• drdan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kriengsak@kriengsak.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 552
  • จำนวนผู้ชม : 601318
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1866 คน
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ขอคิดอย่างสร้างสรรค์ กับ ความรู้ ความคิด ไมตรีจิต ความดี ของ ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เกี่ยวกับ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengsak
วันจันทร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551
Posted by drdan , ผู้อ่าน : 8289 , 17:15:35 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


 
             พ่อแม่ผู้ปกครองในปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับการวางรากฐานความรู้ด้านวิชาการเด็กปฐมวัยอย่างมาก โดยเฉพาะทักษะทางภาษาและคณิตศาสตร์ เนื่องจากต้องการให้เด็กสอบเข้าเรียนระดับประถมศึกษาในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง จึงเป็นเหตุให้พ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยจัดหาครูสอนพิเศษ หรือส่งเด็กเข้าเรียนโรงเรียนอนุบาลที่ให้ความรู้ด้านวิชาการ โดยไม่เข้าใจถึงความพร้อมของเด็กและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
 
             สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้มอบหมายให้ รศ. ดร.ภรณี คุรุรัตนะ ผู้เชี่ยวชาญสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และคณะ จัดทำรายงานเรื่อง กระบวนทัศน์ใหม่ของการศึกษาปฐมวัย เมื่อปี 2542 งานวิจัย อธิบายว่า การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยมีลักษณะเฉพาะตัว เด็กจะเรียนรู้ได้ดีผ่านการเล่นและทำกิจกรรมที่หลากหลาย เป็นกิจกรรมที่เปิดกว้างให้อิสระเหมาะสมกับวัย ไม่เพียงเด็กจะได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินเท่านั้น ยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านทักษะการคิด ทักษะทางสังคม และการเรียนรู้ตลอดชีวิตของเด็กอีกด้วย ในโรงเรียน ครูมีบทบาทในการจัดประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก
 
             ในสหรัฐอเมริกา พ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนมากไม่นิยมส่งลูกไปยังสถานเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยตามปกติทั่วไป แต่หันมาให้ลูกเรียนพิเศษ เพื่อพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์และการอ่าน เพราะมองว่า หากบุตรหลานของตนสามารถอ่านและมีทักษะด้านคณิตศาสตร์ก่อนเข้าเรียน มีแนวโน้มที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนที่ดีและมีงานทำที่ดีในอนาคต ทำให้ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ธุรกิจสอนเด็กปฐมวัยเจริญเติบโตอย่างมาก อาทิ ศูนย์การเรียนรู้ซิลแวน (Sylvan Learning Centers) สอนพัฒนาการด้านการอ่าน การเขียน และคณิตศาสตร์เบื้องต้น ปัจจุบันมีถึง 1,100 แห่งในสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมี ศูนย์คุมอง (Kumon) ธุรกิจสัญชาติญี่ปุ่น สอนคณิตศาสตร์ หลักสูตรการอ่านตัวอักษร (pre-K crowd) ให้เด็ก 3 ขวบ และฝึกอ่านผ่านคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันเปิดกิจการในสหรัฐฯ กว่า 1,300 แห่ง
 
             นักวิชาการและนักจิตวิทยาในสหรัฐฯ ออกมาแสดงความเห็นว่า การเร่งพัฒนาทักษะวิชาการเด็กปฐมวัย ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กวัยนี้ ศาสตราจารย์เดวิด เอลไคนด์ (David Elkind) มหาวิทยาลัยทัฟท์ส ผู้เขียนหนังสือ “The Hurried Child” กล่าวว่า แท้จริงแล้วการเรียนรู้ที่เหมาะกับเด็กปฐมวัยคือ การเรียนรู้ผ่านการเล่น ดอกเตอร์แมรี่แอน วูลฟ์ (Maryanne Wolf) หัวหน้าศูนย์วิจัยการอ่านและภาษา (Center for Reading and Learning Research) มหาวิทยาลัยทัฟท์ส (Tufts University) กล่าวว่า เด็กไม่มีความพร้อมในการอ่านจนกว่าอายุ 5 ขวบ การเร่งการพัฒนาการจะทำให้เด็กมีปัญหาด้านสังคมและอารมณ์ ศาสตราจารย์โรเบอร์ต้า มิชนิค โกลินคอฟฟ์ (Roberta Michnick Golinkoff) ศึกษาผลกระทบของการเร่งพัฒนาทักษะวิชาการเด็ก พบว่า เด็กที่มาจากศูนย์การเรียนที่เน้นวิชาการ มีความเครียดสูงและมีความคิดสร้างสรรค์ต่ำกว่าเด็กที่เรียนในศูนย์รับเลี้ยงเด็กปกติ
 
             ประเทศไทย พ่อแม่ผู้ปกครองนิยมส่งเด็กลูกเข้าเรียนในศูนย์การเรียน หรือโรงเรียนอนุบาลที่เน้นสอนให้เด็กอ่านเขียนภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และคณิตศาสตร์ เพราะต้องให้เด็กสอบเข้าเรียนระดับประถมศึกษาในโรงเรียนชื่อดัง ที่มีผู้สมัครจำนวนมาก และไม่สามารถรับนักเรียนเข้าเรียนได้ทั้งหมด จึงใช้วิธีคัดเลือกโดยการทดสอบการอ่าน การเขียน คณิตศาสตร์ ตรรกศาสตร์ ความสามารถทางสมอง แต่การเร่งการอ่านออกเขียนได้ ความสามารถทางคณิตศาสตร์ โดยไม่สนใจพัฒนาการด้านอื่น เป็นสิ่งที่ผิดหลักการพัฒนาเด็กปฐมวัย เด็กปฐมวัยจำนวนไม่น้อยที่ไม่พร้อมสำหรับการพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และคณิตศาสตร์ จนส่งผลเสียไปสู่พัฒนาการด้านอื่น ๆ แม้โรงเรียนอนุบาลเข้าใจหลักการนี้ดี แต่จำเป็นต้องจัดการศึกษาตามความต้องการของพ่อแม่ผู้ปกครอง
 
             อย่างไรก็ตาม กรณีที่เด็กปฐมวัยบางคนมีศักยภาพในการเรียนรู้เกินวัย สามารถสนับสนุนการเรียนด้านวิชาการได้ แต่ไม่ควรทิ้งการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเล่นและการปฏิสัมพันธ์ เพราะสำคัญต่อการพัฒนาด้านจิตใจ อารมณ์ และสังคมของเด็กในอนาคต ซึ่งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของการเร่งพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เก่งด้านวิชาการ รวมถึงศึกษาการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับพัฒนาการและศักยภาพของเด็กปฐมวัย

* ที่มาของภาพ - http://61.7.154.146/dep/anuban/images/act50_01.jpg




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
drdan วันที่ : 14/02/2008 เวลา : 10.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengsak
Prof.Kriengsak Chareonwongsak

เห็นด้วยครับ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
แม่น้องฯ วันที่ : 13/02/2008 เวลา : 19.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MAENONGDD
นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด นักการเมืองแจกแท็บเล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา นักการเมืองห่วงอำนาจ มหาราชห่วงประชานักการเมืองสร้างสัญญา องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม นักการเมืองหาเรื่องกิน องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ นักการเมืองยุให้รำฯ ในหลวงย้ำให้ทำดี นักการเมืองมักแบ่งขั้ว องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี นักการเมืองทำสี่ปี องค์ภูมีทำทุกวัน นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน นักการเมืองคิดสั้นสั้น องค์ราชันย์นั้นคิดยาว(ขอบคุณผู้แต่งกลอนนี้)

ที่เยอรมนีปัจจุบันมีพ่อแม่ผู้ปกครอง นิยมระบบการเรียนรู้
แบบเร่งวิชาการมากๆ ตั้งแต่ระดับอนุบาลเพิ่มมากขึ้นเช่นกันค่ะ

โดยต่างก็อย่างให้บุตรหลาน ประสบผลสำเร็จด้านการเรียนนำหน้า
เด็กอื่นๆ เพราะเชื่อว่าจะทำให้บุตรหลานได้มีตัวเลือก และอนาคตหน้าที่การงาน
ที่ดีกว่าคนอื่นๆ ปัจจุบันหน่วยงานด้านการศึกษาก็ยังถกเถียงกันอยู่
ว่าจะเอาอย่างไร เอาแบบเยอรมัน(เดิม) หรือแบบอเมริกัน หรือแบบฟินแลนด์ แบบสแกนดิเนเวีย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
นิรันศักดิ์_บุญจันทร์ วันที่ : 13/02/2008 เวลา : 18.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nirunsak

นี่คือความล้มเหลวของระบบการศึกษาไทย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
นิรันศักดิ์_บุญจันทร์ วันที่ : 13/02/2008 เวลา : 18.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nirunsak

นี่คือความล้มเหลวของระบบการศึกษาไทย ตั้งแต่ระดับอนบาลยันมหาวิทยาลัย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
nancysiam วันที่ : 13/02/2008 เวลา : 17.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dailynancy
ใสใส ...จากใจจริง

จำได้ว่าสมัยเด็กๆไม่ต้องเร่งเรียนขนาดเด็กสมัยนี้นะคะอาจารย์ อยากให้เด็กได้เรียนทั้ง ตรรก และ ศิลปะ ไปด้วยกัน รวมทั้งต้องมีแบบอย่างของการทำความดี เป็นคนดีของประเทศค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
drdan วันที่ : 13/02/2008 เวลา : 09.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengsak
Prof.Kriengsak Chareonwongsak

ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 12/02/2008 เวลา : 07.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

สะท้อนว่า เราน่าจะเปลี่ยนวิธีสอนเด็ก แทนที่จะบังคับให้"ท่องสูตรคูณ หีอถอดสแควร์รู้ท" เราน่าจะสอนพื้นซานการคิดทางคณิตศาสตร์ ซึ่งเด็กจะเรียนรู้ได้โดยไม่เครียด
ที่มหาลัยสแตนฟอร์ด เด็กเชื้อสายจีน อายุแค่12ขวบ แบกเป้เข้านั่งฟังการสอนคณิตศาสตร์ระดับปริญญาเอก เขาก็เข้าใจการสอนที่ดีได้เกือบหมด อะไรที่ยังไม่เข้าใจ ก็ไปรอถามเป็นการส่วนตัวกับอาจารย์นอกเวลาเรียน
เราจะแปลกใจว่า เด็กสามารถเข้าใจ"เกินระดับ"ได้มากกว่าที่เราคิด เหมือนตอนที่ผมเร่งสอบให้จบปริญญา มันช่างมหัศจรรย์มากเลย จอร์จ...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
naive วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 19.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wickedgirl

สมองช่วงเด็ก 3-5 ขวบมีการเจริญเติบโตเร็วมากค่ะ ถ้าพื้นฐานดีแต่แรกก็จะทำให้เรื่องต่างๆง่ายลงในอนาคต..
โดยเฉพาะเด็กที่มีแววจะมีความสามารถด้านต่างๆควรต้องรีบส่งเสริม..แต่ควรจะหาวิธีการสอนที่ฉลาดพอที่จะ
ไม่เป็นการกดดันเด็กจนเกินไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
redribbons07 วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 18.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ไม่ควรเร่งรัดเด็กค่ะ ควรให้เขาพัฒนาไปตามความพร้อมตามวัยของเขาเอง ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
sixty วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 17.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/4teen
อย่านำความขาดแคลนมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน

เห็นด้วยกับบทความนี้ครับอาจารย์ ซึ่งตามความเป็นจริงผมก็มีความเชื่อว่า การให้ความรู้พื้นฐานด้านภาษาและการคำนวณนั้นเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับเด็กประถม เพราะถ้าระดับประถมผ่านขึ้นไปมัธยมยังอ่านไม่คล่องคำนวณไม่ได้ก็ป่วยการจะเรียนรู้ในเรื่องอื่นๆได้อย่างรวดเร็ว

แต่การที่จะเร่งให้เรียนกันตั้งแต่ปฐมวัยผมก็ว่ามันเกินไป

ที่ผมว่าเน้นให้ความรู้ด้านภาษาและคำนวณกับเด็กประถมนั้น เพราะเทียบเคียงกับตัวเอง เพราะการที่ครูให้อ่าน ให้ท่องสูตรคูณ หัดคิดคำนวณในวัยที่เรียนประถม ก็ยังจำได้ว่าแม้จะขี้เกียจแต่เมื่อครูจ้ำจี้จำไชก็ต้องทำเพราะกลัวโดนทำโทษ แต่เมื่อผ่านวัยนั้นมาจึงเห็นว่าเพราะการที่ครูสอนภาษาให้เราให้อ่านออกเขียนได้เป็นอย่างดี คำนวณได้พอใช้ ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไปจึงรู้ว่าฐานด้านภาษา และการคำนวณนั้นมันคือสะพานที่ทอดไปให้ความรู้ต่างๆมันเข้ามาหานี่เอง

ในขณะเดียวกันเมื่อหันมามองเด็กๆสมัยนี้จำนวนมากมายที่อ่านหนังสือไม่แตกฉาน คิดคำนวณง่ายๆยังไม่ได้ แล้วก็คิดว่าประเทศนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปเมื่อกำลังสำคัญจำนวนมากจะไม่สามารถเสาะหาความรู้ในระดับสูงกว่าได้

ตรงนี้เองครับที่คนมีอายุอย่างผมกำลังเป็นห่วงประเทศของผม ของใครต่อใครนี่แหละครับ.......เราจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร..... ซึ่งในขณะนี้ก็ทราบว่า สพฐ.กำลังมุ่งเน้นเรื่องรักการอ่าน แต่... ผมยังสงสัยเรื่องการสอนภาษาไทยในระดับประถมที่เมื่อเด็กผ่านมาแล้วเพราะเหตุใดเด็กจำนวนมากจึงสะกดคำไม่เป็น เขียนหนังสือด้วยคำง่ายๆไม่ถูกต้องอย่างนี้เป็นต้น.... เพราะอะไรกันแน่ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เจน วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 17.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wipadasuwanmanee

หวัดีคะ
แวะมาอ่านคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

“คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" 30.03.2552

จุดประกายความคิด พร้อมเปิดโลกทัศน์ ในมุมมองที่แตกต่าง แต่ทำได้ ในรายการวิทยุ “คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 06.00 – 06.45 น.ทาง FM 102 Working Station คลื่นคนทำงาน ดำเนินรายการโด

View All
<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29  



[ Add to my favorite ] [ X ]