• kozivista
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kozikoff@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 105
  • จำนวนผู้ชม : 60499
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
kozivista
For Coffee Lovers สำหรับผู้รักการดื่มกาแฟที่สุนทรีย์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kozivista
วันพุธ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2551
Posted by kozivista , ผู้อ่าน : 727 , 15:17:18 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ช่วงที่เดินทางไปต่างประเทศเร็ว ๆ นี้ มีอาการตะคริวหลายครั้งจนผิดสังเกต จึงลองหาว่าเพราะอะไร ได้พบบทความที่น่าสนใจนี้ จาก www.goodhealth.in.th/web/node จึงนำมาเผยแพร่ หวังว่าคงเป็นประโยชน์นะครับ

ตะคริว เป็นอาการที่พบได้บ่อยๆส่วนใหญ่จะเกิดขณะหรือหลังการออกกำลังกาย บางคนเกิดขณะว่ายน้ำ หรือบางคนเกิดขณะนอน ตะคริวเป็นการที่กล้ามเนื้อมีการเกร็งทำให้เกิดอาการปวด มักจะเป็นชั่วครู่ก็หายแต่บางคนก็อาจจะปวดนานหรือเป็นซ้ำๆ กล้ามเนื้อที่มักจะเกิดตะคริวได้แก่กล้ามเนื้อน่อง ต้นขา แต่อาจจะเกิดกับกล้ามเนื้ออื่นๆก็ได้ สาเหตุของการเกิดตะคริวได้แก่

  1. การขาดน้ำ จากการศึกษาพบว่าการขาดน้ำจะทำให้เกิดตะคริวและเป็นรุนแรง
  2. ภาวะเกลือแร่ไม่สมดุลโดยเฉพาะ sodium และ potassium ภาวะที่ทำให้เกลือแร่เสียสมดุลได้แก่ ท้องร่วง อาเจียน เสียเหงื่อ หรือรับประทานอาหารที่ไม่สมดุล
  3. กล้ามเนื้ออ่อนล้าหรือได้รับบาดเจ็บ หรือใช้งานมากไปเพื่อป้องกันการได้รับบาดเจ็บ
  4. แร่ธาตุเสียสมดุลโดยเฉพาะเกลือแคลเซียม แมกนีเซียม อาหารที่แร่ธาตุสองตัวไม่สมดุลจะทำให้เกิดตะคริว
  5. กล้ามเนื้อขาดการยืดหยุ่น กล้ามเนื้อที่ตึงจะเกิดตะคริวได้บ่อย
  6. กล้ามเนื้อที่อ่อนแรงหากต้องทำงานหนักจะเกิดตะคริวได้บ่อย
  7. กล้ามเนื้อขาดเลือด หากท่านออกกกำลังกายอย่างหนักโดยที่ไม่ได้ warm up จะทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่พอจะเกิดตะคริว
  8. การหายใจเข้า - ออก มากไป เมื่อไม่มีความจำเป็นจะทำให้ร่างกายไม่สามารถใช้แคละเซียมได้ เช่น คนที่เป็นโรคจิต  โรคประสาท อาจหายใจเร็ว หอบ โดยไม่มีสาเหตุ ทำให้มือจีบ (ซึ่งก็เป็นตะคริวอีกแบบหนึ่ง)
  9. ในนักกีฬาอาจพบว่า บางครั้ง คนหายใจมากเกินกว่าร่างกายต้องการ เช่น เมื่อวิ่งไปนาน ๆ เกิดอาการเหนื่อย หากตื่นเต้นไปหรือไม่รู้จักหายใจให้ถูก แทนที่จะหายใจลึก ๆ ยาว ๆ กลับหายใจลึก ๆ สั้น ๆ กระชั้นถี่ ก็จะทำให้เกิดตะคริวได้ง่าย
  10. ในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์อาจเป็นตะคริวได้ บ่อยขึ้น เนื่องจากระดับของแคลเซียมในเลือดต่ำ หรืออาจเกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปที่ขาไม่สะดวก
  11. ในคนที่มีภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Arteriosclerosis) เช่น คนสูงอายุ ผู้ที่สูบบุหรี่ ก็มีโอกาสเป็นตะคริวได้บ่อยขึ้น และอาจเป็นขณะที่เดินนาน ๆ หรืออาจเป็นขณะตอนดึกหรือเช้ามืด เนื่องจากหลอดเลือดมีการตีบแคบลงเมื่ออากาศเย็น ทำให้เลือดไปเลี้ยงที่ขาได้ไม่ดี

เราท่านมีความเข้าใจผิดๆ กันอยู่มากในเรื่องเกี่ยวกับเกลือ มักเข้าใจว่า ถ้าใครเป็นตะคริว ต้องเป็นจากขาดเกลือ จึงได้เห็น การรักษาตะคริวโดยให้กินเกลือกันอย่างแพร่หลาย

            ผู้เขียนบอกได้อย่างไม่อายว่า เคยเชื่อ เช่นเดียวกับเพื่อนๆ หมออีกหลายๆ คน ที่ยังสับสนมาจนบัดนี้

ความจริงที่มีผู้พิสูจน์แล้วคือ คนทั่วไปมักไม่ขาดเกลือ ออกจะมีเหลือเฟือ เสียด้วยซ้ำไปและมีผู้ที่ได้ประสบการณ์ ผ่านมา กับตัวเอง เช่น คุณหมอเก๊ป เมอร์กิ้น เมื่อครั้งที่เขากินเกลือเม็ดและใส่เกลือในอาหารเป็นบ้าเป็นหลัง (เพราะตำราแพทย์ ยุคนั้น บอกให้ทำ ) ปรากฏว่า ตะคริวเกิดประดังมาเป็นว่าเล่น และเมื่อเขางดกินเค็ม (เพราะฉลาดขึ้น ) กลับไม่เห็นที่จะเป็นตะคริวอีกเลย

เหตุผล ท่านเฉลยไว้ว่า การที่เรากินเกลือเสมอมา ทำให้ร่างกายรู้จักแต่ขับถ่ายเกลือ (ที่เหลือเฟือเหลือใช้และให้โทษ) ออกไป เมื่อไรที่ลดการกินเกลือทันทีทันใด (ซึ่งคงเกิดได้ทุกบ่อย ) จะทำให้ระดับเกลือในร่างกาย ลดต่ำลงไปฮวบฮาบ ซึ่งเป็นที่ ทราบกันดีว่า ระดับเกลือต่ำทำให้เป็นตะคริว

เรื่องของแร่ธาตุอื่น ๆ

ความที่เกลือเข้ามาเป็นพระเอกเสียจนเราไม่รู้จักกับ ผู้แสดงคนอื่นๆ ทั้งที่ร่างกายเราประกอบด้วยแร่ธาตุสำคัญๆ นับสิบ ประการสิ่งที่เราควรรู้ในเรื่องการทำงานของกล้ามเนื้อคือ โปแตสเซี่ยม และแมกนีเซี่ยม เป็นตัวใหญ่ ยังมีตัวเล็ก ตัวน้อยอีกมากมาย แต่อย่าเพิ่งไปสนใจมันเลยในตอนนี้

โปแตสเซี่ยม ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายความร้อนที่เกิดขึ้น ในระหว่างการทำงาน เวลาวิ่งมีความร้อนเกิดขึ้นมากมาย มหาศาล โปแตสเซี่ยม จึงถูกใช้งานหมดไปได้อย่างมาก

แมกนีเซี่ยม ช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยประสานงานกับแคลเซี่ยม แม้จะไม่เสียไปมากอย่างโปแตสเซี่ยม แต่ก็ขาดไม่ได้ ดังนั้น แร่ธาตุ ที่เราควรให้ความสนใจ คือ โปแตสเซี่ยม เนื่องจากมีการเสียไปในระหว่างออกกำลัง จึงต้องกินเข้า ไปชดเชยกันอาหารที่อุดมด้วยโปแตสเซี่ยม คือ ผลไม้ ถั่ว และผัก นักวิ่งควรจะกินอาหารทั้ง 3 อย่างให้ได้ปริมาณเพียงพอ เพื่อเป็นหลักประกันว่า ท่านจะไม่ขาดธาตุโปแตสเซี่ยม

การป้องกันตะคริว

  1. ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ อาจจะดื่มน้ำธรรมดาหรือน้ำแร่ก็ได้
  2. ปรับกล้ามเนื้อโดยการบริหารให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและมีความยืดหยุ่นสูงจะป้องกันตะคริว
  3. รับประทานอาหารที่มีเกลือแรโปแทสเซียมสูง เช่นกล้วย ผลไม้ผัก
  4. การออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้อและร่างกายแข็งแรง
  5. ก่อนออกกำลังกายให้ warm up ทุกครั้ง
  6. ขณะเกิดอาการตะคริวให้มีการยืดกล้ามเนื้อจะลดอาการปวด
  7. ขณะเกิดตะคริวให้นวดกล้ามเนื้อซึ่งจะลดอาการปวด การนวดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดอาการตะคริว

การแก้ไขในระยะยาว เราควรดูที่สาเหตุ

  • ถ้าเป็นจากออกกำลังมากไป ให้ลดลง
  • ถ้าเป็นจากขาดแร่ธาตุ ให้กินชดเชย
  • ถ้าเป็นจากหายใจผิด ให้ฝึกหายใจเสียใหม่ เป็นต้น

การรักษา

1. ขณะที่เป็นตะคริว ให้ทำการปฐมพยาบาล โดยใช้มือนวดกล้ามเนื้อที่เป็นตะคริว หรือยืดกล้ามเนื้อส่วนนั้นให้ตึง เช่น ถ้าเป็นตะคริวที่น่องให้เหยียดหัวเข่าตรง และดึงปลายเท้ากระดกเข้าหาเข่าให้มากที่สุด ถ้าเป็นตะคริว ที่ต้นขาให้เหยียดหัวเข่าตรง ยกเท้าขึ้นให้พ้นจากเตียงเล็กน้อยและกระดกปลายเท้าลงล่าง (ไปทางด้านตรงข้ามกับหัวเข่า)

2. ถ้าเป็นตะคริวขณะเข้านอนตอนกลางคืนบ่อย ๆ (เช่น หญิงที่ตั้งครรภ์ คนสูงอายุ) ก่อนนอนควรดื่มนมให้มากขึ้นและยกขาสูง (ใช้หมอนรอง) จากเตียงประมาณ 10 ซม.(4 นิ้ว) ในหญิงตั้งครรภ์ อาจให้ยาเม็ดแคลเซียมแลกเทตกินวันละ 1-3 เม็ด

3. ถ้าเป็นตะคริวจากการเสียเกลือโซเดียม (เช่น เกิดจากท้องเดิน อาเจียน เหงื่อออกมาก) ควรให้ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ ถ้าดื่มไม่ได้ ควรให้น้ำเกลือนอร์มัลซาไลน์ทางหลอดเลือดดำ

4. ถ้าเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นขณะเดินนาน ๆ ควรแนะนำผู้ป่วยไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุ อาจมีความผิดปกติเกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือดที่ขา หรือมีภาวะหลอดเลือดแดงแข็งจากเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคอื่น ๆ

ในผู้สูงอายุที่เป็นตะคริวตอนกลางคืนเป็นประจำ ควรให้กินไดเฟนไฮดรามีน ขนาด 50 มก ก่อนนอนอาจช่วยป้องกันไม่ให้เป็นตะคริวขณะเข้านอนได้

ที่มา: http://www.siamhealth.net

    : http://www.thairunning.com

    : http://www.elib-online.com






แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน