• drdan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kriengsak@kriengsak.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 552
  • จำนวนผู้ชม : 588736
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1866 คน
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ขอคิดอย่างสร้างสรรค์ กับ ความรู้ ความคิด ไมตรีจิต ความดี ของ ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เกี่ยวกับ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengsak
วันอังคาร ที่ 4 ธันวาคม 2550
Posted by drdan , ผู้อ่าน : 1724 , 15:15:03 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน




            การศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศไทยมีสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ความไม่สอดคล้องระหว่างการผลิตบัณฑิตกับความต้องการของตลาดแรงงาน หากไม่รีบแก้ไขจะส่งผลกระทบเชิงลบในระยะยาว ที่ผ่านมา การแก้ไขจะใช้การปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน โดยผลักดันให้มหาวิทยาลัยรัฐออกนอกระบบ และสนับสนุนให้ภาคเอกชนการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษามากขึ้น แต่วิธีดังกล่าวไม่แก้ปัญหาได้มากนัก เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่เป็นอุปสรรค ดังนี้

            ปัจจัยด้านคุณสมบัติของตลาด

            ข้อมูลตลาดแรงงานมีความไม่สมบูรณ์
การขาดระบบข้อมูลด้านตลาดแรงงานที่ดี ทั้ง ๆ ที่มีตำแหน่งงานรองรับ อาทิ ผู้หางานไม่สามารถค้นพบตำแหน่งงานที่ต้องการ หรือนายจ้างไม่สามารถค้นพบแรงงานที่มีคุณสมบัติตามต้องการ ส่งผลให้ค่าจ้างสูงเกินจริงและทำให้ผู้จบการศึกษาบางส่วนว่างงาน

            การทดแทนกันของแรงงานระดับต่าง ๆ
ตลาดแรงงานของไทยให้ความสำคัญกับวุฒิการศึกษา ผู้เรียนจึงเกิดแรงจูงใจในการเรียนเพื่อใบปริญญา เพื่อเบิกทางเข้าสู่ตำแหน่งงาน ส่งผลให้แรงงานที่มีทักษะสูงหรือทักษะเฉพาะเข้าทดแทนแรงงานที่มีทักษะปานกลางหรือทักษะทั่วไป จึงผู้ที่เข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาเกินความต้องการของตลาดแรงงาน เพราะเข้าใจว่าเรียนแล้วมีโอกาสตกงานน้อย
            การศึกษาปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน ตลาดแรงงานบางสาขา มีการปรับตัวของอุปสงค์และอุปทานไม่เท่ากัน ทำให้มีแรงงานขาดแคลนหรือเกินความต้องการเป็นวัฏจักร สมมติว่า ในปัจจุบัน วิศวกรโยธาขาดแคลน ค้าจ้างแรงงานจึงสูง จึงมีผู้เรียนสาขานี้เพิ่มขึ้น ในอีก 4 ปีต่อมา มีผู้จบวิศวกรโยธาเข้าสู่ตลาดแรงงานจำนวนมาก จนเกิดอุปทานแรงงานส่วนเกิน (excess supply of labour) ทำให้ค่าจ้างแรงงานวิศวกรโยธาลดลง ส่งผลให้มีผู้เรียนสาขานี้ลดลง และอีก 4 ปีข้างหน้า เกิดอุปสงค์ส่วนเกิน (excess demand of labour) วิศวกรโยธาลดลง ค่าจ้างเพิ่มอีกครั้ง

            ปัจจัยด้านผู้เรียน
            ตามทฤษฎีทุนมนุษย์ (Human Capital) การศึกษาเป็นการลงทุนที่หวังผลตอบแทนในอนาคต ดังนั้น การตัดสินใจว่าเรียนต่อระดับอุดมศึกษา หรือตัดสินใจเรียนในสาขาใด ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ cost - benefit ของการลงทุนทางการศึกษา (สมมติให้ปัจจัยอื่นคงที่) แต่ปัญหาแรงงานล้นตลาดเกิดขึ้น ในกรณีที่ผู้เรียนไม่ทราบข้อมูลตลาดแรงงาน ขาดข้อมูลการจ้างงานและผลตอบแทนในแต่ละสาขา

            ปัจจัยจากผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา

            การแสวงหากำไรสูงสุดของสถาบันการศึกษาเอกชน
ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาเอกชนเปรียบเหมือนผู้ผลิตสินค้า ย่อมแสวงหากำไรสูงสุดกับรายได้ที่มาจากค่าเล่าเรียนของนักศึกษา โดยรับนักศึกษาจำนวนมาก และเปิดหลักสูตรพิเศษหลายหลักสูตร โดยไม่คำนึงถึงความต้องการของตลาด จนส่งผลทำให้เกิดแรงงานล้นตลาด

            ปัญหาตัวแทนของรัฐ
เกิดจากผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาของรับ ซึ่งเป็นตัวแทนรัฐ ต้องการแสวงหาประโยชน์ที่มาจากรายได้ จึงใช้วิธีการรับนักศึกษาจำนวนมากเพื่อหารายได้ ทั้งยังเกิดจากความคลาดเคลื่อนของข้อมูลการศึกษาที่รัฐได้รับจากผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา ทำให้การวางแผนผลิตบัณฑิตไม่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ประกอบกับการที่รัฐไม่มีระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพพอ ขาดกลไกที่เข้มแข็งในการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล จึงทำให้รัฐไม่สามารควบคุมการผลิตบัณฑิตให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, ข้อเสนอยุทธศาสตร์และแนวทางการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย, 2546) จนนำไปสู่ปัญหาการผลิตบัณฑิตเกิดความต้องการของตลาดแรงงาน

            ปัจจัยจากนโยบายของรัฐบาล

            การดำเนินนโยบายของรัฐบาล อาจส่งผลให้ผลิตบัณฑิตที่ไม่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน อาทิ การกำหนดนโยบายที่หวังคะแนนนิยมในระยะยาว หรือนโยบายที่เห็นผลระยะสั้น เนื่องจากวาระการดำรงตำแหน่งสั้น เช่น กระจายโอกาสการเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้มากที่สุด โดยไม่คำนึงถึงความต้องการของตลาดแรงงาน เป็นต้น หรือนโยบายที่สร้างประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้อง เช่น คอร์รัปชันจากโครงการจัดซื้อต่าง ๆ ผูกขาดการจัดหลักสูตร เพราะต้องการควบคุมงบประมาณให้เป็นไปตามความต้องการของพวกพ้อง เป็นต้น นโยบายลักษณะนี้ก่อให้เกิดปัญหาบัณฑิตล้นตลาดแรงงานในอนาคต

            ทางออกปัญหาการผลิตบัณฑิตที่ไม่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน อันเนื่องมาจากการปล่อยให้กลไกตลาดการศึกษาทำงาน ทำได้โดยการวิจัยความต้องการแรงงานในแต่ละสาขาต่อเนื่องทุกปี พร้อมทั้งกำหนดมาตรการที่บังคับให้สถาบันอุดมศึกษา ทั้งรัฐและเอกชน ผลิตบัณฑิตที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน นอกจากนี้ ควรกระจายข้อมูลความต้องการของตลาดแรงงานให้แก่ผู้เรียน เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจศึกษาต่อและที่สำคัญ รัฐบาลสมัยหน้าไม่ควรดำเนินนโยบายการศึกษาในลักษณะที่ขยายโอกาสการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาจนเกินพอดี แต่ควรเป็นนโยบายที่ส่งเสริมการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

* ที่มาของภาพ - http://www.bus.ubu.ac.th/busmemo/Image/bundit48.gif




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
drdan วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 09.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengsak
Prof.Kriengsak Chareonwongsak

เห็นด้วยกันกับทุกท่านครับ ต้องเร่งปฏิรูประบบการศึกษาไทยอย่างจริงจังและจริงใจครับ เพราะต้องใช้เวลาในการวางรากฐาน หากรัฐบาลไม่ทำอย่างจริงจัง ผมว่าน่าเป็นห่วงสำหรับลูกหลานไทยครับ
ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 04/12/2007 เวลา : 16.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

เท่าที่สอนเด็กมา การศึกษาบ้านเราสอนคนเป็นหุ่นยนต์ ไม่ค่อยเน้นภาคปฏิบัติและการปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ๆ เพราะการสอนการสอบภาคทฤษฎีทำได้ง่าย ตรวจข้อสอบก็ง่าย ไม่เหมือนสร้างสถานการณ์ใหม่ในทางปฏิบัติ
แต่เด็กเก่งๆจากม.รัฐและเทคโนโลยีลาดกระบังก็ใช้ได้
ครับ รองจากนั้นไปก็แค่เรียนให้ผ่าน ไม่ได้มีความอยากรู้อยากประยุกต์ แค่อยากได้วุฒิไปสมัครงาน มันก็เลยได้แค่นั้น
ครูอาจารย์มหาลัยก็ไม่มีการบ้านให้นักเรียนทำทุกสัปดาห์ ขี้เกียจตรวจเอง เอาเวลาไปรับจ๊อบข้างนอก วัดดวงกันตอนสอบไล่ครั้งเดียว จนเด็กปีสี่มหาลัยท็อปฯยังไม่รู้ว่ากี่มิลลิเมตรเป็นหนึ่งเซ็นติเมตร เพราะไม่เคยซักซ้อมทำการบ้าน เรื่องจริงครับ ไม่เชื่อก็เจอมาแล้ว...
ส่วนงานบ้านเราก็ประเภทซื้อมาขายไป หรือรับจ้างประกอบ/ผลิต ไม่ค่อยมีที่ให้ใส่ความคิด/พัฒนา เอาแค่ระบบเดินไม่มีปัญหาก็เก่งแล้ว ระบบพ่อค้าก็ได้แค่นี้แหละ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 04/12/2007 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมกำลังนึกถึงฟิลิปปินส์ครับดร.
จำได้ว่า มีนักเรียนนอกจากฟิลิปปินส์มากมาย..ผมไม่รู้ว่าระบบการศึกษาที่นั่นดีไหม?
แต่เพื่อนที่เรียนได้ที่โหล่ของห้อง เอนท์ไม่ติด ไปจบปริญญาโทกลับมาจากฟิลิปปินส์ครับ

นักศึกษาบ้านเรา ปริญญาตรีนี่แหละ
ยังเขียนหนังสือไม่เป็นภาษา(ไทย) ภาษาอังกฤษยิ่งไม่ต้องพูด...
เราพัฒนาระบบการศึกษาไปแบบไหนกันเนี่ย

พรุ่งนี้ มะรืนนี้ เด็ก ม.6 ยังไม่รู้จะเอนท์ระบบไหน?
จบแล้วจะทำงานอะไร(เพราะไม่มีความรู้)
เด็กๆ แห่เรียนนิเทศ มากกว่าเรียนวิศว มากกว่าเรียนเศรษฐศาสตร์ มากกว่าอยากเป็นหมอ เป็นพยาบาล..เพราะอะไร
อยากทำงานบันเทิงกันเป็นแถว(ผลสำรวจล่าสุดออกมาแล้วครับ)

บ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไร คนรุ่นนี้แหละที่จะบอกเรา
และเมื่อเรามองคนรุ่นนี้
เราก็ไม่กล้าถามและตอบคำถามตัวเอง..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ในชีวิตคนเรามีขึ้นก็ต้องมีลง วันที่ : 04/12/2007 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/parinya

ผมว่า ทางที่ดีทุกมหาวิทยาลัยต้องจัดระบบความคิด และระบบการรับนักศึกษากันใหม่ ให้ผลิตบัณฑิตให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานจริง ๆ แต่ไม่รู้จะเป้นไปได้รึเปล่า เพราะปัจจุบันก้รับกันมากมาย เพื่อหวังรายได้จากค่าเล่าเรียน

ป.ล. รูปนี้ของ มข. ใช่มั้ยครับอาจารย์ (ผมก็จบ มข. คร้าบ)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

“คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" 30.03.2552

จุดประกายความคิด พร้อมเปิดโลกทัศน์ ในมุมมองที่แตกต่าง แต่ทำได้ ในรายการวิทยุ “คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 06.00 – 06.45 น.ทาง FM 102 Working Station คลื่นคนทำงาน ดำเนินรายการโด

View All
<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]