกต้นไม้กับไม้ไผ่ที่ใช้ทำค้าง การปลูกแบบนี้จะทำให้ผลผลิตเมล็ดสูงขึ้นได้ ซึ่งเหมาะกับภาคใต้และภาคกลางที่มีฝนตกติดต่อกันนาน มีช่วงแล้งและช่วงหนาวสั้น

               
หลังจากปลูกได้ 3 สัปดาห์ควรถากวัชพืชออกประมาณ 2 ครั้ง แล้วใส่ปุ๋ย 15-15-15 หรือ 12-24-12 อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ พอถึงช่วงออกดอกให้ฉีดพ่นด้วยสารพาโคลบิวทราโซลเข้มข้น 500 PPM อัตรา 50 ซีซีผสมน้ำ 10 ลิตร ฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือเย็น หลังฉีดพ่นได้ 1-2 สัปดาห์จะติดดอกและฝักมาก ในกรณีที่กระทบแล้งควรให้น้ำ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อป้องกันเมล็ดลีบ และเสริมด้วยการพ่นปุ๋ยทางใบติดต่อกันทุก 2-4 สัปดาห์ประมาณ 3-4 ครั้ง จะช่วยเพิ่มผลผลิตเมล็ดให้สูงขึ้นได้

               
สำหรับการออกดอก ถ้าเป็นภาคเหนือ-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-ภาคกลาง จะเริ่มออกดอกช่วงปลายเดือนตุลาคม และทยอยบานจนถึงเดือนมีนาคม ส่วนภาคใต้เริ่มออกดอกเมื่อหมดฝนและทยอยบานจนถึงเดือนเมษายน โดยใช้เวลาตั้งแต่ออกดอกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 90-100 วัน แต่ก็ควรดูแลเป็นพิเศษในช่วงที่ออกดอกติดฝักเป็นเมล็ด เพราะช่วงนี้หนอนจะเริ่มเข้าทำลาย จึงควรฉีดพ่นด้วยสารกำจัดแมลงก็จะทำให้ผลผลิตสูงขึ้น

               
นายสุขุม วงษ์เอก กล่าวว่า ศูนย์เรียนรู้ยางพาราฯ เชียงใหม่ เป็นศูนย์ฯ ที่รวบรวมยางพาราครบวงจรให้เกษตรกรและบุคคลทั่วไปเข้ามาศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง นอกจากปลูกซีรูเลียมพืชคลุมดินตระกูลถั่วในระหว่างแถวยางที่ให้ประโยชน์ต่อยางพาราแล้ว จะปลูกข้าวไร่ ข้าวโพด หรือพืชชนิดอื่นที่ท้องถิ่นต้องการในช่วง 1-3 ปี เป็นพืชแซมก็ได้เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ก่อนที่จะเปิดกรีด

               
หากเกษตรกรท่านใดต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อสอบถามได้ที่สถาบันวิจัยยางกรมวิชาการเกษตร โทร.02-5797557-8 ต่อ 181 หรือ 522 โทรสาร. 02-5614744 หรือที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50202 โทร.053-114121-5 ต่อ 706 ในเวลาราชการ

             ที่มา   :   www.rubberthai.com




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]