• อาโกตี๋
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : b_kosol@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-08
  • จำนวนเรื่อง : 62
  • จำนวนผู้ชม : 151254
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
KOSOL BLOG
ความเห็นในเรื่องเศรษฐกิจสังคม เหตุการณ์บ้านเมือง และการดำเนินชีวิตในยุคทุนนิยม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/koson
วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by อาโกตี๋ , ผู้อ่าน : 1269 , 20:47:11 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

         ขอนำบทความพยากรณ์ไอที   trend  2009    ของ  ดร.บุญมากมาเผยแพร่เพราะรู้สึกว่าเห็นด้วยและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

         สำนักวิจัยไอดีซี (IDC) ได้พยากรณ์แนวโน้มของธุรกิจไอซีทีในภาพรวมประเทศแถบเอเซีย-แปซิฟิกโดยไม่รวมประเทศญี่ปุ่น แต่รวมถึงประเทศไทยด้วย

         ไอดีซี ได้พยากรณ์ว่า แม้ว่าภาพรวมทั้งหมดของการใช้จ่ายด้านไอซีทีจะถูกชะลอลงบ้าง เพราะผลกระทบจากสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้มีการมุ่งเน้นไปสู่การตลาดและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ เพราะภาคธุรกิจจะต้องตัดค่าใช้จ่ายลงแต่จะต้องปรับปรุงระบบธุรกิจให้ดีขึ้นเพื่อจะได้หาลูกค้าใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นี่จึงเป็นโอกาสของบริษัททางไอทีที่จะช่วยสร้างระบบธุรกิจและเสริมประสิทธิภาพให้กับบริษัท ต่าง ๆ สามารถทำตลาดใหม่ ๆ หาลูกค้าใหม่ได้ด้วยระบบไอที
       ไอดีซีได้พยากรณ์อุตสาหกรรมของประเทศในเอเซีย แปซิฟิกในปี 2009 ไว้ 10 ข้อด้วยกัน ซึ่งผมจะแบ่งบทความเป็น 3 ตอนต่อเนื่องกันไป เพราะเท่าที่อ่านการพยากรณ์จากหลายสำนักเปรียบเทียบกันสำนักไอดีซีจะครอบคลุม และน่าเชื่อถือมากที่สุด จะได้เอาไว้เป็นแนวทางสำหรับธุรกิจไอซีทีไทยได้

ข้อแรก การใช้จ่ายทางด้านไอซีทีของกลุ่มประเทศเอเซียแปซิฟิกจะลดลงแต่ไม่ถึงกับต่ำมากในปี 2009 สำนักวิจัยไอดีซีพยากรณ์ว่า ก่อนที่จะเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ของสหรัฐอเมริกานั้น ได้พยากรณ์ว่าธุรกิจไอซีทีจะเติบโตอยู่ที่ 9.5% แต่หลังจากเกิดเหตุวิกฤตแล้วตัวเลขจะอยู่ที่ 5.8%
        ส่วนที่ลดลงไปมากที่สุดน่าจะเป็นตลาดประเภทพีซีและอุปกรณ์พ่วงเพราะบริษัทต่าง ๆ จะต้องประหยัดค่าใช้จ่ายและยืดอายุการใช้งานของพีซี เช่น เดิมเคยใช้งานอยู่ที่ 2 หรือ 3 ปีแล้วเปลี่ยนใหม่ ปัจจุบันจะยืดอายุการใช้งานต่อไปโดยชะลอการซื้อของใหม่ไปอีกสักปีหรือสองปี
         แต่ในส่วนของภาครัฐจะต้องมีการใช้จ่ายด้านไอซีทีมากขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและเพื่อปรับปรุงระบบการบริการด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้ดีขึ้น รวมทั้งด้านโทรคมนาคมและการสื่อสารโดยไอดีซีบอกว่า ที่อื่น ๆ ในโลกจะแย่หมด แต่ที่กลุ่มเอเซียเปซิฟิกน่าจะดีที่สุด

ข้อสอง รัฐบาลจะต้องใช้จ่ายด้านไอทีเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับการบริการประชาชนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีเพื่อเพิ่มบริการให้ประชาชนมากขึ้นและทั่วถึง
โดยทั่วไปรัฐบาลของประเทศในกลุ่มเอเซียแปซิฟิกจะต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านไอทีให้มากขึ้นเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและช่วยกระตุ้นให้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลจะมีโครงการใหม่ ๆ ในหลายรูปแบบซึ่งจะมีผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจซึ่งจะต้องใช้ระบบไอทีเข้าช่วย การสร้างโครงการใหม่ด้วยระบบไอซีทีในหลากหลายรูปแบบเพื่อเพิ่มความสะดวกการบริการต่อสาธารณชนและเพื่อสร้างงานใหม่ซึ่งภาคเอกชนตั้งความหวังไว้กับภาครัฐเพราะสามารถนำเงินภาษีมาใช้จ่ายเพื่อสร้างงานและการบริการให้กับประชาชนหลายเรื่อง เช่น สาธารณสุข การศึกษา อุตสาหกรรม ธุรกิจการค้าส่งออก การท่องเที่ยวและอื่นๆ อีก

ข้อสาม บริการไอทีประเภทบริการร่วมผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่เรียกว่า คลาวด์ หรือ Cloud Based Service จะมีมากขึ้น ตัวอย่างบริการคลาวด์ที่เราเห็นได้ชัด ๆ เช่น บริการจ่ายเงินของ Amazon หรือ PayPal บริการแผนที่ของ Google Maps ประเภทเล็ก ๆ ที่เขาทำกันเช่น บริการร่วมทางการศึกษาอีเลิร์นนิ่ง (E-Learning) ด้วยระบบการเรียนการสอนผ่านอินเตอร์เน็ตหรือที่เรียกว่า แอลเอ็มเอส หรือ Learning Management System ซึ่งก็จะเห็นในประเทศไทยโดยใช้ มูเดิ้ล (Moodle) รวมกันหลายมหาวิทยาลัย ประเภทจะสร้างระบบเองเพื่อใช้เองจะต้องลงทุนมากไม่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้

ข้อสี่ เศรษฐกิจยามนี้ทำให้บริษัทต่าง ๆ จะต้องรักษาและดูแลลูกค้าให้กระชับขึ้น เลยทำให้บริการของเว้ปซึ่งมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าจะได้รับความนิยมมากขึ้นซึ่งเทคโนโลยีนี้หมายถึง Web 2.0 ซึ่งจะได้ทั้งเครือข่ายสมาชิกและสามารถเข้าร่วมปฏิสัมพันธ์ได้ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพสำหรับหาลูกค้ามาก บริการประเภทนี้ ตัวอย่างเช่น บริการของเครือข่ายสังคม ไฮไฟว์ มายสเปส ยูทูป และบริการร่วมกันทำของ วิกิพีเดีย ในประเทศไทย บริการประเภท Dekdern.com ของมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อบริการให้นักเรียนสามารถสร้างเครือข่ายเพื่อรู้จักพี่ ๆ ในระดับมหาวิทยาลัยก็เป็นลักษณะบริการนี้
ไอดีซีประมาณการไว้ว่ารายได้จากศูนย์บริการประเภทนี้ในกลุ่มประเทศเอเซียแปซิฟิก จะเพิ่มจากปี 2008 ซึ่งมี 278 ล้านดอลลาร์ เป็น 518 ล้านดอลลาร์ในปี 2012 ซึ่งจะเติบโตในระดับ 17% ต่อปีติดต่อกันเลยทีเดียว

ข้อห้า บริการเจาะหาตลาดทางอินเตอร์เน็ตหรือบริการที่เรียกว่า อีเอสเอ็ม หรือ Enterprise Search Market จะเติบโตเร็ว บริการหาตลาดประเภทนี้ ก็นับเป็นการต่อยอดจากเครื่องจักรค้นหาข้อมูลของกูเกิ้ลและยาฮู ซึ่งซอฟต์แวร์ประเภทนี้สามารถคำนวณได้ว่าค่าผลตอบแทนต่อการลงทุนหรือ อาร์โอไอ Return on Investment มีเท่าไร คุ้มหรือไม่ ซึ่งการรวมตัวของบริษัท ไอบีเอ็ม ไมโครซอฟต์ ออราเคิล และเอสเอพี เพื่อร่วมกันทำบริการประเภทนี้ และบริการประเภทอีเอสเอ็มจะเติบโตในกลุ่มประเทศเอเซียแปซิฟิก

ข้อหก จะมีการใช้ไอทีสีเขียวมากขึ้นโดยเฉพาะการสร้างโลกเสมือนเพื่อทดแทนของจริง แทนที่จะสร้างตึก สร้างป่าไม้ สร้างอาณาจักรของจริงบนโลกก็ทำในโลกเสมือนเสียเลย จะให้สวยเท่าไรก็ได้ ทำไปในโลกเสมือนเพราะไม่มีค่าวัสดุก่อสร้าง ไม่มีการตัดป่า ตัดไม้ ประเภทการเรียนการสอนผ่านมหาวิทยาลัยไซเบอร์ ก็ถือว่าไอทีสีเขียวเหมือนกัน เพราะไม่เสียค่าเดินทาง ไม่ต้องสร้างตึกสร้างห้องเรียนติดแอร์ อยู่ที่ไหนก็เรียนที่นั่นในมหาวิทยาลัยเสมือน

ข้อ 7 สภาวะการตลาดซบเซา จะส่งผลให้ผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคม ได้พิจารณาถึงยุทธศาสตร์ใหม่ ไอดีซี ได้พยากรณ์ว่าผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมที่ยังมีผลประกอบการดีอยู่ ก็คงจะลงทุนในเรื่องการขยายระบบเครือข่ายโทรคมนาคม ส่วนผู้ประกอบการในระดับรองลงมาเช่น กลุ่มไอเอสพี หรือ เอเอสพี ก็คงจะเร่งขยายในส่วนการคืนทุนเร็ว โดยเฉพาะเรื่องตลาดบรอดแบนด์ของประเทศกลุ่มเอเซียแปซิฟิกก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ส่วนเทคโนโลยีใหม่ ๆ คงจะถูกชะลอลง เช่น 3 จีในอินเดีย จีน และเวียตนาม ไวเมกซ์ ไอพีทีวี บริการสื่อผสม เครือข่ายวิทยุเคลื่อนที่หรือ Mobile Radio Access Network หรือ RAN

ข้อ 8 บริษัทต่าง ๆ จะนิยมใช้บริการทางด้านศูนย์การจัดการบริการข้อมูลมากขึ้น หรือที่เรียกว่า Managed Datacenter เพื่อลดค่าใช้จ่าย ซึ่งศูนย์การจัดการบริการข้อมูลก็จะต้องให้ลูกค้าเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่หลายประเภทเช่น การแบ่งการใช้งานคำนวณประเภท Cloud Computering ที่ผมเขียนไว้ในข้อ 3 การกู้อุบัติภัยทางข้อมูล หรือ Diaster Recovery และการทำเซอร์ฟเวอร์แบบเสมือน หรือ Server virtualization

ข้อ 9 การบริการร่วมสำหรับลูกค้าจอแบนหรือ Thin Clients ก็จะเป็นที่นิยมกันมากขึ้นเพราะสมัยนี้ จอแบนซึ่งไม่ต้องใช้ซีพียูขนาดใหญ่เหมือนเซอร์ฟเวอร์เพื่อใช้กับงานบริการทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องมีการคำนวณขั้นสูงมาก  แต่จะใช้ร่วมกับศูนย์บริการข้อมูลใหญ่หรือเซอร์ฟเวอร์ใหญ่ที่เป็นแหล่งรวบรวมและจัดการข้อมูล ไอดีซีคาดว่าตลาด Thin Clients จะเติบโตกว่าปีที่แล้ว ประมาณ 12.-15% หรือประมาณ 765,000 เครื่องในแถบเอเซียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)

ข้อ 10 โน้ตบุ๊คขนาดเล็กที่มีขนาดกำลังประมวลผลและความจุจำกัดแต่ราคาถูกจะเริ่มเข้ามาแทรกตลาดโน้ตบุ๊คมากขึ้นและมีแนวโน้มว่าตลาดของโน้ตบุ๊คขนาดเล็กจะโตขึ้นประมาณ 10% ในปี2009 เนื่องจากขนาดกำลังการคำนวณและความจุไม่มากนัก จึงทำให้ต้องพึ่งระบบอินเตอร์เน็ตและร่วมกันใช้ข้อมูลสำหรับการประมวลผลในลักษณะเดียวกัน Cloud Service นั่นเอง

         เมื่อพินิจพิเคราะห์ดูทั้ง 10 ข้อ ที่ผมได้นำเสนอ บทความ 3 ตอนนั้น คิดว่าสำหรับตลาดธุรกิจไอทีประเทศไทยก็คงจะมีแนวโน้มมาทางนี้ ในปี 2009 คิดว่าข้อมูลที่นำเสนอนี้ คงจะให้ประโยชน์กับผู้อ่านใช้เป็นแนวทางในปีหน้าตลอดทั้งปีได้

                  ที่มา : ดร. บุญมาก http://www.rsu-cyberu.com/




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28



[ Add to my favorite ] [ X ]